ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/289577
ด้วยการสร้างสรรค์อาหารคาวตำรับไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไทย อินสปาย ดิช” เอาใจนักจิบชา
หากคุณผู้อ่านยังมีกรอบความคิดเดิมๆว่า ร้านขายน้ำชาจะมีเพียงแค่ชาหลากรสชาติให้จิบคู่กับอาหารทานเล่นเบาๆ อีกนิดหน่อยอยู่ล่ะก็ วันนี้จะขอให้ลบความคิดนั้นไปซะ เพราะแบรนด์ชาชั้นนำ “ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค” สาขาดิ เอ็มโพเรียม ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้นักชิมชื่นชอบอาหารไทยแล้ว ด้วยการสร้างสรรค์อาหารคาวตำรับไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไทย อินสปาย ดิช” เป็นจำพวกอาหารจานเดียวและก๋วยเตี๋ยวออกมาถึง 9 รายการ สร้างสรรค์โดยเชฟชาวไทย เพื่อเอาใจนักจิบชาที่นิยมอาหารหนักรสชาติจัดจ้าน และที่สำคัญมีการนำเอาใบชาซึ่งมีกลิ่น รส เข้ามาช่วยผสมลงไปในขั้นตอนการปรุงขนมและอาหารทุกอย่างทุกจาน เช่น มาการอง 10 รสก็จะมีชา 10 ชนิด ทำให้แต่ละรสมีความแตกต่างกันออกไป หรือไอศกรีมจะมีน้ำชาเข้าไปผสมด้วย ภายใต้พื้นฐานของอาหารแต่ละจานว่ามีรสชาติอย่างไร มีกลิ่นอะไร ก่อนจะนำชาที่มีความโดดเด่นต่างกันออกไปนั้น เข้ามาเป็นส่วนผสม และแน่นอนว่านับเป็นร้านอาหารแห่งแรกที่นำเอาผลิตภัณฑ์ชามาใช้ในการปรุงอาหาร!!!
เริ่มต้นด้วยเมนูเบาๆ ทว่ามีให้ลิ้มรสแบบหลากหลายกับเซตเรียกน้ำย่อย “ทีดับเบิลยูจี ที ไทย แพลตเตอร์” เสิร์ฟอาหาร 6 รายการ ได้แก่ ยำส้มโอกับทับทิม เป็นยำส้มโอแดง ทับทิม และ กุ้ง รสไทยๆ คลุกเคล้าด้วยน้ำยำผสมชา “มิสที” ลงไปด้วย, ยำแซลมอนรมควัน ยำสมุนไพรรสแซบ ห่อด้วยแซลมอนไปรมควันกับชา “เอิร์ลเกรย์เจนเทิลแมน” เพิ่มรสด้วยซอสพล่า รองจานด้วยแตงกวาสไลด์, เนื้อแดดเดียว โรยใบชา “เซนฉะ”,ยำไก่สับผสมชา “แบล็คเนกทาร์ที” ในถ้วยแตงกวา,เปาะเปี๊ยะไส้เนื้อปูผัดกับวุ้นเส้นและผัก ราดซอสมะขามผสม “คาราเมลที” ปิดท้ายด้วย สะเต๊ะเนื้อวากิว ไก่ กุ้ง จิ้มน้ำจิ้มสะเต๊ะผสม “โคโคนัทที” และมีอาจาดมาให้แก้เลี่ยนพร้อม เซตนี้บริกรแนะนำว่าถ้าจะให้เสริมรสกันดีควรกินคู่กับชาเย็นเพื่อความคล่องคอมากว่าจะสั่งชาร้อนมาจิบ โดยให้เหตุผลว่าอาหารไทยมีรสชาติจัดจ้านอยู่แล้วหากรับเครื่องดื่มร้อนเพิ่มเข้าไปอีกจะยิ่งทวีความเผ็ดร้อนมากเกินไปไม่น่าจะสบายกระเพาะ
แต่ถ้าอยากเรียกน้ำย่อยด้วยซุปร้อนๆ “เกี๊ยวน้ำทะเลครัสเตเชียน” เกี๊ยวน้ำซีฟู้ดนานาชนิด ประกอบไปด้วย ล็อบสเตอร์ ปู กุ้ง นำมาปรุงเป็นไส้เกี๊ยวน้ำ กินคู่กับผักกวางตุ้งจีนในซุปน้ำชา “อิมพีเรียลอู่หลง” เพิ่มอรรถรสด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล กลิ่นหอมๆ ทำให้ไม่อาจตัดใจวางช้อนซุปจนกว่าจะขอซดน้ำจนเกลี้ยงถ้วย
โดดเด่นเน้นความเป็นไทยสำหรับอาหารจานหลักขอยกให้ “ผัดไทยปูนิ่ม” สำหรับจานนี้อย่างที่รู้กันดีว่า โดยปกติเป็นอาหารถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเชฟของทีดับเบิลยูจี นำก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์ผัดใส่เต้าหู้ กุ้งแห้งทอดกรอบ หอมแดงและต้นหอม ปรุงรสด้วยซอสผัดไทยผสมกับ “คาราเมลที” แต่งด้วยปูนิ่มทอดกรอบ…ยิ่งช่วยเพิ่มรสโอชามากยิ่งขึ้น!!!
ผัดไทยปูนิ่ม
มาถึงจานยอดนิยม “ผัดกะเพราล็อบสเตอร์” ความพิเศษของจานนี้ เชฟซึ่งเลือกนำเนื้อล็อบสเตอร์มาผัดกับใบกะเพรา รสเผ็ดจัดจ้านผสานกับความหอมของชา “แบล็คเนคทาร์ที” ที่ผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิหุงกับชา เรด จัสมิน ที กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ และไข่ดาวร้อนๆ ทอดกรอบ
ผัดกะเพราล็อบสเตอร์
รสชาติพริกแกงแบบไทยๆ ของจาน “ฉู่ฉี่ปลาหิมะและแซลมอน” ความพิเศษอยู่ตรงที่ผสมชา“โคโคนัทที” ลงไปเครื่องแกงให้มีรสกรุ่นกลิ่นชา ขณะเดียวกันในขั้นตอนการผัดเครื่องแกงก็ยังเสริมน้ำสต็อกที่น้ำชาชนิดนี้อีกด้วย เป็นการช่วยเพิ่มกลิ่นรสยวนใจกว่าเดิม กินคู่ข้าวหอมมะลิหุงกับชาเรดจัสมิน กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ แทบจะหยุดไม่ได้ อีกสักหนึ่งจานสำหรับฟีชเลิฟเวอร์ “ปลาหิมะราดพริก” นำปลาหิมะไปหมักชา “สไปซ์รูทที” เพื่อเสริมกลิ่นรสก่อนนำไปทอดกรอบ ราดด้วยน้ำราดพริกสูตรพิเศษฉบับทีดับเบิลยูจี ที
ฉู่ฉี่ปลาหิมะและแซลมอน
สำหรับสายเนื้อที่ร้านก็มี “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว” เลือกได้ระหว่างเส้นเล็กหรือเส้นหมี่ มาพร้อมกับเนื้อวากิวแล่บาง ในซุปน้ำชา “ทาลิสแมน” ถ้วยนี้ขอกระซิบไปถึงคนชอบกินเนื้อว่าถ้าไม่สั่งมาชิมถือว่าพลาดอย่างแรง ทั้งความหอมหวานของน้ำซุปและความนุ่มของเนื้อวากิว เชื่อว่าทุกคนย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าความอร่อยอยู่ในระดับไหน…คุ้มกับเงินที่จ่ายไปคอนเฟิร์ม!!!
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว
กินคาวเสร็จต้องล้างปากด้วยของหวาน และสำหรับมื้อนี้ทั้ง “มูสราสเบอร์รี่ลิ้นจี่” ผสมชา “เรด ออฟ แอฟริกา”, “ช็อกโกแลต ฮาเซลนัท ครันช์” ผสมชา “ช็อกโกแลตที” และ มาการองหลากรส ได้แก่ มาการองนาโปเลียน ผสม “คาราเมลที”, มาการองมัทฉะ, มาการองแกรนด์ เวดดิ้งที ผสมเสาวรสและมะพร้าว และมาการอง แบงเดอโรสที ที่ขาดไม่ได้คือ ชาร้อนกรุ่นกลิ่นหอม
อ่อ!! ที่เล่ามานี้ลืมบอกไปว่าอาหารทุกจานทางร้านให้ความสำคัญกับการปรุงสดใหม่ เรียกว่ายกครัวมาผัดเครื่องแกงให้กินกันสดๆ ร้อนๆ จากหลังร้าน ดังนั้นสามารถออเดอร์ระดับความเผ็ดร้อนกันได้ตามความต้องการของแต่ละคนได้เลย แล้วที่เห็นว่าวันนี้ยังมีอาหารให้เลือกรับประทานแค่ไม่กี่รายการนั้น ทางร้านทีดับเบิลยูจี มีคำมั่นสัญญาว่าในวันข้างหน้าจะมีอาหารไทยเข้ามาเสริมทัพอีกแน่นอน เพียงแค่ต้องค่อยๆ ทยอยลอนซ์กันออกมา.. “ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค” เปิดและปิดตามเวลาห้างเลยจ้า สอบถามเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะได้ที่เบอร์โทร 0-2259-9510











