ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
04 มีนาคม 2560 เวลา 17:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/483642

โดย…ฤดูกาล ภาพ : เที่ยววิถีแม่
“แม่ 45 กับลูก 15 ถึงจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็เที่ยวได้นะ…ขอบอก”
คำนิยามสั้นๆ ของเพจเฟซบุ๊ก “เที่ยววิถีแม่” ระบุไว้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “แม่ใหม่” ถึงลูกสาวสุดที่รัก ที่ได้บันทึกความรู้สึกระหว่างทางในยามคิดถึง
ด้วยอาชีพทำงานเบื้องหลังรายการโทรทัศน์ทำให้เธอต้องเดินทางอยู่ตลอด ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ไหน แม่ใหม่ก็อยากให้ลูกสาวได้เห็นเหมือนกัน เธอจึงเขียน “เล่าให้ลูกฟัง” จนกลายเป็นเพจเที่ยววิถีแม่

“เพราะลูกนี่แหละที่บอกให้แม่เปิดเพจ” แม่ใหม่กล่าวถึงจุดเริ่มต้น
“แต่ก่อนแม่ชอบส่งให้ลูกอ่านทางไลน์ แล้วลูกก็ให้เพื่อนๆ อ่านต่อ ปรากฏว่าลูกเพื่อนชอบ เขาเลยบอกให้แม่เปิดเพจดูนะ เพราะวิธีที่แม่เขียนไม่ค่อยเหมือนใคร”
เพจเปิดเมื่อเดือนวันแม่ ส.ค.ปีที่แล้ว จนวันนี้ยังไม่ครบปีมีคนกดไลค์มากกว่า 3.9 หมื่นคน ซึ่งแม่ใหม่เคยหาวิธีเขียนหลายแบบทั้งเขียนรีวิวเส้นทาง เขียนรายละเอียดหนักๆ แต่สุดท้ายมาจบที่เขียนแบบสไตล์ตัวเอง คือ เขียนถึงลูก ซึ่งเป็นตัวเธอมากที่สุด

แม่ใหม่เล่าว่า ประโยชน์ของการทำเพจ นอกจากจะบันทึกเรื่องราวการเดินทางระหว่างแม่และลูกแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจแม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่นที่อาจมองว่า การพาลูกเที่ยวเป็นเรื่องยาก ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ยากและมีความสุขมาก
“ถึงแม้ว่าเราจะอยู่กับลูกสองคน เราก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ พาลูกไปเที่ยวได้ ทำให้ลูกมีความสุขได้ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ต่างอะไรจากครอบครัวอื่นเลย แม่เข้าใจว่าการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องต่อสู้กับทั้งภายนอกและภายใน ดังนั้นพอมีแรงบันดาลใจจะได้ฮึดขึ้นมาทำเพื่อลูกได้ และแม่ดีใจที่ได้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจนั้น”
นอกจากนี้ การทำเพจเที่ยววิถีแม่ไม่มีเงื่อนไขใดอื่นนอกจากตัวแม่เอง ไม่มีกฎว่าต้องโพสต์วันละเท่าไหร่ ต้องโพสต์เอาใจใคร หรือต้องถ่ายภาพแบบไหน เพราะทุกอย่างล้วนเป็นอารมณ์และความรู้สึกของคนเป็นแม่ล้วนๆ เธอเล่าต่อว่า อย่างรูปภาพจะเน้นไปที่อารมณ์มากกว่าความยิ่งใหญ่อลังการ หรืออย่างสถานที่ที่ไปก็จะไปในที่ที่แม่ลูกอยากไปและเน้นที่ใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องไปตามคำชวนของใครแล้วไม่ใช่ตัวเอง

“พอพาลูกไปเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ลูกได้เห็นในสิ่งที่บ้านไม่มีหรือโรงเรียนไม่ได้สอน เขาได้ออกไปเห็นอะไรแปลกๆ มากกว่าที่วัยรุ่นเคยไป ได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่จะสอนเขาไปในตัว อย่างไปนอนเต็นท์ตั้งแต่เล็ก พาไปอยู่กับธรรมชาติ นั่นเป็นการสอนให้ลูกอดทน ทำให้ลูกเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย สามารถดูแลตัวเองได้ หรือการออกไปเจอคนใหม่ๆ เขาจะเข้าใจคนที่ต่างวัฒนธรรม เขาจะไม่สงสัยคนที่มีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนเราเพราะเขาเข้าใจ และกล้าที่จะพูดคุยกับคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ ซึ่งแม่ว่านี่เป็นการฝึกทักษะชีวิตที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง”
อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่แม่ลูกคู่นี้ไปไม่จำเป็นต้องไกลถึงเมืองนอกเมืองนา แต่อาจเป็นต่างจังหวัดหรือสถานที่ใกล้ๆ บ้าน เพราะระยะทางไม่สำคัญเท่าการใช้เวลาร่วมกัน
“แม่จะพาลูกไปเจอการเที่ยวหลายแบบทั้งนอนเต็นท์ โรงแรมห้าดาว ใกล้กรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ต่างประเทศ ซึ่งเราสองคนมีเป้าหมายว่าอยากไปนิวยอร์ก ตอนนี้ก็เลยช่วยกันเก็บเงิน (หัวเราะ) ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราจะทำแบบนี้ทุกครั้ง เราต้องสร้างทริปของเราจริงๆ

“แม่บอกกับทุกคนว่า การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ยากเลย เพราะอยากไปไหนก็ไป มีแพลนหรือไม่มีก็ได้ แค่ก้าวเท้าออกไป บางทีอาจจะไปไม่ถึงปลายทาง หรือไปแล้วอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ แต่ความสำคัญคือ การใช้เวลาร่วมกันระหว่างเรากับลูกเรา หรือบางทีเราไม่ต้องออกเดินทางไปไหนเลยก็ยังได้ แค่ใช้เวลาร่วมกัน มีเวลาอยู่ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว” แม่ใหม่กล่าวทิ้งท้าย
ล่าสุดแม่โพสต์เรื่อง เบตง จัดเต็มทั้งภาพและวีดีโอ พร้อมข้อความเชิญชวนที่ว่า หัวใจเต้นแรง… คือความรู้สึกแรกที่มาเบตง ดังนั้น อย่าพลาดติดตามสาส์นจากแม่อายุ 45 ปี ถึงลูกวัย 15 ปี ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก เที่ยววิถีแม่