ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 03 เม.ย. 2561 เวลา 05:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/546511

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
บริษัท ไซแมนเทค (Nasdaq : SYMC) จัดทำรายงานภัยคุกคามประจำปีฉบับที่ 23 (Internet Security Threat Report หรือ ISTR) พบอาชญากรไซเบอร์ใช้วิธีการโจมตีเมื่อปี 2560 มีด้วยการ 5 เทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้น จากการได้รับจากเครือข่ายข้อมูลไซเบอร์ภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 157 ประเทศในทุกทวีป สำหรับไทยมีแนวโน้มการโจมตีเพิ่มขึ้น
เชรีฟ เอล-นาบาวี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมระบบประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท ไซแมนเทค เปิดเผยว่า การโจมตีมีด้วยกัน 5 เทรนด์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 และคาดว่าจะมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2561 คือ 1.การโจมตีแบบใช้ทรัพยากรคนอื่นมาใช้ในการขุดหาเหรียญดิจิทัล โดยจะลักลอบใช้งานทรัพยากรระบบในการขุดเหรียญดิจิทัล เป้าหมายโจมตีขยายไปทุก พื้นที่ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์บ้าน ศูนย์ ข้อมูลขนาดยักษ์ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 8,500% ในช่วงระหว่างปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ปัจจัยมาจากการเพิ่มมูลค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล เมื่อเดือน ธ.ค. สูงถึง 1.7 ล้านบาท ทำให้อาชญากรพยายามสร้างรายได้จาก การโจมตีทั้งบนเครื่องทั่วไป ระบบ คลาวด์ของผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป จนถึง ระดับองค์กรขนาดใหญ่ นอกจากนี้ อุปกรณ์ไอโอทีก็เป็นเป้าหมายหลักในการโจมตี พบว่ามีเพิ่มขึ้นกว่า 600% ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ แอปเปิ้ลแมค ยังพบว่ามีการโจมตีเพิ่มขึ้นกว่า 80%
ขณะที่เทรนด์ที่ 2 การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย ส่วนใหญ่ใช้เพียงวิธีเดียวในการแพร่เชื้อเข้าสู่ระบบ เป้าหมาย ซึ่งการโจมตีจากกลุ่มทีมงานมืออาชีพแบบเจาะจงเป้าหมายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีมากกว่า 140 กลุ่มแล้วในตอนนี้ และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในส่วนของเทรนด์ที่ 3 เกิดขึ้นวงการอุตสาหกรรมซึ่งการโจมตีมุ่งเน้นฝังตัวในระบบของบริษัทผู้ผลิตโปรแกรม ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเป้าหมายที่ต้องการโจมตี เพิ่มขึ้น 2 เท่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับมีการโจมตีอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกๆ เดือน เปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ที่มีการโจมตีเพียง 4 ครั้งตลอดทั้งปี เช่น โจมตีที่เป็นข่าวโด่งดังของไวรัส Petya
เทรนด์ที่ 4 ไวรัสบนอุปกรณ์มือถือ มีสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น 54% เนื่องจากมีผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการเก่าอยู่เป็นจำนวนมาก ปัญหาต่างๆ ก็ยิ่งเลวร้ายลง ตัวอย่างเช่นบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มีผู้ใช้งานเวอร์ชั่นหลักล่าสุดเพียง 20% และมีเพียง 2.3% ที่มีการอัพเดทแพตช์ความปลอดภัย เทรนด์ที่ 5 กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ มองไวรัสเรียกค่าไถ่เป็นสินค้าทำเงินระยะยาว ค่าเฉลี่ยของค่าไถ่ได้ลดลง อยู่ที่ระดับ 522 ดอลลาร์สหรัฐ อาชญากรมองไวรัสเรียกค่าไถ่เป็นสินค้าที่สามารถเป็นแหล่งทำเงินได้ในระยะยาว
สำหรับปีนี้คาดว่าเทรนด์โจมตีจะใช้ไอโอทีควบคุมแปลงเข้าไปปลอมฝังตัวอยู่ มัลแวร์รูปแบบไอโอทีและอุปกรณ์ไอโอทีต่างๆ เพราะไอโอทีเป็นอุปกรณ์ที่ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงแนวโน้มใช้แมชีนเลิร์นนิ่งสำหรับการโจมตี และคริปโตเคอเรนซีจะถูกโจมตีเพิ่มขึ้น องค์กรต้องวางระบบภัยคุกคามอัจฉริยะ ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปต้องหมั่น