ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 04 พ.ย. 2560 เวลา 07:31 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/523460

แซดทีอีหวังเป็นผู้นำในตลาด 5จี จับมือคู่ค้าเสริมบริการลงตลาด มองไทยคลื่นไม่ตรงจุดและน้อยไป เร่งปรับผลิตภัณฑ์รองรับ
นายจื้อหมิง หาน ประธานกรรมการ บริษัท แซดทีอี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีของประชาชน ทำให้บริษัทเร่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ 5จี เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ไอโอที แอพพลิเคชั่นและการทำงานต่างๆ ด้วยดิจิทัลแก่คู่ค้า
ทั้งนี้ บริษัทมีความร่วมมือด้าน 3จี และ 4จี กับเอไอเอส ทีโอทีและทรู พร้อมทั้งกำลังจะเปิดตัวบริการใหม่ร่วมกับเอไอเอสในการใช้งาน 5จี ซึ่งแซดทีอีไม่ได้มีต้นทุนในการดำเนินงาน เพราะโอเปอเรเตอร์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าเครือข่ายสามารถใช้บริการต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ เรื่องของคลื่นความถี่ที่เหมาะสมนั้น ต้องยอมรับว่าแต่ละประเทศจะมีการเลือกใช้คลื่นที่แตกต่างกัน เช่น ในบางประเทศจะเลือกใช้คลื่นความถี่สูงในการให้บริการ บางประเทศเลือกคลื่นระดับกลาง ส่วนในไทยนั้นทางคู่ค้าเลือกใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ในการพัฒนาบริการ
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าคลื่นที่ใช้งานนี้เหมาะสมหรือไม่ แต่บริษัทต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้คลื่น 800-900 เมกะเฮิรตซ์ เพราะเป็นคลื่นที่มีโอเปอ เรเตอร์บางรายมีอยู่ในมือ และจะใช้พัฒนาบริการ 5จี ในอนาคต ซึ่งสิ่งแรกที่ไทยควรมีคือ มีจำนวนคลื่นในมือมากพอจะรองรับการใช้งานของผู้บริโภค
นายจื้อหมิง กล่าวว่า บริษัทได้นำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโซลูชั่นสำหรับ 5จี มานำเสนอแก่ภาคธุรกิจ ในรูปแบบของ สมอลล์เซลล์ที่รองรับ Massive MIMO หรือการรับส่งคลื่นหลายชุดพร้อมๆ กันให้กับทางเอไอเอส ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงทดลอง คาดว่าปีหน้าจะเปิดให้บริการได้อย่างเป็นทางการ
ด้านความต้องการใช้งาน 5จี ที่หลากหลายนั้น สิ่งสำคัญที่โอเปอเรเตอร์ควรมีเป็นอันดับแรกคือ แบนด์วิดท์ที่มีขนาดใหญ่มาก เลเทนซี่ที่ต่ำมาก และเน็ตเวิร์กที่แยกออกจากบริการอื่นๆ เพราะการรับส่งข้อมูลทั่วไปของเครือข่ายกับอุปกรณ์ไอโอทีนั้น จำเป็นต้องแยกคลื่นกัน เพื่อลดปัญหาในการรับส่งข้อมูลและป้องกันการสั่งงานผิดพลาด
สำหรับปี 2563 ที่คาดจะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกันได้ 3,000 ล้านชิ้นนั้น ทำให้การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งานเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งโลกเวอร์ชวลและจริงจะเชื่อมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ในการเชื่อมโยงดังกล่าวจะมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ สภาพแวดล้อมในเมืองที่พร้อม การลงทุนของภาคอุตสาหกรรม และการใช้งานของบุคคล โดยไอโอทีมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยเหล่านี้เกือบพร้อมแล้ว เหลือแค่วางรากฐานและนำมาใช้งานจริง” นายจื้อหมิง กล่าว
ภาพประกอบข่าว