ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 25 ธ.ค. 2560 เวลา 09:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/532181

กระทรวงดิจิทัลฯเผยติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครบ 24,000 หมู่บ้านเป็นของขวัญปีใหม่
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะลงพื้นที่บ้านหัวแท หมู่ที่ 8ตำบลบ้านกร่าง จ.พิษณุโลก เพื่อเปิดโครงการเน็ตประชารัฐ ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่จ.พิษณุโลกและจ.สุโขทัย ระหว่างวันที่ 24-26 ธ.ค. 2560
รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการที่เท่าเทียม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ได้มอบหมายให้ บมจ.ทีโอที ให้ติดตั้งขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วไปยังหมู่บ้านทั่วประเทศที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครบตามเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งครบทั่วประเทศทั้งแล้ว 24,700 หมู่บ้าน
แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13,468 หมู่บ้าน ภาคเหนือ 4,416 หมู่บ้าน ภาคใต้ 3,097 หมู่บ้าน ภาคกลาง 2,084 หมู่บ้าน ภาคตะวันออก 1,554 หมู่บ้าน และกรุงเทพฯ และปริมณฑล 81 หมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลฯ มอบให้กับประชาชน
นายพิเชฐ กล่าวว่า การที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจในชุมชน กระทรวงฯ จึงมีโครงการอบรมพัฒนาวิทยากรที่แกนนำชุมชนในการที่จเผยแพร่ความรู้ นำไปพัฒนาขยายเครือข่ายสู่ผู้นำชุมชนในท้องถิ่นจำนวน 100,000 คน และเชื่อมโยงขยายความรู้ไปสู่ประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐประมาณ 750,000 -1,000,000 คน ภายในระยะเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ เบื้องต้นกระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดอบรมพัฒนาวิทยากรแกนนำไปแล้วจำนวน 1,000 คน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และประชาชนในพื้นที่ และมีการการนำสินค้าโอทอป สินค้าในท้องถิ่นค้าขายสินค้าออนไลน์ (e-commerce)
นอกจากนี้ โครงการที่กระทรวงฯ ยังคงดำเนินการต่อต่อเนื่องนั้น คือการต่อยอดขยายโครงข่ายเน็ตประชารัฐไปยังโรงเรียน โรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้เกิดบริการออนไลน์ ด้านการศึกษา และสาธารณสุข ผ่านโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ซึ่งการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจะเสริมสร้างชุมชนทั่วประเทศให้มีการพัฒนาเพิ่มศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ทั้งภาคการผลิต ทั้งภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมให้เกิดแหล่งความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนแหล่งเงินทุน เพื่อให้สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าออกสู่ตลาดระดับโลก และตลาด