ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/people/276202
วิสาขบูชา”พระพรหมบัณฑิต”เล่าเรื่องพระไตรปิฎก
วิสาขบูชา”พระพรหมบัณฑิต”เล่าเรื่องพระไตรปิฎก
ในการประชุมวิชาการของสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติครั้งที่ 3 และพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก เมื่อวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ในวันแรก ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการเปิดตัว พระไตรปิฎกสามนิกาย “พุทธโอวาทจากพุทธปัญญา” ภาคภาษาอังกฤษเล่มแรกในชื่อว่า COMMON BUDDHIST TEXT :GUIDANCE AND INSIGHT FROM THE BUDDHA โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ แถลงข่าวในวันนั้น และยังขยายความให้ “คมชัดลึก” เห็นถึงเบื้องหลังความวิริยะอุตสาหะของคณะผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระไตรปิฎกทั้งสามนิกายที่มาร่วมแรงรวมใจกัน ใช้เวลาถึง 7 ปี เพื่อจัดทำพระคัมภีร์พระไตรปิฎกแจกเป็นธรรมทานไปทั่วโลก 10,000 เล่ม ถวายเป็นพุทธบูชาตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันวิสาขบูชาโลกปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ตรัสรู้ความเป็นจริงมา 2605 ปีแล้ว
พระไตรปิฎกสากลสามนิกายเล่มนี้มีจุดเหมือน จุดต่างและจุดเด่น อย่างไร พระพรหมบัณฑิตกล่าวว่า จุดร่วมของสามนิกายคือ พระรัตนตรัย เหมือนกัน
“มีเนื้อหาทั้งหมด 12 บท 600 หน้า 2 บทแรก เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าแบบเถรวาท มหายาน และวัชรยาน แจกแจงให้เห็นว่ามีอะไรที่เหมือนกัน และต่างกัน เช่นว่า พระพุทธเจ้าในประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร แล้วมหายาน และวัชรยาน แต่งเติมเข้ามาอย่างไร โดยมีหลักว่า ถ้าเป็นพระไตรปิฎกเถรวาท ต้องแปลจากบาลีเป็นภาษาอังกฤษ และถ้าเป็นมหายาน ก็แปลจากพระไตรปิฎกจีนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนพระไตรปิฎกวัชรยานให้แปลจากภาษาทิเบตเป็นภาษาอังกฤษอีก ส่วนอีก 8 บทเป็นเรื่องของพระธรรม และ 2 บทสุดท้ายเป็นเรื่องของพระสงฆ์ รวม 12 บทว่าด้วยเรื่องพระรัตนตรัยทั้งหมด ”
สำหรับความยากของพระไตรปิฎกสากลสามนิกายเล่มนี้ พระพรหมบัณฑิตแจงว่า ต้องรวบรวมผู้เชี่ยวชาญบาลี – อังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญจีน-อังกฤษ และ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องทิเบต – อังกฤษ ให้พร้อมสรรพ
“ในการประชุมวิสาขบูชาโลกที่ผ่านๆ มา เราโชคดี ที่มีผู้เชี่ยวชาญทั้งสามด้านนี้เยอะมากมาให้เลือกสำหรับ 8 บทที่ว่าด้วยพระธรรม ไม่เพียงมีเรื่องอริยสัจสี่เท่านั้น ยังมีเรื่องปฏิจจสมุปบาท เรื่องของ กรรม เรื่อง การกำเนิดของโลก การมีพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า และอย่างเรื่อง กรรมฐาน (Meditation ) ก็มีอธิบายในเถรวาทว่าอย่างนี้ ในมหายานว่าอย่างนี้ ในวัชรยานว่าอย่างนี้ จนจบ แล้วก็เริ่มบทฝึกหัดกรรมฐานของแต่ละนิกายจนครบ ซึ่งเมื่อก่อนผู้ศึกษาต้องไปวิ่งอ่านเล่มนั้นเล่มนี้ และไม่ใช่พระไตรปิฎกด้วย แต่นี่เรารวบรวมจากพระไตรปิฎกมาให้เลย และยังมีลงรายละเอียดในเรื่องการสอนกรรมฐาน (Meditation Teaching) ไว้ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก
“เดิมที ถ้าใครปฏิบัติสายไหนก็จะรู้แต่สายนั้น เช่น เถรวาท เราก็รู้แต่หลักการปฏิบัติของเถรวาท มหายานก็รู้แต่ของมหายาน วัชรยานก็จะรู้แต่เรื่องของวัชรยาน แต่ในเล่มนี้ทุกบทจะมีลักษณะที่อธิบายให้เข้าใจถึงหลักการปฏิบัติกรรมฐานของสามนิกายเลย”
สำหรับเหตุที่ต้องใช้เวลาทำงานถึง 7 ปีกว่าจะสำเร็จลุล่วง ท่านเจ้าคุณอาจารย์อธิบายว่า เพราะมีความละเอียดลออในเรื่องความถูกต้อง
“เราเริ่มการทำงานตั้งแต่ปี 2552 พอทำต้นฉบับเสร็จแล้วก็ส่งให้คนวิจารณ์ ก็เสียค่าเครื่องบินมาประชุม 14 ครั้งในประเทศไทย รีวิวกัน 6 ครั้ง แล้วก็เอาขึ้นเวบไซด์ให้คนวิจารณ์กันทั่วโลกอีก 6 เดือน จากนั้นนำคำวิจารณ์มาปรับปรุงแก้ไขอีกระยะหนึ่ง โดยหัวข้อ เรากล่าวถึงพระรัตนตรัยทุกสายก็จริง แต่เราไม่ได้เน้นความเหมือน ต้องการให้คนอ่าน อ่านดูว่าต่างกันอย่างไร แล้วก็ศึกษาไปจนเข้าใจเองว่า ทำไมจึงต่าง แต่ในความต่างนั้นก็มีจุดร่วมกันที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์จากสังสารวัฏ หรือ นิพพานเหมือนกัน จุดร่วมกันอีกอย่างก็คือ คำศัพท์ เราแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เหมือนกัน เช่น คำว่า เมตตา ไม่ว่าภาษาบาลี จีน หรือทิเบตว่าอย่างไรในพระไตรปิฎก เราแปลเหมือนกันหมดเลย คือ Loving kindness”
ในส่วนของความต่างที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์เล่า มีข้อดีอย่างไรในการศึกษาพระไตรปิฎกสากลฉบับนี้ ท่านอธิบายว่า ความต่างนี้จะช่วยขยายความ ขยายมุมมอง ให้มองลึกลงจะเห็นว่าเป็นพัฒนาการของพระพุทธศาสนา 2600 กว่าปีให้ยืนยาวออกไปก็ได้ โดยมหายาน และวัชรยาน ไปขยายว่าอย่างไร แต่ละเรื่อง เช่น นิพพาน แต่ละนิกายว่าอย่างไร เมื่อศึกษาถึงความต่างก็จะเข้าใจหลักการ และมีวิธีการที่ชัดเจนในการปฏิบัติที่จะนำไปสู่ในปลายทางคือความพ้นทุกข์ หรือ นิพพานได้จริง”
สำหรับภาคภาษาไทย ท่านเจ้าคุณอาจารย์บอกว่า ปีหน้าจะออกมาคู่กันเลย หน้าต่อหน้า ภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ส่วนที่่พิมพ์ออกมาในปีนี้เป็นภาษาอังกฤษใช้ทุนกว่า 2,000,000 บาท โดยมี ดร.ศักดิ์ชัย – ดร.สุดาวรรณ เตชะไกรศรี เป็นเจ้าภาพ พิมพ์แจกสำหรับผู้เข้าประชุมวันวิสาขบูชาโลกในประเทศไทย และที่ประเทศศรีลังกา แล้วก็แจกตามสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ อีกทั้งแจกจ่ายไปยังสถาบันการศึกษาในไทยด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังจะนำไปไว้ในสนามบิน และในห้องพักของโรงแรมต่างๆ ทั่วโลก
ด้วยความเป็นสากลของพระไตรปิฎกสามนิกายฉบับนี้นี่เองที่ทำให้น่าสนใจ เพราะตอบโจทย์แก้ทุกข์ให้กับชาวโลกได้ ดังที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์สรุปว่า อ่านตรงไหนก็จะได้แรงบันดาลใจตรงนั้น
สำหรับชาวไทย ในภาคภาษาไทยโปรดอดใจรอวันวิสาขบูชาปีหน้า
