ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
04 พฤษภาคม 2560 เวลา 12:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/493223

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์
ในปัจจุบันการขาดแคลนบุคลากรด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือพยาบาล ทำให้ทั่วโลกต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการเดินหน้าพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อตอบสนองดีมานด์ด้านบริการสุขภาพที่นับวันก็ยิ่งปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การพัฒนาเอไอเพื่อใช้ในงานบริการสุขภาพมีความก้าวหน้าไปมาก ตั้งแต่การนำไปใช้ขั้นพื้นฐานอย่างการสอบถามอาการป่วยเบื้องต้นของคนไข้ หรือที่เรียกว่า เอไอผู้ช่วยดูแลสุขภาพ เช่น Your.MD แอพพลิเคชั่นบนมือถือขับเคลื่อนด้วยเอไอ ซึ่งเป็นแชตบอตถามคำถามด้านสุขภาพ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเบื้องต้น อ้างอิงตามแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อเห็นว่าผู้ใช้มีปัญหาสุขภาพที่ควรต้องไปพบแพทย์ โดยขณะนี้ หน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ รับรองข้อมูลที่ Your.MD แนะนำแล้ว ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องเรื่องข้อมูล
ขณะเดียวกัน Ada เป็นอีกหนึ่งเอไอผู้ช่วยดูแลสุขภาพ ที่ได้รับการผสมผสานเข้าไปใน Alexa ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะของอเมซอน โดย Ada จะประเมินอาการป่วยเบื้องต้นของผู้ใช้ และมีตัวเลือกให้ติดต่อแพทย์ตัวจริง เช่นเดียวกับ Babylon Health เอไอผู้ช่วยที่คอยติดตามอาการของผู้ป่วยจากบันทึกข้อมูลสุขภาพในอดีต และสามารถเปิดระบบติดต่อแพทย์โดยตรงให้ผู้ป่วย ผ่านไลฟ์วิดีโอ
บรรดาเอไอผู้ช่วยเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยประหยัดเวลาเดินทางไปพบแพทย์ เมื่อมีอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บุคลากรการแพทย์ขาดแคลน
นอกเหนือจากเป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำด้านสุขภาพแล้ว เอไอยังสามารถตรวจจับความผิดปกติในร่างกายระยะแรกได้ด้วยเช่นกัน เช่น อัลกอริทึมเอไอ ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ในสหรัฐ โดยอัลกอริทึมเอไอนี้สามารถตรวจจับความผิดปกติบนผิวหนังที่เสี่ยงพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังได้รับการฝึกฝนให้จดจำภาพไฝ ผดผื่นหรือริ้วรอยบาดแผลบนผิวหนังกว่า 1.3 แสนรูป
ด้าน กูเกิล ยักษ์ใหญ่ไอทีได้ทดลองใช้ DeepMind เอไอที่บริษัทพัฒนาขึ้นไปใช้ต่อสู้กับโรคตาบอด โดยฝึกให้ตรวจหาความผิดปกติในดวงตาตั้งแต่ระยะแรกๆ เช่น อาการจอประสาทตาเสื่อมหรือภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ซึ่งหากตรวจพบอาการดังกล่าวในระยะแรกจะช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นได้ถึง 98%
ขณะเดียวกัน Morpheo เป็นอีกแพลตฟอร์มเอไอที่จะช่วยวินิจฉัยภาวะนอนไม่หลับจากรูปแบบการนอน ซึ่งช่วยผู้ป่วยประหยัดเวลาการรักษาได้อย่างมาก เนื่องจากกระบวนการรักษาแบบเดิมๆ นั้น มีความซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน
ทั้งนี้ การวางแผนเพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดย Watson เอไอที่พัฒนาขึ้นโดย ไอบีเอ็ม บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งล่าสุด ไอบีเอ็มเตรียมนำแพลตฟอร์มเอไอ Watson for Oncology ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ไปใช้ในเครือข่ายโรงพยาบาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ
การนำเอไอมาช่วยในการบริการสุขภาพต่อไปในอนาคต จึงถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามอง เพราะนอกจากจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วยแล้ว ยังนับเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้บุคลากรทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน