https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/572689

‘สงกรานต์ 2567’ เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย
11 เม.ย. 2567
ช่วง ‘สงกรานต์ 2567’ คนที่ไม่มีโปรแกรมเดินทางออกต่างจังหวัด การไปไหว้พระในกรุงเทพฯ เพื่อเสริมสิริมงคลรับ ปีใหม่ไทย น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
ช่วง เทศกาลสงกรานต์ หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด บ้างก็เดินทางไปเที่ยวตามจุดไฮไลท์ต่างๆ ส่วนคนกรุงที่ไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหน การไปไหว้พระเพื่อเสริมสิริมงคลในวัน “สงกรานต์ 2567” ซึ่งถือเป็นวันขึ้น ปีใหม่ไทย น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ถือเป็นวัดอันดับหนึ่งในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัดที่ต้องไป วัดพระแก้วเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง ภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ทำจากหยกสีเขียว ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงามตระการตา

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ มีพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนประดิษฐานอยู่ องค์พระมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ วัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องของความรัก ยิ่งใครที่เป็นสาวโสดขึ้นเลข 3 ต้องไปไหว้ให้ได้ เพราะวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องขอเนื้อคู่สำหรับวัยสามสิบยังแจ๋ว นอกจากนี้วัดโพธิ์ ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

3. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของพระสงฆ์จีน ต่อมาเจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินทรมหากัลยาณมิตร ได้สร้างวัดและน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง รัชกาลที่ 3 ทรงพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” และพระราชทานสร้างพระประธาน เป็นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ นามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นที่สักการะและเคารพนับถืออย่างมากในกลุ่มคนจีนที่อาศัยอยู่แถวนั้น ใครอยากมีเพื่อนฝูงดี หรือมีบริวารดี ต้องไปสักการะที่วัดนี้ เพราะ “กัลยาณมิตร” แปลว่า มิตรที่ดี

4. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง มีพระปรางค์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถจะมีรูปปั้นยักษ์วัดแจ้งที่มีชื่อเสียงยืนเฝ้าอยู่ เดิมทีเชื่อกันว่าวัดนี้ชื่อวัดมะกอกนอก เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกทัพขึ้นมาที่ธนบุรีเพื่อแต่งตั้งธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ เสด็จมาถึงหน้าวัดมะกอกนอกเป็นช่วงเวลารุ่งแจ้ง จึงพระราชทานนามใหม่ของวัดแห่งนี้ ให้เป็น “วัดแจ้ง” และด้วยความที่ชื่อวัดมีความมงคล คำว่า “แจ้ง” หรือ “อรุณ” แปลว่าช่วงเช้าวันใหม่ ซึ่งเป็นความหมายที่ดี เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่

5. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดบางหว้าใหญ่ ในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ทำให้ประชาชนพากันเรียกว่า วัดระฆัง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวระฆังที่ขุดพบ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างชดเชยให้วัดระฆังใหม่ 5 ลูก มีความเชื่อว่า ใครที่ได้มาไหว้พระที่วัดระฆัง จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้อื่น และมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเสียงตอนตีระฆัง นอกจากนี้วัดระฆังยังเป็นวัดที่เหล่าผู้ศรัทธาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จะต้องมากราบไหว้บูชา เพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของท่านมาก่อน

6. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เดิมชื่อ วัดกลางนา เป็นวัดร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมา รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ บูรณะวัดร้างแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ และพระราชทานนามว่า “วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ที่ทรงรบชนะพม่าทั้ง 3 ครั้ง ในสงคราม 9 ทัพ จึงมีความเชื่อกันว่าถ้าต้องการชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวงให้มากราบไหว้ที่วัดนี้

7. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดใหม่ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์เมื่อครั้นทรงผนวช อาทิ รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 10 รวมถึงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย มีพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานเป็นพระประธาน เชื่อว่าหากได้สักการะพระพุทธชินสีห์ จะเป็นการเสริมดวงชะตาให้ดี และแคล้วคลาดจากภัยอันตราย

8. วัดสุทัศนเทพวราราม สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เดิมชื่อ วัดสุทธาวาส ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อว่า วัดสุทัศนเทพวราราม ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานของพระศรีศากยมุนี เป็นพระเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์พระร่วง ของสุโขทัย ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล

9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ แปลว่า “ชำระพระเกศา” ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้างพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ขึ้น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสาริกธาตุ