ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/people/293089
97 ปี ยังยืนยง “ป๋าเปรม” บ้านสี่เสา ตำนานคนบนแผ่นดิน
ไม่ว่าจะมีข่าวปล่อยว่ามีการวัดรอยเท้าจากคนรุ่นหลัง แตพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคอนเฟิร์มว่า “ป๋า” เป็นปูชนียบุคคลที่ให้ความเคารพ ก็น่าจะยืนยันความเก๋ารับวัย 97!!!
ก่อนและหลังวันตัดสินคดีจำนำข้าว 25 สิงหาคม ก็เป็นอีกสองวันที่สำคัญมากของการเมืองไทย
คือวันที่ 24 สิงหาคม จะเป็นวันที่ประตูบ้านสี่เสาฯ เปิดต้อนรับ ‘นายกฯ และ เหล่าทัพ’ เข้าร่วมอวยพรวันเกิด (ล่วงหน้า) แด่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เชื่อว่าวันนั้นสื่อและสังคมไทยจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ขณะที่วันที่ 26 สิงหาคม คือวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 16 คนนี้ ซึ่งแน่นอนย่อมเป็นวันที่ไม่มีใครลืมไปได้
ต้องนับว่าปีนี้อายุครบ 97 แล้ว สำหรับบุคคลที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของประเทศไทย ถ้าไม่นับฉายาที่เคยได้รับ ว่าเป็น “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” จากเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวายและกบฏ 9 กันยา
แต่ถ้าพูดถึงบทบาทฐานะ “นายกรัฐมนตรี” หลังจากนั้น ต้องนับว่ามีล้นเหลือ เพราะ คนบ่อยาง เมืองสงขลา คนนี้ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 3 สมัย ระหว่างปี 2523 ถึง 2531 และเป็นนายกฯ ตามคำเชิญของรัฐสภาที่ครองอำนาจยาวนานที่สุด
นั่นเพราะกฎหมายไทยในสมัยนั้นไม่ได้กำหนดให้รัฐสภาต้องเลือกนายกรัฐมนตรีจาก ส.ส.
ในห้วงยามที่อยูในอำนาจ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ที่คนไทยยุคสังคมออนไลน์อาจไม่เคยทราบมาก่อน !
โดยหลังจากที่บ้านเมืองผ่านช่วงวิกฤติการเมืองหลายอย่าง มาจนวันที่ 3 มีนาคม 2523 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น) ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้น ด้วยความที่เคยทำงานสู้ภัยคอมมิวนิสต์มาก่อน ป๋าเปรมจึงออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/23 ยุติสงครามกลางเมืองลงไปได้ นักศึกษาที่เข้าป่าก็ได้กลับบ้าน
ตลอดห้วงเวลานับแต่อดีตมาจนปัจจุบัน บทบาทของป๋าเปรมในการเมืองไทย ไม่สามารถแยกจากกันได้ จนหลายคนเรียกถึงขนาดว่าเป็น “เสาหลักการเมืองไทย”
ช่วงที่รัฐบาลเปรม 1 สิ้นสุดลงจากการยุบสภา วันที่ 19 มีนาคม 2526 เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบกับการเสนอให้ยืดอายุการใช้บทเฉพาะกาลของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
กฎหมายนี้เองที่หลายคนเรียกว่า “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” เพราะนายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นักวิชาการพูดตรงกันว่า เป็นการร่างบนพื้นฐานที่ต้องการสืบทอดอำนาจของทหาร เพราะบทเฉพาะกาลยังให้อำนาจวุฒิสภาเหนือกว่าสภาผู้แทนราษฎร
ที่สุดก็มีการเลือกตั้งในวันที่ 18 เมษายน 2526 ป๋าเปรมยังขึ้นเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 แต่เกิดความวุ่นวายจนต้องยุบสภาอีกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เนื่องจากรัฐบาลแพ้เสียงในสภา ในการออกพระราชกำหนดการขนส่งทางบก
จากนั้นป๋าเปรมคนเดิมก็ยังคงได้นั่งเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 3 แต่ก็ต้องสิ้นสุดลงภายหลังการยุบสภาในวันที่ 29 เมษายน 2531
เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ เกิดกลุ่ม 10 มกรา ลงมติไม่สนับสนุน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จึงถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
จนมาถึงการเลือกตั้งวันที่ 27 กรกฎาคม 2531 ได้เกิดกระแสการคัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 4 จากกลุ่มนักวิชาการ
แม้มีกระแสต้านป๋า แต่บรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลยังไปเชิญป๋าเปรมให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นสมัยที่ 4 แต่เจ้าตัวปฏิเสธ
กระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม 2531 จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศขณะนั้น) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 17
อย่างไรก็ดี พล.อ.เปรม หลังพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อ 3 สิงหาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี ตามมาด้วยการประกาศยกย่องเป็น “รัฐบุรุษ” เมื่อ 29 สิงหาคม 2531 กระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม 2541 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานองคมนตรี
และถึงแม้ว่า จะพ้นจากตำแหน่งนายกฯ แล้ว หรือแม้ด้วยบุคลิกเป็นคนพูดน้อย จนนักข่าวเคยให้ฉายาว่า “เตมีย์ใบ้” แต่ชื่อของป๋าเปรมไม่เคยห่างหายไปจากการเมืองไทย !
อย่างช่วง พฤษภา 2535 ป๋าเปรม ยังได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำ พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกฯ และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม แกนนำมวลชน เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อเจรจาปรับความเข้าใจ จนสามารถยุติความวุ่นวายได้
หรือหลังรัฐประหาร 2549 หลายคนก็พูดตรงกันว่า ป๋าเปรมอยู่เบื้องหลัง กระทั่งยังอาจมีบทบาทสำคัญในการเชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกด้วย
ถึงขนาดที่นักวิจารณ์กล่าวว่า สภาฯ ชุดนี้ เต็มไปด้วย “ลูกป๋า!!”
หลับตาตัดภาพมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่าเมืองไทยยังคงมีรัฐบาลที่มาจากทหาร คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ก็ยังมีเสียงจากป๋าเปรมออกมาการันตีอยู่บ่อยครั้งว่า “รัฐบาลเสียสละ มั่นใจทำประเทศไทยสงบ”
และไม่ว่าจะมีข่าวปล่อย ว่ามีการวัดรอยเท้าจากคนรุ่นหลังออกมาอย่างไร แต่ที่ผ่านมาในวันสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็มักเข้าไปกราบและไต่ถามสารทุกข์สุกดิบถึงบ้านสี่เสาฯ ไม่ได้ขาด
หรือภาพที่ ทั้งข้าราชการ เหล่าทัพ และบุคคลสำคัญต่างตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในโอกาสต่างๆ ทั้งวันปีใหม่ วันคล้ายวันเกิด วันสำคัญของทางเหล่าทัพ ฯลฯ ก็เป็นภาพชินตาของคนไทย
แถมทุกครั้งที่มีการปาฐกถาพิเศษของ พล.อ.เปรม ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี สื่อมวลชนก็มักจะให้ความสนใจเสมอ
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคอนเฟิร์มว่า “ป๋า” เป็นปูชนียบุคคลที่ตนเองให้ความเคารพ ก็น่าจะยืนยันอะไรได้เยอะอยู่