หนึ่งศตวรรษ “องุ่น มาลิก” ครูผู้ให้แห่งชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/269773

หนึ่งศตวรรษ “องุ่น มาลิก” ครูผู้ให้แห่งชีวิต

คนในข่าว  :  5 เม.ย. 2560
1 ศตวรรษ องุ่น มาลิก ดอกไม้แสนงาม, คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา, ปรีดี พนมยงค์, มูลนิธิไชยวนา, องุ่น มาลิก ดอกไม้แสนงาม, หนึ่ง, ศตวรรษ, องุ่น, ลิก, ครู, ผู้ให้, แห่ง, ชีวิต, หนึ่งศตวรรษ, มาลิก, ครูผู้ให้แห่งชีวิต, องุ่น มาลิก, มหกรรมการแสดงแสนหรรษา, แม่ครูองุ่น, วิชาสังคมศาสตร์, สโมสรปรียา, ดรุณสาร, สตรีสาร

หนึ่งศตวรรษ “องุ่น มาลิก” ครูผู้ให้แห่งชีวิต

 

ทุกปี มูลนิธิไชยวนา มีการจัดงาน “มหกรรมการแสดงแสนหรรษา” ขึ้นในเดือนมิถุนายน เพื่อรำลึกถึง “องุ่น มาลิก” หรือ “แม่ครูองุ่น” ผู้มากด้วยค�ลิก ดอกไม้แสนงาม” ที่สถาบันปรีดีพนมยงค์ ซอยทองหล่อ และดูลูกศิษย์ลูกหาได้นัดหมายรวมตัวกันมากกว่าครั้งไหน

ย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ.2460 องุ่น มาลิก เกิดในครอบครัวของช่างไม้ช่างทำสวนในรัชกาลที่ 6 นามว่า พระรุกขชาติบริรักษ์ และ นางบู่ สุวรรณมาลิก ถึงแม้เป็นลูกผู้หญิง แต่ก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและส่งให้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ กระทั่งจบคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แต่ด้วยเป็นคนชอบเรียนรู้ ได้เข้ารับการอบรมหลายหลักสูตร ทั้ง “วิชาสังคมศาสตร์” สำหรับอาชีพครูที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, ภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพครู ที่ A.U.A (American Univesity Alummi Association), หลักสูตรสาขาบรรณารักษศาสตร์ เท่านั้นยังเรียนที่ครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นรุ่นแรกอีกด้วย

ความเป็นครูฉายแววมาตั้งแต่ยังสาว หลังจากได้ควักกระเป๋าซื้อที่ดินย่านถนนสุขุมวิทผืนหนึ่งแล้ว ก็ปรับจากผืนนาเป็นบ้านสวนให้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาได้มาพบปะเสวนาพูดคุย โดยเรียกขานกันว่า “สโมสรปรียา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ดรุณสาร” และ “สตรีสาร” สมัยนั้น จึงก่อเกิด “นักกลอน” และคนทำงานศิลปะมากมาย

ต่อมาได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านจิตวิทยาจากมหาลัยอิลลินอย์ ที่เออร์บานา ประเทศสหรัฐอเมริกา จนจบในปี 2508 มาสอนมหาวิทยาลัยศิลปากร และย้ายไปสอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ยังพัฒนาพื้นที่รอบบ้านเป็นแหล่งรวมคนหนุ่มสาวแห่งยุคสมัยด้วย โดยรู้จักกันในนาม “สวนอัญญา” ส่งเสริมนักศึกษาคนหนุ่มสาวทำกิจกรรม หนึ่งนั้นคือ คำรณ คุณดิลก กลุ่มพระจันทร์เสี้ยว ที่ออกค่ายนักศึกษาเป็นประจำ

ช่วง 2516-2519 ที่เหตุการณ์บ้านเมืองแหลมคม ครูองุ่นจึงถูกมองว่าเป็น “ซ้าย” ไปด้วย ยิ่งได้ไปสัมผัสเรื่องราวของ สหพันธุ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือ จึงมีผลต่อชีวิตครูองุ่นไม่น้อย จากที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูมีราคาแพงแต่ได้หันกลับมาเรียบง่ายด้วยเส้อผ้าม่อฮ่อมทำมือด้วยตัวเอง และเริ่มทำ “หุ่นมือ” ไปด้วย เพื่อให้นักศึกษานำไปเล่นละครกัน

หลัง 6 ตุลาคม 2519 ครูองุ่นถูกจับไปอยู่ “ศูนย์การุณยเทพ” เพื่อปรับทัศนคติ แต่ได้ระยะหนึ่งทหารก็ส่งกลับไปยังกรุงเทพฯ ครูองุ่นยังคงไม่ละทิ้งความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม บ้านในซอยทองหล่อกลายเป็นศูนย์ของคนหนุ่มสาวอีกครั้ง

โดยเฉพาะภายหลังจากเหตุการณ์ “ป่าแตก” บรรดานักศึกษาและคนหนุ่มสาวหลายคนที่ออกจากป่า “คืนสู่เมือง” ได้เลือกมาพักพิงจิตใจอยู่ที่บ้านของครูองุ่นด้วย หนึ่งในนั้นคือ หงา คาราวาน ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต เมื่อแข็งแรงดีแล้วจึงก้าวเดินไปตามเส้นทางชีวิตต่อไป และทุกคนต่างรู้ดีว่า ประตูบ้านของครูองุ่นเปิดกว้างเสมอ

ด้วยการศึกษาพระพุทธศาสนาและเรียนจิตวิทยามา แม่ครูองุ่นจึงมีคำสอนและข้อคิดให้กับบรรดาคนหนุ่มสาวเสมอ อาทิเช่น

“ความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ยืนตระหง่านสู้ความจริง มีค่าล้ำกว่าการยอมจำนน” หรือ

“ถ้าบุคคลดำรงชีวิตจริงได้คล้องจองกับภาพพจน์ที่สร้างไว้ให้ตัวเอง ก็เรียกว่าไม่ได้สวมหน้ากากย่อมมีจิตใจอิสระประพฤติปฏิบัติตรงไปตรงมา ตรงกันข้าม ถ้าหากเนื้อหาชีวิตเป็นอย่างหนึ่ง และสวมหน้ากากไว้อีกอย่างหนึ่งเพื่อจะได้มีหน้ามีตาในสังคม ความขัดแย้งย่อมตามมา ซึ่งเป็นตัวบั่นทอนบุคลิกภาพ เขาจะมีฉายาว่า ‘หน้าไหว้หลังหลอก’ ” และอีกมากมายที่กลายเป็นธรรมนำชีวิตในเวลาต่อมาให้กับคนหนุ่มสาว

หัวใจครูองุ่นยิ่งใหญ่ ในวันที่ทราบข่าว ปรีดี พนมยงค์ เสียชีวิตเมื่อ 2 พฤษภาคม 2526 ครูองุ่นในวัย 66 มิรอช้า ได้สืบสานเจตนารมณ์ทางด้านการสร้างสังคมไทยของ อาจารย์ปรีดี ด้วยการมอบที่ดินเพื่อจัดตั้ง “สถาบันปรีดีพนมยงค์” กระทั่งมีการวางศิลาฤกษ์เมื่อ 10 ธันวาคม 2531 ตอนที่ที่ครูองุ่นอายุได้ 71 ปี

แต่ก่อนที่การก่อสร้าง “สถาบันปรีดีพนมยงค์” จะสำเร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2538 แม่ครูองุ่นได้จากไปเสียแล้วก่อนหน้านั้น 5 ปี ฝากไว้เพียงมรดกและอุดมการณ์เล่าขานให้กับชนรุ่นหลังที่เสียสละให้กับสังคมตลอดชีวิตของท่าน “สถาบันปรีดีพนมยงค์” กลายเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมการคิด-การเขียนต่างๆ อันสร้างประโยชน์แก่สังคมทุกกลุ่ม

อีกผลงานที่โดดเด่นคือการส่งเสริมเด็กเยาวชน ด้วยการทำหุ่นมือ โดยเป็นบุคคลแรกๆ ที่ทำหุ่นมือขึ้น โดย ประดิษฐ์จากเศษผ้าและวัสดุเหลือใช้ ยัดด้วยนุ่น เป็นรูปตุ๊กตาละครต่างๆ เพื่อนำไปแสดงให้ความรู้ ความบันเทิง และแจกเด็กๆ โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

รวมทั้งคนหนุ่มคนสาวผู้สนใจที่จะทำงานเพื่อเด็กด้วย ก่อเกิดเป็น “คณะละครยายหุ่น” ในปี 2544 เพื่อสืบทอดงานสร้างสรรค์ละครหุ่นมือเรื่อยมา ไม่เพียงสร้างความสนุกและปลุกจินตนาการเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นเครื่องมือและสื่อเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนมาแล้วหลากหลายรุ่นจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

Leave a comment