อภินัทธ์ กันตนฤมิตรกุล เป้าหมายคือครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2560 เวลา 10:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/ent/celeb/508021

อภินัทธ์ กันตนฤมิตรกุล เป้าหมายคือครอบครัว

โดย…กองทรัพย์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

แนท-อภินัทธ์ กันตนฤมิตรกุล หนุ่มวัย 25 ปี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.เอ็น.บี. แพคเกจจิ้ง (A.N.B. Packaging) ทายาทธุรกิจที่ตั้งใจจะสืบทอดกิจการด้านกล่องกระดาษที่เปิดมาแล้วเทียบเท่าอายุของเขา

เป็นเด็กหนุ่มที่มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งในเรื่องการทำงานและการพัฒนาตัวเองด้านต่างๆ เมื่อเรียนจบระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนาแล้ว เขาเดินทางไปเรียนต่อด้านปริญญาตรีที่ Babson College ในสหรัฐ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งด้านการผลิตบุคคลที่ต้องการฝึกฝนวิธีคิดแบบนักธุรกิจ และการพัฒนาความคิดเชิงประกอบการ (Entrepreneurial mindset) คนไทยที่ไปเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ไปเพราะมีเป้าหมายว่าจะทำธุรกิจของตัวเองหรือสานต่อธุรกิจครอบครัวกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงเริ่มทำงานในธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

“ผมทำงานจริงๆ มา 3 ปีแล้ว แต่ระหว่างที่เรียน ถ้ามหาวิทยาลัยปิดเทอม ก็จะมาช่วยงานคุณพ่อกับคุณแม่ เข้าโรงงานตลอด เข้าไปช่วยงาน ช่วยดูปัญหา เซตอัพระบบต่างๆ ที่ยังขาดอยู่ ได้ลงไปคลุกคลีในไลน์ผลิต ค่อยๆ พัฒนาในส่วนที่เราทำได้ก่อน ซึ่งทั้งสองท่านก็ไว้วางใจให้ออกความคิดเห็น

ธุรกิจของครอบครัวเราเปิดมา 25 ปีแล้ว เรียกว่าเกิดมาก็เจอท่านทำงานหนักเลย เราสามคนพี่น้อง (A.N.B.) ชื่อย่อภาษาอังกฤษของพวกเราคือชื่อบริษัท ดังนั้นพวกเราซึมซับมาตลอดเป็นธุรกิจของพวกเรา ทุกคนคิดจะมาช่วยกันทำงานทั้งหมด คิดเสมอว่าจะกลับมาสานต่องาน แต่ละคนก็ออกไปหาประสบการณ์ในแบบของตัวเอง พร้อมกลับมาเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมา แต่ผมเราก็เลยมุ่งไปเรียนที่สหรัฐ เพื่อเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการเลย”

เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยที่ฝึกให้เป็นผู้ประกอบการมีวิธีการสอนอย่างไร ผู้บริหารวัย 25 ปี เล่าว่า ปีหนึ่งเข้าไปจะต้องมีธุรกิจของตัวเอง “เราก็คิดโปรเจกต์เลย ต้องหาสินค้าหนึ่งอย่างมาขาย ทำเป็นกลุ่ม แบ่งหน้าที่เหมือนในบริษัทหนึ่งแห่ง ทดลองทำ เทรดสินค้า วางกลยุทธ์ ซึ่งผมและทีมเลือกทำขายยูเอสบี (USB) นำเข้าจากประเทศจีน ทำการตลาด ทำบัญชี และขายจริง ปิดงบในหนึ่งปี เป็นการให้เราเรียนรู้เรื่องการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง ลองทำดูโดยมีเงินทุนส่วนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสนับสนุน

พออยู่ระดับปี 2-3 เริ่มเรียนในวิชาที่ตรงสายมากขึ้น เช่น บัญชี ไฟแนนซ์ มาร์เก็ตติ้ง ผมเลือกซัพพลาย เชน แมเนจเมนต์ (Supply Chain Management) จะเป็นภาพกว้างของระบบโลจิสติกส์ เราสนใจถึงเลือกเรียน และอีกอย่างมันเกี่ยวเนื่องกับงานที่จะต้องกลับมาดูแล คือที่บ้านเราทำโรงงานแพ็กเกจจิ้ง ก็เกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว”

เด็กหนุ่มที่ค่อนไปทางเนิร์ด มองว่า การเรียนในมหาวิทยาลัยไกลจากตัวเมือง ค่อนไปทางป่าเขา อยู่ไกลแสงสีเป็นเรื่องสนุก แต่ที่นั่นก็เปิดโลกให้เขาเช่นกัน “ถ้ามีเวลาจะแพ็กกระเป๋าเที่ยวแบบโรดทริปกับเพื่อนๆ ไปตามพาร์คต่างๆ ของสหรัฐ เป็นการท่องเที่ยวในแบบที่ผมชอบ ไม่ได้สบายมาก แต่ไม่ได้แอดเวนเจอร์ขั้นสุด อยู่กลางๆ และทำให้เราเห็นมุมที่หลากหลายของสหรัฐ”

หลังจากที่เรียนจบเขามีโอกาสไปได้ฝึกงานที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นบริษัทเทรดดิ้งกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทคู่ค้าของเอสซีจี “ประสบการณ์ตรงนั้นก็ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำงานของมืออาชีพระดับโลก ได้เรียนรู้เรื่องการเทรดกระดาษว่าเขาเทรดเยื่อ กระดาษม้วน ยังไงไปที่ไหน

บริษัทเราทำกล่องลูกฟูกส่วนใหญ่ก็จะใหญ่หน่อย เพราะเป็นกล่องที่ต้องบรรจุสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศ ทำให้ทันทีที่กลับมาทำงานก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเหมือนกัน พยายามวางโครงสร้างงาน ระบบไอทีให้เป็นรูปแบบมากขึ้น ใครมาทำงานต่อก็จะทำงานไปได้เลย ไม่อิงบุคคลมากนัก พึ่งพาแรงงานให้น้อยที่สุด

พนักงานเก่าๆ ของคุณแม่ก็อายุมากขึ้น เราก็สร้างองค์กรด้วยการสร้างพนักงานรุ่นใหม่ๆ เข้ามามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์กร และฝึกคนให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร จริงๆ พนักงานหลายคนก็เห็นผมตั้งแต่ตัวเล็กๆ ก็เข้าไปคลุกคลีกับเขาบ่อย ก็เลยได้รับความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลง ทุกคนก็ค่อนข้างเอาใจช่วย ความยากตอนมาทำงานจริงก็ยากกว่าตอนที่เรียนเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งดีลกับคนมากก็จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เราโตมาแบบหนึ่ง วิธีคิดของเราก็แตกต่างกับพนักงานที่มาจากหลายที่ เขาก็อาจจะมีวิธีคิดหรือมีไอเดียการทำงานที่ไม่เหมือนกัน เราก็ต้องพยายามเข้าใจเขาให้มาก” ผู้บริหารหนุ่ม เล่า

สิ่งที่แตกต่างของผู้บริหารรุ่นลูกทำให้บริษัทอายุ 25 ปี ค่อยๆ พัฒนาขึ้น คือ การเสริมเทคนิค และการตรวจวัดคุณภาพแข็งแรงมากขึ้น “เราเพิ่มแล็บและอาร์แอนด์ดีเล็กๆ สั่งซื้อการตรวจวัดคุณภาพความแข็งแรง การตัดตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า บรรจุภัณฑ์พร้อมใช้เมื่อไปถึงลูกค้าปลายทาง เรามีเป้าหมายว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากกว่าแพ็กเกจจิ้งส่งออก เพราะแนวโน้มก็เริ่มเปลี่ยนไป เราพยายามดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้พร้อมใช้งานมากที่สุด เราจะประสานงานคู่กับความต้องการของลูกค้า เขาให้โจทย์เรามาก็พยายามเข้าใจและพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าปลายทางที่สุด

“ทิศทางของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระดาษเราจะพูดเรื่องกระแสการรักษ์โลกมากขึ้น ใช้กระดาษที่มีแหล่งที่มาที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามาจากป่าปลูก และมีการแปรรูปยังไงกว่าจะไปถึงปลายทาง คือสามารถตรวจสอบตั้งแต่ต้นจนจบได้ น่าจะเป็น
เทรนด์ที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ”

วิธีการแบ่งพาร์ตการทำงานและไลฟ์สไตล์ของแนทจะเป็นระบบมาตั้งแต่เด็ก คือ จะเรียนคู่กับการเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งกีฬาที่ชอบเล่นและทำได้ดี ก็คือ กีฬาเทนนิส แม้ช่วงนี้เป็นช่วงขยายงานและรับช่วงงานต่อพาร์ตที่เป็นกีฬาก็น้อยไปบ้าง แต่ก็พยายามออกกำลังกายให้ตัวเองกระฉับกระเฉง และถ้าการทำงานอยู่ตัวแล้ว เขาจะมุ่งเรียนต่อด้าน MBA ซึ่งรอช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

Leave a comment