วอนลุงตู่.. ฟัง “รังสิมา” สักครั้ง ช่วยพยาบาลเถิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/276892

วอนลุงตู่.. ฟัง “รังสิมา” สักครั้ง ช่วยพยาบาลเถิด

คนในข่าว  :  14 พ.ค. 2560
ท่านประธาน, รังสิมา, สักครั้ง, ช่วย, พยาบาล, เถิด, วอนลุงตู่, ช่วยพยาบาลเถิด, รังสิมา รอดรัศมี, ท่านประธานไม่แข็ง, ฟังรังสิมาอีกสักครั้งนะคะ, สถานีอนามัย, รองนายกรัฐมนตรี, สตรอง, นายกฯ ตู่

จากกรณีพยาบาลขู่ลาออกทั้งประเทศ ทำให้ชื่อของ “รังสิมา รอดรัศมี” กลับมาอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน…

          และเมื่อเอ่ยชื่อนี้ นามนี้ครั้งใด มักนึกถึงนักการเมืองหญิงจากลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้เป็นดาวเด่นสภาฝีปากกล้าคนหนึ่งที่ไม่เกรงกลัวใคร เจ้าของถ้อยวลี “ท่านประธานไม่แข็ง” ที่เคยปะทะคารมกับนักการเมืองรุ่นใหญ่ประจำสภามาแล้วหลายคน

         ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับประโยคที่นายกตู่ฯ ต้องอึ้ง

         “ฟังรังสิมาอีกสักครั้งนะคะ”

          “ท่านนายกฯ ต้องให้ขวัญกำลังใจและให้ความสำคัญกับพยาบาลให้มากกว่าที่ท่านกำลังคิด ไม่อย่างงั้น ผลิตเท่าไหร่ก็สมองไหลไปอยู่เอกชน หรือไม่ก็ไปทำอาชีพอื่นหมดผลกระทบก็จะเกิดกับคนไข้และพี่น้องประชาชน ได้โปรดทบทวนการบรรจุให้กับพยาบาลที่ยังไม่ได้บรรจุเถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่มีพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลของรัฐเชื่อรังสิมาสักครั้งนะคะ”

          นี่คือ ข้อความที่อดีตพยาบาลโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัว

         สำหรับ “รังสิมา รอดรัศมี” หรือ เจ๊โอ๋ เป็น อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม 4 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนางพยาบาลโรงพยาบาลอัมพวา เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 ด้วยวัย 34 ปี เนื่องจากรับไม่ได้กับการทุจริตในแวดวงสาธารณสุขผ่านการสัมภาษณ์จาก ชวน หลีกภัย โดยตรง ด้วยคำตอบที่ว่า

         “…ลูกปืนหนูยังไม่กลัวเลย นับประสาอะไรจะมากลัวเรื่องชู้สาว…” หลังจากที่ ชวน หลีกภัย ถามว่า “ถ้าถูกโจมตีเรื่องชู้สาวจะทนได้หรือไม่? โดยมี อลงกรณ์ พลบุตร ช่วยดูแลเป็นพี่เลี้ยงมาตลอด แต่พอลงสนามจริง ก็แพ้ไปทั้งสองครั้ง กระทั่งปี 2544 จึงได้เป็นส.ส.สมัยแรก จากนั้นประกาศความเป็น “เด็กนายชวน” มาตลอด หนักแน่นไม่เปลี่ยนใจย้ายพรรค

          จากคำตอบของเธอที่ให้กับ ชวน หลีกภัย ไม่ผิดจากความจริงนัก โดยเธอยอมรับว่าไม่ง่าย ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง ฝ่าดงกระสุน รวมถึงอุบัติเหตุเนื่องจากต้องไปร่วมงานชาวบ้านในพื้นที่ จนครั้งหนึ่ง ประธานงานเผาศพ เกือบเป็นศพเสียเอง เมื่อต้องซิ่งรถจากกรุงเทพฯ หลังประชุมพรรคเสร็จเพื่อกลับให้ทันงานในพื้นที่จนรถพลิกคว่ำ แต่ก็ไม่เคยหยุดโดยเคยทำสถิติไปร่วมงานศพสูงสุดมากถึง 33 ราย ภายในวันเดียว

          ส่วนในด้านความอดทนนั้น มาจากวิชาชีพ “พยาบาล” ล้วน เพราะก่อนหน้ามาเป็นสส.ต้องนั่งรถลงเรือเข้าไปดูแลชาวบ้านตามสวนอยู่แล้ว หลังจากเรียนจบจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขต หาดใหญ่ (มอ.) แล้ว ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดีอยู่ 3 ปี (2523-2526) ก่อนบรรจุเป็น “ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลอัมพวา” ในปี 2528 และ กรรมการสภาพยาบาล ปี 2537-2541

         กว่า 20 ปี ในชุดขาวนอกจากความอดทนและใกล้ชิดกับชาวบ้านเป็นทุนเดิมแล้ว ยังได้เห็นกรณีการทุจริตในท้องถิ่น จนไม่อาจทนได้ เพื่อนเห็นแววความกล้าและสนใจการเมืองจึงชักชวน และพาไปพบ ชวน หลีกภัย ถึงเมืองตรัง ก่อนแจ้งเกิดในการอภิปรายกรณีทุจริตงบน้ำท่วมปี 2554 รายนี้

           ถึงแม้ถูกแซวว่า “พูดเหน่อ” ก็ไม่เสียความมั่นใจ“คนพูดไม่เหน่อ แต่คนฟังต่างหากที่เหน่อ” เธอว่า

          “รังสิมา” เป็นพยาบาลวิชาชีพตัวจริง เริ่มต้นมาจากสอบชิงทุนผู้ช่วยพยาบาลรามาธิบดีมาตั้งแต่อายุ 17 ปี และรับรู้ความลำบากของนางฟ้าในชุดขาวเป็นอย่างดี อย่าง โรงพยาบาลอัมพวา ก็พัฒนากันมาตั้งแต่สมัยเป็น “สถานีอนามัย” ที่ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้วิทยุสื่อสารและปั่นไฟใช้เอง ส่วนพยาบาลเองไม่ใช่อยู่เฝ้าสถานีอนามัยอย่างเดียว ต้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้านตลอด

          ส่วนเส้นทาง ส.ส.ฝีปากกล้า ฉายแววมาตั้งแต่แรก และเป็นคู่ปรับ ประธานสภาฯ ทุกครั้งที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น อุทัย พิมพ์ใจชน, โภคิน พลกุล, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ชัย ชิดชอบ มาจนถึง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ล้วนเจอรังสิมาทั้งสิ้น

         รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมัยเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” ก็เจอรังสิมาเช่นเดียวกัน โดยถูกเธอยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบจริยธรรม มาแล้ว กรณีคุกคามทางเพศที่ชี้หน้า ตะคอกใส่ในสภาผู้แทนราษฎรและบานปลายถึงเรื่องเมากลางสภา

         ในเรื่องความแกร่งนั้น รังสิมา “สตรอง” ไม่แพ้ใคร เมื่อครั้งที่อภิปรายกรณีการปล่อยให้มีการทุจริตงบประมาณช่วยเหลือน้ำท่วมของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีส.ส.พรรคเพื่อไทยประท้วงและบอกว่า “ถ้าผมฝันว่า ได้นอนกับคุณรังสิมาบ้างจะว่าอย่างไร” จนทำให้เกิดการประท้วงกันวุ่นวาย แต่เธอก็ผ่านมาได้แถมยังมีแนวร่วมจากสตรีหลายกลุ่ม

         ในยุคนกหวีดดังทั้งแผ่นดิน รังสิมา ก็ขึ้นเวที กปปส. ตั้งแต่สามเสนเรื่อยมา กระทั่งยุค “ปิดเทอมใหญ่” ของนักการเมือง เธอก็ยังคงแสดงความคิดความเห็นมาตลอด โดยผ่านเฟซบุ๊คเป็นหลัก กระทั่งล่าสุดหลังผ่าตัดจากอุบัติเหตุใหญ่ไม่นาน ก็ยังคงเกาะติดประเด็นต่อเนื่อง

         แรงดีไม่มีตกเช่นนี้ “นายกฯ ตู่” จะไม่ฟังบ้างเชียวหรือ!!

Leave a comment