ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
29 กรกฎาคม 2560 เวลา 06:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/505870

อสมท เล็งปั้นคลื่น 2600 ก้าวสู่ธุรกิจเพย์ทีวีสู้ทรูวิชั่นส์ หลังพบโอกาสสามารถนำมาทำธุรกิจบรอดแคสต์ได้
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เดินทางเข้าพบนาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ ผ่านมา เพื่อหารือขอคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นของ อสมท บางส่วนไปประมูล เนื่องจากบริษัทมีแนวคิดที่จะนำคลื่นดังกล่าวมาดำเนินธุรกิจทีวีใน รูปแบบบอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจทีวีแบบบอกรับสมาชิก เพราะบริษัทมีความพร้อมในด้านของคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นบันเทิง หรือข่าว หาก กสทช.พิจารณาให้บริษัทสามารถนำคลื่นดังกล่าวมาบริหารใน รูปแบบของธุรกิจได้ บริษัทก็อาจจะมีการซื้อคอนเทนต์อื่นๆ เพื่อให้มีความหลากหลายและตรงกับความสนใจของผู้ชม
“ตอนนี้บริษัทรอการตอบรับของ กสทช.อย่างเดียวว่าจะให้บริษัทเข้าไปบริหารคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ หรือไม่ ถ้าหากอนุมัติ ก็จะมีการอนุมัติ Network Code บนคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวถือเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0” นายเขมทัตต์ กล่าว
นายเขมทัตต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้บริษัทได้รับการรับรองเครื่องวิทยุและอุปกรณ์ (Type Approval) ใบอนุญาตรับรองนำเข้าอุปกรณ์ และรหัสโครงข่าย (Network Code) ที่พร้อมจะประกอบ กิจการเพย์ทีวีได้แล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะต้องรอการนำเข้าอุปกรณ์บางส่วน และประชุมหารือร่วมกับบริษัท เพลย์เวิร์ค ซึ่งเป็นคู่สัญญาด้านการตลาดกับบริษัท เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนธุรกิจดังกล่าวในอีก 2-3 เดือนนับจากนี้
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้น เพราะหลังจากปรับธุรกิจให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ด้วยการนำคอนเทนท์ที่ออกอากาศผ่านสื่อวิทยุและทีวีมาต่อยอดสู่สังคมดิจิทัลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก โดยการไลฟ์รายการต่างๆ และรายงานสดผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวไทย ส่งผลให้เฟซบุ๊กแฟนเพจของ 9MCOT เทียบระหว่างปี 2559-2560 มีการเติบโตสูงถึง 1,062%
ขณะที่แฟนเพจสำนักข่าวไทยเติบโต 167% และแฟนเพจรายการบันเทิงไนน์เอ็นเตอร์เทนมียอดผู้ติดตามทะลุ 4 ล้าน ยูเซอร์ โดยบริษัทจะมีการบูรณาการเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อขยายผลการดำเนินงานและฐานผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียและสื่อดิจิทัลให้มากขึ้น