ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/people/276872
สัมพันธ์รัก “แม่ซู” กับ “ไท ซี โท”
สัมพันธ์รัก “แม่ซู” กับ “ไท ซี โท” : คอลัมน์ สีสันอาเซียน
โปรแกรมทัวร์ยุโรปรอบนี้ของ “อองซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาร์ เป็นรายการ “สร้างภาพลักษณ์” ให้เมียนมาร์ในยุครัฐบาลพรรคเอ็นแอลดีทั้งสิ้น นับแต่เยือนเบลเยียม, อิตาลี, เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ที่กรุงวาติกัน และเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ที่พระราชวังบักกิงแฮม
เมื่อต้นปีนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีถ้อยแถลงวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญา ชาวโรฮิงญาถูกทรมาน และสังหารโดยง่ายเพียงเพราะต้องการมีชีวิตอยู่ตามวัฒนธรรม และความเชื่อในศาสนาอิสลาม
“ซูจี” รับรู้ถึงปฏิกิริยาด้านลบจากชาติในยุโรป กรณีการเผาหมู่บ้านและสังหารชาวโรฮิงญา ที่เมืองหม่องดอ รัฐยะไข่
เมื่อไม่นานมานี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะสืบสวนข้อกล่าวหาอาชญากรรมของกองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าที่มีต่อชาวโรฮิงญา
ปีที่แล้ว “ซูจี” ก็มาลอนดอน ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ โดยมีประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนเป็นวาระสำคัญ ส่วนปีนี้ “ซูจี” มาเยือนลอนดอนอีกได้รับรางวัลเสรีภาพพลเมืองแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งทางกรุงลอนดอนมอบให้ในฐานะที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาหลายปีโดยไม่ใช้ความรุนแรง
วันเดียวกันนอกห้องประชุมที่ซูจีรับรางวัลผู้ชุมนุมประท้วงราว 40 คน รวมตัวกันชูป้ายที่มีข้อความเขียนว่า “ปลดปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดในพม่า” และ “โปรดหยุดเผาหมู่บ้านโรฮิงญา”
ไม่เพียงชาวโรฮิงญา ยังมีชาวคะฉิ่นพลัดถิ่นมายกป้ายเรียกร้องให้ยุติสงครามในรัฐคะฉิ่น ซึ่งการสู้รบที่ดำเนินมายืดเยื้อยาวนาน ได้เข่นฆ่าพลเรือนไปจำนวนไม่น้อย
ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ “ซูจี” จะจัดการประชุมสันติภาพปางโหลง ศตวรรษที่ 21 อีกครั้ง โดยหวังที่จะเห็น “กองกำลังชาติพันธุ์” เข้าร่วมลงนามหยุดยิงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคะฉิ่น, กลุ่มโกก้าง, กลุ่มตะอาง และกลุ่มอาระกัน ที่ไม่ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพ
สงครามที่ยืดเยื้อฉุดรั้งคะแนนนิยมในตัวเธอให้ลดลงไปทุกวัน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างพุทธชาตินิยมกับชาวมุสลิม ก็มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งในย่างกุ้ง
แต่ก่อนจะมีการประชุมปางโหลง ซูจีเตรียมเดินทางเยือนปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดโครงการสาธารณูปโภคเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 “1 แถบ 1 เส้นทาง” ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในกลางเดือนพฤษภาคมนี้
แต่การเดินทางไปราชการในต่างประเทศบ่อยครั้งก็เป็นเรื่องทุกข์ใจของ “แม่ซู” เพราะเธอมีลูกรักรออยู่ที่บ้าน
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมาร์ ได้เปิดเผยชีวิตมุมอ่อนโยนของซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาร์ ซึ่งมีสุนัขวัย 7 ปีเป็นขวัญใจประจำบ้าน“อิรวดี” อ้างถึงวารสาร “ดี-เวฟ” ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่มีข้อเขียนของซูจี เกี่ยวกับสุนัขแสนรู้ เมื่อปีที่แล้วว่า สิ่งที่รบกวนจิตใจเธอเมื่อต้องเดินทางเป็นประจำคือ การต้องทิ้ง “ไท ชี โท” สุนัขตัวโปรดของเธอไว้ที่บ้าน เพราะสุนัขตัวนี้เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง และเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ลูกมีต่อแม่
“ไท ชี โท จะกอดขาของดิฉันเมื่อคิดว่าจะถูกทิ้งไว้ที่บ้าน และเมื่อเข้านอนตอนกลางคืน เขาก็จะมานอนเอาตัวพิงขาดิฉันตลอด เหมือนกับเขาคิดว่าขาคู่นี้เป็นสิ่งเดียวที่พรากดิฉันไปจากเขา เขาจึงไม่ยอมคลาดสายตาจากขาดิฉันเลย” ซูจีเล่าถึงความผูกพันระหว่างเธอกับสุนัขคู่ใจในวารสารดี-เวฟ
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 คิม อาริส บุตรชายคนเล็กของซูจี เดินทางไปเยี่ยมเธอในนครย่างกุ้ง หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาร์อนุมัติวีซ่าเข้าประเทศให้เขา และถือเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเขาในรอบกว่า 10 ปี โดยคิมซื้อเจ้าไท ชี โท ที่อายุเพียง 2-3 เดือนในเวลานั้นมาจากร้านขายสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งในตลาดมิงกะลาบาในนครย่างกุ้ง และนำไปให้ซูจีเลี้ยงตั้งแต่นั้นมา
บรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ไปพบซูจี หลังได้รับการปล่อยตัวจากรัฐบาลทหารเมื่อปี 2553 ต่างเผยแพร่ชุดภาพถ่ายของซูจีและสัตว์เลี้ยงใหม่ของเธอ ซึ่งชุดภาพถ่ายเหล่านี้ถูกแชร์ไปทั่วสังคมออนไลน์ทำให้ไท ชี โท มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมียนมาร์
ในช่วงเทศกาลตะจาน (สงกรานต์) ประจำปีนี้ของเมียนมาร์ ซูจีได้สร้างซุ้มเล่นน้ำใกล้บ้านพักของเธอในกรุงเนปิดอว์ พร้อมกับตั้งชื่อซุ้มดังกล่าวตามชื่อสุนั6ขคู่ใจของเธอ และเลือกฉลองเทศกาลวันหยุดที่นั่นด้วย ซึ่งหลังจากภาพซุ้มเล่นน้ำแห่งนี้ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ ชื่อไท ชี โท ก็กลายเป็นกระแสอีกครั้ง
ไท ชี โท เป็นสุนัขพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ซึ่งชอบกินอาหารวันละ 2 มื้อที่ประกอบด้วยข้าว เนื้อ และผัดกะหล่ำสับ นางซูจีเคยบอกว่าเธอจะไม่ตีหรือดุสุนัขของเธอและจะพามันไปกับเธอทุกที่เท่าที่จะทำได้ แต่หากพาไปไม่ได้จริงๆ เธอก็จะจูบลาเจ้าไท ชี โท ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
มีรายงานว่า ซูจีไม่ชอบให้ใครเรียกไท ชี โท ว่า “สุนัข” และยังสั่งลบคำนี้จากป้ายเตือน “ระวังสุนัขกัด” ที่หน้าบ้านพักของเธอ ก่อนเปลี่ยนเป็นป้ายรูปของไท ชี โทแทน
อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ว่าความหมายที่แท้จริงของชื่อสุนัขตัวนี้คืออะไร?
