ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/it/549635
- วันที่ 30 เม.ย. 2561 เวลา 15:30 น.

กระแสการรักสุขภาพส่งผลให้เกิดเทรนด์ของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
*******************************
โดย…ภูวดล โกมลรัตนเสถียร
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งกระแสดังกล่าวยังส่งผลดีต่ออุปกรณ์กีฬารวมถึงอุปกรณ์นาฬิกาเพื่อสุขภาพและติดตามการออกกำลังกายและสมาร์ทวอตช์ หรือนาฬิกาอัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบมาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป
หลุยส์ ลายย์ ผู้จัดการประจำประเทศในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตภัณฑ์ฟิตบิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันฟิตบิตเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ โดยมียอดจำหน่ายอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ (Fitness Tracking) ไปได้แล้วกว่า 76 ล้านชิ้น ใน 78 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจำนวนนี้มีผู้ใช้งานประจำกว่า 25.4 ล้านราย มีผู้ใช้ฟีดข้อมูลประมาณ 20 ล้านราย
สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ 38 ในการวางจำหน่าย โดยในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาตลาดในไทยมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 25% ซึ่งส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะนิยมเลือกซื้ออุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพในการติดตามการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ตลาดอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามสุขภาพกับตลาดสมาร์ทวอตช์ของฟิตบิต พบว่าผู้บริโภคมีการเติบโตต่อเนื่องทั้งสองตลาด ส่วนหนึ่งเลือกซื้อเพื่อติดตามดูแลการออกกำลังกายและส่วนหนึ่งเลือกซื้อเพราะให้ความสนใจเรื่องของเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ
ขณะที่การแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรงนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยกระตุ้นให้บริษัทตื่นตัวและมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะรูปแบบของผลิตภัณฑ์สมาร์ทวอตช์ ซึ่งจะยังคงมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมการออกกำลังกาย โดยในปีนี้จะมีทั้งฟิตเนสแทรกกิ้งและสมาร์ทวอตช์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเพิ่มเติมอีกหลายรุ่น
ด้านแผนการทำตลาดสมาร์ทวอตช์ บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและฟีเจอร์ใหม่ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับโรงพยาบาล บริษัทประกันภัย โดยเน้นเรื่องนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ หรือ “ดิจิทัลเฮลท์แคร์” เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการมุ่งดูแลและส่งเสริมการออกกำลังกาย การมีสุขภาพที่ดี
อเล็กซานเดอร์ ฮีลีย์ ผู้จัดการการตลาดบริหารด้านผลิตภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตภัณฑ์ฟิตบิต กล่าวว่า ในช่วง 1-3 ปีจากนี้อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพและสมาร์ทวอตช์จะยังได้รับความนิยมจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยในอนาคตสมาร์ทวอตช์จะมีขนาดที่เล็กลงเพื่อประหยัดพลังงาน โดยฟิตบิตจะมุ่งเน้นพัฒนาการเพิ่มอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 5 วัน
พร้อมกันนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาฟีเจอร์เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นไปถึงการติดตามการเคลื่อนไหว และการสนับสนุนการออกกำลังกาย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นไทย เข้าร่วมงานในการพัฒนาแอพและฟีเจอร์ เพื่อปรับใช้ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานคนไทย
ขณะเดียวกันฟิตบิตจะมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในวงกว้างเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเด็ก โดยจะออกผลิตภัณฑ์ฟิตบิต เอช สายรัดข้อมือเพื่อดูแลสุขภาพสำหรับเด็ก ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ หลังผลสำรวจองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ปัจจุบันเยาวชน 1 ใน 5 มีความเสี่ยงของโรคอ้วน ทำให้ต้องดูแลสุขภาพบุตรหลานมากขึ้น