เอกชนปรับทัพ รับไอทีพลิกโฉมเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 เมษายน 2560 เวลา 08:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/488201

เอกชนปรับทัพ รับไอทีพลิกโฉมเอเชีย

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ในอนาคตอันใกล้นี้ ภาคเอกชนจะเผชิญความยุ่งยากมากยิ่งขึ้นต่อการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเสี่ยงทางการค้าและการเมือง เช่น การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิต) และการที่สหรัฐถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) เท่านั้น แต่ยังได้รับแรงกดดันจาก “เทคโนโลยี” ที่ทำให้เอกชนต้องเร่งรับมือความท้าทายดังกล่าว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจมากที่สุด จากรายงานวิจัยของ เบเคอร์ แม็คเค็นซี่ บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายสัญชาติอังกฤษ ซึ่งจัดทำร่วมกับบริษัทสำรวจและวิจัยตลาด เมอร์เจอร์มาร์เก็ต พบว่าธุรกิจถึง 84% มองว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies) จะกดดันให้บริษัทต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานในอีก 2 ปีข้างหน้านี้

ภาคส่วนที่คาดว่าจะถูกกระทบมากที่สุด คือธุรกิจและสถาบันที่ให้บริการทางการเงิน ตามด้วยบริษัทค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการสุขภาพ ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต ธุรกิจพลังงาน เหมืองแร่ และโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะเดียวกัน เอกชน 67% มองว่าต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับกำไรที่หดตัวลง เป็นปัจจัยบั่นทอนศักยภาพการขยายตัว ซึ่งผลักดันให้บริษัทราว 66% ต้องหาทางสร้างนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และอีก 62% ต้องเตรียมมาตรการรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากคู่แข่ง

ทิศทางข้างต้นทำให้ภาคธุรกิจพยายามแสวงหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเอกชนราว 42% เตรียมเพิ่มการลงทุนด้าน “คลาวด์คอมพิวติ้ง” และ “บิ๊กดาต้า” เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ภายในองค์กร รวมถึงเพิ่มการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบรรดากลุ่มลูกค้า ขณะที่การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ระบบบริการลูกค้าสัมพันธ์ และบล็อกเชน ได้รับความสนใจรองลงมา โดยเอกชนราว 38% เปิดเผยว่าจะลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มขึ้น

M&A เทรนด์มาแรงในภูมิภาค

นอกจากเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว การเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ยังถือเป็นทางลัดต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีและขยายตลาดธุรกิจ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย รวมถึงในกลุ่มอาเซียน เช่น เมียนมาและเวียดนาม

ทั้งนี้ เอกชน 94% มองว่า เอ็มแอนด์เอจะปรับตัวขึ้นภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างการผลิตและพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ค้าปลีก การเงิน และบริการสุขภาพ

ทว่าวิธีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายเสมอไป เดวิด เฟลมมิ่ง หัวหน้าฝ่ายการเข้าซื้อและควบรวมกิจการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ เบเคอร์ แม็คเค็นซี่ กล่าวว่า ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมองค์กรและกฎระเบียบด้านการกำกับดูแลของภาครัฐ ทำให้เอ็มแอนด์เอยุ่งยากมากกว่าเดิม ซึ่งเอกชนต้องทำความเข้าใจประเด็นดังกล่าว

จับตา “อินเดีย-จีน” แผ่อิทธิพล

การขยายธุรกิจในยุคเบร็กซิตและบรรยากาศการปกป้องทางการค้าทำให้เอกชนในเอเชียแปซิฟิกหันมาโฟกัสความสามารถของรัฐบาลแต่ละประเทศ ในการปรับกฎกำกับดูแลและโครงสร้างระบบภาษีให้เอื้อต่อการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเอกชน 62% มีปัญหาปรับตัวเข้ากับกฎเหล่านี้ โดยภาคส่วนที่เจอปัญหามากที่สุดประกอบด้วยธุรกิจพลังงาน เหมืองแร่ โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสุขภาพ

เอกชน 30% มองว่า อินเดียมีความโดดเด่นมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจได้มากขึ้น ตามด้วย จีน ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยนอกจากการผ่อนคลายกฎระเบียบแล้ว รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ยังมีนโยบายที่เอื้อต่อภาคธุรกิจด้วย เช่น การเปิดรับการลงทุนต่างชาติเพิ่ม และการปรับปรุงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เอกชน 95% คาดการณ์ว่าอินเดียจะมีอิทธิพลมากขึ้นในภูมิภาคภายในปี 5 ข้างหน้า

ขณะเดียวกัน บริษัทราว 77% มองว่า จีนจะยังคงมีอิทธิพลภายในเอเชียแปซิฟิกต่อ หลังจีนเดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับประเทศในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) และเส้นทางการค้าโลกขนาดใหญ่ 1 แถบ 1 เส้นทาง (One Belt, One Road)

สำหรับไทยนั้น แกรี ซีฟ ประธานบริษัท เบเคอร์ แม็คเค็นซี่ ประจำเอเชียแปซิฟิก ให้ความเห็นว่า อิทธิพลของไทยในภูมิภาคค่อนข้างเพิ่มขึ้นช้า แต่ก็ต้องพิจารณาปัจจัยระยะยาวต่างๆ ประกอบด้วย สอดคล้องกับทินวัฒน์ พุกกะมาน กรรมการผู้จัดการสำนักงานกรุงเทพฯ ซึ่งระบุว่าในช่วงที่ผ่านมา เอกชนไทยเริ่มเข้าไปซื้อกิจการต่างชาติมากขึ้น เช่น ในยุโรป นำโดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และพลังงาน

 

Leave a comment