ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/people/300687
อส.คนสวยใจงาม จากเด็กเกเรสู่ “ผู้ให้”
ก่อนที่จะสมัครทำงานอาสา เธอบอกกับแม่ว่าเมื่อก่อนตนเองเคยเกเร ตอนนี้สำนึกได้แล้วอยากทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมบ้าง อย่างน้อยเกิดมาครั้งหนึ่งก็ได้ทดแทนคุณแผ่นดินไทย
คนในข่าววันนี้ยังมีภาพที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น โดยคราวนี้เป็นเรื่องราวของสาวใต้ใจงาม เมื่อโลกออนไลน์โพสต์เรื่องราวของ อส.หญิงคนสวย ที่เสียสละรองเท้าให้คุณยายท่านหนึ่งสวมใส่ และให้กระโปรงแก่เด็กหญิงคนหนึ่ง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเข้าถวายดอกไม้จันทน์ ทำตามความตั้งใจได้ในที่สุด
จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Buree Thammarak ได้โพสต์ภาพ อส.หญิง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กำลังก้มลงสวมรองเท้าให้คุณยาย และสวมใส่กระโปรงให้เด็กหญิงคนหนึ่ง ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดเทพวนาราม หรือวัดม่าหนิก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดตามจนทราบว่า อส.หญิง คนดังกล่าวคือ แสงมณี ชูช่วย อายุ 34 ปี อส.ถลาง ที่ 3 (ชุดนรสิงห์) ที่มาทำหน้าที่อาสา โดยการอำนวยการของ นายกองโทอดุลย์ ชูทอง ( นายอำเภอถลาง) นายสมพร อ่อนทองอิน ป.ฝ้ายความมั่นคง นายจิระเดช บุรารักษ์ ป.ฝ่ายป้องกัน และนายภูวัชร กิ่งทอง ผบ.ชุดนรสิงห์
ขณะที่ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานโรงแรมบันยันทรี รีสอร์ทแอนด์สปา ลากูน่า ภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
เธอเปิดเผยว่า วันนั้นเห็นคุณยายสวมรองเท้าแตะเดินทางมากับลูกสาว จึงเข้าไปสอบถามทราบว่า คุณยายไม่มีรองเท้าที่จะใส่เข้าไปถวายดอกไม้จันทน์ แต่ตั้งใจจะมาถวายดอกไม้จันทน์แด่ในหลวงเป็นครั้งสุดท้าย และขณะนี้ก็ไม่สบาย รวมทั้งมีเท้าบวมอีกด้วย
แสงมณี จึงวิ่งไปเอารองเท้าในรถมาให้ แต่ปรากฏว่ารองเท้ามีขนาดเล็กกว่าเท้าของคุณยาย ประกอบกับเท้าคุณยายบวมมาก แต่เมื่อเห็นความตั้งใจของคุณยายในวันนี้ ที่มาทำเพื่อในหลวงเป็นครั้งสุดท้าย จึงก้มลงแล้วสวมรองเท้าให้คุณยาย โดยพยายามที่จะสวมรองเท้าให้คุณยายใส่ให้ได้
เมื่อใส่รองเท้าให้คุณยายเสร็จแล้ว คุณยายก็สวมกอดและร้องไห้ หลังจากคุณยายถวายดอกไม้จันทน์เสร็จแล้ว คุณยายก็เอารองเท้ามาคืน และสวมกอดร้องไห้กับเธออีกครั้ง ซึ่งเธอก็ร้องไห้ไปกับคุณยาย ดีใจที่ได้ทำให้คุณยายได้ทำในสิ่งที่คุณยายตั้งใจ
ขณะที่ยังมีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมากับครอบครัว แต่วันนั้น น้องสวมกางเกงยางยืดรัดรูป(เลกกิ้ง) มา เธอจึงบอกกล่าวถึงระเบียบปฏิบัติ แล้วก็กลับไปที่รถยนต์อีกครั้ง เพื่อไปเอากระโปรงที่เตรียมมาสำหรับตนเองหลังงานเสร็จ แต่ก็ให้น้องผู้หญิงคนนั้นใส่เพื่อได้เข้าไปถวายดอกไม้จันทน์ก่อน
ทั้งหมดนี้ เธอทำเพื่อให้ทุกคนที่มา ได้เข้าไปถวายดอกไม้จันทน์ โดยไม่คาดคิดว่าจะมีคนถ่ายภาพแล้วนำเรื่องนี้ไปมีการแชร์ในโลกโซเชียลฯ
อย่างไรก็ดี ในความซาบซึ้งกินใจนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องราวชีวิตของอาสาสาวสวยคนนี้ แสงมณี หรือ “น้องเปิ้ล” ก็พบว่าเบื้องหลังชีวิตของเธอไม่ธรรมดา
น้องเปิ้ล เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526 บิดาเสียชีวิต ปัจจุบันอาศัยอยู่กับมารดา คือ นางฉลวย บัวขาว บ้านอยู่ อ.ถลาง (บ้านดอน) เป็นคนภูเก็ต มีพี่น้อง 5 คน โดยเธอเป็นคนที่ 4
ก่อนอื่นเธอเล่าว่า ชุดที่เธอสวมนั้น บางคนคิดว่าเธอเป็นทหาร แต่จริงๆ แล้วคือชุดของ อาสา หรือ อส. ที่ทำหน้าที่หน่วยงานเดียวกับทหาร สังกัดกรมการปกครอง
กองอาสารักษาดินแดน (อักษรย่อ: อส.) เป็นกำลังกึ่งทหาร เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ เป็นกำลังสำรองของฝ่ายทหารเมื่อมีการร้องขอทั้งในยามปกติและยามศึกสงคราม โดยการรับสมัครราษฎรที่สมัครใจเข้ามาเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.)
ทั้งนี้ น้องเปิ้ลอยู่กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 3 อ.ถลาง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ชป.นรสิงห์ โดยเพื่อนๆ เรียกเธอว่า “022”
“เพื่อนๆ ที่ทำงานเรียกว่า บลู เพื่อนๆ ที่กองร้อยเรียก 022 โดยการทำงานอาสานี้หนูไปสมัครเองและมีการฝึกด้วยค่ะ แต่หนูมีงานประจำคือ พนักงานโรงแรมของบันยันทรี รีสอร์ทแอนด์สปา”
แน่นอนในตำแหน่งผู้จัดการสปา ทำให้น้องเปิ้ลมีรายได้ระดับหนึ่ง แต่เธอไม่ได้ทำมาหาเลี้ยงแค่ตนเอง หากแต่ยังต้องดูแลแม่ ยาย และยังเป็นซิงเกิลมัม แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีบุตรชายอายุ 10 ปีแล้ว ที่สำคัญ ยังแบ่งเวลามาทำงานอาสาอีกด้วย ก็ถือเป็นงานหนักระดับหนึ่ง
สำหรับงานอาสา เธอสมัครเข้ามาทำงานนี้เมื่อ 6 เดือนก่อน โดยปกติปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าฉัตรไชย หรือด่านความมั่นคงภูเก็ต โดยใช้เวลาในวันหยุดแบ่งมาทำงานที่ อส. และมีบ้างที่เธอต้องเข้าเวรด่านตอนกลางคืน หลังเลิกงาน
“งานอาสานี้ หนูไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ แต่ก็ทำด้วยใจและเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติค่ะ
อดถามไม่ได้ว่า การทำงานอาสาของเธอมีความหมายต่อชีวิตเธออย่างไร เธอเล่าว่า
ก่อนที่จะสมัครทำงานอาสา เธอบอกกับแม่ว่าเมื่อก่อนตนเองเคยเกเร ตอนนี้สำนึกได้แล้วอยากทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมบ้าง อย่างน้อยเกิดมาครั้งหนึ่งก็ได้ทดแทนคุณแผ่นดินไทย
“หนูเคยหนีออกจากบ้าน หนูเรียนหนังสือไม่จบ หนูเคยลองสิ่งไม่ดีมาเยอะ หนูทำให้แม่เสียใจ แต่พอหนูเริ่มคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง หนูก็ตั้งใจที่จะมอบทุกอย่างที่หนูสามารถทำให้แม่ได้ หนูให้เงินเดือนแม่ทุกเดือน ซื้อของใช้ให้ยาย ทุกอย่างเลยค่ะ”
“เพื่อ 1 ชีวิตที่ให้กำเนิดเรามา เพื่อ 1 ชีวิตที่เลี้ยงดูเรามา และเพื่อ 1 ชีวิตที่เราให้กำเนิดเขามา มันไม่ใช่ภาระค่ะ แต่มันคือหน้าที่ที่หนูต้องทำ”
เชื่อว่าไม่เพียงแต่คนในครอบครัว คนไทยที่ได้อ่านเรื่องราวของน้องเปิ้ล จะพลอยภาคภูมิใจไปกับเธอด้วย
////////////////
ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Buree Thammarak
และเฟซบุ๊ก ดลพัทร ชูช่วย