อภิรดี หิรัญรามเดช เพลินพิศ รานุรักษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2560 เวลา 16:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/483637

อภิรดี หิรัญรามเดช เพลินพิศ รานุรักษ์

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เวลาผู้หญิงทำงานด้วยกัน ส่วนใหญ่ปัญหามักจะเกิดขึ้นเสมอ ตั้งแต่เรื่องจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ เนื่องจากมองว่าผู้หญิงต่างคนต่างมีรายละเอียดเยอะ ปัญหาจุกจิกกระจิ๊บกระจ้อยจึงเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคู่เสมอไป เช่น คู่ของสองสาวสองสไตล์ โรส-อภิรดี หิรัญรามเดช ผู้อำนวยการ บริษัท ดิวาน่า สปา ซึ่งดูแลทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำมาใช้ในสปา กับ อ๊อด-เพลินพิศ รานุรักษ์ ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการ บริษัท ดีไอไอ เวลเนสสกินแคร์ ซึ่งเป็นบริษัทพี่บริษัทน้องในเครือธุรกิจเดียวกัน เนื่องจากบริษัท ดิวาน่า สปา ดำเนินธุรกิจมาครบ 15 ปีเต็ม ขณะที่บริษัท ดีไอไอ เพิ่งเปิดธุรกิจมาได้เพียง 7 ปีกว่าๆ แต่ถือได้ว่าทั้งสองทำงานเกี่ยวเนื่องและสนับสนุนกันมาโดยตลอด

ทั้งสองสาวสนิทสนมกันมากจากเพื่อนร่วมงานกลายเป็นคล้ายๆ เป็นพี่สาวกับน้องสาวกันไปแล้ว เนื่องจากโดยสายงานมีการทำงานใกล้ชิดเกี่ยวเนื่องกัน เพราะบริษัทกำลังโตการขยายงานในช่วงนี้มีมากขึ้น โดยเฉพาะการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในปีนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีสินค้าใหม่ในกลุ่มสกินแคร์อย่างน้อยอีก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ในระยะ 2-3 ปีนี้ทางบริษัทเรายังมีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแม้กระทั่งการมองโอกาสในการเปิดสาขาใหม่ๆ ในต่างประเทศ

“อนาคตเราก็อยากทำผลิตภัณฑ์ให้ครบวงจร ทั้งสกินแคร์และเมกอัพ แต่การทำเมกอัพก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่คงยังไม่ใช่ตอนนี้ แผนระยะสั้นตอนนี้คือทำให้แบรนด์ DII แข็งแกร่งเป็นแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพ เราหวังไว้ว่าจะทำให้ DII เป็นที่รู้จักแบบใครไปเกาหลีต้องไปซื้อโซลวาซู ใครไปญี่ปุ่นต้องซื้อชิเชโด และถ้ามาประเทศไทยต้องซื้อ DII กลับไปเป็นของฝาก เป็นแบรนด์ไทยที่ชาวต่างชาติยอมรับ นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเรา” อภิรดี กล่าว

ดังนั้น เธอทั้งคู่จึงต้องทำงานประสานงานกันอย่างแข็งขันในการทำให้เป้าหมายขององค์กรประสบความสำเร็จไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพและความงาม ยังเป็นธุรกิจที่มีอนาคตที่ดีทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ จึงต้องทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ในระยะอันใกล้นี้ เพราะเทรนด์สุขภาพความงามที่มาจากธรรมชาติเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมาก เพราะใครๆ ก็อยากสวยสุขภาพดี

เพลินพิศ เล่าว่า เธอมาทำงานที่ดิวาน่าทีหลังอภิรดีหลายปี ขณะที่อภิรดีเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว เธอจึงเป็นน้องใหม่ที่ต้องขอคำแนะนำกับรุ่นพี่อย่างอภิรดีอยู่เสมอ

“คือดิฉันทำงานบริษัทรถยนต์ต่างชาติมานาน มีนายเป็นคนญี่ปุ่นที่มีวินัยและเคร่งครัด โดยสายงานนั้นไม่ต้องไปพบปะผู้คนมากนัก ส่วนใหญ่จะติดต่องานทางออนไลน์กับบริษัทแม่หรือกับวิศวกรชาวญี่ปุ่น ทำให้เป็นคนพูดน้อย ไม่ช่างคุย เป็นคนเงียบๆ และตรงไปตรงมา งานที่ทำตอนนั้นไม่ใช่งานบริการ จึงเป็นคนพูดน้อยแต่ตรงเป้าเข้าประเด็น พอย้ายมาทำงานที่นี่ซึ่งเป็นงานบริการ งานจุกจิกมีรายละเอียดเยอะ และมีทีมงานที่ต้องสื่อสารหลายระดับ ซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ความที่เราพูดน้อยแต่พูดตรง ทำให้มาอยู่ตรงนี้ต้องปรับตัวเรื่องการสื่อสารมาก วัฒนธรรมองค์กรมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นพูดตรงพูดแรง ก็ต้องปรับตัวเยอะมาก ก็ได้พี่โรสคอยให้คำแนะนำ แรกๆ ก็ยุ่งยากใจพอสมควร แต่ตอนนี้โอเคขึ้นเยอะมาก” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ขณะที่ อภิรดี บอกว่าโชคดีที่เธอทำงานด้านบริการมาตลอด ก่อนมาทำธุรกิจสปาก็ทำงานสายการบิน มีความเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่จะเกิดจากงานแบบนี้พอสมควร จึงรับมือได้ดีพอสมควร

“ตอนอ๊อดเข้ามาทำงานใหม่ๆ เราก็พอมองออกว่าน้องมีความอึดอัดใจบ้าง และต้องการระยะเวลาในการปรับตัว เขามาแบบมีระเบียบวินัยตรงเวลาเป๊ะ ทุกอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานบริษัทญี่ปุ่น ในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน เราก็ต้องให้กำลังใจกัน พูดคุยกัน จากเดิมที่เป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน ตอนนี้ก็กลายเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนสนิทกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ช็อปปิ้งด้วยกัน ชวนกันไปออกกำลังกายบ้าง ถ้ามีเวลาว่างๆ เลิกจากงานก็เมาท์มอยกันไปเรื่อยตามประสาผู้หญิง” เธอกล่าวอย่างเข้าใจ

 

ขอบคุณที่ให้กำลังใจตลอดมา

เพลินพิศ กล่าวถึง อภิรดี ว่า รู้จักกันมา 15 ปี แต่เพิ่งมาร่วมงานด้วยกันเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมานี้ และอยากขอบคุณที่น่ารักเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด จนกลายเป็นพี่สาว

“คือพี่โรสใจดีแบบไหนก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย ใจเย็น รับฟัง อารมณ์ดี ไม่เคยโกรธ ไม่เคยโมโห รู้จักกันมาไม่เคยเห็นพี่โรสหงุดหงิดอารมณ์เสียเลย หน้าเขาจะยิ้มตลอด แล้วเป็นคนมีเหตุผลมาก ขยันทำงานเป็นที่สุด ใส่ใจดูแลทีมงานเสมอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ก็ชอบพี่โรส แล้วเขาเป็นคนมีเสน่ห์ในการพูดจาสื่อสาร เขาพร้อมเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาที่ดีกับทุกๆ คน เรื่องงานไม่มีอะไรน่าห่วงเลย ที่ห่วงคือเรื่องสุขภาพ พี่เขานอนดึก อยากให้นอนเร็วพักๆ บ้าง ตอนนี้เหมือนเป็นพี่สาวเลย ครอบครัวเราก็สนิทกัน ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย” เธอกล่าวด้วยความขอบคุณ

เขาเป็นเหมือนน้องสาวที่น่ารัก

อภิรดี กล่าวถึง เพลินพิศ ว่า รู้จักกันมานาน จนกระทั่งมาทำงานด้วยกันขาก็ตั้งใจทำงานมาก แรกๆ ก็ดูจะเครียดกับการปรับตัว แต่เขาก็ปรับตัวได้เร็ว เขาเป็นคนสมบูรณ์แบบมาก ตั้งใจทำงาน ชีวิตจริงเราไม่มีน้องสาว มีแต่น้องชาย เราก็เอ็นดูเขาเหมือนมีน้องสาวเพิ่มมา เหมือนได้เพื่อนสนิทมาอีกคน มีเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน เพื่อนช็อป เขาไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะตั้งใจทำงานมากๆ ที่ห่วงคืออยากให้เขาผ่อนคลายลงบ้าง เพราะเกรงว่าจะจริงจังมากเกินไป ไม่อยากให้เครียด ตอนนี้เขาให้เวลากับงานมากเป็นอันดับหนึ่งเลย ไปออกกำลังกายบ้าง ตั้งใจว่าพยายามจะบริหารเวลาให้ดีเพื่อที่จะมีเวลาไปออกกำลังกายกันให้มากขึ้น แน่นอนว่างานก็สำคัญ แต่สุขภาพก็สำคัญเช่นกัน” เธอกล่าวด้วยความห่วงใย

 

Leave a comment