ศิรภพพ์ โอคาเบ โชคดีที่ค้นพบทางของตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/480970

ศิรภพพ์ โอคาเบ โชคดีที่ค้นพบทางของตัวเอง

โดย…อณุสรา   ทองอุไร ภาพ   วีรวงศ์   วงศ์ปรีดี

คํากล่าวที่ว่าชีวิตออกแบบได้นั้นน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มีความฝันอันมั่นคงแข็งแรงและพร้อมที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง หากมีเป้าหมายที่ตั้งใจแน่วแน่ แม้จะหลงทางไปข้างๆ คูๆ บ้าง แต่ในที่สุดแล้วเขาก็จะมาตามทางเดินที่ไปยังจุดหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับชายหนุ่มคนนี้ ด้วยวัย 30 ปี เขาสามารถสร้างความฝันให้กลายเป็นจริงได้ภายในระยะเวลาเพียง 3-4 ปี และเขาตั้งใจทำเส้นทางความฝันของเขาให้สวยงามดูดีได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ จีโร่-ศิรภพพ์ โอคาเบ เขาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของผลิตภัณฑ์ทำสีผมจากอิตาลี  FRAMESI ที่เพิ่งเข้ามาประเทศไทยได้เพียง 4 ปี ก่อนหน้านี้ 20 กว่าปีที่แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเขาเป็นแบรนด์สีผมออร์แกนิกที่ตอนนั้นราคาแพงกว่ายี่ห้ออื่นๆ และตลาดเมืองไทยยังไม่รู้จักคำว่าออร์แกนิก หรือสินค้าปลอดสารเคมี พอแพงกว่าก็ไม่มีใครเลือกใช้คือมาเร็วไปช่างผมไม่รับ  จึงถอนตัวออกไป และกลับมาทำตลาดอย่างจริงจังอีกครั้งเมื่อปี 2013 และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการช่างผมมากขึ้นในตอนนี้ เพราะผู้บริโภคเริ่มรู้จักสินค้าออร์แกนิกปลอดสารเคมี แม้แพงกว่าบ้างก็ยอมจ่าย เพื่อได้ใช้ของมีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น

ศิรภพพ์ ได้ย้อนเรื่องราวของเขาในอดีตว่าเป็นเด็กติดเกม วันๆ แทบจะไม่กินไม่นอน บางทีอยู่ที่ร้านเกม 3 วัน 3 คืนไม่กลับบ้าน “คือตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อส่งอาหารทะเลให้กับร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ อยู่หลายร้านนะครับ ถ้ามีงานก็ไปช่วยรับของส่งของแทนคุณพ่อ แต่งานมันไม่ยุ่งมากมีเวลาเหลือเยอะ ก็เอาแต่เล่นเกม ตอนนั้นจบบัญชี ปวส. แล้วอายุ 20 กว่าแล้ว แต่ยังคิดไม่ค่อยเป็น จนคุณพ่อป่วยไม่สบาย เราจึงเริ่มมาคิดว่าถ้าพ่อเป็นอะไรไปบ้านเราจะเอาอะไรกิน คือคิดได้นะแต่ก็ยังไม่เลิกเล่มเกม จนกระทั่งคุณพ่อเสียเราจึงพยายามเลิกแต่ก็ยังไม่สำเร็จ  แต่เล่นน้อยลงแต่ยังเล่น จนกระทั่งมีช่วงที่เรือประมงมีปัญหาออกหาปลาไม่ได้งานเราก็กระทบไม่มีอาหารทะเลจะส่ง ก็เลยถามตัวเองว่ามีงานอะไรไหม ที่ทำงานไปด้วยแล้วมีเวลาว่างให้เล่นเกมบ้าง นึกไปนึกมาว่าตอนเป็นวัยรุ่นเราชอบทำผมชอบทำสีผม ซื้อสีมาเปลี่ยนสีผมเอง ซอยผมเอง งั้นก็งานช่างผมก็แล้วกัน งานอยู่กับที่ไม่ต้องขับรถไปส่งของด้วย ที่ร้านทำผมเวลาไม่มีลูกค้าก็มีเวลาเล่นเกม คิดแค่นั้นจริงๆ อายุ 23 แล้วนะ (หัวเราะ)” เขาเล่าให้ฟังแบบขำๆ

ในที่สุดเขาก็มาเรียนทำผมที่ชลาชล โดยที่ไม่ได้นึกชอบจริงๆ เรียนเพื่อมีอาชีพและมีเวลาว่างเหลือบ้าง จบออกมาก็ทำงานกับชลาชลอยู่ไม่กี่เดือนก็ออกมาทำร้านแถวบ้านอยู่ไม่ถึงปี เจ้าของร้านเดิมก็ไม่ทำร้านต่อและจะขายให้เขาทำ เขาเลยรับช่วงร้านมาทำเอง ปรากฏว่างานเยอะจนไม่มีเวลาเล่นเกม ทำไปทำมาเริ่มสนุก แล้วพอเป็นร้านของตัวเองก็อยากทำให้มันดี ให้มันเกิด พอมีเวลาว่างก็เปิดเฟซบุ๊ก เปิดยูทูบดูวิธีการทำผมใหม่ๆ จากต่างประเทศ

ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่บ้าเล่นเกมมาก่อน จินตนาการเขาเลยเยอะ เขาก็บอกกับตัวเองไว้ว่าเขาจะไม่ทำผมสีเดียวให้ลูกค้าเพราะใครๆ ก็ทำได้มันดูน่าเบื่อ เขาจะทำสีผม 3-4 สีบนหัวเดียวกัน แต่ให้สีดูสวยและกลมกลืน แล้วมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ในที่สุดเขาก็ลองผสมสีเองเอาสีนั้นมาผสมสีนี้ แบบต้องสวยต้องเวิร์ก สีติดแน่น ซึ่งบางครั้งต้องเอาสีจากหลายยี่ห้อมารวมกันซึ่งมันก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่

“คือมันสวยนะครับ แต่อยู่ได้แค่เดือน 2 เดือนสีหลุด มันไม่ทนเพราะสีไม่ได้ผสมมาจากบริษัท จนกระทั่งวันหนึ่งไปเจอสีของ Framesi จากอิตาลี ได้สีมา 6 หลอด ลองผสมจากสีเอิร์ทโทน แล้วผสมไล่สีน้ำตาลอ่อนไปจนเข้ม แล้วเอาแดงเข้มเข้าไปแทรก ปรากฏว่าเป็นสีจากบริษัทเดียวกัน วัตถุดิบมาจากแหล่งเดียวกัน ทำออกมาได้สวยและติดทนนานได้ 3-4 เดือน ทำออกมาลูกค้าชอบ ก็เริ่มทำให้ลูกค้า แล้วก็กล้าลองสีเยอะๆ ขึ้น เช่น โทนสีฟ้าแต่ไล่เฉด 3-4 สีลงไปบนผมคนเดียวออกมาเนียนแบบคนไม่รู้ว่านี่ใช้ถึง 4 สี เคยทำสีเยอะสุดในหัวเดียวถึง 7 สี และออกมาสวยงามกลมกลืน เวลาลูกค้ามาถ้านึกไม่ออกว่าอยากทำสีอะไร เราก็จะมีภาพวิว ป่า ท้องฟ้า ทะเล หรือภาพการ์ตูนสวยๆ ให้ลูกค้าดูว่าชอบแนวไหน แล้วเลือกโทนสีจากรูปแล้วค่อยเลือกทรงผมว่าจะเอาแบบไหน จนร้านของเราเป็นที่รู้จักว่าทำสีไล่เฉดสวย และลูกค้าของเราก็เป็นผู้ที่สนใจเรื่องการใช้สินค้าปลอดสารเคมี ยอมที่จะจ่ายในราคาที่สูง เพราะการทำผมไล่เฉดสีของเรามีราคาสูงพอสมควร ก็เลยได้จับลูกค้าระดับไฮเอนด์มากขึ้น” เขากล่าวอย่างภูมิใจ

 

ศิรภพพ์ บอกว่าโชคดีคือเขาเจอกับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ยอมจ่ายแพงเพื่อใช้ของออร์แกนิก ถ้าลูกค้าไม่เปิดใจรับยอมจ่ายที่สูงกว่า ตลาดตรงนี้ก็คงยากสำหรับเขา เพราะเขาชอบใช้แบรนด์นี้ และลองใช้กับตัวเองแล้วผมไม่เสีย ไม่กระด้าง “สินค้าพอไม่ใช้เคมีมากผมก็ไม่ค่อยเสีย ไม่แข็งกระด้าง เพราะส่วนผสมหลักจะมาจากธรรมชาติ เช่น ทำมาจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันละหุ่ง ออร์แกนออยล์ มะขามป้อมจากอินเดีย น้ำมันจาก Amaranth จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พอลูกค้าได้ลองเขาจะรู้ผลลัพธ์ด้วยตัวเอง”

หลังจากที่เขาทดลองผสมสีผมใช้เองอยู่ประมาณ 1 ปี และสั่งสินค้าจากแบรนด์ FRAMESI มากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายการตลาดของบริษัทแบรนด์นี้ก็เริ่มจับตามองว่าทำไมเขาสั่งสีจากบริษัทมากกว่าร้านอื่นๆ ก็เลยติดตามผลงานจับตาดูการทำงานของเขาอยู่ปีกว่า  จนแบรนด์พอใจในการทำงานของเขาก็เลยติดต่อให้เขาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย และน้อยที่สุดของแบรนด์จากทั่วโลก

“เขาบอกว่าปกติแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่ประเทศอื่นๆ ของเขาอายุ 40-50 ปีขึ้นไปทั้งนั้นและต้องมีประสบการณ์ในการทำผมนานกว่า 10 ปีขึ้นไป แต่ผมอายุ 30 ปี มีประสบการณ์ทำผมแค่ 4 ปีเท่านั้น ถือว่าน้อยที่สุดในทุกๆ ด้าน แต่มีครีเอทีฟและจินตนาการ ความกล้าลองของใหม่มากที่สุดเขาก็เลยเลือกผม ซึ่งเป็นมาได้ 1 ปี”  เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

หน้าที่ของแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่เขาต้องทำก็คือ การต้องไปเรียนรู้เทรนด์สีผมใหม่ๆ ของบริษัท และได้เดินทางไปดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้กับช่างทำผมจากทั่วโลก ทุกๆ 3 เดือนเขาต้องเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อประชุม ดูงาน หรือไปอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ ไปสอนเขาบ้าง ไปเรียนกับเขาบ้าง  โดยช่วงที่ผ่านมาเขามักจะต้องเดินทางไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม เพื่อไปแสดงการผสมสีและสอนทำสีผมแบบไล่เฉดให้กับช่างของประเทศนั้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขาเอง

ทุกวันนี้ร้านจิโร่ของเขาเป็นร้านทำผมที่ต้องจองคิวล่วงหน้า ไม่สามารถรับลูกค้าขาจรได้เลย คิวทำสีผมของเขาต้องจองล่วงหน้า 1-2 อาทิตย์ เพราะเขาลงมือทำด้วยตัวเอง และรับลูกค้าทำสีผมเพียงวันละ 3 ท่านเท่านั้น เนื่องจากเขาต้องสอนการทำสีผมอีกด้วย

 

เขามีหลักปรัชญาในการทำงานว่าต้องมีความซื่อสัตย์จริงใจกับลูกค้า มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ถ้าทำงานด้วยความจริงใจ มีคุณภาพสมราคา ก็จะอยู่ในวิชาชีพนี้ไปได้ตลอดชีวิต โดยยึดหลักจริงจังคือมีความตั้งใจในการทำงานเรียนรู้ใหม่ๆ กับการที่เราทำเสมอ จริงใจไม่ยัดเยียดให้ลูกค้าทำโน่นนี่นั่นเกินความจำเป็น เจนจัดในงานของตนเอง รู้ให้ลึกรู้ให้จริง คุยอธิบายให้ลูกค้าฟังอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการอะไรสื่อสารให้ชัดเจน เพราะหากทำผิดพลาดมันเสียทั้งเวลาและความรู้สึกกับลูกค้า ถ้าทำแล้วไม่สวย ไม่ดี ต้องบอก อย่าให้ลูกค้าเสี่ยงทำเพื่อจะเอาแต่เงิน เพราะปากคนยาวกว่าปากกา

เมื่อประสบความสำเร็จก็อย่าลืมเป็นผู้ให้ตอบแทนสังคมกลับคืนบ้าง ซึ่งเขาจะแบ่งเวลาไปตัดผมเพื่องานจิตอาสาอยู่เสมอ เช่น ล่าสุดเขาก็ไปตัดช่วยภาคใต้ ปิดร้านพาช่างไปตัด (หาเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือสอนฟรีในบางโอกาสให้กับผู้ที่สนใจแต่ขาดกำลังทรัพย์ที่จะมาเรียน) เพราะเชื่อว่าสังคมที่ดีต้องมีทั้งผู้ให้และผู้รับจึงจะน่าอยู่

เขาบอกว่าเขาโชคดีที่ค้นพบความชอบและพรสวรรค์ ค้นพบเส้นทางของตัวเองได้ทันเวลา เพราะตอนวัยรุ่นก็ไม่มีความชัดเจนในตัวเองสักเท่าไหร่ว่าอยากเป็นอะไร อยากเรียนอะไร อยากทำงานอะไร รู้แต่เพียงเป็นคนมีจินตนาการสูง ชอบแต่งตัว แล้วชอบทำสีผมเอง ไม่เคยไปเสียเงินทำสีผมให้ร้านไหน ซื้อสีมาทำเองผสมสีเองตลอด แต่ไม่รู้ว่าจะเอาจินตนาการที่มีมาใช้กับอะไรได้บ้าง จนกระทั่งมาเรียนทำผมแล้วก็เอาจินตนาการกับความชอบนั้นมาใส่ในงาน แล้วไปด้วยกันได้ดีอย่างเหมาะเจาะเหมาะสม

จากเด็กติดเกมที่มาเรียนทำผมเพื่อจะหาเวลาว่างเอาไว้เล่นเกม ก็สามารถพลิกชีวิตตัวเองกลายเป็นช่างทำผมที่มีจุดเด่นในเรื่องการทำสีผมไล่เฉดที่เป็นที่รู้จักในวงการทำผมมากยิ่งขึ้น และเป็นลูกศิษย์ที่อาจารย์สมศักดิ์ ชลาชล ชื่นชมและภูมิใจเป็นอย่างมาก

 

Leave a comment