ทรูเปอร์ส เป้สีสดใสของสามเพื่อนซี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มกราคม 2559 เวลา 09:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/409393

ทรูเปอร์ส เป้สีสดใสของสามเพื่อนซี้

โดย…กองทิพย์ ชาตินาเสียว ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพาณิช

ถ้าพูดถึงเทรนด์กระเป๋าที่มาแรงตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็เห็นจะเป็นกระเป๋าเป้ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เห็นสะพายกันทั่ว เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวก จุของได้มาก ทำให้ตอนนี้ใครต่อใครก็หันมาใช้เป้มากขึ้น และถ้านึกถึงเป้ที่สีสันสดใสฉูดฉาดเตะตาที่ขายทางออนไลน์ และได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นก็หนีไม่พ้นแบรนด์ทรูเปอร์ส (Troopers) ที่ออกเดินทางมาร่วมปี มีจุดเริ่มต้นจากเพื่อนรัก 3 คน (โอบ-ณิชา สมิทธิปรีชาวงษ์ นิ้ง-สลิลทิพย์ สุขเจริญไกรศรี และใบตอง มอนชู) ที่ชอบในสิ่งเดียวกัน จับมือฝ่าวงล้อมแบรนด์ต่างประเทศ ทำให้เป้วัยรุ่นแบบไทยๆ ไปผงาดในสิงคโปร์ และมีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีในแถบเอเชีย

ลองมาทำความรู้จักแบรนด์ Troopers ว่าอะไรทำให้พวกเขาเริ่มออกเดินทาง

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Troopers

โอบ : เราเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยส่วนตัวพวกเราชอบใช้กระเป๋าเป้มาก แต่พบว่ายังไม่เคยมีแบรนด์ไทยทำเลย ส่วนใหญ่ที่เราใช้ก็จะเป็นแบรนด์ของต่างประเทศ และจะมีแต่สีมืดๆ ไม่สดใส ก็เลยได้คอนเซ็ปต์ว่าเราควรทำกระเป๋าเป้ของวัยรุ่นไทยที่ราคาสมเหตุสมผล มีสีสันสดใส ใช้ผ้าร่มกันน้ำเหมาะกับลักษณะการใช้งานที่ลุยได้ทุกสถานที่ และเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ไม่แน่นอน เลยเริ่มฟอร์มทีมกันตอนเรียนปี 3 รวมตัวกัน 3 คน 3 สไตล์ มีความถนัดคนละแบบ ใบตองเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ ถนัดออกแบบ ดีไซน์ นิ้งเป็นคนละเอียดรอบคอบ จะเป็นคนประสานงานกับโรงงาน ดูเรื่องวัสดุการผลิต และเรื่องบัญชี โอบเป็นคนติดต่อกับลูกค้า ดูการตลาด

 

ใบตอง : ส่วนชื่อแบรนด์ที่เป็น Troopers เพราะเราอยากได้ชื่อที่ดูคลาสสิก เนื่องจากกระเป๋าเราจะทรงวินเทจผสมกับญี่ปุ่นหน่อยๆ ก็เลยใช้คำว่า Troops ซึ่งแปลว่ากลุ่ม และเราก็มาเติม –er เข้าไป ชื่อทรูเปอร์สก็เลยมีความหมายเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน ชอบกระเป๋าเหมือนกัน เหมือนเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ

ช่วงบุกตลาดของเป้สไตล์ Troopers

โอบ : ก่อนกระบวนการผลิตจะประชุมกันค่อนข้างนาน ตอนแรกเราคิดไว้ว่าอยากได้กระเป๋าที่มีทรงเหลี่ยม เพื่อให้ง่ายต่อการใส่ของ จัดสัดส่วนในกระเป๋า ก็ลองวาดปรับเปลี่ยนขนาด ดูรายละเอียดวัสดุและดีไซน์ว่าเข้ากันได้หรือเปล่า เลือกสีให้ตรงคอนเซ็ปต์ ตอนแรกออกสินค้ามา 3 สี คือ สีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง และทยอยเพิ่มทีละ 2 สี จนตอนนี้
มีทั้งหมด 11 สี

นิ้ง : ปัญหาในช่วงแรกคือการผลิตและวัตถุดิบ เพราะหนึ่งเขาไม่ได้ให้คุณภาพวัสดุตามที่เราต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ สองเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับผ้ามากนัก การที่เรายังเรียนอยู่ทำให้ไม่ได้ลงรายละเอียดกับโรงงานมากนักในเวลานั้น และบวกกับเราไม่ได้ให้ข้อมูลลูกค้าในช่วงแรกว่ากระเป๋าบรรจุได้กี่กิโลกรัม บางคนใส่ของทุกอย่างลงไปเพราะคิดว่ามันทนมาก ซึ่งกระเป๋าก็มีลิมิตในการรับน้ำหนักจนเกิดการชำรุด ต่อมาเราจึงใส่การ์ดวิธีการใช้งานและวิธีการดูแลรักษาลงไปในกระเป๋าด้วย เรียกว่าค่อยๆ แก้ไขปัญหากันมาเติบโตไปพร้อมลูกค้า

 

โอบ : เพราะว่าเราทำจากสิ่งที่เราชอบ ทำจากความรักและความใส่ใจ เราสำรวจว่าในตลาดมีคู่แข่งไหม พอเราเห็นว่ามันไม่มีคนทำ เราก็เลยเลือกจะทำตรงนี้ เราก็เลยลงมือทำเลย และเราก็แอบมั่นใจว่าต้องขายได้ ด้วยกลุ่มเป้าหมายของเราที่เป็นมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย และกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งราคาของเราอยู่หลักพันนิดๆ ถือว่าลูกค้าเข้าถึงได้

นิ้ง : เราลงทุนกันคนละ 2.5 หมื่นบาท และไปบอกคุณแม่ว่าลงขันทำธุรกิจกระเป๋ากับเพื่อน เราเอากระเป๋าไปให้ท่านดูแล้ว ท่านก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้จริงเหรอ? เพราะหน้าตา
กระเป๋าแปลกๆ เหมือนผู้ใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจสไตล์ของเรา จากตอนแรกที่มั่นใจมากก็เริ่มไม่มั่นใจแล้ว แต่แม่ก็บอกมาคำหนึ่งว่า ก็ลองดูแล้วกัน แต่พอเปิดขายก็หมด มันเลยเข้าใจได้ว่ากลุ่มผู้ใหญ่ก็มีความคิดอีกแบบหนึ่ง วัยรุ่นก็ชอบอีกแบบหนึ่ง เราก็ทำงานให้กลุ่มเป้าหมายของเราซื้อสินค้าเราก็น่าจะพอแล้ว

ระยะเติบโตของแบรนด์

ใบตอง : อยู่กับการผลิตมานานมาก 6 เดือน ตอนแรกที่เราเปิดตัวคือเราไปออกบูธ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้มีสินค้าพร้อมขาย เรามีแค่ตัวโชว์ และเราก็รับสั่งพรีออร์เดอร์ไว้ก่อน เริ่มขายจริงจังเดือน มิ.ย. 2557 ล็อตแรกผลิตหลายร้อยใบ และผลตอบรับก็ดีกว่าที่คิดมาก ช่องทางขายออนไลน์ในอินสตาแกรม (IG) และเฟซบุ๊ก แต่หลักจะเป็นอินสตาแกรมเพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่จะเล่นไอจีมากกว่าเฟซบุ๊ก และด้วยที่ว่าเราเน้นรูปสินค้า ดังนั้นไอจีจึงตอบโจทย์ที่สุด ล็อตแรกเราใช้เวลาขายประมาณเดือนกว่าๆ เรียกว่าคืนทุนและได้กำไรด้วย กำไรส่วนหนึ่งเป็นเงินเดือน และอีกส่วนหนึ่งนำไปหมุนในการผลิตล็อตต่อไป

นิ้ง : พอขายมาระยะหนึ่ง ก็คิดอยากคลอดแบบใหม่ๆ ออกมา ซึ่งเราจะฟังเสียงของลูกค้าก่อนจะออกแต่ละรุ่นออกมา ทั้งสีและขนาดของเป้ ตลอดจนฟังก์ชั่นการใช้งาน พอได้ฟีดแบ็กที่มากพอก็มาประชุมเพื่อดีไซน์กระเป๋าออกมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

โอบ : การเพิ่มช่องทางการขายเริ่มในช่วงเดือนที่สาม เช่น ออกบูธ ซึ่งทำให้เราได้เจอลูกค้ากลุ่มใหม่ และได้เครือข่ายสำหรับนำสินค้าไปวางขายหน้าร้าน เราเลือกทำเลที่กลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ และมีคอนเซ็ปต์ไปในทิศทางเดียวกันกับทรูเปอร์ส ก็เลยเริ่มติดต่อส่งข้อมูลของสินค้ามาที่ร้าน Happening ที่หอศิลปฯ กทม. นอกจากนี้ก็มีร้านสเตอริโอ ไทป์ ที่สวนจตุจักร และหน้าร้านในประเทศสิงคโปร์ ที่รวมแบรนด์วัยรุ่นของเอเชียไว้ที่นั่น

อนาคตเป้าหมายของ Troopers

โอบ : ตอนนี้อยากกลับมาโฟกัสสินค้ารุ่นแรกในหลายขนาด เพราะเริ่มมีคู่แข่งที่ทรงกระเป๋าคล้ายกัน แต่ใช้วัสดุคนละเกรดและขายตัดราคา แม้จะยังไม่มีผลต่อยอดขายในตอนนี้ แต่อาจจะมีผลในอนาคตเพราะหลายครั้งลูกค้าก็สับสนว่าของใครเป็นของดั้งเดิม (หัวเราะ) ประกอบกับลูกค้าอยากได้กระเป๋าไซส์หลากหลายมากขึ้น เราก็เลยต้องแตกไลน์ไปที่การทำหลายขนาด แต่ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรามากกว่าการออกรุ่นใหม่ ตอนนี้ที่คิดเอาไว้ก็อยากมีหน้าร้านเพิ่มในเชียงใหม่ เพิ่มโซนเอเชียในฮ่องกง

 

เสน่ห์ของการเดินทางของ Troopers

นิ้ง: ตอนนี้ทุกคนมีเงินเดือนตามเปอร์เซ็นต์ของยอดขายแต่ละเดือน ถึงทั้งสามคนเรียนจบแล้วแต่การทำงานในระหว่างเรียนมันรู้สึกสนุก มันมีอะไรทำ เพราะชีวิตนักศึกษาที่ผ่านมาจะมีแค่เรียนหนังสือ เที่ยวเล่น กลับบ้าน แต่พอเราทำงานด้วยเหมือนเรามีอะไรให้ทำเยอะขึ้น มีอะไรให้คิดมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์และหาเงินได้เอง และมันไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่เราชอบ เป็นสินค้าแฟชั่นที่มีตัวตนของเราอยู่ในนั้น เวลามีคนชอบสินค้าเราก็ภูมิใจในตัวเอง

โอบ : ชีวิตนักศึกษาของหลายคนยังว่างเปล่า ตอนที่เริ่มทำเรารู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไรให้มันคุ้มกับชีวิตวัย 20 ต้นๆ เป็นชีวิตที่มีแต่ใช้เงิน พอเราได้ทำงานเหมือนเราได้เอาความรู้ที่เราเรียนมาประยุกต์กับชีวิตจริง นี่คือจุดเริ่มต้น และรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมาไม่สูญเปล่า เพราะเราได้มาใช้จริงๆ ใช้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เหมือนทำงานกลุ่มที่ได้รางวัลกลับมาด้วย

ใบตอง : เราได้ประสบการณ์เยอะมากๆ จากการทำงานกลุ่มชิ้นนี้ ถ้าถามว่าเรียนมา 4 ปีได้อะไรบ้าง เราก็จะตอบว่าได้ทรูเปอร์สนี่แหละ ถึงต่อไปเราจะแยกย้ายไปเรียนต่อหรือทำงานประจำ แต่เราก็ยังจะทำกระเป๋าแบรนด์นี้ต่อไป

 

Leave a comment