ศริญญา มานะมุติ ไม่ตีกรอบคนชอบหนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 เมษายน 2560 เวลา 18:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/491990

ศริญญา มานะมุติ ไม่ตีกรอบคนชอบหนัง

โดย…กองทรัพย์ ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

การมีโรงหนังทางเลือกเพื่อเป็นสถานที่รวมตัว แลกเปลี่ยนความเห็นมุมมองจากหนังอิสระไม่จำกัดค่ายคือสวรรค์เล็กๆ ของคนรักหนัง และจากจุดเริ่มต้นความคิดนี้ คนรักในงานศิลปะ 3 คน (มิ้ว-ศริญญา มานะมุติ, เม่น-วงศรน สุทธิกุลพาณิช และนิค-นิโคลัส ฮัดสัน-เอลิส) ที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงหนังดีๆ ได้ง่ายขึ้นในชื่อ ตรีโลจี (Threelogy) จึงรวมตัวกันและเริ่มต้นจัดป๊อปอัพ ซินีมา อยู่หลายครั้ง เพื่อวัดกระแสความนิยมและความต้องการของคนดูหนังเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

วันนี้ในกรุงเทพฯ มีโรงหนังอิสระที่ฉายเฉพาะหนังนอกกระแสอย่างแท้จริงแล้ว ด้วยฝีมือคนรุ่นใหม่ Bangkok Screening Room (BKKSR) ถือกำเนิดขึ้นโดยเป็นที่อยู่ใหม่ให้กับหนังที่หลากหลาย ณ ใจกลางเมืองที่ศาลาแดง ซอย 1

มิ้ว ศริญญา หนึ่งในผู้ก่อตั้ง BKKSR เล่าให้ฟังว่า ตอนที่เป็นป๊อปอัพ ก็ได้กระแสตอบรับดี “แต่เราคิดว่ามันไม่ยั่งยืน อาจจะไปๆ มาๆ หายๆ พวกเราอยากทำให้จริงจังกว่านั้น ก็เลยตัดสินใจว่าอยากทำเป็น
โรงหนังอิสระ ที่บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ มีระบบที่สนับสนุนการดู การทำหนังของศิลปิน ที่อยู่ในสายหนังอย่างจริงจัง มีพื้นที่สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยน

เรามองว่าสิ่งที่กำลังจะสร้างไม่ฉาบฉวย พอคิดอย่างนี้ปุ๊บ ก็จัดแจงขายบ้าน ขายทุกอย่างที่ออสเตรเลีย แล้วบินกลับมาลุยงานนี้เต็มๆ เมื่อเดือน ธ.ค. 2558 เพื่อนๆ ถามว่าบ้ารึเปล่า เราว่าก็นิดนึงนะ (หัวเราะ) แต่มันดีที่ได้กลับบ้าน” มิ้วเล่า

สาวร่างเล็กเติบโตและเรียนปริญญาตรีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จาก UWS เมืองซิดนีย์ และปริญญาโทสาขาศิลปะการจัดการ จาก RMIT เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์การทำงานมากกว่าสิบปีในด้านการจัดนิทรรศการ และด้านการดูแลลูกค้าจากพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญอย่าง Museum of Contemporary Art (ซิดนีย์), The Australian Centre for the Moving Image และ Museum Victoria (เมลเบิร์น) ของออสเตรเลีย

มิ้ว บอกถึงการตัดสินใจกลับมาปักหลักในบ้านเกิด “สำหรับงานในออสเตรเลียเราก็มีแนวทางและมุ่งเน้นเรื่องการสร้างโอกาสให้กับศิลปินหน้าใหม่อยู่แล้ว คิดว่าถ้ากลับมาทำงานที่บ้านจะต้องไม่ทิ้งแนวทางที่เราเคยทำมา จากการที่เราเคยทำโรงหนังป๊อปอัพ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าหนังทางเลือกอิสระหาดูยากในเมืองไทย และพื้นที่ฉายหนังอิสระอย่างต่อเนื่องมีจำกัดมาก นี่คือเหตุผลที่เราตั้งใจสร้าง Bangkok Screening Room ขึ้นมา ใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่เราได้มาจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะในออสเตรเลีย ที่จัดแสงศิลปะภาพเคลื่อนไหวและนำเทคโนโลยี IMAX เข้ามาผสมผสานกัน เป็นโรงหนังเล็กๆ แต่ได้มาตรฐาน

เราอยากทำให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้หลายคนได้รู้จักหนังมากขึ้น สร้างบรรยากาศให้สบาย ไม่ได้ดูเป็นทางการ หรือหรูหรา จนคนมองจากข้างนอกไม่กล้าเข้ามา ใช้พื้นที่ด้านนอกเป็นบาร์เล็กๆ ทำอาหารและเครื่องดื่มกันเอง ดูแลกันเองทุกขั้นตอน ความอบอุ่นจึงค่อยๆ เกิดขึ้น หลายคนสบายใจที่มาใช้พื้นที่ตรงนี้ เราเห็นคนจากหลากหลายวงการที่รักหนัง ได้มานั่งพูดคุยกัน เป็นโลกอีกใบหนึ่งของพวกเขา ที่มีเพื่อนที่มีความรักความชอบในสิ่งเดียวกันมาเจอกัน”

ในวัย 37 ปี การเริ่มธุรกิจของตัวเองไม่ง่ายเลยสำหรับเธอและเพื่อน โดยเฉพาะการเริ่มต้นตั้งไข่จากศูนย์ ใช้เงินทุนจากการเก็บหอมรอมริบตลอดการทำงานที่ผ่านมากว่า 10 ปี “สิ่งที่เราทำยังไม่เคยมีมาก่อน ยังใหม่มากในเมืองไทย ไม่มีโมเดลธุรกิจต้นแบบ ดังนั้นจึงค่อนข้างใช้เวลากับการวางโมเดลธุรกิจ เราต้องแน่ใจว่างานของเราจะอยู่ไปได้อีกนานๆ เพราะเราตั้งใจไว้แล้ว วางโครงสร้างทั้งรูปแบบอาคารและแนวทางการสร้างความมั่นคงของธุรกิจ

พวกเราทำกันเอง 3 คน ออกแบบสถานที่เอง วางโครงสร้างต่างๆ เอง ใช้เงินเก็บของตัวเองมาทุ่มให้กับที่นี่ ไม่ได้หวังว่าจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่เราหวังว่าระบบที่เราวางไว้จะเป็นธุรกิจที่อยู่ได้ สร้างอิมแพ็กต์ อยากให้มีคนเห็นว่ามีคนที่รักและทุ่มเทกับหนังและงานศิลปะอยู่จริงๆ หรืออย่างน้อยก็เป็นโมเดลตั้งต้นให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้นำไปทำตามหรือต่อยอด โดยที่ยังมีพวกเราคอยให้คำปรึกษา”

ภายในพื้นที่เล็กๆ มีที่สำหรับดูหนัง 52 ที่นั่ง หนุ่มสาวผู้ก่อตั้งมุ่งหวังให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาแนวทางการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักทำหนังรุ่นใหม่ๆ “เกณฑ์ในการเลือกหนังของเรา จะฉายหนังทุกประเภททั้งฮอลลีวู้ดยุคคลาสสิก หนังอินดี้ทั้งของไทยและต่างประเทศ หนังเราจะต้องมีซับไตเติ้ลทุกเรื่อง และหนังแต่ละเรื่องจะมีเวลาฉายเท่ากัน เวียนรอบอย่างเท่าเทียม

สิ่งที่แตกต่างคือเราเปิดพื้นที่ให้กับหนังสั้นที่เป็นฝีมือคนทำหนังรุ่นใหม่ รวมถึงใช้เป็นพื้นที่สำหรับเทศกาลหนังที่เด็กภาพยนตร์มารวมตัวกัน พวกเราไม่ได้เป็นแค่ที่ให้คนมาดู แต่เป็นพื้นที่ให้เขาได้มาทำด้วย สำหรับผู้กำกับไม่ว่ารุ่นเก๋ามากฝีมือหรือคนเพิ่งเตาะแตะหรือคนที่มีฝันและอยากแสดงฝีมือ ที่นี่รับฉายหนังให้คุณด้วย สำหรับใครที่อยากแสดงผลงานสั้นๆ ก็มีโอกาสส่งผลงานเข้ามา หนังที่ได้รับเลือกจะเปิดฉายก่อนภาพยนตร์เรื่องหลัก”

ถามเราว่าเพราะอะไรจึงเชื่อในพลังโรงหนังอิสระ เธอบอกว่า เคยเห็นโรงหนังอิสระมีในหลายประเทศแล้ว ทั้งอังกฤษ สหรัฐ “ใกล้ๆ เมืองไทยก็จะมีสิงคโปร์ ฮ่องกง บ้านเราก็เคยมีโรงหนังแบบสแตนด์อะโลนตามหัวเมืองต่างๆ มากมาย แต่ระยะหลังก็ถึงยุคเสื่อมโทรม โรงหนังเล็กๆ ในต่างจังหวัดก็ทยอยปิดตัวกันไปเยอะ เพราะคนส่วนใหญ่เข้าไปดูหนังในห้าง และได้ดูหนังที่เหมือนๆ กัน

พวกเราเชื่อว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่อยากดูหนังที่แตกต่างออกไป แต่ยังหาพื้นที่ไม่ได้ พวกเราจึงคิดว่าเราเป็นทางเลือก และหวังว่า BKKSR จะเป็นตัวช่วยไม่มากก็น้อยในการลดช่องว่างเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีอยู่อย่างหลากหลายของคนดูหนัง เราไม่ได้ต่อต้านหนังกระแสหลัก เพราะอย่างวันหยุดบางครั้งก็ไปดูหนังบล็อกบัสเตอร์เหมือนกัน”

มิ้ว สรุปพร้อมฝากทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ว่า สามารถติดตามความเคลื่อนไหว หรือร่วมสร้างโรงหนังทางเลือกแห่งแรกของกรุงเทพฯ ได้ที่ http://www.bkksr.com ตั้งอยู่บริเวณศาลาแดง ซอย 1

 

Leave a comment