“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463476

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง" 10 เมษายน 2564 – 14:22 น.

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” อาหารไทยโบราณหารับประทานยากพร้อมเครื่องเคียง 9 มงคล

ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูต้นตำรับด้วย “ข้าวแช่ข้างวัง” โดยฝีมือจาก เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร เชฟอาหารไทยที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี  ที่จะมาเผยเคล็ดลับในการทำตำรับข้าวแช่โบราณที่สุดพิถีพิถันจะกระทั่งออกมาเป็นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ที่เลอค่าน่ารับประทาน โดยลูกค้าสามารถมาลิ้มลองด้วยตัวเองหรือจะส่งมอบให้เป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

มี 4 แบบที่บรรจุไว้ในกล่องสวยหรูให้เลือก ได้แก่  ชุดเล็กราคา 495 บาท  ชุดเล็กพร้อมมาลัยราคาชุดละ 750 บาท  ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานราคา 1,290 บาท และข้าวแช่ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานพร้อมมาลัยราคาชุดละ 1,590 บาท  หรือรับประทานในร้านราคา 385 บาท โดยเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” นี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้  – 30 มิถุนายน ศกนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร กล่าวว่า “การรังสรรค์เมนูข้าวแช่ข้างวังในครั้งนี้ ผมได้ลงมือทำอย่างพิถีพิถันและมีการลงรายละเอียดอย่างประณีต ที่เริ่มตั้งแต่การขัดล้างข้าวถึง 7 ครั้ง โดยนำข้าวสารไปล้างน้ำและขัดด้วยสารส้มเบาๆ จนน้ำล้างข้าวใส  ซึ่งผมได้เลือกใช้ข้าวสารคุณภาพดีจาก จ.ปทุมธานี  ในส่วนของน้ำลอยดอกไม้ข้าวแช่ตำรับข้างวังครั้งนี้ ผมได้ใช้วิธีการร่ำน้ำอย่างไทยโดยใช้ดอกมะลิ กุหลาบมอญ และเทียนร่ำกระดังงา และในส่วนของเครื่องเคียง 9 มงคลนั้นก็ได้มีการปรุงแต่งออกมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ เกสรไพลิน (ดอกอัญชันสอดไส้ไข่เค็ม), หมูฝอยเส้นทอง, ลูกกะปิทอด ,หอมแดงสอดไส้กุ้ง, ปลายี่สนผัดหวาน ,พริกหยวกสอดไส้, การะเวกสอดสี (หมูสับห่อกุนเชียง),ไชโป๊วผัดน้ำตาลโตนด, และเครื่องผักสดผักเคียงจักดอก เพิ่มอรรถรสในการรับประทานและตัดรสชาติได้ดีครับ” เชฟโธมัส กล่าว

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

ท่านใดเป็นแฟนพันธุ์แท้ข้าวแช่ต้องไม่พลาดเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ไม่ว่าจะรับประทานเอง หรือจะส่งมอบเป็นของขวัญให้คนที่ท่านรัก  สามารถสั่งจองได้ที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ณ โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30 – 21.00 น. และบริการเดลิเวอรี่ ผ่านไลน์ : Thonglor Cuisine โทร. 092-966-2563, 02-000-4701 เวปไซต์ http://www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก,อินสตาแกรม Thonglor Cuisine‬ และอย่าลืมติดตามช่องทางใหม่กับเรื่องราวงานหัตถศิลป์เอาใจคนรักงานฝีมือ อินสตราแกรม: Sri.thonglor‬‬‬

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463472

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง10 เมษายน 2564 – 13:34 น.

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง แก้ปัญหาต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัส โดย นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะ  ทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ในอดีต หากเห็นใครบางคนที่มีปัญหาลักษณะของหนังตาตก อาจไม่ใช่มาจากสาเหตุของกล้ามเนื้อหย่อนหรืออายุที่เปลี่ยนไป แต่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณใบหน้าหรือที่เรียกว่า “โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส” ( Myasthenia Gravis : MG)    ที่คนไทยมักนิยมเรียกว่า “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ เอ็มจี” โดยโรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทําลายตัวรับสัญญาณประสาทที่อยู่บนกล้ามเนื้อของตัวเอง ทําให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของความผิดปกติของโรคได้  อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง(MG) คือ อาการหนังตาตก ส่งผลทำให้เห็นภาพซ้อน  อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นในช่วงเช้า ๆ หลังจากตื่นนอนหรือหลังจากพักหลับตา ในบางรายอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมไปถึงระบบส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการ เช่น แขนขาอ่อนแรง เกิดอาการตะคริว รวมไปถึงส่งผลต่อการกลืนอาหารหรือการหายใจ  จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากอายุรแพทย์ระบบประสาท 

นพ.ศิระ เลาหทัย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) ควรได้รับการตรวจหาภาวะต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัสด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT chest) โดยมักจะพบร่วมด้วยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วย ในวิธีการรักษาปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) สามารถรักษาได้ด้วยยาที่มีออกฤทธิ์ลดการทำลายสารสื่อประสาทที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และในผู้ป่วยกลุ่มที่มีเนื้องอกต่อมไทมัสควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนในบางรายที่ไม่มีเนื้องอกอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยหลังได้รับการผ่าตัดโดยส่วนมาก มักจะมีอาการที่ดีขึ้นและสามารถลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันลงได้

การผ่าตัดต่อมไทมัสไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ต่อมไทมัสปกติเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณหน้าหัวใจ โดยตัวต่อมมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในช่วงแรกเกิด จากนั้นตัวต่อมไทมัสจะค่อย ๆ ฝ่อลงจนเป็นเพียงเนื้อเยื่อไขมันในช่วงผู้ใหญ่ ฉะนั้นการตัดต่อมไทมัสไปจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบในร่างกาย    

การผ่าตัดนั้นในอดีตได้ทำการผ่าเปิดกระดูกบริเวณหน้าอก ( Median sternotomy) แต่ปัจจุบันการผ่าตัดต่อมไทมัส สามารถทำการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ( Video assisted thoracoscopic surgery; VATS thymectomy) แผลจุดเดียวขนาด 2.5 เซนติเมตร ข้างลำตัวทั้ง 2 ข้าง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียงแค่  2-3 วันเท่านั้น โดยจากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดเปิดและการผ่าตัดส่องกล้อง นั้นไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการผ่าตัด  นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของระยะเวลานอนโรงพยาบาลที่สั้นกว่า และมีสภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายน้อยกว่า  อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่รักษาได้หายขาด แต่ การผ่าตัดต่อมไทมัส ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีพัฒนาการเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรงดีขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นนวัตกรรมรูปแบบการรักษาสมัยใหม่ในการรักษา 

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463400

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน9 เมษายน 2564 – 12:46 น.

“ภาวะมีบุตรยาก”หมายถึงภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ทั้งที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอนับวันไข่ตกและไม่ได้คุมกำเนิดโดยแบ่งเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า35ปีที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน1ปีและผู้หญิงอายุตั้งแต่35ปีขึ้นไปที่ไม่สามารถมีบุตรได้ภายในเวลา6เดือน

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) สาเหตุการมีบุตรยากที่มาจากฝ่ายชาย ได้ แก่ คุณภาพของสเปิร์ม ส่วนสาเหตุจากฝ่ายหญิงจะพบได้มากกว่า เนื่องจากระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงมีความซับซ้อนที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้ในหลายประการ  เช่น ปัญหาเรื่องรังไข่ คุณภาพของ
ไข่ ความผิดปกติของรอบเดือน มดลูก ท่อนำไข่อุดตัน เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  เป็นต้น

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากและผู้ก่อตั้งเพจ Babyandmom.co.th สำหรับผู้มีบุตรยาก เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การตรงด้านมีบุตรยากที่เคยผ่านกระบวนการรักษาผู้มีบุตรยากมาทุกขั้นตอน พร้อมศึกษางานวิจัยจากผู้มีบุตรยากและการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์จากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  
จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลงานวิจัย ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ได้สรุปปัจจัยหลัก 3 ประการในการตั้งครรภ์ ไว้ดังนี้

1.ไข่
คือ วัตถุดิบตั้งต้นของการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เริ่มต้นที่เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ได้พบกับสเปิร์มที่แข็งแรง ปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในมดลูกและเติบโตในครรภ์ต่อไป ดังนั้นไข่ใบน้อยๆ ใบนี้จะกลายไปเป็นลูกน้อยในอนาคต ในร่างกายเรามีเซลล์หลายล้านเซลล์ ไข่ก็คือเซลล์ และเป็นเซลล์สืบพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย แต่เซลล์ไข่อ่อนไหวต่ออนุมูลอิสระมากๆ เซลล์ไข่เสื่อมง่าย เสียหายง่าย ฝ่อง่ายจากการทำลายของอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นในร่างกายเราทุกวัน ดังนั้นเซลล์ไข่ที่ไม่มีคุณภาพจึงเป็นปัญหาหลักที่สำคัญที่สุดจากฝ่ายหญิงที่ทำให้มีบุตรยาก

ผู้หญิงมีเซลล์ไข่กว่า 6-7 ล้านเซลล์ติดตัวมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ฟังดูเหมือนไข่มีจำนวนเยอะมาก แต่รู้หรือไม่ว่านับตั้งแต่วันที่ผู้หญิงเราคลอดออกมาเซลล์ไข่จะเหลือเพียง 1-2 ล้านเซลล์ และจากนั้นไข่ก็จะฝ่อไปเรื่อยๆ ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ จนเมื่อถึงวัยมีประจำเดือน ไข่จะเหลือแค่ประมาณ 7 แสนใบ แต่ทั้งนี้จะมีไข่ที่มีผลทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียงแค่ 400-500 ฟองเท่านั้น เพราะการตกไข่แต่ละครั้งจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่สมบูรณ์และกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือเมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมมีลูกไข่ของผู้หญิงเราก็เหลือน้อยลงและเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ 

สาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมคุณภาพ
1.อายุของฝ่ายหญิงที่เพิ่มขึ้น 
นอกจากเซลล์ไข่จะลดจำนวนลงแล้ว ความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ก็จะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยผู้หญิงวัย 35 ขึ้นไปถือเป็นช่วงขาลงของวัยเจริญพันธุ์ ในทางการแพทย์ คุณภาพของเซลล์ไข่ (Egg Quality) เชื่อมโยงถึง “ความปกติทางโครโมโซมของไข่” โดยไข่ที่โครโมโซมปกติ เรียกว่า “euploid” ส่วนไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติเรียกว่า “aneuploid” ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมปกติ (Chromosomally normal egg) จะมีโครโมโซม 23 แท่ง เมื่อมีการปฏิสนธิจากอสุจิของฝ่ายชายที่มีโครโมโซมปกติอีก 23 แท่ง ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ก็จะมีโครโมโซมรวม 46 แท่ง ความสัมพันธ์ของอายุกับคุณภาพของไข่ก็คือ เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะมีไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ (aneuploid) เพิ่มขึ้น ไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ คือมีจำนวนโครโมโซมมาก หรือ น้อยกว่า 23 แท่ง  

โดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้ 
•อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%
•อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%
•อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90% 
ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติอาจส่งผลให้ 
•อัตราการปฏิสนธิต่ำ (low fertilization rate)
•ตัวอ่อนไม่ฝังตัว (embryo fails to implant in the uterus)
•แท้งในระยะเริ่มแรก (early miscarriage)
•ทารกเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) 

2.อนุมูลอิสระ
 อนุมูลอิสระส่งผลต่อความเสื่อมของเซลล์ไข่และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้โครโมโซมเซลล์ไข่ผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วย

มีงานวิจัยศึกษาพบว่า สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก)  ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging) 

นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก 

สำหรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก ที่ต้องใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) การมีเซลล์ไข่ที่มีคุณภาพเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ส่งผลต่อโอกาสในความสำเร็จ อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วเป็นการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการคัดเลือกไข่และอสุจิตัวที่ดีที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีช่วยในการคัดเลือกไข่ที่ดีได้ แต่ไม่สามารถทำให้ไข่มีคุณภาพได้

“คุณภาพของไข่” ขึ้นอยู่กับการบำรุงและสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายของผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ต้องเตรียมบำรุง “วัตถุดิบตั้งต้น” ไปให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอ

ภาพเซลล์ไข่ที่เก็บออกมาจากรังไข่ เพื่อคัดเลือกไข่ที่สุก ที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” เข้าสู่กระบวนการ ICSI (เด็กหลอดแก้ว)

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หลังจากการกระตุ้นไข่ จะมีการเก็บไข่เพื่อนำไปปฏิสนธิ ซึ่งไข่ที่เก็บมาได้นั้นไม่ได้หมายความว่าใช้ปฏิสนธิได้ทุกใบ แพทย์จะเลือกเฉพาะ “ไข่สุก” เท่านั้นที่สามารถนำไปปฏิสนธิต่อไปได้ ส่วนใบที่เป็นไข่อ่อนจะไม่สามารถนำไปปฏิสนธิได้ ซึ่งไข่สุก คือ ไข่ที่มีแนวโน้มการแบ่งเซลล์เป็นปกติ หรืออยู่ในระยะ Metaphase II (MII) พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิได้ ส่วน Metaphase I (MI) เป็นระยะไข่อ่อนที่ยังไม่พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิค่ะ และ Abn. เป็นไข่ที่รูปร่างผิดปกติ เช่น มี 2 Polar Body หรือ มีรูปร่างผิดปกติจากการแตกหักของเซลล์ เป็นต้น
 
ภาพเซลล์ไข่สุกที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” 

ซึ่งเมื่อเก็บไข่ออกมาแล้ว “ไข่สุก” จะดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB”  คือ จุดเล็กๆ ที่อยู่บนเซลล์ไข่ เป็นตัวที่บอกว่าไข่ใบนั้นสุกแล้ว ถ้าไข่อ่อนจะไม่มีจุดเล็กๆ นี้ 
นอกจากดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) แล้ว ก็ต้องดูคุณภาพของเซลล์ไข่ด้วย
 โดยประเมินได้จาก
•ความเรียบเนียนเนื้อไข่ 
•ความยืดหยุ่นขณะทำ ICSI (จับสเปิร์มเจาะไข่)
•รูปร่างทั่วไป มี 1 polar body และจุดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป 
•สี ไม่คล้ำ ไม่มีขยะเซลล์ 
•ไซโตพลาสซึมมีลักษณะไม่หยาบ สีไม่คล้ำ
•เซลล์ไข่ที่ดี ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างไซโตพลาสซึม กับ zona pellucida (perivitelline space) มากเกินไป 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณภาพของเซลล์ไข่ การเจริญเติบโตของไข่ที่สมบูรณ์ (ไข่สุก) ต้องสร้างมาจากภายในร่างกายของผู้หญิง ไม่สามารถมาเพิ่มคุณภาพในภายหลังที่เก็บออกมาแล้วได้  

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการทานอาหารและภาวะเจริญพันธุ์ (The influence of diet on fertility) หลายฉบับ ศึกษาพบว่า การทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยบำรุง ซ่อมแซมเซลล์และปกป้องเซลล์ไข่จากการถูกทำให้เสียหายจากอนุมูลอิสระทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์ขึ้น เป็นการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ 

โดย “ครูก้อย” ได้แนะนำให้ผู้ที่ติดตามในเพจ babyandmom.co.th ให้เน้นการรับประทานโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรตลง ทานไขมันดี และเน้นสารต้านอนุมูลอิสระ การทานอาหารแบบนี้จะส่งผลต่อเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ ฮอร์โมนที่สมดุลและส่งผลต่อวงจรการตกไข่ที่เป็นปกติอีกด้วย ถึงแม้จะมีไข่น้อย แต่ถ้าเป็น “ไข่ที่มีคุณภาพ” ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องรู้จักบำรุงเซลล์ไข่ของเราให้มีคุณภาพ เป็น “ไข่ทองคำ” ที่จะกลายมาเป็นเบบี๋ของเราในอนาคต

2. มดลูก
มดลูก คือ บ้านหลังแรกของลูก เมื่อไข่ที่สมบูรณ์ปฏิสนธิกับสเปิร์มที่แข็งแรง เกิดเป็นตัวอ่อนคุณภาพดี ตัวอ่อนก็จะค่อยๆ แบ่งเซลล์และเดินทางเข้ามาฝังตัวที่บ้านหลังนี้ ดังนั้นมดลูกต้องแข็งแรงและสมบูรณ์พร้อมที่สุด ตัวอ่อนจึงจะมาฝังตัวได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย และเติบโตเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง 

 ภาพอัลตร้าซาวด์มดลูก 
ในการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) นั้นหลังจากทำการเก็บไข่และนำไปผสมกับอสุจิเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้ว ก็จะมีการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมในการย้ายตัวอ่อนกลับเข้ามาใส่ในโพรงมดลูก

ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)  จึงต้องเตรียมมดลูกให้พร้อมก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมผนังมดลูกเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ผู้หญิงมีบุตรยากต้องให้ความสำคัญ เพราะมันเป็นปัจจัยหลักอีกประการหนึ่งที่จะชี้ว่าตัวอ่อนจะฝังตัวได้หรือไม่ เราจะท้องหรือไม่ในรอบนี้

โดยผนังมดลูกที่สมบูรณ์พร้อมตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในการฝังตัวของตัวอ่อนมีลักษณะดังนี้ 
1.ผนังมดลูกต้องหนา 8-10 มิลลิเมตร (ไม่ควรหนาเกิน 14 มิลลิเมตร) 
2.เรียง 3 ชั้นสวย (Triple lines) ผิวเรียบเห็นเส้นกลางชัดเจน 
3.ใสเป็นวุ้น สะอาด ไม่หนาทึบทับถมด้วยประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง
4.มดลูกอุ่น คือ มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ไม่มีสารพิษตกค้าง
โดย “ครูก้อย นัชชา” ได้ให้คำแนะนำนำกับผู้หญิงที่มีบุตรยากและผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ว่า ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมมดลูกให้ได้ตามเกณฑ์ก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การรับประทานโปรตีนให้เพียงพอเพื่อสร้างผนังมดลูกให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงมดลูก เช่น น้ำขิง และดื่มน้ำมะกรูดคั้นสดที่มีสารไบโอฟลาโวนอยด์สูงช่วยให้เลือดสูบฉีดและทำให้เส้นเลือดฝอยที่โอบอุ้มมดลูกแข็งแรง ลดการอักเสบติดเชื้อที่มดลูก 

นอกจากนี้การบำบัดหรือดีท็อกซ์สารพิษจากการใช้ฮอร์โมนที่คั่งค้างในมดลูกก็มีความสำคัญ เสมือนเป็นการเคลียร์มดลูกให้สะอาดพร้อมรับการฝังตัว ทำได้ด้วยการ “ดื่มชาดอกคำฝอย” เพื่อขับลิ่มเลือดประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง และ “การแพ็คน้ำมันละหุ่ง (Castor Oil Pack)”  เพื่อขับล้างสารพิษที่คั่งค้างจากการใช้ฮอร์โมน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์และอวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น

3. ฮอร์โมนที่สมดุล
ฮอร์โมนเปรียบเสมือนน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิต ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุม และกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้เป็นไปอย่างปกติ รวมไปถึงฮอร์โมนเพศด้วย ในการตั้งครรภ์นั้น ฮอร์โมนเพศต้องสมดุลจึงจะส่งผลให้มีลูกง่าย เพราะฮอร์โมนมีผลตั้งแต่การผลิตไข่ การกระตุ้นไข่ให้มีการเจริญเติบโต ฮอร์โมนทำให้ไข่ตกออกจากถุงไข่ รวมถึงการทำให้ผนังมดลูกฟอร์มหนาตัวขึ้นเพื่อเพิ่มความพร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว 
สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว ( ICSI ) นั้น การตรวจฮอร์โมนเป็นสิ่งสำคัญที่แพทย์จะนำผลมาพิจารณาการเลือกวิธีการรักษา การให้ยา หรือประเมินความสำเร็จในการรักษาได้ในเบื้องต้น ซึ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องได้แก่
•AMH บอกจำนวนฟองไข่ตั้งต้น
•E2 หรือ เอสตราไดออล ฮอร์โมนเพศหญิง บอกถึงความเจริญเติบโตของไข่ ไข่สุก
•FSH บอกความเสื่อมของรังไข่ ประสิทธิภาพของรังไข่
•LH ฮอร์โมนการตกไข่
•TSH ฮอร์โมนไทรอยด์ หากพบฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติจะส่งผลต่อความสมดุลของการสร้างฮอร์โมนเพศ
•PRL ฮอร์โมนน้ำนม หากมีค่าสูงจะกดวงจรการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก 

ซึ่งสาเหตุที่ฮอร์โมนไม่สมดุลอาจมาจากภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำหลายใบในรังไข่) การทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป หรือ ความเครียด โดยผู้หญิงที่มีบุตรยากต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอและปรับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการบำรุงไข่ให้มีคุณภาพ โตสมบูรณ์พร้อมปฏิสนธิ บำรุงผนังมดลูกให้แข็งแรง หนา ใส สวยอุ่น รวมถึงปรับฮอร์โมนให้สมดุลจึงเป็นหัวใจหลักที่จะเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงก่อนตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และต่อเนื่อง เบบี๋มาไม่นานเกินรอ “ครูก้อย” นัชชา ลอยชูศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย 

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463280

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ8 เมษายน 2564 – 08:54 น.

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ โดย ผศ.พญ. สุวิรากร ธรรมศักดิ์     ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย  

ถึงเวลาเข้าสู่ช่วงเมษา-พฤษภา หน้าร้อน หลังจากหลาย ๆ คนอยู่ในช่วงของ Work From Home จนเบื่อเด็ก ๆ ก็ได้หยุดเรียนช่วงปิดเทอม แถมรัฐบาลก็ใจดีประกาศให้หยุดยาว แถมวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เริ่มฉีดให้กับประชาชนกันแล้ว  หลาย ๆ จังหวัดก็ได้มีการคุมเข้มและเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง บางจังหวัดก็ปราศจากผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วในหลาย ๆ จังหวัด แต่ก็อย่าชะล่าใจต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไปเรื่อย ๆ ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหากต้องเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลช่วงนี้ ซึ่งทะเลกำลังสวยมาก มีชายหาดหลายแห่งที่มีสีเขียวมรกตมองดูสะอาดตา ธรรมชาติได้ฟื้นตัวเองไปพร้อม ๆ กับการที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ ดังนั้นจึงต้องรีบไปเที่ยวกันให้สนุกกันก่อนที่จะมาลุยงานกันต่อ     

การไปเที่ยวทะเล เดินเล่นชายหาดแต่กลัวแสงแดด แล้วเราจะทำอย่างไรดี ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ ผิวเสื่อมเกิดริ้วรอย  เกิดฝ้า กระ และมะเร็งผิวหนัง 

ตัวช่วยที่ 1 ในการเตรียมชุดหมวกและร่มไปด้วย หากจะไปทะเลจะให้ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว ก็อาจจะดูตลก ดังนั้นควรพกเสื้อคลุมกันแดด ผ้าคลุมปิดขา เวลาไม่จำเป็นต้องชุดสวยก็ให้คลุมผ้าชายทะเลพันทับกางเกงขาสั้นหรือบิกินีก็ได้ ถึงแม้จะไม่หนามาก แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งและถึงแม้ว่าเราจะทาสารกันแดดแล้วแต่แสง UV A สามารถผ่านผ้าได้ และก็ช่วยกรองแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าด้วย ส่วนหมวกควรจะเป็นแบบปีกกว้าง เพื่อให้คลุมหน้าได้ และช่วงนี้ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่แล้ว ก็ทำให้ช่วยกันแสงแดดได้ดี     

ตัวช่วยที่ 2 สารกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นต้องทาตั้งแต่ใบหน้า หลังคอ  แขน ขา แผ่นหลัง โดยเฉพาะผู้ชายไม่มีผมบังด้านหลังต้นคอ จะเป็นบริเวณที่ผิวไหม้ง่าย การทาพบว่าทุกวันนี้จะทาไม่ทั่วถึงและไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ การทาที่ถูกต้องปริมาณความหนาต้องให้ได้ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร คือ ถ้าเป็นครีมต้อง 2 ข้อนิ้วชี้ต่อ 1 หน้า หรือถ้าเป็นโลชั่นให้เทในอุ้งมือได้ขนาดประมาณเหรียญ 10 บาท ทาให้ทั่วใบหน้า ใบหูหลังคอบริเวณท้ายทอยและทาทุกส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า หากทำกิจกรรมมีเหงื่อหรือกิจกรรมทางน้ำ ต้องทำซ้ำ ๆ  ทุก  2  ชั่วโมง

เคล็ดลับการเลือกสารกันแดด การจะเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีและเหมาะสมนั้น จะต้องเลือก 1.เลือกผลิตภัณฑ์กันแดด ที่กันได้ทั้ง UVA และ UVB  โดยจะมีการเขียน PA+++ สำหรับการกัน UVA และ SPF สำหรับ UVB  โดยเลือกที่ค่าสูงไว้ก่อน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ (อย.) ให้ได้สูงสุด SPF50  ที่เห็นสูงกว่านี้อาจไม่ถูกต้อง 2. เลือกตามกิจกรรมที่ทำ หากลงน้ำต้องเลือกชนิดกันได้ Water-Resistance อาจจะเป็นชนิดน้ำ ครีมหรือสเปรย์ได้และทาซ้ำเช่นเดียวกับใบหน้า 3.วันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่มีแสงแดด ก็ต้องทา เพราะแสงUV ยังผ่านมาได้  4. UVA ไม่ทำให้ไหม้ แต่ทำให้ผิวคล้ำได้อย่างเฉียบพลัน ส่วน UVB ทำให้ผิวไหม้ได้ และยังทำให้ผิวคล้ำช้าและอยู่นานกว่า หลายคนจึงมักจะบ่นว่าตอนไปเที่ยวไม่เห็นดำหรือผิวคล้ำ แต่พอกลับจากไปเที่ยว ผิวก็ค่อย ๆ คล้ำ เพราะ Delayed  Tanning ของ UVB นั่นเอง 5.หมั่นตรวจสอบวันหมดอายุทุกครั้งเพราะสารกันแดด หากเก็บไว้ไม่ดี โดนความร้อนหรือแสงสว่าง อายุของสายกันแดดก็จะสั้นลง บางครั้งพอนำมาทาแล้วไม่ได้ผล หรือเกิดอาการแพ้สารกันแดดได้     

ตัวช่วยที่ 3 หากเกิดอาการผิวไหม้แดด จะทำอย่างไร หากเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่ยังเกิดอาการแสบผิวแดง ปวดแสบปวดร้อน ให้ลดอุณหภูมิในร่างกาย อาบน้ำ ทาครีมให้ความชุ่มชื่น ถ้าหากมีว่านหางจระเข้ ให้ฝานเอาส่วนที่เป็นเจลใส ๆ มาประคบบริเวณที่แสบร้อน  หากมียาแก้อักเสบให้ทายาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ได้ ดื่มน้ำสะอาด วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ถ้าปวดมากให้ทานยาแก้ปวด แก้ไข้ได้     

ตัวช่วยที่ 4  อย่าลืมสวมแว่นกันแดด เนื่องจากแสงแดดและลมเป็นอันตรายต่อดวงตา ทำให้เกิดต้อเนื้อ ต้อลม ควรใส่แว่นตากันแดดด้วย และถ้าให้ป้องกันแบบเต็มที่ควรเลือกแบบที่มีปิดด้านข้างด้วย    

ตัวช่วยที่ 5 ไปเที่ยวทะเลต้องพึงระวัง เรื่องแมงกะพรุนด้วย แมงกะพรุนจะมี 2 ชนิดที่มีอันตรายคือ แมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนสาย โดยเฉพาะช่วงวันฝนตก แมงกะพรุนจะถูกน้ำทะเลพัดเข้าฝั่ง หากร่างกายโดนหรือสัมผัสกับแมงกะพรุนอย่าเพิ่งตกใจ ให้รีบล้างด้วยน้ำทะเลสะอาด อย่าใช้น้ำเปล่าล้างโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระเปาะพิษแมงกะพรุนแตก ที่สำคัญหากมีน้ำส้มสายชูให้ผสมน้ำ พยายามล้างนานๆ ให้สังเกตว่าที่ชายทะเลมีต้นผักบุ้งทะเลหรือไม่  ถ้ามีให้ใช้ส่วนใบ บดกับน้ำให้ละเอียด แล้วเอามาพอกที่บริเวณแผล จำช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้     

ตัวช่วยที่ 6  คือ การดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ รับประทานวิตามิน C ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยลดอาการอักเสบจากการถูกแดดแผดเผาได้  คราวนี้ก็สามารถไปเที่ยวทะเลได้อย่างสบายใจ

Asean’s Generation Z more connected and democracy-minded, survey shows #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30404628

Asean’s Generation Z more connected and democracy-minded, survey shows

LivingApr 08. 2021

By THE NATION

A Japanese think-tank has unveiled an in-depth study of Asean’s Generation Z, offering insights into the future of the region.

So-called Gen Z citizens – those born between 1997 and 2012 and now aged 9-24 – account for about 24 per cent of Southeast Asia’s population, according to the Hakuhodo Institute of Life and Living Asean (HILL Asean).

As the first generation born in the internet age, they also have an outsized influence on society and the economy, according to HILL Asean’s survey, titled “Now you Z me: Debunking myths about Asean’s Generation Z”.

The survey of six countries – Thailand, Singapore, Indonesia, Malaysia, Vietnam, Philippines – revealed that Asean’s Gen Z are more connected with the outside world via their smartphones and take a dispassionate view of the words and deeds of previous generations. The survey showed a more democratic viewpoint among Gen Z members, who are keen to solve the social challenges caused by previous generations by valuing themselves, their families and others around them equally while tolerating each other’s differences.

HILL Asean dubs these Gen Zers who value harmony and synergy, “SynergiZers”.

It identifies SynergiZers as sharing several core characteristics.

Generally, Asean Gen Zers were raised in a more liberal atmosphere and encouraged by parents to have their own opinions. The survey found 46 per cent agreed with the statement “I was encouraged to question things, form arguments, and have a point of view”.

However, 63 per cent agreed they were “Encouraged to follow traditions and norms set by others” to maintain good relations with society and those around them.

Only 7 per cent agreed that “Success is making family and friends proud”.

Meanwhile, 86% agreed with the statements “Life is about fulfilling responsibility” and “Life is about self-love”. They value both themselves and their families, said HILL Asean. They think those around them can’t be happy if they are not happy.

Also, 74 per cent agreed that “Success is being happy with who I am despite what others say”, indicating that high positions and money are not the only “proof of success” to Gen Z.

Gen Z also understands the rules (how to behave) on the various social media platforms, and keep distinct identities for each in line with these. But none of these identities is false; they’re all their real selves. 82 per cent agreed with the statement “When posting on social media, I’m very conscious about my character”, and 68 per cent agreed with “I want to show my natural self on social media”.

Compared to older generations, they prefer posting in formats that can be enjoyed intuitively and sensorially, like stories and memes. The top three contents they view on social media were 1) Text and photos, 60% (Generation Y: 65%); 2) Videos, 52% (Generation Y: 49%); and 3) Stories, 46% (Generation Y: 41%).

In interviews conducted in conjunction with the survey, many Gen Z-ers said they wanted to work on social issues. 85 per cent agreed they were “Willing to pay 10 per cent more if a brand contributes to social issues in the community”. They had high expectations of brands and looked to them to fulfil many roles.

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463243

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ7 เมษายน 2564 – 17:30 น.

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ

บอกเลยว่าประวัติไม่ธรรมดา เพราะความสามารถเยอะเกินวัย “น้องเคท – ศุภนิดา เผ่าเสถียรพันธ์” วัย 9 ปี และ “น้องคิดดี – ศุภรดา เผ่าเสถียรพันธ์” วัยแค่ 8 ปี 

เพิ่งควงคู่กันไปรับรางวัลใหญ่ รางวัลเชิดชูเกียรติเยาวชนต้นแบบ จากไทยแลนด์มาสเตอร์ยูธ Thailand Master Youth 3 รับรางวัลจาก หม่อมหลวง ปนัดดา ดิสกุล จัดขึ้นไปแล้วที่ อัลตร้าอารีนา ULTRA ARENA ชั้น 5 ห้างโชว์ดีซี SHOW DC กรุงเทพ

รางวัลเยาวชนต้นแบบ สาขาผู้สร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล นักร้องฮอตแรงระดับโลกวงแบล็กพิงก์ BlackPink ,แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล นักร้องวง Got7 โดยทั้งสองติดงาน มาไม่ได้

ในงานนี้ ยังมีคนดังมากมาย มาร่วมรับรางวัล เช่น หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบอร์ดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่นจำกัด ,คู่จิ้นจากซีรี่ย์วาย นิทานพันดาว เอิร์ท    พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ ,มิก สหภาพ วงศ์ราษฎร์ ,สามหนุ่มหล่อจากวงทรินิตี้ TRINITY ฯลฯ 

สองพี่น้องมีแววปังไกล น้องเคท ศุภนิดา เผ่าเสถียรพันธ์ และ น้องคิดดี ศุภรดา เผ่าเสถียรพันธ์ กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนสกุลศึกษา อำเภอปากช่อง นครราชสีมา ได้เกรด 4.00
ทั้งคู่เล่นเปียโน ,กีตาร์ ,ขิม รำไทย ,โขน ,บัลเล่ต์ ,ว่ายน้ำ ,ร้องเพลงได้ด้วย

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ
เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ

น้องเคทและน้องคิดดี มีผลงานละครมาบ้าง และ ปัจจุบันกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง นาคีทวิภพ 

เคยวาดภาพ ชนะประกวดได้รางวัลจากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นทูตวัฒนธรรมแห่งสยาม กระทรวงวัฒนธรรม และ เป็นทูตวัฒนธรรมหมอสะอาด กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม 

ผลงานของน้องเคท ศุภนิดา ,น้องคิดดี ศุภรดา มีทั้งในและต่างประเทศ เช่น น้องเคท เป็นนางงามคว้า รางวัลรอง Little Miss Trang 2018 รวมถึง Poppular Vote และ Princess Andaman 2018
ผลงานต่างประเทศ ได้เป็น Pink Blazers โดยมูลนิธิ Carl Wilson สหรัฐอเมริกา 

น้องเคท ศุภนิดา ชนะได้เป็น Little Miss Asia Pacific 2019 ที่สิงคโปร์ , Princess of Prace 2020 จากประเทศยูเครน

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนน้องคิดดี เป็น Mini Miss Future Fashion Face world Kids 2020 ที่ตุรกี และ Miss Ibiza 2021 จากสเปน และทั้งคู่เป็น Pink Blazer ทำงานกุศล เพื่อรณรงค์ ป้องกันและช่วยเหลือผู้เป็นมะเร็งเต้านม ทำงานกับ Pink Ribbon

เด่นตั้งแต่เด็ก เคท-คิดดี แรงทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งสองยังเป็นนางแบบมาแรง ได้รับการจัดอันดับติด Top 100 Kid Models จากนิตยสารแฟชั่นดังระดับโลก ที่สำคัญได้ขึ้นปกนิตยสาร ต่างประเทศ 6 ฉบับ และทำงานถ่ายแบบแฟชั่น กับนิตยสารต่างประเทศมากกว่า 170 ฉบับ เช่น  Fab UK อังกฤษ, World Medias Magazine อินเดีย , Prestige Model , Dreamy , Voguish , Katana , Conjure , Pretty Faces , สหรัฐอเมริกา , The One ฟิลิปปินส์ ฯลฯ

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463183

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี7 เมษายน 2564 – 11:28 น.

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

ต้อนรับซัมเมอร์กันด้วย 6 เฉดสีลิปสติกโทนส้มแดงแซ่บๆ พร้อมราคาสุดพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว มียี่ห้ออะไรบ้าง มาดูกันเลย

อ่านเพิ่มเติม: วิธีทาลิปให้ปัง คลิกที่นี่ 

L’oreal Paris Rouge Rouge

รูจ ซิกเนเจอร์ ลิปแมทเน้อน้ำ มาพร้อมกับเทคโนโลยีแผ่นฟิลม์บางสูตรเฉพาะ ที่ให้ความรู้สึกสบายริมฝีปาก สัมผัสบางเบา พร้อมสีสันสดชัด และพลังแมทแน่นตลอดทั้งวัน ขอแนะนำสี #124 ไอ เอมเบรส สำหรับซัมเมอร์นี้โดยเฉพาะ มีขายที่ Watson ในราคา 209 บาทเท่านั้น (จากราคาเต็ม 299 บาท)

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

Lilybyred Mood Cinema Matte Ending Lipstick

ลิปแท่ง Creamy Matte จาก Lilybyred แบรนด์เครื่องสำอางยอดนิยมจากเกาหลี ออกแบบพิเศษมาเพื่อให้ทาแล้วติดริมฝีปากทันทีในครั้งเดียว ไม่ดรอบระหว่างวัน เนื้อแมทนุ่มชุ่มชื้น บางเบาและสบาย ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งตึง ให้ริมฝีปากดูสวยสมบูรณ์แบบทุกครั้งที่ใช้ ซึ่งสีที่ขายดีตลอดกาลก็คือ 01 Red Action มาในราคาพิเศษ 169 บาทเท่านั้น (จาก 590 บาท)

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

Laneige Tattoo Lip Tint Lipstick

ลาเนจ แบรนด์ความงามระดับพรีเมียมจากเกาหลี มาพร้อมกับนวัตกรรมแต่งแต้มเรียวปากสไตล์ K-BEAUTY ที่เปิดตัวล่าสุดกับลิปทิ้นต์ชนิดจิ้มจุ่ม เนื้อซาตินเรียบลื่น เติมสีเรียวปากให้สดชัดจัดจ้าน สัมผัสบางเบาไม่เหนียวเหนอะไร้น้ำหนัก ขอแนะนำสี #5 Pink Filter ในราคาเพียง 800 บาทเท่านั้น

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

Maybelline Superstay Matte Ink Liquid Lipstick

ลิปสติกรูปแบบลิปจิ้มจุ่ม เมย์เบลลีน ซุปเปอร์ สเตย์ แมท อิ้งค์ ลิควิดลิปสติกเนื้อแมท ติดทนนาน 16 ชั่วโมง รับประกันจูบไม่หลุดเหมือนเดิม สูตรบางเบา ไม่หนักปาก มาพร้อมแปรงจุ่มทรงไดมอนด์หัวเรียวแหลมเข้าถึงมุมปากได้ง่าย และแม่นยำกว่าที่เคย เนื้อสีสดเกลี่ยง่าย สีไม่เพี้ยน ไม่ตกร่อง คงสีสันสวยแซ่บ โดยเฉพาะสี 130 Self-Starter ราคาพิเศษ 199 บาทเท่านั้น (จาก 249 บาท)

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

NARS Power Matte Lip Pigment

ลิควิดลิปสติกพิกเมนต์ที่แน่นที่สุด สีสวยคมชัดแบบเนียนกริบ เนื้อแมทเรียบสวย ไม่เหนอะหนะ กลบสีริมฝีปากเดิมได้อย่างเนียนสนิทไร้ที่ติ ติดทนนานตลอดวันไม่ลบเลือน ขอแนะนำสี #Starwoman 2779 ราคาพิเศษ 390 บาทเท่านั้น (จาก 420 บาท)

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

MAC Cosmetics Powder Kiss Lipstick

ลิปสติกเนื้อแมตต์รูปแบบใหม่ใช้ง่าย สีนุ่มฟุ้ง ติดทน ช่วยเคลือบริมฝีปากด้วยเนื้อสีที่ให้ความรู้สึกโรแมนติก ลุคซอฟที่ช่วยให้ริมฝีปากดูเบลอ พร้อมมอบความชุ่มชื้น และให้การบำรุงแก่ริมฝีปากด้วยเท็กซ์เจอร์เนื้อฝุ่นน้ำหนักเบา ให้ผลลัพธ์ราวกับไม่ได้ใช้ลิปสติกเนื้อแมตต์ ขอแนะนำสี werk werk werk มีขายใน Sephora ราคาเพียง 890 บาทเท่านั้น

6 เฉดสีลิปสติกที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

ขอบคุณภาพจาก:

Sam Lion from Pexels

รัฐ จับมือหมอ ชู “ลองกานอยด์” ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463169

รัฐ จับมือหมอ ชู “ลองกานอยด์”ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

รัฐ จับมือหมอ ชู "ลองกานอยด์"ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย7 เมษายน 2564 – 09:35 น.

รัฐ จับมือหมอ ชู “ลองกานอยด์”ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

นางโสพิตย์ ฤทธิศร ผู้อำนวยการส่งเสริมธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้เชียงใหม่มีความพร้อมในการเป็นฮับดูแลผู้สูงวัยของเอเชีย หวังดึงเม็ดเงินสะพัดเข้าจังหวัดหลังรัฐบาลเปิดประเทศ โดยมีโมเดลนำร่องคือการจับมือของกลุ่มโรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล และกลุ่มบริษัทลำไยอินโนเทค ผู้ผลิตครีมลองกานอยด์ มุ่งเป้าวัยเกษียณชาวญี่ปุ่น เนื่องจากมีกำลังซื้อสูงและชอบธรรมชาติบำบัดเป็นพื้นฐาน

รัฐ จับมือหมอ ชู "ลองกานอยด์"ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง กรรณิการ์ พรพัฒน์กุล นายกก่อตั้งสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ กล่าวว่า ผู้สูงวัยญี่ปุ่นเกือบทั้งประเทศประสบปัญหาเข่าเสื่อมและปวดเรื้อรัง ประเด็นสำคัญคือ ชาวญี่ปุ่นไม่นิยมทานยาหรือฉีดยาแก้ปวด เพราะทราบดีถึงอันตรายแฝงจากการใช้ยาเหล่านั้น ดังรายงานของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ (Nottingham University Hospitals) ที่พบว่ายาแก้ปวด NSAIDs ที่ใช้กันทั่วไป ไม่เหมาะสมต่อการรักษาภาวะปวดเรื้อรังอย่างเข่าเสื่อม เพราะเพียงแค่ 2 สัปดาห์ประสิทธิภาพจะลดลง สวนทางกับอันตรายที่จะเกิดกับตับ ไต รวมทั้งภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงเป็นโอกาสดีของไทยที่จะนำเสนอสมุนไพรใหม่ๆ ที่มีการศึกษาทางการแพทย์จนเป็นที่ยอมรับ อย่างเช่นงานวิจัยครีมลองกานอยด์ของเชียงใหม่

รัฐ จับมือหมอ ชู "ลองกานอยด์"ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

นายแพทย์บัญชา ใจตรง ผอ.โรงพยาบาลเชียงใหม่ฮอลพิทอล กล่าวเสริมว่าผลศึกษาทางคลินิกของครีมนวัตกรรมลำไย “ลองกานอยด์” สามารถบำบัดอาการปวดเรื้อรังได้ดีถึง 96% เป็นตัวเลขที่ดีมาก และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ ทั้งให้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการแพทย์ฝังเข็มหรือกายภาพบำบัด ลองกานอยด์มีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นนวัตกรรมธรรมชาติ จึงปลอดภัยสามารถใช้ได้ระยะยาว ถือเป็นสมุนไพรแพทย์ทางเลือกที่เหมาะสมต่อการรักษาอาการปวดเรื้อรัง    

รัฐ จับมือหมอ ชู "ลองกานอยด์"ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

“โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล และบริษัทลำไยอินโนเทคผู้ผลิตลองกานอยด์ ต่างมีฐานลูกค้าสมาชิกต่างประเทศโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าปลายปี 2564 – 2565 จะมีผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นเข้ารับบริการดูแลสุขภาพวิถีธรรมชาติบำบัดแพทย์ทางเลือก โดยเข้าคอร์สท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ไม่ต่ำกว่า 8,000 – 10,000 ราย ขณะนี้เราเตรียมบุคลากรและสถานที่ไว้พร้อมแล้ว” 

Mrs. Chiaki Yamaguchi ชาวญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์ทางไกลว่าคนญี่ปุ่นชื่นชอบเมืองไทย ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะนวดไทยและสมุนไพรไทย เพราะคนญี่ปุ่นจำนวนมากชื่นชอบวิถีชีวิตแบบเซน คือเชื่อในพลังธรรมชาติบำบัด ตนเองได้เคยร่วมโครงการวิจัยประสิทธิผลครีมลองกานอยด์จนหายจากอาการปวดเข่าเรื้อรัง จึงกล้าพูดแนะนำให้ชาวญี่ปุ่นมาเข้าคอร์สธรรมชาติบำบัดแพทย์ทางเลือกที่เชียงใหม่ มั่นใจว่าจะมีผู้สนใจมากแน่นอน

รัฐ จับมือหมอ ชู "ลองกานอยด์"ร่วมฮับชะลอโรค ชะลอวัยของเอเชีย

ด้านนายไพรัช โตวิวัฒน์ คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมภาคเหนือกล่าวสำทับว่า ลำไยถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของเชียงใหม่-ลำพูน การที่ภาคเอกชนจับมือกันเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับนวัตกรรมพืชสมุนไพรท้องถิ่นให้ก้าวไปสู่การแพทย์สากลเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม สภาอุตสาหกรรมยินดีจะสนับสนุนและผลักดันเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ ต่อไป

“DISAYA” คอลเลกชั่นใหม่ “Material Girl” เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463127

“DISAYA” คอลเลกชั่นใหม่ “Material Girl” เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 

"DISAYA" คอลเลกชั่นใหม่ "Material Girl" เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 6 เมษายน 2564 – 18:31 น.

เมื่อมนต์เสน่ห์ของแฟชั่นในยุค 80s ถูกหยิบมาตีความใหม่ในสไตล์ของ ออม – ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ แบรนด์ DISAYA ที่ได้หลอมรวมความเฟมินีน หรูหรา ซ่อนอยู่ในทุกดีเทลของ Material Girl Collection

คอลเลกชั่นนี้ DISAYA เล่าถึงสปิริตแห่งช่วงเวลาต้นยุค 80s ที่ MTV, Madonna (มาดอนน่า) และเพลง Material Girl สร้างแรงกระเพื่อมให้หญิงสาวในสมัยนั้นใฝ่ถึงชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าเหนือกว่าความโรแมนติกและชายในฝันใดๆ ผู้หญิงออกมาแต่งตัวตามความรู้สึกของตัวเอง เสื้อผ้าที่เคยเป็นกรอบบดบังตัวตนที่แท้จริงของผู้หญิงถูกทลายลง แทนที่ด้วยอิสระและความสนุกกับการประโคมเครื่องเพชรจริงผสมเพชรเทียมอยู่ในสไตลิ่งได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร เรียกว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดีแบบ “Diamonds are a Girl’s Best Friend”

"DISAYA" คอลเลกชั่นใหม่ "Material Girl" เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 
"DISAYA" คอลเลกชั่นใหม่ "Material Girl" เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 

Costume Jewelry (คอสตูม จิวเวลรี่) กลายเป็นลายพิมพ์ ลายปัก และชิ้นแต่งแบบ faux gems ประดับล้อไอเดียของการใส่เครื่องเพชร ไข่มุกขนาดโอเวอร์ไซส์บนโครงเสื้อใหม่ที่ปรับโครงสร้างให้ใส่สบายขึ้น มิกซ์ แอนด์ แมทช์ ได้ไม่ยึดติดกับคีย์ลุคเดียว ลายพิมพ์ที่ตั้งใจใส่ลายเส้นแบบฟรีแฮนด์ เพื่อสื่อถึงความอิสระของผู้หญิงในยุคนั้น จังหวะของดนตรีที่สนุกสนานถูกนำมาตีโจทย์การใช้เนื้อผ้าที่พริ้วไหวและบางเบาขึ้น ทั้งชีฟอง คอตตอนทวิล ทวีตเนื้อบาง ฯลฯ ที่มั่นใจได้ว่าสาวๆ จะชื่นชอบและใส่ได้ทุกโอกาสในทุกๆ วัน

"DISAYA" คอลเลกชั่นใหม่ "Material Girl" เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 
"DISAYA" คอลเลกชั่นใหม่ "Material Girl" เผยเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวยุค 80s 

สีสันก็ไม่มีสีใดจะเป็นตัวแทนของ Material Girl ไปได้นอกจาก สีชมพู ภาพจำจากเดรสซาตินที่ Madonna สวมใส่ในมิวสิควิดีโอเปิดตัวเพลง โดยสีอื่นๆ ที่เลือกมาต่างก็เสริมให้สีชมพูในคอลเลกชั่นมีมิติที่โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น ทั้งม่วงบับเบิ้ลกัม, เขียวมิ้นท์ และฟ้าอความารีน
พบกับ Material Girl Collection ได้ที่ DISAYA Boutique ทุกสาขา หรือทางช่องทางออนไลน์ Line official : @disaya และ Instagram: @disayaofficial

“เก้า-สุภัสรา” ถ่ายทอดความงามนาฬิกา 4 คอลเลกชั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463123

“เก้า-สุภัสรา”ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น

"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น6 เมษายน 2564 – 18:13 น.

ปังไม่หยุด “เก้า-สุภัสสรา” Friend of Longines ประเดิมงานแรก ส่ง “White Campaign” ถ่ายทอดความงามนาฬิกา 4 คอลเลกชั่น

​เพราะเชื่อว่าความงดงามไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ลองจินส์ (Longines) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเดิมผลงานชิ้นแรกให้กับ  “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต”  Friend of Longines (เฟรนด์ ออฟ ลองจินส์) หญิงคนแรก มาร่วมถ่ายทอดความงามของนาฬิกาสีขาวจาก 4 คอลเลกชั่น ผ่าน “White Campaign” (ไวท์ แคมเปญ) เพื่อตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันสะท้อนถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของนาฬิกาแต่ละเรือน

"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น
"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น

​งานนี้สาว “เก้า-สุภัสสรา” สวมมาดเรียบโก้ของผู้หญิงยุคใหม่ ในชุดโททัลลุคออลไวต์ สวยเฉียบเข้ากับ White Campaign และนาฬิกาทั้ง 4 คอลเลกชั่นจากลองจินส์ ไม่ว่าจะเป็น Longines DolceVita (ลองจินส์ โดลเชวิต้า), La Grande Classique de Longines (ลา กรองด์ คลาสสิก เดอ ลองจินส์), The Longines Legend Diver Watch (เดอะ ลองจินส์ เลเจนด์ ไดเวอร์ วอทช์) และ Longines PrimaLuna (ลองจินส์ พริมาลูนา) เมื่อสวมอยู่บนข้อมือของ Friend of Longines แล้ว เธอสามารถมาถ่ายทอดความเรียบหรูและสง่างามเหนือกาลออกมาได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่านาฬิกาในแต่ละเรือนมีความแตกต่างกัน ทั้ง ผิวสัมผัส เฉดสี และรูปทรงก็ตาม

"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น
"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น

​นอกจากนี้ “สีขาว” ของนาฬิกาทุกคอลเลกชั่น ยังเป็นหนึ่งในสีที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ เนื่องด้วยลองจินส์ก่อตั้งขึ้นในแซงต์ อิมิเยร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งขุนเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนในช่วงฤดูหนาว โดยที่สีขาวของหิมะจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและแสงที่สาดส่องของแต่ละวัน จึงเป็นที่มาของ White Campaign นั่นเอง

"เก้า-สุภัสรา"ถ่ายทอดความงามนาฬิกา4คอลเลกชั่น

สามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาลองจินส์ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ที่ Longines Official Store @Lazada และ @Shopee โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.longines.co.th และhttp://www.facebook.com/LonginesTH รวมทั้ง Line official : @Longines_th