TURN LIFE ON WITH PIAGET POSSESSION : ความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของคอลเลคชั่น POSSESSION

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683394

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 13:05 น.TURN LIFE ON WITH PIAGET POSSESSION : ความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของคอลเลคชั่น POSSESSION

ร่วมเฉลิมฉลองและบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ถึงเวลา TURN LIFE ON ไปกับ POSSESSION คอลเลคชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ การเฉลิมฉลอง และถ้อยแถลงแห่งคำสัญญา

จุดเริ่มต้นความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของ Possession ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 จนกลายเป็นไอคอนนิคไอเท็มของใครหลาย ๆ คน ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากไอเดียการหมุนแหวนแบบเรียบง่าย ซึ่งปัจจุบันไลน์อัพของคอลเลคชั่นก็ครบครันตั้งแต่ แหวน กำไลข้อมือ ตุ้มหู ไปจนถึงสร้อยคอ ที่สำคัญแม้ดีเอ็นเอหลักยังคงอยู่ในซีซั่นนี้ แต่เมซงก็เลือกนำเสนอชิ้นงานในคอลเลคชั่นล่าสุดให้แปลกใหม่มากขึ้น มาซูมดูไปพร้อมกันได้เลย

Possession – คอลเลคชั่นที่โฟกัสไปที่ Movement, Shape และ Spin ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่น ทั้งยังสอดแทรกดีเทลตามองค์ประกอบต่าง ๆ ไว้อย่างพอดิบพอดี ช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันและมอบความสดใสให้กับฤดูใบไม้ผลินี้อย่างแท้จริง

มากกว่าการเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น ชื่อของ Possession ยังเหมือนเป็นเทียบเชิญที่ให้เราข้ามผ่านกฏเกณฑ์ กล้าที่จะสนุกและปลดปล่อยตัวตนไปกับนิยามบทใหม่

มากกว่าแหวน เพราะมันคือท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยสไตล์, มากกว่ากำไล เพราะมันคือปณิธานที่ย้ำเตือน, มากกว่าสร้อยคอ เพราะมันคือสิ่งที่เชื่อมโยงและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผู้สวมใส่และแบรนด์ไว้ด้วยกัน

เหมือนจะเรียบง่ายแต่ก็ดูซับซ้อนน่าค้นหา ผลลัพธ์ที่ทุกคนเห็นจึงสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ขอบเขตใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า เป็นดั่งหมุดหมายในการพบปะ ที่รวบรวมเอาเหล่าผู้กล้าที่ไม่เลือกเดินตามใคร และพร้อมเต็มที่ไปกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

หากถามว่าที่สุดของไอเดียสร้างสรรค์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอิสระของโลกแฟชั่น และให้คุณได้อัพเลเวลการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบสุดขั้วคืออะไร นาทีนี้ต้องยกให้เครื่องประดับจากคอลเลคชั่น Possession นั่นเอง อาทิ คอมพลีตลุคด้วยสร้อยคอหลายเลเยอร์ การฉีกกรอบเดิม ๆ ด้วยการหยิบจับสิ่งที่ดูเป็นคู่ตรงข้ามมาไว้ด้วยกัน อย่างการเลือกแมตช์แหวนทองประดับหินสีน้ำเงินสดกับตุ้มหูหินโทนสีเขียว ซึ่งถือเป็นสไตล์ที่เมซงชื่นชอบมาโดยตลอด

สำหรับซีซั่นนี้ แบรนด์ยังคงไม่ละทิ้งสไตล์เดิมแต่อย่างใด แต่มาพร้อมวิธีแบบใหม่ในการนำเสนอ ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งตัว โดยแซฟไฟร์ มรกต และทับทิม (ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันตามมาตรฐานสูงสุดที่เมซงกำหนด) คือ 3 อัญมณีหลักที่ถูกนำเสนอในคอลเลคชั่น Possession ล่าสุดนี้ นอกจากนี้ ยังมีตุ้มหู 3 ดีไซน์ใหม่ที่เปล่งประกายด้วยเพชร มีให้เลือกทั้งแบบตัวเรือนไวท์โกลด์ และ โรสโกลด์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถช็อปได้ตามชอบใจ เพราะแบรนด์จำหน่ายแบบแยกคู่ จะเลือกซื้อแบบเดี่ยว สอง หรือสี่! ที่ให้คุณสนุกกับการครีเอทลุคแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

ร่วมเฉลิมฉลองและบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ถึงเวลา TURN LIFE ON ไปกับ Possession – คอลเลคชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ การเฉลิมฉลอง และถ้อยแถลงแห่งคำสัญญา

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร . 02-610-9678

สุขภาพดีต้องมาก่อนหุ่นที่ใช่!! ชาริช เฮลท์ เปิดตัว SharisMeta เอาใจสายเฮลตี้ไดเอท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683391

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 12:23 น.สุขภาพดีต้องมาก่อนหุ่นที่ใช่!! ชาริช เฮลท์ เปิดตัว SharisMeta  เอาใจสายเฮลตี้ไดเอท

สองผู้บริหารคนเก่งแห่งชาริช เฮลท์ ได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่ในชื่อ SharisMeta ตอบโจทย์ความสุขด้านสุขภาพ

Sharich Health (ชาริช เฮลท์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อมุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพดีระดับโลก นำโดย ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ Founder / Chief Happiness Officer และ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ Co-Founder / Chief Executive Officer บริษัท ชาริช เฮลท์ จำกัด จัดงาน “Into The Meta By Sharisma พบกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ต่อยอดความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่กับการเปิดตัว “SharisMeta” (ชาริชเมทา) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับพรีเมียมที่เน้นการดูแลสุขภาพและการเผาผลาญระดับเซลล์ โดยนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยกับการรวบรวมสารสกัดธรรมชาติสุดเข้มข้นที่ดีที่สุดและมีผลวิจัยรองรับโดยตรงจากทั่วโลกมาไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ซึ่งนอกจากแขกผู้มีเกียรติและเหล่า คนรักสุขภาพจะได้ร่วมเซอร์ไพรส์ไปกับความยิ่งใหญ่ของผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกันแล้ว ยังได้พบกับเรื่องราวความสำเร็จของ Super Supplement อย่าง Sharisma ผ่านการนำเสนอในรูปแบบเอ็กซิบิชั่น พร้อม Session สุดพิเศษโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาให้ความรู้ในเรื่องระบบเผาผลาญซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดี แล้วไปฟินส่งท้ายกันให้สุดกับสองนักแสดงหนุ่มชื่อดัง นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ และ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี ที่ควงคู่กันมาร้องเพลงสร้างสีสัน โดยภายในงานมีแขกคนสำคัญและเหล่า เซเลบริตี้ร่วมงานคับคั่ง อาทิ ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, ดนัย -ดิษยา สรไกรกิติกูล, เมลนีย์ อยู่วิทยา, นที มาเสถียรวงศ์, ภชสร ลีนุตพงษ์ และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ 

ชาริช เฮลท์ ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดที่คัดสรรแล้วเพื่อคุณ ครอบครัว และคนที่คุณรัก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ลํ้าหน้าของโลกวันนี้ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขกับการมีชีวิตที่ยืนยาวและการแบ่งปันที่ไม่รู้จบ โดยหลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายกับ Sharisma ที่สุดแห่ง Super Supplement ชะลอวัย ซึ่งเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีสารสกัดหลักโดดเด่นอย่าง Telos95 ที่มาพร้อมนวัตกรรม ลดอายุระดับเซลล์ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับศาสตร์แห่งรางวัลโนเบล ที่สามารถคืนความยาวให้กับเทโลเมียร์ ส่วนประกอบสำคัญที่คอยปกป้องดีเอ็นเอ ตัวแปรที่บ่งบอกอายุเซลล์ ซึ่งช่วยลดอายุเซลล์และคืนความอ่อนเยาว์ทั้งสุขภาพและผิวพรรณได้ในระยะยาว

ล่าสุดสองผู้บริหารคนเก่งจึงได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่แกะกล่องชนิดแคปซูล ในชื่อ SharisMeta (ชาริชเมทา) ตอบโจทย์ความสุขด้านสุขภาพของทุกคนอีกครั้ง โดยยังคงเริ่มต้นจากแนวคิดและแรงบันดาลใจของการ อยากมีชีวิตอยู่กับคนที่รักไปนานๆ ซึ่งคงเป็นคำตอบอื่นไปไม่ได้นอกจากการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง โดยผลิตภัณฑ์ SharisMeta จะเข้ามาช่วยฟื้นสมดุลระบบเผาผลาญระดับเซลล์ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทางการแพทย์เชื่อมั่นว่าระบบเผาผลาญหรือ Metabolism (เมทาบอลิซึม) คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงซึ่งจะเสื่อมลงตามอายุขัยและการใช้ชีวิต อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญในการลดหรือควบคุมน้ำหนักอีกด้วย โดยผสาน 6 สารสกัดจากธรรมชาติ จากผู้ผลิต 4 ประเทศ โดย 5 ผู้ผลิตชั้นนำ ซึ่งประกอบไปด้วย SelectSIEVE Libra (สารสกัดจาก ใบหม่อนและใบเสจนำเข้าจากอิตาลี), Actiponin (สารสกัดจากเจียวกู่หลานนำเข้าจากเกาหลี), Afperfit (สารสกัดจากเมล็ดพริกไทยนำเข้าจากอินเดีย), Capzfuel (สารสกัดจากพริกนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา) และ Morosil (สารสกัดจากส้มสีแดงนำเข้าจากอิตาลี) มาเป็น Active Ingredients (สารออกฤทธิ์หลัก) ที่ทำงานร่วมกันในการจัดการปัญหาสุขภาพและสัดส่วนจากต้นตอที่ลึกที่สุด ซึ่งถือเป็น Dietary Supplement แรกของประเทศไทยที่มีสารสกัด SelectSIEVE Libra และ CapZfuel อีกด้วย

โดยภายในงานได้เนรมิตบริเวณแฟชั่น ฮอลล์ สยามพารากอน ให้กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าคนรักสุขภาพที่ อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย โดดเด่นแต่ไกลด้วยการตกแต่งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของทั้งสองผลิตภัณฑ์อย่าง Sharisma และ SharisMeta ได้เป็นอย่างดี สะดุดตากับกล่อง SharisMeta ขนาดยักษ์ที่ตั้งเด่นอยู่กึ่งกลาง รายล้อมไปด้วยการจัดแสดงในรูปแบบกึ่งห้องทดลองเพื่อบอกเล่าประวัติความเป็นมา, ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์, นวัตกรรม รวมไปถึงความเลอค่าของสารสกัดไว้อย่างน่าสนใจและลงตัว ซึ่งหากใครเดินชมแล้วอยากมีผลิตภัณฑ์ไว้ในครอบครองก็สามารถเลือกช้อปได้ทันทีกับโปรโมชั่นพิเศษภายในโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และพบ กับโซนตรวจเช็คสุขภาพที่นำเครื่องวัดมวลกายสุดไฮเทค พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับความสมดุลของมวลกาย จากนั้นพักลิ้มรสเพิ่มความสดชื่นกับ 6 เมนูซุปเปอร์ดริงค์สูตรพิเศษเพื่อสุขภาพที่ชาริช เฮลท์ร่วมกับแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกอย่าง San Pellegrino และ Acqua Panna รังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะได้ที่บริเวณบาร์ แล้วมาเพลิดเพลินต่อกันที่โซน Photo Booth สนุกกับกิมมิคการถ่ายภาพในรูปแบบใหม่ ก่อนเข้าสู่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ SharisMeta อย่างเป็นทางการ โดยมีสองผู้บริหารคนสำคัญต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เติมเต็มความรู้ใหม่ๆ พร้อมกันไปกับ Talk Session โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย แพทย์หญิง อัจจิมา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ผสมผสานเพื่อสุขภาพและความงามเมดดิไซน์ ที่มาให้ความรู้ พร้อมเผยถึงจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีระดับเซลล์ รวมทั้งต้นตอของปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แล้วมาปิดท้ายความฟินกับการแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสองซุปตาร์สายเฮลตี้ นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ และ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี ที่ควงคู่มาโชว์บทเพลงเอาใจแฟนๆ พร้อมเรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์จากเหล่าเอฟซี

ค้นสาเหตุผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย และเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683085

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 10:48 น.ค้นสาเหตุผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย และเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีสังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำ ที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

การมีผิวสวยสุขภาพดีช่วยเสริมความมั่นใจได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งที่เราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มลภาวะ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการปรนนิบัติดูแลผิวแบบไม่ถูกวิธี ทำให้ประสบกับปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ ผิวขาดความเรียบเนียน ลอกเป็นขุย รวมถึงปัญหาการเกิดริ้วรอย แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม ‘ธัญ’ (THANN) เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มาแนะวิธีสังเกตอาการผิวแห้งขาดน้ำที่ส่งผลให้เกิดปัญหาริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นมีสุขภาพดี กับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวในกลุ่ม Shiso Collection โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ชุ่มชื้นไร้ริ้วรอยตามแบบฉบับตนเอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม

สังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีสังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอยพร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดีว่า “ผิวแห้ง (Dry skin) และผิวแห้งขาดน้ำ (Dehydrated skin) อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าทั้งสองอย่างคือสิ่งเดียวกัน เพราะมีลักษณะอาการที่เหมือนกัน แต่หากหมั่นสังเกตอาการจะทราบถึงความต่างกัน ผิวแห้งขาดน้ำจะเป็นแค่อาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้เป็นลักษณะผิวที่เป็นมาแต่กำเนิด

ผิวแห้งขาดน้ำ (Dehydrated skin)

เป็นภาวะปัญหาที่ผิวขาดความชุ่มชื้น หรือขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวใต้ชั้นผิวหนังทำให้ผิวเกิดการแห้งกร้าน สามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว โดยผิวแห้งขาดน้ำมักจะมีผิวที่ทั้งแห้งและมันในเวลาเดียวกัน สามารถสังเกตลักษณะอาการได้ เช่น หลังล้างหน้าจะรู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึง หยาบกร้าน และแตกลอก แต่ในขณะเดียวกันระหว่างวันผิวจะมัน เป็นสิวง่าย แต่งหน้าไม่ติด ซึ่งเกิดจากการผลิตน้ำมันบนผิวมากเกินไปเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่เสียไป ทำให้ดูผิวมัน รูขุมขนกว้าง หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ผิวสูญเสียการทำงาน เกิดการแพ้ระคายเคือง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า

สาเหตุของการเกิดผิวแห้งขาดน้ำ

เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายใน ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ที่ทำให้รักษาน้ำไว้ที่ผิวหนังไม่ได้ และอายุของเรา โดยอายุที่มากขึ้นนั้นจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันน้อยลง ไขมันระหว่างเซลล์ก็ลดลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำได้ง่าย

ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารเคมีหรือสารทำความสะอาดชนิดรุนแรงที่ไปชะล้างน้ำมันเคลือบผิวมากเกินไป ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำง่ายขึ้น การลอกผิวหรือผลัดเปลี่ยนผิวชั้นหนังกำพร้าเร็วกว่าปกติ จนไม่สามารถสร้างชั้นไขมันได้ทัน ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่มีประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดผิวที่มีความเข้มข้นสูง และใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศร้อนและเย็น ทำให้ผิวสูญเสียน้ำง่ายและมากขึ้น ผิวก็จะแห้งและเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เคยชินแบบผิดๆ เช่น การดื่มน้ำสะอาดน้อย การตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

วิธีการดูแลผิวแห้งขาดน้ำให้กลับมาชุ่มชื้นอย่างสุขภาพดี

จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูบำรุงและเติมน้ำให้แก่ผิวอยู่เสมอด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มอบความชุ่มชื้นกับผิวได้อย่างยาวนาน โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนชั้นผิวที่บอบบาง อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบชิโซะ (Shiso) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส และงดกิจกรรมที่ส่งผลรบกวนผิวอย่างเช่น การสครับหน้า การลอกหน้า การใช้แปรงนวดหน้าที่มีขนหยาบเกินไป ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดสูง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =… ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) รับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3, วิตามิน เอ ซี อี เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และอีกสิ่งที่สำคัญ คือ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ”

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ชุ่มชื้นไร้ริ้วรอยตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่สาวสังคม ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “โดยส่วนตัวแล้วเอยจะเป็นคนที่มีสภาพผิวแห้งอยู่แล้ว เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งเวลายิ้มก็จะเกิดร่องแก้ม และเห็นริ้วรอยรอบดวงตาได้อย่างชัดเจน ดังนั้นผิวแห้งแบบเราจึงไม่สามารถละเลยการดูแลผิวได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยอย่าง เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และ ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึบซาบได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่อุดตันรูขุมขน เพียงเท่านี้ผิวก็จะชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ปราศจากริ้วรอยและมีสุขภาพดีในทุกๆ วัน”

ถัดมาที่สาวหวาน รินทร์รตา อินทามระ เล่าว่า “เบลเป็นคนที่ผิวค่อนข้างบอบบางและแพ้ง่าย ถึงกับเคยไปพบแพทย์ทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเพื่อให้ทราบว่าผิวของเราแพ้อะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้อย่างถูกวิธีและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ผิวที่บอบบ้างแพ้ง่ายก็ย่อมเจอกับปัญหาระคายเคือง ลอก เป็นขุย ยิ่งเวลาที่ต้องเจอแสงแดดแรงๆ ผิวก็จะแห้งกร้านเกิดริ้วรอยได้ง่าย เวลาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็จะพิจารณาจากส่วนผสมที่เป็นสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นสู่ผิวโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง อย่าง เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม นอกจากจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแล้ว เบลก็ยังต้องดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 – 3 ลิตร เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป และไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ รวมถึงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย หากเราเครียดผิวก็จะเครียดตามและทำให้เกิดอาการผิวแห้งขาดน้ำด้วย”

ปิดท้ายที่เวิร์กกิ้งวูแมน โศภิดา จิระไตรธาร กล่าวว่า “นิ้งเป็นคนผิวแห้งขาดน้ำเป็นประจำ สังเกตุได้เลยว่าถ้าวันไหนดื่มน้ำน้อย ผิวหน้าก็จะแห้งอย่างเห็นได้ชัดและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งตอนนี้มีลูกแล้วยิ่งรู้สึกว่าคอลลาเจนในผิวลดลง หากวันไหนพักผ่อนน้อย ผิวก็จะขาดความเปล่งปลั่งดูไม่สดใส วิธีการแก้ปัญหาของเรา คือ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อป้องกันปัญหาผิวขาดน้ำ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานอย่าง ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ เนื้อครีมบางเบา ดูดซึมง่าย ช่วยฟื้นฟู และปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน พยายามแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับผิว อย่าง ปลาแซลมอน อะโวคาโด มะเขือเทศ รวมถึงธัญพืชต่างๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพื่อชะลอการสูญเสียน้ำของร่างกาย”

LANDMEE 20 years of love คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683084

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 08:30 น.LANDMEE 20 years of love คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

ครบรอบ 20 ปี LANDMEE เผยคอลเลกชั่นพิเศษ LANDMEE 20 years of love ใส่ซิกเนเจอร์และจุดกำเนิดของแบรนด์ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่ก่อตั้ง

เส้นทางการเดินทางตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาของ LANDMEÉ ตั้งแต่วันแรกจวบจนวันนี้ คุณมี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ประจำแบรนด์ มีความปรารถนาให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ตลอดระยะเวลา 20 ปี รวมไปถึงการก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ด้วยการถ่ายทอดแคมเปญพิเศษ เชิญเหล่าบรรดามิวส์มาร่วมถ่ายภาพกับช่างภาพและสไตลิสต์ที่เคยได้ร่วมงานกับแบรนด์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อให้โซเชียลมีเดียอย่าง Instagram คือหนังสือรุ่นที่เป็นเสมือนอัลบั้มรูปแห่งความทรงจำของ LANDMEÉ แสดงถึงการปรับตัวและไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา

เนตรดาว วัฒนะสิมากร กล่าวว่า “ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ในสิ่งที่เรารัก ในสิ่งที่เราทำ ในสิ่งที่เราเป็น ถ้าเราตั้งใจและมุ่งมั่นกับมันจริงแรงบันดาลใจของเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นพิเศษนี้จึงเป็นการนำเอาซิกเนเจอร์และจุดกำเนิดของ LANDMEÉ ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่ก่อตั้งแบรนด์มาใช้ เช่น ผ้าลูกไม้ กางเกงยีนส์เอวต่ำ จั๊มสูทผ้าขนหนู รวมไปถึงงานฝีมือที่แบรนด์นำมาใช้อยู่ตลอด เช่น เทคนิคการรีดเพชร งานปักมือ อีกทั้งรูปทรงหัวใจกับโบว์ยังคงเป็นรายละเอียดและดีเทลหลักของเสื้อผ้าที่นำมาใช้อยู่ในทุกคอลเลกชั่น”

ไม่เพียงคงไว้ซึ่งรายละเอียดดั้งเดิมของแบรนด์ แต่ในคอลเลกชั่นพิเศษนี้ยังมีการนำเอาเทรนด์และกลิ่นอาย Y2K มาประยุกต์ใช้ เช่นเทคนิค Airbrush, งานกราฟฟิกตี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมดนตรีและเสื้อวินเทจยุคมิลเลนเนียลส์ ซึ่งตรงกับช่วงก่อตั้งของ LANDMEÉ อีกทั้งทางแบรนด์ได้ทำงานร่วมกันกับศิลปินสตรีทอาร์ต “ยอร์ช- มงคล รัตนภักดี” หรือ “NEV3R” และมีการหยิบเอาเทรนด์ eyelets งานเจาะร้อยเชือกมาใช้นอกจากนี้ยังนำซิลูเอทแมกซี่เดรสมาขยายวอลลุ่มให้ใหญ่ยาวเด่นชัด จัดเต็มไปด้วยเทคนิคแฮนด์เมด ไม่ว่าจะเป็น งานปักเพชร เทคนิคการรูดระบายทั้งตัวส่วนกางเกงยีนส์คอลเลคชั่นนี้ได้มีการใช้เทคนิคเลเซอร์ wording “LANDMEÉ 20” เพื่อเพิ่มความพิเศษและย้ำเตือนความทรงจำของแลนด์มี่ใน 20 ปีที่ผ่านมา

ไฮไลต์ชิ้นแรกที่ต้องพูดถึงคืองานปักตัวอักษรบทกวีบนผ้าลูกไม้อันเป็นปรัชญาของแบรนด์ จนกลายเป็นลายลูกไม้ชิ้นงานใหม่ในแบบฉบับของ LANDMEÉและอีกไฮไลต์อคือการนำงานดีไซน์จากโลโก้เก่ามาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็น การสกรีนอยู่บนเสื้อยืดนำมาพิมพ์เป็นลายผ้า รวมไปถึงอะไหล่ที่เราทำขึ้นมาพิเศษโดยเฉพาะสำหรับคอลเลกชั่นครบรอบ 20 ปี อาทิ กระดุม หัวเข็มขัด จี้สร้อยคอ ต่างหู เพื่อรังสรรค์ให้เป็นชิ้นลิมิเต็ดเอดิชั่นสำหรับสาว LANDMEÉ

พบกับคอลเลกชั่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ได้ที่ แลนด์มี่ แฟล็กชิป สโตร์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line Official @landmeeและ Instagram : @landmee_official

ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682756

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 14:30 น.ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 - Sustainable

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable มุ่งขับเคลื่อนวงการแฟชั่นควบคู่ไปกับแนวคิดไลฟ์สไตล์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม ร่วมกับแบรนด์ Theatre แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี โดยคุณจ๋อม ศิริชัย ทหรานนท์ จัดงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ของแบรนด์เธียเตอร์ (Theatre) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sustainable เพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่น ควบคู่ไปกับความยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชน รวมไปถึงผู้บริโภคแฟชั่นส่วนใหญ่ให้หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันนี้ – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม

คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้บริหารไอคอนคราฟต์ กล่าวถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ว่า ไอคอนคราฟต์ เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุด พร้อมเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดในมุมมองใหม่ลงบนงานหัตถศิลป์ของไทย นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “The creative inspiration platform for Thai craftsmen, to love, enjoy and be proud of modern Thai-ness” เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและสนับสนุนส่งเสริมผลงานของสุดยอดช่างฝีมือไทย ล่าสุด ไอคอนคราฟต์ ได้ร่วมกับแบรนด์  เธียเตอร์  แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาดีเอ็นเอของแบรนด์ คือ Sustainable ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง นำมาขยายแบบจัดเต็มเป็นคอลเลคชั่นแห่งปี 2022 โดยจะมาจัดนิทรรศการที่ไอคอนคราฟต์ เพื่อให้ลูกค้าเหล่าแฟนคลับเธียเตอร์ ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันทำให้เกิดความยั่งยืนในวงการแฟชั่นต่อไป

คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เธียเตอร์ แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี  กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า  ปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญของเธียเตอร์ ทั้งรูปแบบและภาพลักษณ์ของแบรนด์  โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ มุ่งเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน เริ่มจากกระบวนการผลิตคอลเลคชั่น Sustainable ที่เริ่มจากแนวความคิด Slow fashion, Reuse, Recycle และ Upcycle โดยเน้นงาน craft ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญคู่กับแบรนด์มายาวนาน ภายใต้แนวความคิดดังกล่าว นำมาสู่การสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นใน 3 ประเภท ได้แก่

สินค้าต้นแบบสำหรับ made to order ในแนว one of a kind โดยเป็นสินค้าที่เกิดจากการนำเศษผ้าและวัสดุเหลือใช้ นำกลับมาใช้ใหม่ บวกความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคเสริม ช่วยทำให้ตัวสินค้าโดดเด่น และมีความสวยงามเฉพาะตัว ไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนเดิม 100% ประกอบด้วย ชุดเดรส เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต กางเกง กระเป๋า และรองเท้าบูท

สินค้า Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถทำเพิ่มได้ จัดทำขึ้นจากผ้าและวัสดุที่คงเหลือในโรงงาน ทั้งผ้าที่มีตำหนิจากความเก่าเก็บ และผ้าค้างสต็อก นำมาผนวกกระบวนการและความคิดสร้างสรรค์แบบยั่งยืนและ ย้อมสีธรรมชาติ โดยร่วมกับแบรนด์ KiRee จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีจำนวนจำกัด ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ต เดรส ชุด pyjamas เสื้อเชิ้ต และกางเกง

สินค้าที่จัดทำขึ้นเพื่อการกุศล หารายได้ช่วยสถานสงเคราะห์เด็ก Life Impact อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเป็นสินค้าประเภทเสื้อยืดพิมพ์ลาย ดอกไม้วาดโดย ศิลปินไทย “กานต์ กาญจนามัย” ดีไซเนอร์เลือดใหม่ ซึ่งใช้แนวคิดการ reuse กระดาษใบเสร็จรับเงินเหลือใช้ มาเป็นพื้นในการวาด ทำให้ลายดอกไม้ที่ได้มีเสน่ห์แปลกตา สวยงาม ขณะที่เสื้อยืดจัดทำขึ้นจากผ้าฝ้าย พิมพ์ด้วยเทคนิค silk screen แบบทำมือ 10 สี มีจำนวนจำกัดเพียง 100 ตัว และมีหมายเลขกำกับ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้สถานสงเคราะห์เด็กทั้งหมด

การเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ณ  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชั้น 4 ไอคอนสยาม ในรูปแบบของนิทรรศการ Exhibition โดยบริเวณงานจัดให้มีการแสดงผลงานต่างๆ เพื่อสื่อสารแนวคิดของ Sustainable เป็นภาพวาดจากกระดาษ reuse ของศิลปิน “กานต์ กาญจนามัย” ทั้ง 8 ชิ้นงาน พร้อมเปิดประมูลภาพ (ราคาต่อภาพ เริ่มต้นที่ 15,000 บาท) เพื่อรวบรวมรายได้สมทบทุน บริจาค ช่วยเหลือสถานสงเคราะห์เด็ก life impact ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ จะมีการจัดแสดงเสื้อผ้าคอลเลคชั่น Theatre 2022  งาน one of a kind ใน Exhibition ตั้งโชว์ทั้ง 10 ชุด  และจำหน่ายเสื้อผ้า limited edition ในจำนวนจำกัดอีกด้วย

ภายในงานเพิ่มความพิเศษ ด้วยการจัดพื้นที่โชว์ผลงานประติมากรรมดอกไม้ ซึ่งได้ทำงาน collaboration ร่วมกับแบรนด์ Permaflora  แบรนด์ดอกไม้ผ้าทำมือที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ร่วมกับศิลปิน คุณอีริค โตบัว  (Eric Tobua)  นักประดิษฐ์งานศิลป์จากเศษขยะ ซึ่งได้จัดทำประติมากรรมที่สวมใส่ได้จากดอกแพนซีทำมือ โดย Permaflora จำนวน 250 ดอก และจัดแสดงผลงานกระเป๋า tote bags ที่ได้ collaboration กับ Thais แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเศษหนังเหลือใช้จากอุตสาหกรรม โดยใช้เศษหนังมาอัดใหม่ผ่านกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สกรีนทับด้วยลายดอกไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้

สำหรับนิทรรศการจะจัดแสดงผลงานผ้าบาติกพิมพ์ลาย block print monogram และย้อมสีธรรมชาติ จากการ collaboration ร่วมกับแบรนด์ KiRee กลุ่มชุมชนมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช โดยจัดแสดงตัวอย่างการใช้สีจากธรรมชาติ  อาทิ   ใบมังคุด ครั่ง แก่นไม้ขนุน ลูกเนียง ฝักสะตอ เป็นต้น (โดยลาย monogram theatre ที่ใช้ในคอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นการเปิดตัวลาย อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก) และยังมีการจัดแสดงผลงานรองเท้าบูท upcycling จากเศษหนัง โดย collaboration ร่วมกับแบรนด์ Tango แบรนด์เครื่องหนังที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมายาวนานเช่นกัน โดยใช้เศษหนังที่เหลือจากการทำงานมาประกอบใหม่ ให้เกิดเป็นศิลปะแบบ patchwork ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง Tango และ Theatre

อีกหนึ่งไฮไลท์ ของการจัดงานครั้งนี้ จะจัดจำหน่ายเสื้อผ้า ready to  wear จากผ้าสต๊อก และเศษผ้าเหลือใช้นำกลับมาผลิตเป็นเครื่องแต่งกายใหม่ในแนวผสมผสาน ซึ่งมีจำนวนจำกัด และเข็มกลัดดอกไม้ทำมือโดย Permaflora ดอกไม้ทั้ง 7 แบบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้ถูกจัดทำในรูปแบบเข็มกลัด จำหน่ายพร้อมกล่องเสื่อกระจูดกับใบลาน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกเมา จังหวัดพัทลุง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคกลุ่มแฟชั่น หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอกย้ำ และสื่อสารถึงแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยการจัดแสดงภาพจากวิดีโอ สัมภาษณ์บุคคลตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการ sustainability, เบื้องหลังการทำงานในคอลเลคชั่นนี้ รวมไปถึงขั้นตอนในการผลิตสินค้าบางประเภทที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยภายในงานทางแบรนด์เธียเตอร์ จะทำการถ่ายภาพแคมเปญของคอลเลคชั่น Sustainable โดยช่างภาพระดับแถวหน้าของประเทศ คุณ ณัฐ ประกอบสันติสุข พร้อมพูดคุย สัมภาษณ์บุคคลพิเศษที่ทางแบรนด์เลือกมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และเล็งเห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม  และโลกในอนาคตต่อไป

ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทย ควบคู่ไปกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมาร่วมกันใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น กับแบรนด์ เธียเตอร์ (Theatre)  ในงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ระหว่างวันนี้  – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook ICONCRAFT

เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682473

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:38 น.เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน ปลุกความสดชื่นชาร์จพลังให้ Summer นี้ ด้วยไอเดียรีเฟรชมุมพักผ่อน สร้างแรงบันดาลใจ

ปรับโหมดบ้านชิลฟีลลิ่ง “รีสอร์ท” เหมือนได้วาร์ปไปรับลมริมหาดทรายทั้งที่ตัวอยู่บ้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ แชร์ไอเดียเพิ่มมู้ดความสดชื่นให้บ้าน บอกลาความเหนื่อยล้า หันมา Refresh บ้านและตัวเองใหม่!!  กับบรรยากาศภายในบ้านให้เต็มไปด้วยสีสันสดใส ช่วยชาร์จพลังเติมเต็มการพักผ่อน สร้างอินสไปร์การทำงานให้แฮปปี้ตลอด Summer นี้ ภายใต้แนวคิด  SUMMER FRESH SUMMER RELAX ให้อารมณ์เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน มาส่องกันเลย  

เติมความ Fresh เล่นเฉดสีสร้างพลังบวก

Summer นี้ลองสร้างให้มู้ดชื่นฉ่ำและชาร์จพลังใจไปกับไอเทม Décor อาทิ แจกัน, หมอนอิง, เฟรมภาพ, พรม และอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน มา  Mix กับเฟอร์นิเจอร์หลักสีเรียบ  เน้นการใช้ 3 โทนสีที่แทนความสดชื่นเพิ่มพลังบวก อย่าง โทนสีเหลืองเลม่อน สีแห่งความสุข เพิ่มความแจ่มใส เหมาะสุดๆช่วงเวลาปาร์ตี้ , โทนสีส้ม สร้างมู้ดสนุก ร่าเริง รู้สึกอิสระและความคิดสร้างสรรค์ และหากใครอยากเสกบ้านให้ได้ฟีลชิวริมทะเลลองเลือก โทนสีฟ้า ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเย็นตา เพิ่มมู้ดผ่อนคลายน่าพักผ่อน โดยใช้การตกแต่งในโทนสีฟ้า เติมผนังห้องด้วยภาพวิวท้องทะเลให้สัมผัสถึงธรรมชาติ

นั่งทำงานชิลด้วยฟีลรีสอร์ทได้ง่ายๆ

แม้ว่าอุณหภูมิช่วงนี้จะร้อนระอุฉุดมู้ดการทำงาน ก็ใส่ไอเดียปรับมุมทำงานให้บาลานซ์กับการพักผ่อน จัดโต๊ะที่รกและดูเคร่งเครียดให้เป็นสเปซรีแล็กซ์เสริมอินสไปร์ให้สมองแล่นด้วยฟีลลิ่งรีสอร์ท ลองเพิ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน วัสดุธรรมชาติวัสดุไม้, หวาย หรือของตกแต่งลายไม้  เพราะด้วยลวดลายของไม้จะช่วยจากสิ่งทอจากผ้าฝ้ายที่นุ่มเบาเข้าถึงธรรมชาติ ทั้งยังช่วยระบายอากาศได้ดีอีกด้วยเหมาะกับฤดูร้อน จะองศาเดือดแค่ไหน ไอเทมชุดนี้ก็เอาอยู่ หรือลองนำผ้าพิมพ์ลายสดใส ตกแต่งบนโซฟานุ่มดีไซน์ชิคๆ ในมุมนั่งเล่น ก็ช่วยปลุกมู้ดความสดชื่นได้เช่นกัน  

เนรมิตบ้านให้ร้อนนี้กลายเป็นมุมพักผ่อน

จะมุมไหนๆ ก็เป็นมุมพักผ่อนได้สบาย ด้วยทริคการแทรกธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เช่น นำแจกันดอกไม้วัสดุทำจากโลหะ แก้วน้ำ กระถางต้นไม้มาตกแต่งตามมุมต่างๆ ทั้งห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว ห้องทำงาน ซึ่งช่วยทำให้บ้านสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ  

เพิ่มความ Fresh ไอเทมรับ Summer

ทุกมุมบ้านกับการปรับ-เปลี่ยนสเปซใน ห้องนั่งเล่น ลองสร้างอารมณ์การพักผ่อนด้วยโซฟาผ้า-หนัง อาร์มแชร์และ Recliner ฟังก์ชันปรับระดับด้วยไฟฟ้า เพิ่มโมเม้นต์รีแร็ค เสริมความสะดวกสบายในทุกการพักผ่อน พร้อมตกแต่งด้วยโต๊ะข้าง โต๊ะกลาง และไอเทม Décor อาทิ แจกันดอกไม้ หมอนอิงสีสดใส และพรม หรือใน มุมครัว เลือกชุดครัว  ชุดโต๊ะอาหารที่ใช้วัสดุจากไม้ที่เรียบง่าย และตกแต่งมื้ออาหารให้สุดแสนพิเศษด้วยชุดจานชาม ด้วยเมนูและเครื่องดื่มดับร้อนให้กับสมาชิกในครอบครัว สำหรับ ห้องนอน เพิ่มความมีชีวิตชีวาชุดเครื่องนอนด้วยลายดอกไม้ หรือสีฟ้าของน้ำทะเล หรือหากิจกรรมเอ้าท์ดอร์สนุกๆ กับครอบครัว จัดบาร์บีคิวในสวนมอบอารมณ์ธรรมชาติด้วยโต๊ะ เก้าอี้สนาม กระถางต้นไม้  รูปปั้น ชวนให้ฟิน…รับรองว่าอยู่บ้านซัมเมอร์นี้ไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน!!

มาช้อปไอเทมเด็ดที่ช่วยปลุกมู้ดให้บ้าน Fresh อีกครั้ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com

Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682475

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:15 น.Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

Jockey ตอกย้ำเทรนด์โลกด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ สวมใส่สบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort

ตอบโจทย์เทรนด์ของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกบราที่สวมใส่สบาย สามารถใช้ได้หลายโอกาสมากขึ้น ล่าสุด Jockey (จ๊อกกี้) แบรนด์สัญชาติอเมริกันมีประวัติยาวนานมากว่า 146 ปี เปิดตัวชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงใหม่ล่าสุด  Jockey For Her  คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort  ที่มอบความสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ พร้อมคุณสมบัติไม่กดรัด ไม่อึดอัด กระชับทรงสวย และซัพพอร์ตได้ดี มาพร้อมกับเคล็ดลับที่ไม่ลับให้กับสาวๆ ในการเลือกชุดชั้นในที่จะทำให้คุณมั่นใจตลอดวัน จาก คุณพั้นช์-ภัคญดา ชุติดนัยกุล และ เซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม-ปภาพินท์ วีระภุชงค์

Jockey แบรนด์สัญชาติอเมริกาเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์กางเกงชั้นในชายอันดับ 1 ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีชุดชั้นในและชุดออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง ที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทั้งหมดจึงเป็นบราไร้โครง ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การสวมใส่บราของผู้หญิงที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนนิยมเลือกบราที่ช่วยดันทรงให้หน้าอกสวยชิด ปัจจุบันสาว ๆ หันมาให้ความสำคัญกับชุดชั้นในที่สวมใส่สบายแต่ยังเก็บทรงสวย โดยเฉพาะช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้อง Work From Home และมองหาชุดชั้นในที่สวมใส่สบายมากขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทรนด์ชุดชั้นในทั่วโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับจ๊อกกี้ฟอร์เฮอร์คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ประกอบด้วยกางเกงชั้นในและบราไร้โครง 5 รุ่น ได้แก่ รุ่น 360° Fit Soft Cup ราคา 1,190 บาท เป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชั่น ถูกพัฒนาจาก 360° Fit รุ่นแรกให้สวมใส่สบายมากขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The No-Bra Bras ให้ความรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่บรา มาพร้อมเนื้อผ้าที่ผ่านการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษให้มีเนื้อเนียนละเอียด สัมผัสนุ่มสบาย อ่อนโยนต่อผิว มอบความสบายขั้นสุดด้วยการตัดเย็บแบบไร้ตะเข็บ แต่มีตะขอที่ช่วยให้สวมใส่ชุดชั้นในไร้โครงสะดวกมากขึ้น สายบรายืดหยุ่นรับกับรูปร่าง ทำให้ไม่อึดอัดไม่กดทับบริเวณบ่า ดีไซน์หน้ายู หลังยู รับกับทรวงอก เก็บกระชับทุกสัดส่วน นอกจากนี้ยังประกอบด้วยฟองน้ำยางพารา ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นคืนรูปได้ดี พับเก็บได้ไม่เสียทรง เหมาะทุกการเดินทาง

ถัดมาเป็นรุ่น The Cloud ราคา 1,090 บาท ให้สัมนุ่มนวล เบาสบายดั่งปุยเมฆ  ด้วยเนื้อผ้า Circular Knitted ผ้าทอเนื้อละเอียดเนียนนุ่มที่มีส่วนผสมของเส้นใยสเป็นเด็กซ์มากถึง 40% จึงทำเนื้อผ้ามีความยืดหยุ่น โอบกระชับรับทรวงอก ไม่ง้อโครง สายบ่าปรับได้ตามรูปร่าง เก็บกระชับทุกสัดส่วน มาพร้อมดีไซน์แบบเต็มตัว สามารถใส่เป็น Everyday Look แมตช์กับเสื้อตัวนอกได้อย่างลงตัว ตามด้วยรุ่น Feather ราคา 990 บาท โฮมบราที่มอบความสบายและระบายอากาศได้ดีขั้นสุด ทำจากผ้าคอตตอน รูปทรงแบบเต็มตัวช่วยเก็บเนื้อด้านข้าง และสามารถใส่เป็นเสื้อครอปในชีวิตประจำวันได้ ตอบรับเทรนด์การสวมใส่เสื้อผ้าของสาว ๆ รุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Cut Out ราคา 1,090 บาท ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการสวมใส่บรา ด้วยดีเทลผ้าตาข่ายที่ดูแฟชั่นมากขึ้น แต่ยังสวมใส่สบาย ไม่ระคายผิว เพราะตัดเย็บจากเนื้อผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สาว ๆ หลายคนชอบ ดูแลรักษาง่าย เปื้อนยาก และสีสันสดใสยาวนาน ไม่ซีดเร็ว มาพร้อมฟองน้ำแบบชิ้นเดียว ทำให้ไม่เคลื่อนหลุดเมื่อสวมใส่ และฟังก์ชั่นปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ เพื่อเพิ่มความกระชับมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายที่รุ่น Iconic II ราคา 1,090 บาท ที่มีฟังก์ชั่นคล้ายกับรุ่น Cut Out ตรงที่เป็นฟองน้ำแบบชิ้นเดียว และปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ แต่แตกต่างกันที่เป็นบราไร้โครงผ้าไนลอน ยืดหยุ่นสูง ระบายการได้ดี และมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบจ๊อกกี้

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม – ปภาพินท์ วีระภุชงค์ เผยว่า ชุดชั้นในเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่มีทรวดทรง และการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมกับรูปร่าง ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจยามสวมใส่เสื้อผ้าให้ดูดีทั้งภายในและภายนอก ด้วยความที่ตัวเองชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว จึงมักเลือกบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย และสามารถใส่ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้เลย ซึ่งปัจจุบันมีบราไร้โครงให้เลือกหลากหลายแบบมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่ส่วนตัวมักเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เนื้อผ้านุ่มสบาย ใส่แล้วไม่แพ้ และสามารถพับเก็บได้ เนื่องจากเป็นคนชอบเดินทางบ่อย ๆ

อีกหนึ่งคนดังที่มาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกชุดชั้นใน คุณพั้นช์ – ภัคญดา ชุติดนัยกุล กล่าวว่า ส่วนตัวชอบบราที่นอกจากสวมใส่สบายแล้ว ต้องช่วยกระชับสัดส่วน โดยจะมีบราหลัก ๆ 2 แบบคือบราที่เน้นความสบายยามสวมใส่อย่างสปอร์ตบรา และบราแบบไร้สายเนื่องจากตัวเองชอบใส่เสื้อปาดไหล่  สำหรับเคล็ดลับการเลือกซื้อบราอย่างแรกแน่นอนว่าต้องสวมใส่สบาย และพยายามไปลองและเลือกซื้อชุดชั้นในที่ร้านด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ชุดชั้นในที่พอดีกับรูปร่าง ต่างจากบางคนที่ชอบเลือกชุดชั้นในให้มีความหลวมนิดนึงเพื่อความสบายตัว ซึ่งตอนนี้มีบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย พับเก็บง่าย และดีไซน์สวย ให้เลือกสวมใส่มากมาย จนบางครั้งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกาย สามารถใส่บราตัวเดียวกับเสื้อคลุมหรือเสื้อแจ็คเก็ตออกไปข้างนอกได้เลย

#JockeyforHer #JockeyThailand #InfiniteComfort

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682185

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 06:10 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เอไอ ก้าวหน้าในอัตราเร่ง นำมาซึ่งความท้าทายต่อการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายในการแก้ปัญหาการดำเนินไปของโลกทุกวันนี้คือการแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหา เรามักเจอความท้าทายต่อไปนี้

1. เวลาจะแก้ปัญหา คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเก่าๆ คิดวนเวียนเหมือนติดอยู่ใน “กับดักกรอบความคิดเดิมๆ”

2. ไม่เข้าใจว่าทำไมในขณะที่กำลังจัดการกับปัญหาหนึ่งๆ แม้มันยังไม่เรียบร้อยดีเลย มันก็มีปัญหาอื่นๆ แทรกและพ่วงติดเข้ามาทุกครั้ง ทำไมปัญหามันไม่จบซักที

3. เวลามีปัญหาเข้ามา ทำไมแก้ปัญหาไม่ตก หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่เป็น ไม่เป็นลำดับชั้น คิดสับสน วนไปมา

4. เวลาแก้ปัญหา คิดทีไรมันก็ได้แต่แนวทางแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

5. องค์กรไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานยังแยกส่วน มองภาพคนละเป้าหมาย จึงไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ทางออกการแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น โดยรวมแล้วเป็นเพราะขาดมุมมองเชิงระบบ แล้วมุมมองเชิงระบบคืออะไร การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมขอเสนอ ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory

เวลาท่านจะทานกาแฟร้อน โดยมาตรฐานก็มีผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน แล้วท่านสงสัยไหมว่า ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง แต่ท่านต้องนำองค์ประกอบทั้งสี่มาชงให้เข้ากันก่อน แล้วจึงดื่ม

เมื่อพิจารณาถึงกาแฟร้อนที่ชงเสร็จแล้ว จะเห็นว่ามันมีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วย ในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มันต้องมีองค์ประกอบ ก็คือผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน องค์ประกอบทั้งสี่ต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะที่มันเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ได้เป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพ ในรูปของความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม และคุณสมบัติเหล่านี้เองที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าและสะท้อนออกมาในรูปของราคาและมูลค่าที่สูงขึ้น

และไม่ว่าเราจะพิจารณาอะไรก็ตาม เราพบว่าสรรพสิ่งรอบตัวทั้งรูปและนาม หรือแม้แต่ตัวความรู้ ปัญญา กระบวนการเรียนรู้ ต่างล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เช่นเดียวกับความเป็นกาแฟร้อน กล่าวคือ มันมีภาวะของความเป็นองค์รวมที่สะท้อนออกมาจากความเป็นระบบ และขอเรียกแนวคิดนี้ว่า ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงให้ความหมายที่เข้าใจง่ายถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งว่าคืออะไร โลกเรานี้มันมีธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้วเราจะนำเอาความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ดังนั้น การพัฒนาใดๆ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติทั้ง 6 นี้ตามทฤษฎีกาแฟร้อน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาปัญญา องค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา การพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

โดยสรุป ปัญหาคือความท้าทาย การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจในความหมายของมุมมองเชิงระบบ อันเป็นฐานรากสำคัญของการยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทฤษฎีกาแฟร้อน จึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

Jim Thompson ชวนอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ไปกับคอลเลคชั่น day to night

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682186

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 09:30 น.Jim Thompson ชวนอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ไปกับคอลเลคชั่น day to night

เติมเต็มความสนุกของการแต่งกายไปกับคอลเลคชั่น day to night จาก Jim Thompson พร้อมอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน) แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนิกของไทย ชวนผู้ชื่นชอบการแต่งตัวแบบมิกซ์แอนด์แมทช์มาอัปเดตเทรนด์ปรับลุค พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบ day to night ด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันในลวดลาย ปริ้นท์สวยงามร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทย โดยนับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเสื้อผ้าสไตล์ resort wear อันเป็นเอกลักษณ์มานำเสนอในมุมมองใหม่ สะท้อนคอนเซปต์ของเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ในทุกกิจกรรมตลอดวัน เริ่มตั้งแต่ไปทำงานตอนเช้าในสไตล์ urban chic และในขณะเดียวกันก็พร้อมไป hang-out ต่อในช่วงกลางคืนกับสไตล์ glam resort เพื่อเติมเต็มความสนุกให้การแต่งตัวในทุกๆ วัน

ล่าสุด Jim Thompson ได้จัดงาน “Jim Thompson Exclusive Collection Preview” ซึ่งเป็นอีเว้นท์พิเศษที่แบรนด์ได้จับมือร่วมกับอีก 2 แบรนด์ระดับตำนานของไทยอย่าง การบินไทย และ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยเชิญสมาชิก Royal Orchid Plus Platinum & Gold members คนพิเศษ เข้าร่วมงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้าน Jim Thompson สาขาสยามพารากอน ภายในงาน Jim Thompson ได้นำเสนอเสื้อผ้า Ready-to-Wear คอลเลคชั่นใหม่ แบบมิกซ์แอนด์แมทช์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีกว่า 15 ลุค

ซึ่งไฮไลท์ของงานคือ การแนะนำการแต่งกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบ day to night โดยมีไอเทมส์ชิ้นเด่นที่ผู้หญิงชาวเมืองยุคใหม่ควรมีติดตู้เสื้อผ้าไว้ ได้แก่ Karawek Maxi Dress เดรสที่ได้นำความโรแมนติกสไตล์วินเทจมาผสมกับลายการเวกบนผ้าลินิน ซึ่งเป็นเดรสที่สวมใส่สบายแต่ยังมอบความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร Karawek Cotton Garthered Skirt กระโปรงผ้าฝ้ายชั้นดีที่มาพร้อมลายการเวกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาในทรงจับจีบสวยงามเมื่อสวมใส่และยังนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อสไตล์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว และ Tiered Maxi Dress เดรสผ้าไหมลายแก้วชิงดวง ซึ่งเป็นลายดอกกลมซ้อนทับในดีไซน์ร่วมสมัย ที่สวมใส่สบายมอบความรู้สึกหรูหราในลุค resort glam แล้วยังแฝงไปด้วยความหมายที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย สำหรับสุภาพบุรุษ ไอเทมส์ชิ้นเด่นสำหรับการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่แบรนด์แนะนำ ได้แก่ Karawek Long Sleeve Shirt เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวเนื้อดีที่สามารถสวมใส่ในลุคสุภาพเป็นทางการ หรือปรับให้กลายเป็นลุคสบายๆ แบบ casual ด้วยลูกเล่นลายการเวกที่ซ่อนไว้ที่ปลายแขนเสื้อด้านในเมื่อพับแขนเสื้อขึ้น และ Karawek Hawaiian Linen Short กางเกงขาสั้นผ้าลินินที่มาพร้อมลายปริ้นท์การเวกสีเหลืองสด เหมาะแก่การนำมาจับคู่กับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืด สำหรับสวมใส่ไปทำกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

นอกจากนี้ เสื้อผ้า Ready-to-Wear คอลเลคชั่นใหม่ของ Jim Thompson ยังมาพร้อมกับนวัตกรรม “Easy Care” ที่สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ โดยไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning) โดยสามารถซักน้ำ และรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบ day to night ไปกับ Jim Thompson ได้แล้ววันนี้ ที่ Jim Thompson สาขาสุรวงศ์ และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ และไอคอนสยาม หรือบนทางช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com

Burberry Beyond Radiance เปล่งประกายเกินต้านด้วยลิควิดไพรเมอร์ เมคอัพเบสล่าสุดจาก Burberry

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682184

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 07:55 น.Burberry Beyond Radiance เปล่งประกายเกินต้านด้วยลิควิดไพรเมอร์ เมคอัพเบสล่าสุดจาก Burberry

Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Beyond Radiance ครั้งแรกกับไพรเมอร์เนื้อลิควิด ที่มอบผลลัพธ์หลากหลายให้คุณสัมผัสประสบการณ์ ‘เหนือระดับ’ ของผิวเปล่งประกายสว่างใสด้วยฟินิชแบบลูมินัส

เนรมิตขั้นตอนการเตรียมผิวและเมคอัพในทุกวันให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เมื่อ Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Beyond Radiance ครั้งแรกกับไพรเมอร์เนื้อลิควิด ที่มอบผลลัพธ์หลากหลายให้คุณสัมผัสประสบการณ์ ‘เหนือระดับ’ ของผิวเปล่งประกายสว่างใสด้วยฟินิชแบบลูมินัส ช่วยให้ขั้นตอนการเตรียมผิวและเมคอัพในทุกวันให้เป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารบำรุงผิวมากมาย อาทิ ดอกกุหลาบดามัสเซน่า, สารสกัดจากใบชาดาร์จีลิ่ง, น้ำมันดอกคำฝอย และเปลือกส้ม มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผิวเนียนกริบ เปล่งปลั่งแบบสุขภาพดี พร้อมช่วยปกป้องและปรับฟื้นสภาพผิวให้กระจ่างใสไร้ที่ติอย่างเห็นได้ชัดตลอดวัน

ด้วยส่วนผสมที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติถึง 96% ผสานกับไข่มุกสะท้อนแสง Burberry Beyond Radiance จึงจัดเป็นลิควิดไพรเมอร์สูตรวีแกนซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาเป็นพิเศษ ประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 80% ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวอย่างล้ำลึกตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยเกราะป้องกันผิวชั้นดีจากวิตามินเอฟของน้ำมันดอกคำฝอยที่มีกรดไลโนเลอิกเสริมความแข็งแกร่งและล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว ผสานด้วยความหอม สดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติจากดอกกุหลาบดามัสเซน่าและสารสกัดจากใบชาดาร์จีลิ่งที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวสวยจากมลภาวะรอบตัว ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งคุณสมบัติที่บูสต์ความเปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอกให้กับผิวแบบไม่สิ้นสุดด้วยโปรวิตามินพีจากเปลือกส้ม ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ให้ผิวแลดูกระจ่างใส สม่ำเสมอ โปร่งแสงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและลดเลือนจุดด่างดำหลังจากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 14 วัน นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันและส่วนผสมที่ทำให้เกิดภาวะรูขุมขนอุดตัน ซึ่งผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าปลอดภัยต่อผิวแน่นอน

Burberry Beyond Radiance นำเสนอมาในเฉดสีหนึ่งเดียวอย่าง Bare Glow ที่ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทุกสีผิวตามธรรมชาติและทุกสภาพผิวของผู้ใช้งาน รวมถึงผิวบอบบาง สามารถครีเอทลุคให้สาวๆ ได้หลากหลายตามต้องการ โดยใช้แต่งแต้มลงบนใบหน้าแบบเดี่ยวๆ ให้ลุคสวยใสเป็นธรรมชาติ หรือจะใช้เสมือนเป็นเมคอัพเบสก่อนลงรองพื้นเพื่อสร้างผิวที่ดูสว่างใสมีชีวิตชีวาและชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาผสมร่วมกับรองพื้นเพื่อปรับระดับความกระจ่างใส หรือจะนำมาใช้เป็นไฮไลท์ขับเน้นเสน่ห์ตามจุดต่างๆ อาทิ บริเวณโหนกแก้ม, สันจมูก และรอยหยักบนริมฝีปาก ก็ได้เช่นกัน

Burberry Beyond Radiance พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ชิดลม, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, สยาม ทาคาชิมายะ และร้าน Sephora สาขาสยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือช้อปออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.sephora.co.th และ www.central.co.th ในราคา 1,950 บาท