ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/people/286202
คนนี้ที่ใช่! ลูกศิษย์คอนเฟิร์ม “พล.อ.บุญสร้าง”
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด วันนี้มานั่งประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ คงชัดเจนว่าใครเป็นใครในยุคนี้ เรื่องสีนั้นสำคัญแบบนี้เอง!!!
กฎการจับคู่สี มีว่า อย่าเอาสีคู่ปฏิปักษ์ หรือสีที่มีค่าความเข้มของสีตัดกันอย่างรุนแรงมาใช้ร่วมกัน แต่กฎทางการปกครอง ที่คนสีเขียวจะเข้ามาดูแลสีกากี ไม่ใช่เรื่องแปลก
อย่างล่าสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับการแต่งตั้งโดย ครม. ให้เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ก็ชัดเจนว่าใครเป็นใครในยุคนี้ เรื่องสีนั้นสำคัญไฉน
และเมื่อมีคำถามจากสื่อไปยังเจ้าตัว ยังตอบในท่วงทำนองว่า “การปฏิรูปส่วนใหญ่เขาก็ไม่เอาคนในมาปฏิรูปหรอก ถ้าเอาตำรวจมาปฏิรูปตำรวจจะเป็นอย่างไร”
“รับรองไม่มีเกรงใจใครแน่นอน เพราะได้รับมอบหมายมาแล้ว ก็ต้องทำให้ได้”
แน่นอนว่า ปัจจุบัน พล.อ.บุญสร้างสวมหมวกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมการและที่ปรึกษาในคณะกรรมการเพื่อเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ป.ย.ป. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน
แต่ในส่วนของดูโปรไฟล์ก่อนหน้านี้ ต้องขอไฮไลท์เผื่อไปถึงคนอ่านข่าวจากจอในยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ที่น่าจะยังไม่เคยสัมผัสตัวตนคนคนนี้
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นชายราศีมังกร เกิด 15 มกราคม 2491 ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เรียกว่าเป็นเด็กท้องทุ่ง เป็นชาวนาตัวจริงเสียงจริง
พล.อ.บุญสร้าง และพี่น้อง เรียนเก่งทั้งบ้าน โดยพี่ชายของเขาเป็นถึงหมอ ขณะที่ตัวเขาเองสอบได้ที่ 1 จนเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งที่ก็เรียนเก่งไม่ต่างกัน รู้กันดีทั้งโรงเรียนสองพี่น้องวิทยา
พล.อ.บุญสร้าง เริ่มเส้นทางชีวิตทหารที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข และ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล
จะว่าไปก็รุ่นที่ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจเตรียมทหารรุ่น 10 อย่างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2549 นั่นแหละ!
ต่อมา พล.อ.บุญสร้าง มาจบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 โดยสอบแข่งขันชนะ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ไปศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนนายร้อยเวสปอยท์ สหรัฐอเมริกา จนได้รับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ และนับได้ว่าเป็นนายทหารในกองทัพบกไทยเพียงไม่กี่คนในระดับสูง ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเวสปอยต์
อย่างไรก็ดี ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่เวสปอยท์ พล.อ.บุญสร้างยังได้ศึกษาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่ Norwich University สหรัฐอเมริกา อีกด้วย จนเมื่อจบจากเวสปอยท์แล้ว ก็เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ที่สถาบัน MIT สหรัฐอเมริกา ได้รับปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ขณะที่ยังเป็นนักเรียนเสนาธิการรุ่นที่ 60 เป็นนักเรียน วปอ.รุ่นที่ 36 อีกด้วย
เมื่อกลับจากสหรัฐอเมริกาก็เป็นอาจารย์ประจำกองวิศวกรรมเครื่องกล โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในปี 2516 และมีตำแหน่งต่างๆ เรื่อยมา ตั้งแต่เป็นนายทหารคนสนิท รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา ช่วงปี 2521, เป็นผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 31 รักษาพระองค์ ช่วงปี 2526, ฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ช่วงปี 2529, ฝ่ายเสนาธิการ ประจำรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ช่วงปี 2532
ต่อมายังเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทางยุทธศาสตร์ ช่วงปี 2534, รองเจ้ากรมยุทธการทหาร ช่วงปี 2539, ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศช่วยราชการ ฝสธ.ผบ.ทหารสูงสุด ช่วงปี 2539–2540, ผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ช่วงปี 2540–2542
จากนั้นเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ช่วงปี 2542–2544, เจ้ากรมยุทธการทหาร ช่วงปี 2544–2545, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ช่วงปี 2545–2546, เสนาธิการทหาร ช่วงปี 2546–2548
ทั้งนี้ บทบาทของ พล.อ.บุญสร้างช่วงนั้น นับว่ามีสีสัน โดยก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ขณะนั้น พล.อ.บุญสร้างดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
เมื่อรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า คปค.
แต่ฝ่ายพรรคไทยรักไทยได้ตั้ง “กองบัญชาการต่อต้านการปฏิวัติ” ที่นำโดย พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ และ พล.อ.บุญสร้าง นี่เอง ที่มีบทบาทในการเกลี้ยกล่อม พล.อ.เรืองโรจน์ ไม่ให้ตัดสินใจไปเผชิญหน้ากับคณะผู้ก่อการโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย
ภายหลังการรัฐประหารได้ไม่นาน พล.อ.บุญสร้างก็ยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” เป็นคนต่อไป และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิก คมช.อีกด้วย จนกระทั่งปี 2551 ก็เกษียณอายุราชการ
หลังเกษียณ พล.อ.บุญสร้างออกมาใช้ชีวิตพอเพียงกับภรรยาคุณหมอ คือ พ.อ.หญิง พญ.นุชา เนียมประดิษฐ์ บุตรสาวของ พ.อ.สมชาย อดีตผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพ.ต.หญิง วิภา หิรัญกิจ
สองคนใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบลูกชาวบ้านจากท้องนา เพราะทั้งคู่มีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน ชอบใช้ชีวิตสมถะ เรียบง่าย และใกล้ชิดธรรมชาติ โดยไปซื้อที่ดินอยู่หน้าโรงเรียนเตรียมทหาร อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งสองตายายทำเป็นสวนเกษตรผสม คือ ขุดบ่อเก็บน้ำ เลี้ยงปลา ทำเกษตร ปลูกป่า
ขณะที่ในทางสังคม พล.อ.บุญสร้างยังก่อตั้ง มูลนิธิเพื่อนสันติภาพ ขึ้นมาอีกด้วย มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริม ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้มีการประสานงานระหว่างบุคคล และองค์กรด้านสันติภาพทั้งภายในและภายนอกประเทศ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ต่อมาช่วงปี 2557 พล.อ.บุญสร้างกลับมามีบทบาทเป็น สนช. กระทั่งมามีตำแหน่งล่าสุดในรั้วตำรวจ! การันตีคุณภาพโดยรุ่นน้องเตรียมทหารรุ่น 12 เป็นผู้จรดปากกาเซ็นเองกับมือ พร้อมบอกว่า
“ไว้ใจได้ ท่านเป็นอาจารย์ผม ผมเชื่อมั่นท่าน”
นั่นเพราะสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่ำเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่ช่วงปี 2514-2519 พล.อ.บุญสร้างก็กำลังเป็นอาจารย์อยู่กองวิศวกรรมเครื่องกล นั่นเอง
เรียกว่าคนกันเองที่รู้ถึงฝีไม้ลายมือ จะไม่ให้การันตีคุณภาพได้ยังไง