ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
11 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/480403

โดย…กนกวรรณ บุญประเสริฐ
หลายคนไม่เคยคิดจะไปเที่ยว “จอร์แดน” เพราะไม่ใช่ดินแดนสวรรค์ของนักช็อป รวมทั้งยังดูเหมือนจะเป็นดินแดนที่มีความอันตราย เพราะที่ตั้งของจอร์แดนทางทิศเหนือติดกับซีเรีย ทิศตะวันออกติดกับซาอุดิอาระเบีย ทิศตะวันตกติดกับอิสราเอล และทิศใต้ติดกับทะเล ทว่าทางธนาคารกสิกรไทยได้จัดกิจกรรม “Journey to the Mysterious Arabic in Jordan” ให้ลูกค้าเดอะวิสดอม ธนาคารกสิกรไทย (THE WISDOM) เดินทางไปยังดินแดนเก่าแก่ที่มีสมบัติทางโบราณคดีอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 50 ปีระหว่างไทยและจอร์แดน
เราเริ่มเดินทางไปยังที่หมายแรก คือ เมืองอัมมาน (Amman) มหานครเมืองหลวงแห่งอารยธรรมยุคเก่ากว่า 6,000 ปี ตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก โดยตัวเมืองอยู่ในหุบเขาตรงกลาง อัมมานเคยเป็นศูนย์กลางของโรมัน ฟิลาเดลเฟีย มีสถานที่ไฮไลต์ คือ ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตการณ์ประจำเมือง แม้สิ่งที่หลงเหลือในปัจจุบันมีแต่เสาระเบียงใหญ่ แต่จากโครงสร้างที่เห็นทำให้เราจินตนาการไปไกลว่า สถานที่แห่งนี้เคยยิ่งใหญ่มาอย่างไรบ้าง
ทางเดินในนครเปตรา
นอกจากนี้ยังมีโรงละครโรมัน (Roman Theatre) เป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 2 จุผู้ชมได้ถึง 5,000 คนแบ่งออกเป็น 3 ชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้นล่างสุดสำหรับผู้ที่มีตระกูลสูงศักดิ์หรือขุนนาง สำหรับสมาชิกวุฒิสภา และชั้นสูงสุดสำหรับประชาชนทั่วไป สร้างขึ้นระหว่างการครองราชย์ของแอนโทเนียส พีอุส (Antonius Pius) ก่อนคริสต์ศตวรรษ 138-161 บ่งบอกถึงความเจริญของคนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี
จากกรุงอัมมานขึ้นไปทางตอนเหนือคือที่ตั้งของเมืองโรมันโบราณชื่อ เจราช(Jerash) หรือ “เมืองพันเสา” หรือปอมเปอีแห่งตะวันออก ตั้งอยู่จุดต่ำสุดบนผิวโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,300 ฟุต เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน แต่เพราะมีแผ่นดินไหวทำลายเมืองหลายครั้งทำให้นครเจราชถูกทิ้งร้างจนกระทั่งปี ค.ศ. 1878
เดอะ เทรชัวรี
สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของเมืองเจราช ต้องยกให้จัตุรัสรูปไข่ใจกลางเมือง (Oval Forum) ลักษณะเป็นวงรี กว้าง80 เมตร ยาว 90 เมตร มีเสาหินสูงกว่า 10 เมตร เรียงรายรอบจัตุรัสจำนวน 67 ต้น และที่อัศจรรย์ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ โรงละครโรมัน (Roman Theatre) เป็นอัฒจันทร์สูงชันโอบเป็นครึ่งวงกลม มีเวทีใหญ่ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เทคนิคการสร้างโรงละครสมัยนั้นถือว่า ชั้นสูงมาก เพราะเมื่อมีการจัดแสดงใดๆจะมีเสียงดังก้องกังวานโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินชมสถาปัตยกรรม สามารถใช้เวลาเดินเที่ยวที่นี่ไปรอบๆ ได้ในหนึ่งวันเต็ม
อีกสถานที่สำคัญที่ต้องไปให้ถึงอยู่ทางตอนใต้ ณ เมืองมาดาบา หรือเมืองแห่งโมเสก เป็นที่ตั้งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มียอดเขาเนโบ (Mount Nebo) ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของ “โมเสส” ผู้นำชาวยิวผู้ที่รับบัญญัติ 10 ประการจากพระเจ้า
เดอะ เทรชัวรี วิหารแกะสลักด้วยการเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก
นอกจากนี้ ยังมีโบสถ์แห่งเมาท์เนโบเป็นโบสถ์กรีก-ออร์โทดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ สร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ พื้นโบสถ์ภายในเป็นภาพตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้น แสดงแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เยรูซาเลม แม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี เขาไซนาย อียิปต์ ฯลฯ
ไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยวจอร์แดน คือการได้มาชมเมืองเปตรา(Petra) มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือนครสีดอกกุหลาบ ที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คนเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท (Johann Ludwig Burckhardt) เดินทางผ่านมาพบเมื่อปี 2355 เปตราได้รับลงทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองมรดกโลก” เมื่อปี 2528 โดยกล่าวอธิบายไว้ว่า “เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ”
ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน
ต้องยอมรับว่า เปตรา เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างแท้จริง เพราะเป็นนครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา (Wadi Musa Valley) หรือหุบเขาโมเสส (Valley of Moses) ในอดีตทำเลที่ตั้งของเมืองนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้งจัด แต่ถือเป็นศูนย์กลางทางการค้า ชนกลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามาสู่เปตราคือ ชาวเอโดไมต์ เข้ามาเมื่อราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ชนชาติที่สร้างเมืองเปตราขึ้นมานั้นกลับเป็นชาวนาบาเทียน (The Nabataeans)ที่มีความสามารถทางด้านการค้า และเก็บภาษีผ่านทางที่สำคัญของกองคาราวานสินค้าที่สัญจรไปมาระหว่างตอนใต้ของคาบสมุทรอาระเบีย ซีเรีย อียิปต์ และเมืองท่าบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งยังมีวิวัฒนาการเรื่องการเก็บกักน้ำไว้ใช้ มีจุดสังเกตคือร่องน้ำตลอดทางเดินที่ชาวนาบาเทียนทำไว้เพื่อให้น้ำไหลเข้ามาใช้ในเมืองนี้ได้
เสน่ห์ของการเดินเที่ยวในเปตราคือ ซิค (Siq) ช่องแคบระหว่างก้อนหินขนาดยักษ์ที่มีความสูงไล่เรียงประมาณ 80-90 เมตร ทำให้ต้องเดินเท้าเข้าไปในเมืองเท่านั้น ซิคเกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน กลายเป็นถนนทรายระหว่างผาหินสูงชันที่คดเคี้ยว ริ้วลายและเส้นสายของลายหินที่งดงาม โดยเส้นทางจะนำไปสู่มหาวิหารบนหน้าผาหินทรายที่ชื่อว่า เดอะ เทรชัวรี หรือ เอล-คาซเนท์ (The Treasury หรือ Al Khazneh) เป็นวิหารแกะสลักด้วยการเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูงเกือบ 40 เมตร ที่จะสะกดทุกสายตาไว้เป็นตาเดียวกัน
โรงละคร โรมัน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งสีสันของการมาเที่ยวจอร์แดน ต้องลองเดินทางด้วยรถโฟร์วิลท่ามกลางทะเลทรายวาดิรัม ทะเลทรายที่ได้ชื่อว่าสวยงามแปลกตามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยทรายสีแดงอมชมพู สลับกับโขดเขารูปร่างแปลกตาราวกับพื้นผิวขรุขระ จนได้ชื่อว่าเป็น “หุบเขาแห่งพระจันทร์” (The Valley of the Moon) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
หนึ่งในหินขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทรายวาดิรัมคือจุดหมายที่เราจะเดินทางไปชมคือ “เจ็ดเสาหลักแห่งปัญญา” (The Seven Pillars of Wisdom) ซึ่งคำนี้มาจากหนังสือที่ T.E. Lawrence เขียนหลังจากกลับไปอังกฤษ และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง Lawrence of Arabia
เมืองอัมมาน
เกร็ดเล็กของการเดินทางกลางทะเลทรายที่มีสีแดงอมชมพูเหล่านี้ เราสามารถนำทรายขึ้นมาขัดโลหะ เช่นเหรียญเก่าที่มีสีหมอง สร้อยนาก เพียงพริบตาเดียวของเหล่านี้จะมันวาวเหมือนใหม่เพราะในทรายที่มีสีแดงอมชมพูเหล่านี้มีแร่เหล็กผสมอยู่มาก
ปิดท้ายการเดินทางมาจอร์แดนที่ทะเลสาบเดดซี (Dead sea) หรือทะเลแห่งความตาย ที่มีความเค็มที่สุดในโลกตั้งอยู่พรมแดนระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน มีส่วนประสมของโซเดียมและแมกนีเซียม ทำปฏิกิริยากับน้ำพุร้อนที่อยู่ด้านล่างของทะเลสาบ โดยมีความเค็มมากกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า จุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกด้วย
ทะเลทรายวาดิรัม
ความที่น้ำมีเกลือละลายอยู่ถึง 25%จึงทำให้วัตถุหรือคนสามารถลอยเหนือน้ำได้ แต่มีข้อห้ามคือ ต้องติดน้ำเปล่าเอาไว้ล้างตา เผื่อน้ำทะเลเข้าตาและห้ามลงไปเล่นนานเกิน 15 นาที เพราะความเค็มจะดูดน้ำจากร่างกายของเราออกไปมาก และหากแช่อยู่นานๆความเค็มของเกลือจะทำให้ผิวลอกเป็นขุยด้วย
หลายคนไม่เคยคิดจะไปเที่ยว “จอร์แดน” แต่ในทางตรงข้ามใครที่ได้เคยสัมผัสกลับพบว่า จอร์แดนเป็นประเทศที่สงบมาก ผู้คนไม่พลุกพล่าน สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมดูแปลกตาน่าค้นหาโดยเฉพาะกับพวกเราชาวเอเชีย
ลอยตัวบนทะเลสาบเดดซี
ทะเลสาบเดดซี
อูฐโดยสารรับนักท่องเที่ยว
โบสถ์แห่งเมาท์เนโบ
ยอดเขาเนโบ
ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน