แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446920

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม23 ตุลาคม 2563 – 13:49 น.

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โดยมีระยะทางแบ่งเป็น 3 ระยะทางได้แก่ ระยะ 1.5 กม. ระยะ 5.5 กม. และระยะ 10.5 กม. คาดเป้าหมายจะผู้สมัครจำนวนมากกว่า 5,000 คน

วันที่ 22 ตุลาคม 2563  เวลา 13.00 น.นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม, นายพละวัต ตันศิริ นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเชียงราย พร้อมด้วย นายโอวาส สุขเจริญไกรศรี นายกสมาคมผู้ปกครอง ครู โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม และนายผจญ ใจกล้า ประธานฝ่ายเทคนิคการแข่งขัน ได้ร่วมกันแถลงและประชาสัมพันธ์การเตรียมจัดงานเดิน-วิ่ง เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบการสถาปนาโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 112 ปี

นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม กล่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นโดยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (ศุข ดิษยบุตร) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.2451 ตรงกับปีที่ 41 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีอายุครบหนึ่งศตวรรษใน พ.ศ. 2551 จัดเป็นสถานศึกษาสายสามัญของรัฐ ซึ่งตั้งขึ้นเป็นอันดับที่ 15 ของประเทศไทย อันดับที่ 4 ของภาคเหนือ และอันดับที่ 1 ของจังหวัดเชียงราย และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีความพร้อมในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนได้ในทุกมิติ ด้านนายพละวัต ตันศิริ นายกสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนการศึกษาของนักเรียน อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายให้แก่นักเรียนปัจจุบัน และนักเรียนเก่า รวมถึงประชาชนทั่วไปพร้อมกันด้วย

นายผจญ ใจกล้า ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิค กล่าวว่า จากข้อมูลการจัดงาน เมื่อปี 2562 มีผู้สมัครถึง 7,500 คน นับได้ว่าเป็นงานวิ่งที่มีผู้สมัครมากที่สุดในเชียงราย โดยในปีนี้จึงได้กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563 โดยมีระยะทางแบ่งเป็น 3 ระยะทางได้แก่ ระยะ 1.5 กม. ระยะ 5.5 กม. และระยะ 10.5 กม. โดยมีค่าสมัครในประเภททั่วไป ราคา 400 บาท ซึ่งจะได้รับเสื้อยืด เหรียญที่ระลึก BIB และอาหาร ส่วนประเภท VIP ราคา 1,000 บาท จะรับเสื้อคอปกเพิ่มด้วย โดยคาดเป้าหมายจะผู้สมัครจำนวนมากกว่า 5,000 คน

นอกจากนี้ เส้นทางการวิ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางวิ่งเส้นแรกของงานในจังหวัดเชียงรายที่จะไปผ่านสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ที่มีความสวยงามในด้านของศิลปะของเมืองเชียงราย โดยจะมีช่างภาพคอยบันทึกภาพผู้ร่วมงานตลอดเส้นทาง เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการจัดงานให้เป็นไปตามรูปแบบการควบคุมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทางสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจึงได้จัดเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายนักวิ่ง ตลอดจนถึงได้เตรียมการจัดสถานที่โดยพื้นที่ของโรงเรียนมีขนาด 56 ไร่ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานวิ่งได้สูงสุดถึง 10,000 กว่าคน สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

มหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446758

มหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด21 ตุลาคม 2563 – 21:01 น.

สยามพารากอน ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด 22-25 ต.ค.นี้ ณ พาร์ค พารากอน

เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการอาหารไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ศูนย์การค้าสยามพารากอน และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงร่วมกันจัดงาน “ไทยโอชา” ขึ้น สุดยอดมหกรรมอาหารรวบรวมร้านอาหารไทยชื่อดังจากทั่วทุกภูมิภาค มีทั้งร้านอาหารไทยโบราณอายุกว่า  100 ปี อาหารพื้นบ้าน และอาหารยอดนิยม มาออกร้านรวมกันกว่า 50 ร้านค้า เสมือนหนึ่งยกตลาดที่รวบรวมสุดยอดอาหารไทยมาไว้ใจกลางเมือง รวมถึง “ปาท่องโก๋การบินไทยและสังขยาเจ้าจำปี” อาหารว่างยอดฮิตแห่งปี ที่จัดเซ็ตพิเศษเฉพาะงานนี้เพียงที่เดียว! และเมนูอาหารนานาชาติ จากอร่อยล้นฟ้า @สยามพารากอน โดยภัตตาคาร Royal Orchid Dining Experience จากครัวการบินไทยมาจำหน่ายภายในงาน ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคมนี้ ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนความอร่อย

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ด้วยคุณลักษณะพิเศษของรสชาติที่มีความกลมกล่อม อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และรูปลักษณ์อันงดงาม ทั้งยังเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สืบทอดส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ถือเป็นเสน่ห์ของอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก อาหารไทยจึงเป็นอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และประเทศได้เป็นอย่างดี  มหกรรมสุดยอดอาหารไทย “ไทยโอชา” เล็งเห็นความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทยด้านอาหาร ภายในงานจึงได้รวบรวมร้านอาหารชื่อดังมากมาย โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ร้านอาหารตำรับไทย สืบทอดกว่า 100 ปี อาทิ หมี่กรอบจีนหลี สมัยรัชกาลที่ 5 ร้านหมี่กรอบโบราณย่านตลาดพลู, เลี่ยว เลี่ยง เซ้ง ร้านไอศกรีมชื่อดังแห่งราชวงศ์ ที่มีอาหารอย่างก๋วยเตี๋ยวหลอด พระกระโดดกำแพง ขาห่านอบหม้อดิน ข้าวอบเผือก อาหารแต้จิ๋วจำหน่ายด้วย, แหลกี่ บะหมี่เป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูกรอบ ปอเปี๊ยะ, กาแฟแป๊ะเอ๊ย 100 ปี, ก.ไก่ ตังเมกรอบ, แม่ลูกจันทร์ ต้นตำรับความอร่อย ข้าวหลาม 100 ปีแห่งนครปฐม, นำข้าวเหนียวมะม่วง-ทุเรียน, ตี๋เหยาะ ร้านก๋วยเตี๋ยวไส้เนื้อ เกาเหลาไส้เนื้อ, นงลักษณ์ ร้านขนมไทยของดีเมืองแปดริ้ว, แคปหมูแสงดาว, เมี่ยงคำป้าแมว, ปลากริมไข่เต่า, หมื่นไม้หมูสะเต๊ะ, เอี๊ยะแซ ร้านกาแฟโบราณเก่าแก่แห่งเยาวราช, บุรีธารา ร้านเต้าทึงเยาวราชเฉาก๊วยโบราณ, เอ็กเต็งผู่กี่ ร้านกาแฟโบราณ ขนมปังปิ้ง ขนมปังสังขยา 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ร้านอาหารพื้นถิ่นไทย อาทิ ข้าวแช่แม่เล็กสกิดใจ, ป้าบุ๋ม ร้านขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม, บังสิทธิ์ เคอร์รี่ ร้านจำหน่ายเครื่องแกง, เฮงหอยทอดชาวเลกระทะยักษ์, ปัณณธรขนมเบื้องโบราณ, ลุงจวบ ร้านมะพร้าวน้ำหอมแห่งราชบุรี, มะม่วงน้ำปลาหวาน วังใหม่, เจ๊ภา (วงเวียนใหญ่) ร้านหอยแครงลวก น้ำจิ้มรสเด็ด, ยำแหนมข้าวกรอบ by ป้าสุดใจ 

ร้านอาหารยอดนิยม อาทิ ปาท่องโก๋การบินไทยและสังขยาเจ้าจำปี จัดเซ็ตพิเศษเฉพาะงานนี้เพียง   ที่เดียว พร้อมรับเทศกาลอาหารเจ ด้วยดิปปิ้งแยมผลไม้เจ สูตรการบินไทย รวมถึงเมนูอาหารนานาชาติ จาก    อร่อย ล้นฟ้า @ สยามพารากอน โดยภัตตาคาร Royal Orchid Dining Experience จากครัวการบินไทย, ข้าวต้มมัดยายฟู จากข้าวต้มมัดหาบเร่สู่สายการบิน, เฮียหมู หมูสะเต๊ะ, ซาลาเปาทับหลี ร้านเจ๊หลี, ขนมครกสยาม, จกโต๊ะเดียว ร้านอาหารจีนชื่อดังแห่งเยาวราช, สว่าง หมูสะเต๊ะ (เจ้าเก่า) 50 ปี, จุฑารส ร้านลูกชิ้นปิ้ง รสเด็ด, ขนมเบื้องป้าจี๊ด, Archie Nitro ร้านกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์รสเลิศ กับประสบการณ์การดื่มที่สนุกและดีต่อสุขภาพ, ภาวนา ร้านอาหารเจชื่อดังย่านลาดพร้าว, Crepe Phorn ร้านเครปทูโทน เจ้าของสูตรเครปกาแลคซี่      เรนโบว์อันโด่งดังในโซเชียลมีเดีย, ไอศกรีมไข่แข็งประตูน้ำ, ผลไม้ตามฤดูกาลพร้อมรับประทานจากกูร์เมต์    มาร์เก็ต 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

อาหารอร่อยจากศิลปินดารา อาทิ คุ๊กกี้ Bignuts โดยน้ำฝน-พัชรินทร์, Oh My Gyo โดยบูม-สุภาพร,   ปูไข่เยิ้ม โดยมิค-บรมวุฒิ, ขนมปัง 30 หน้า โดยบูม-กิตตน์ก้อง, น้ำเต้าหู้ SoYoung โดยวาววา-ณิชารีย์,        ครัวเชียงใหม่ x พลอยโฮมเมด โดยปาล์ม วงอินสติงค์ และพลอย แห่งรายการคนหัวครัว    

นอกจากจะรวบรวมตำนานความอร่อยของอาหารไทยจากสุดยอดร้านอาหารชื่อดังจากทุกทิศทั่วไทยกว่า 50  ร้านค้ามาให้อิ่มท้องกันถึงใจกลางเมืองแล้ว สุดยอดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยังมีการแสดงจากศิลปินชื่อดังมาร่วมสร้างบรรยากาศ เติมเต็มความอร่อยให้อิ่มใจไปพร้อมๆ กัน ตลอด 4 วันเต็ม กับ 5 ศิลปิน เปิดประเดิมวันแรก 22 ต.ค. พบกับ อิงค์ (วรันธร เปานิล) เวลา 18.30 น. วันที่ 23 ต.ค. พบกับ TheTOYS (ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน) เวลา 18.30 น. วันที่ 24 ต.ค. พบกับ มิลลิ (ดนุภา คณาธีรกุล) เวลา 17.30 น. และหยาดพิรุณ (หยาดพิรุณ ปู่หลุ่น) เวลา 18.00 น. วันที่ 25 ต.ค. พบกับ ปาล์มมี่ (อีฟ ปานเจริญ) เวลา 18.30 น.    

เตรียมพบกับสุดยอดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” รวมที่สุดแห่งร้านอาหารและตำนานความอร่อยของอาหารไทย พร้อมกับมหกรรมความบันเทิงสุดฟินจากศิลปินชื่อดังตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-610-8000

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446755

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ  วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน21 ตุลาคม 2563 – 20:50 น.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน

ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนประชานิมิตร ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายชลิต ธนวัฒน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน โดยมี นายเจริญ นาคปิ่น ผอ.กองแผนและงบประมาณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสมชาย  ไชยพันธ์ เลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์คณะผู้บริหารพร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ นักเรียนของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าร่วมกิจกรรม ในการจัดกิจกรรมในวันนี้ ด้วยจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรม “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ในวันที่ 21 ตุลาคม 2563 โดยร่วมกันจัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง ตัดกิ่งไม้ และรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ที่ได้ปลูกต้นไม้ ตามโครงการการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า หรือโครงการวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2563 หรือพื้นที่อันที่สมควร ซึ่งตามมาตรา 45 (7) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการ “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พุทธศักราช 2563 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรในสังกัดเกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาโดยต่อเนื่องทุกปี ต่อไปในการจัดในวันนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 2. เพื่อเป็นการบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตขึ้น รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

สถานที่ดำเนินการ ดำเนินกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง ตัดแต่งกิ่งไม้และรดน้ำต้นไม้ โดยแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ1. บริเวณหน้าอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักปลัด กองกิจการสภาฯ และกองพัสดุ และทรัพย์สิน 2.บริเวณสนามกีฬาหมอนไม้จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กองการศึกษาฯ กองคลัง หน่วยตรวจสอบภายใน และกองการเจ้าหน้าที่  3.บริเวณคลองจระเข้ หมู่ที่ 5, 6 ตำบลหาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานผู้ที่รับผิดชอบ ได้แก่ กองแผนและงบประมาณ และกองช่าง 4.บริเวณโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446757

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต21 ตุลาคม 2563 – 20:43 น.

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23  “ในความคิด…คำนึง”น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเรียนรู้ตามรอย “สมเด็จย่า” ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี  บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในนิทรรศการ  “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ภายใต้ชื่องาน “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น.

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า “นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2539 และได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยทรงเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตในทุกๆ ด้าน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่องยาวนาน และสำหรับในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 23 นับเป็นวาระพิเศษครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ 10 รอบปีชวดนักษัตร และ 25 ปี วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จย่า นิทรรศการในปีนี้จึงจัดขึ้น ภายใต้หัวข้อ “In Her Thoughts” หรือ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

“ในความคิด…คำนึง”  เพื่อเฉลิมพระเกียรติและย้อนรำลึกถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตร ที่ได้ทรงเรียนรู้ทั้งจากบุคคลที่ทรงใกล้ชิด สังคมที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพ รวมทั้งอิทธิพลจากนักคิด นักปรัชญา และตำราวิชาการต่างๆ ที่มีส่วนหล่อหลอมจนกลายเป็นทักษะชีวิต ทักษะทางอารมณ์และสังคม มาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งไฮไลท์ภายในงานได้มีการจำลองสมุดเลคเชอร์ลายพระหัตถ์ภาษาฝรั่งเศสของสมเด็จย่ามาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมเป็นครั้งแรกด้วย” 

นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบเส้นเวลา (Timeline) นับตั้งแต่ปีแรกที่ประสูติ จนกระทั่งสวรรคต และพระราชปณิธานที่มีผู้สานต่อผ่านมูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 1 พ.ศ. 2443-2460 ชีวิตในวัยเยาว์ เรียนรู้ เติบโตในชุมชนเล็กๆ ใกล้วัดอนงคาราม ได้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ (กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร) กระทั่งได้ร่ำเรียนในฐานะนักเรียนพยาบาล โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช และมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาวิชาพยาบาล ไปศึกษาต่อ 
ณ สหรัฐอเมริกา 

ช่วงที่ 2 พ.ศ. 2460-2466 ชีวิตของการเป็นนักเรียนทุนในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ตลอดทั้งเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม และฝึกทักษะด้านภาษา และจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตนักเรียนทุนพยาบาล ณ สหรัฐอเมริกา คือการได้พบและอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และสร้าง “ครอบครัวมหิดล” 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 3 พ.ศ. 2467-2475 ชีวิตครอบครัวเริ่มได้ไม่นาน ก็ประสบกับความสูญเสีย สมเด็จฯเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์ นับจากนั้น แม้การอภิบาลพระโอรสธิดาจะดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและประเทศ แต่เจ้านายเล็กๆ ก็เติบโตอย่างมีสุขอนามัยที่สมบูรณ์ ณ วังสระปทุม 

ช่วงที่ 4 พ.ศ. 2476-2514 ช่วงเวลาที่ได้ปฏิบัติพระราชภารกิจยิ่งใหญ่ในการถวายพระอภิบาลและอบรมพระโอรสธิดา และทุกพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อต่างประเทศ นอกจากนั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งวิชาปรัชญา ภาษาสันสกฤต และบาลี อย่างจริงจัง ซึ่งนำเสนอผ่านสมุดเลคเชอร์ลายพระหัตถ์ และตำราวิชาต่างๆ ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงสนพระราชหฤทัย

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 5 พ.ศ. 2515-2538 นอกจากพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติด้วยความเมตตากรุณา ส่งไปถึงอาณาประชาราษฎร์ทุกหมู่เหล่าแล้ว ในยามที่ทรงว่างหรือภายหลังการทรงงาน ก็จะทรงพักพระอิริยาบถทรงงานอดิเรกที่โปรด ด้วยทรงตระหนักว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ทั้งเรื่องงานปั้น งานปักผ้า งานดอกไม้แห้ง งานวาดรูปบนเครื่องกระเบื้องเซรามิก และความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ โปรดให้ตกแต่งเพดานพระตำหนักดอยตุง เป็นภาพสุริยจักรวาล กลุ่มดาวจักรราศี และกลุ่มดาวฤกษ์สำคัญ ซึ่งจำลองมาให้ชมภายในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย   ตราบจนถึงวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ เมื่อเสด็จสวรรคต ทรงเป็น “สมเด็จย่า” ที่ชาวไทยเคารพ เทิดทูน ผูกพันมาจนตราบทุกวันนี้ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 6 พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน พระราชปณิธานยังคงได้รับการสืบสานผ่านหน่วยงานและองค์กรต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน เช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

พบกับนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ภายใต้หัวข้อ “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมกับการเรียนรู้ตามรอย ‘สมเด็จย่า’ จากพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตรอันงดงามตลอดพระชนม์ชีพ นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  Doi Tung Café และผลิตภัณฑ์จาก Doi Tung Lifestyle รวมถึงจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้า

Purdue Pharma agrees to plead guilty to federal criminal charges in settlement over opioid crisis #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Purdue Pharma agrees to plead guilty to federal criminal charges in settlement over opioid crisis

Health & BeautyOct 22. 2020

By The Washington Post · Meryl Kornfield, Christopher Rowland, Lenny Bernstein, Devlin Barrett · NATIONAL, BUSINESS, HEALTH, COURTSLAW 

WASHINGTON – The Justice Department announced a historic $8.3 billion settlement Wednesday with OxyContin-maker Purdue Pharma, capping a long-running federal investigation into the company that, for critics, became a leading symbol of corporations profiting from America’s deadly addiction to opioid painkillers.

ภาพนี้ไม่ได้ระบุแอตทริบิวต์ alt, ชื่อไฟล์ของไฟล์นี้คือ 800_3a7f4560b2cd969.png

https://www.washingtonpost.com/video/c/embed/210da0c2-2bd5-44a7-9157-1d471b3c067d?ptvads=block&playthrough=false

As part of the deal – the largest such settlement ever reached with a pharmaceutical company, officials said – Purdue Pharma agreed to plead guilty to three felonies. But state authorities and families who have lost loved ones to their products said the Justice Department’s terms, which include a $225 million civil settlement with the billionaire Sackler family that once ran the firm, are too lenient.

Wednesday’s announcement comes as the Justice Department has pushed to settle a number of outstanding investigations involving major corporations. Administrations often seek to resolve significant cases as they near the possible end of their time in office, and with Election Day drawing near, the Trump administration has pushed to finalize a number of such matters this month. A multibillion-dollar settlement with Goldman Sachs over alleged financial misdeeds is expected to be announced later this week.

While numerous other lawsuits and court fights over opioids will continue, the Purdue Pharma settlement highlights how, for more than two decades, the widespread problem of overprescribing, diverting, and abusing pain pills raged across America while drug manufacturers, distributors, pharmacists, and doctors profited from the problem and largely deflected responsibility.

Deputy Attorney General Jeffrey Rosen said the settlement “will redress past wrongs, and will also provide extraordinary new resources for treatment and care of those affected by opioid addiction.”

Massachusetts Attorney General Maura Healey, a Democrat, said the Justice Department “failed” because justice in this case “requires exposing the truth and holding the perpetrators accountable, not rushing a settlement to beat an election. I am not done with Purdue and the Sacklers, and I will never sell out the families who have been calling for justice for so long.”

As part of the settlement, officials said, Purdue Pharma will admit in federal court in New Jersey to defrauding the United States and violating the anti-kickback statute from 2009 to 2017. The settlement includes a criminal fine of more than $3.5 billion, criminal forfeiture of $2 billion and a civil settlement of $2.8 billion.

The proposal must be approved by the bankruptcy court judge if it is to be enacted.

Federal prosecutors alleged the company, which manufactured millions of opioid pills during the height of the epidemic, paid two doctors through Purdue’s doctor-speaker program and an electronic health records company to drive up prescriptions for its opioid products, including its top seller OxyContin.

“The kickback effectively put Purdue’s marketing department in the exam room with their thumb on the scale at precisely the moment doctors were making critical decisions about patient health,” District of Vermont U.S. Attorney Christina Nolan said at the Justice Department briefing.

Purdue acknowledged the wrongdoing the company was resolving, saying Wednesday that it is a “very different company” today.

“Purdue deeply regrets and accepts responsibility for the misconduct detailed by the Department of Justice in the agreed statement of facts,” said Steve Miller, who has headed the company’s board since July 2018.

The criminal plea, officials said, does not preclude the potential for criminal charges in the future against any executive or member of the Sackler family, who own Purdue Pharma.

In a statement, family members denied criminal and civil culpability. They sought to distinguish between their ownership and leadership of the company, and the individual criminal acts of lower level managers.

“No member of the Sackler family was involved in that conduct or served in a management role at Purdue during that time period,” they said in a statement. The family’s $225 million civil settlement with the government stems from its drive, as past directors of the company, to increase OxyContin sales.

The family members – including Richard Sackler, David Sackler, Mortimer D.A. Sackler, Kathe Sackler, and Jonathan Sackler (who is now deceased) – demanded in 2012 that company executives come up with a plan to generate greater revenue in response to slumping sales, according to the settlement. They approved a new marketing plan called “Evolve to Excellence” in which “Purdue sales representatives intensified their marketing of OxyContin to extreme, high-volume prescribers who were already writing ’25 times as many OxyContin scripts’ as their peers,” the Justice Department said.

Those efforts directly led to uses of the addictive tablets that were “unsafe, ineffective, and medically unnecessary, and that often led to abuse and diversion,” the government said.

The $8 billion figure is largely symbolic – the bankrupt drugmaker is already indebted to states, communities and other creditors. The company is among numerous drugmakers and distributors embroiled in litigation over the deaths and economic devastation inflicted by the opioid epidemic. In the past two decades, more than 400,000 Americans have died of opioid overdoses.

About 2,800 cities, counties, Native American tribes and other groups have sued drug retailers, distributors and manufacturers, including Purdue, in a mammoth case that has been consolidated before a federal court judge in Cleveland. Separately, most states have sued the company in their courts, believing those venues give them a legal advantage.

By declaring bankruptcy, Purdue shielded itself from that litigation. Purdue has a tentative deal with about half the states and the lawyers representing the municipalities, but the remainder of the states want the Sackler family to contribute more. The divide is largely along party lines, with Republican attorneys general agreeing to the deal and Democratic states opposed.

Purdue has said it wanted the federal investigations settles before it finalized any global settlement of the thousands of cases.

Critics of the Sacklers and Purdue blame OxyContin for fueling the epidemic and have argued for harsher penalties. Like Healey in Massachusetts, attorneys general in the middle of litigation reacted harshly to the settlement news Wednesday.

North Carolina Attorney General Josh Stein, a Democrat, said he doesn’t support the settlement because it “does not force the Sacklers to take meaningful responsibility for their actions. A real agreement to resolve these cases would force the Sacklers to pay more and would provide funding to help pay for the treatment and programs people need to get well.”

“Today’s deal doesn’t account for the hundreds of thousands of deaths or millions of addictions caused by Purdue Pharma and the Sackler family,” New York Attorney General Letitia James wrote in a statement. “Instead, it allows billionaires to keep their billions without any accounting for how much they really made.”

With the federal government now in line with other creditors, it is unclear what money will remain for states, cities and towns to fund addiction recovery programs and supply overdose reversal medication, said Carl Tobias, a professor at Richmond University School of Law.

“If the federal government actually does get any of these resources, is there anything left for the states?” Tobias asked.

Purdue Pharma filed for bankruptcy in September 2019, as it faced thousands of civil lawsuits brought by states, counties and cities across the country. As part of the bankruptcy proposal, the Sackler family has agreed to relinquish ownership of the company, which now has a shrinking base of revenue amounting to a few hundred million dollars a year. It would be reestablished as a for-profit public trust corporation with the goal of distributing anti-addiction and overdose rescue drugs.

The family is not part of the bankruptcy filing, but it has asked the court to be shielded from lawsuits as part of their agreement to a proposed bankruptcy settlement, which would include a family contribution of $3 billion.

States have hotly contested the request for the family’s shield from lawsuits, contending it should pay more. A company-hired consultant has said that Sackler family members paid themselves up to $13 billion from the company.

The modern version of the family-owned company, based in Stamford, Conn., got its start in 1952 when three brothers – Arthur, Raymond, and Mortimer – bought it. The Purdue Pharma affiliate was founded by two of the brothers, Raymond and Mortimer, in the early 1990s. It introduced OxyContin in 1996.

The company aggressively marketed the drug and its timed-release properties to doctors for use in patients with chronic pain. But it was soon blamed for contributing to a spike in addiction and was investigated by federal and state authorities who said it helped fuel a nationwide crisis.

In 2007, Purdue Frederick, an associated company, and three of its executives, none of them Sackler family members, pleaded guilty to deceptive marketing charges.

Gary Mendell, who lost his son Brian in 2011 to suicide after years of an opioid addiction, said he supports the settlement’s proposal to reestablish the company as a public trust corporation to ensure that funding is devoted to advanced treatment programs.

“The most important thing is that we prevent parents from having to bury a child,” Mendell said. “It’s very important now to use this funding to apply toward treatment that is based on science, to help those that are addicted get care that will help them live full and fulfilling lives, and also use it to change the way that society thinks about this disease.”

Texas woman dies of covid-19 on a Spirit Airlines flight from Las Vegas #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Texas woman dies of covid-19 on a Spirit Airlines flight from Las Vegas

Health & BeautyOct 22. 2020

By The Washington Post · Ian Duncan · NATIONAL, BUSINESS, HEALTH, TRANSPORTATION, US-GLOBAL-MARKETS, HEALTH-NEWS 

A Texas woman died of covid-19 while she was on board a Spirit Airlines flight heading home to Dallas from Las Vegas in late July, officials said this week.

The Spirit flight left Las Vegas on the evening of July 24, bound for Dallas-Fort Worth International Airport and was diverted to Albuquerque because the woman was unresponsive, said Stephanie Kitts, a spokeswoman for Albuquerque International Sunport. The woman was dead by the time she arrived, Kitts said.

The woman, who was 38, fell unconscious on the flight and stopped breathing, according to a police report documenting the incident. A member of the flight’s crew tried to administer CPR and passed out from exhaustion, according to the report.

When the plane landed, emergency crews carried the woman from the jet on a gurney and tried to resuscitate her but gave up after several minutes.

The Dallas County Judge’s Office, which first disclosed the woman’s death, said she had an underlying medical condition. The investigation into her death by officials in New Mexico concluded that her cause of death was a covid-19 infection, contributed to by asthma and morbid obesity. 

Airport managers in Albuquerque did not learn until later that the woman had covid-19, so the case was handled as a typical medical diversion, Kitts said. Officials in Dallas County added the woman to their virus death toll on Sunday.

“She expired on an interstate airline flight, and did have underlying high risk health conditions,” the county said in a new release updating its tally.

Erik Hofmeyer, a spokesman for Spirit, offered the airline’s condolences to the woman’s family and friends. He said that the airline remains confident in its protocols for handling coronavirus cases and that it works with the Centers for Disease Control and Prevention on any contact-tracing requests.

“Our Flight Attendants have in-depth training to respond to medical emergencies and utilize several resources, including communicating with our designated on-call medical professionals on the ground, using onboard medical kits and personal protective equipment, and receiving assistance from credentialed medical personnel traveling on the flight,” Hofmeyer said.

It’s unknown how many people where on the flight or whether they were notified that they might have been exposed to the virus. Spirit referred questions about any contact tracing to the CDC.

The CDC has said it has investigated about 1,600 cases of people who traveled while they posed a risk of spreading the coronavirus, identifying 11,000 people who were potentially exposed. It wasn’t immediately clear whether the agency investigated the case of the woman who died on the Spirit flight.

The New Mexico Office of the Medical Investigator, which handles unusual deaths in the state, responded to the airport and investigated the woman’s death, said Alex Sanchez, a spokeswoman for the office. The office’s report shows that the woman was tested for the coronavirus as part of the investigation.

“SARS-CoV-2 (COVID-19) has been shown to be more severe in people with comorbidities such as obesity and asthma,” a medical investigator wrote. “The manner of death is natural.”

A relative traveling with the woman who died told police she had been suffering from shortness of breath, but it’s not known whether she was aware that she was infected with the coronavirus. The relative declined to comment when reached by phone.

Officials in Dallas initially said the woman died in Arizona, a detail that was widely reported, before confirming that she actually died in New Mexico.

Although it appears to be an extreme case, the woman’s death was disclosed as airlines continue to try to convince potential passengers that flying is safe during the pandemic. Trade organizations have stressed that there have not been confirmed cases of people catching the virus on planes in the United States and that only a few cases have been documented globally.

Nevertheless, passenger numbers continue to be down considerably from normal times as businesses curtail travel and some states impose quarantine requirements on travelers.

3.8% of dishes at vegetarian festival test positive for meat #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

3.8% of dishes at vegetarian festival test positive for meat

Health & BeautyOct 21. 2020

By The Nation

The meat-free dishes served up at Thailand’s annual vegetarian festival may not always be as healthy – or vegetarian – as they seem, new findings suggest.

Dr Supakit Sirilak, acting chief of the Medical Sciences Department under the Public Health Ministry, said vegetarian foods are imported as well as being produced domestically, but not all products were labelled. Some also contained dairy products or were even contaminated with meat because producers failed to properly clean machines usually used to make meat products, he added.

The Public Health Ministry has been testing food offered during the annual festival since 2013.

This year, the ministry’s Medical Sciences Department and Food and Drug Administration (FDA) visited factories and distributors to test samples of four popular vegetarian foodstuffs – imitation meat, pickles, noodles, and vegetables and fruits.

The test results were as follows:

1. Imitation meat: 3.8% of samples were contaminated with meat.

2. Pickled vegetables (mustard, radish): Levels of benzoic acid exceeded safety standards but had dropped from last year.

3. Noodles (rice noodle, vermicelli, etc): 34.5% of samples contained sorbic acid and 20% contained synthetic organic colouring – additives banned by the Public Health Ministry because they can cause nausea, vomiting and diarrhoea.

4. Vegetables and fruit (bok choy, kale, long beans, celery, sweet peppers, radish, white cabbage, cabbage, oranges and rose apple): 20.8% of samples exceeded safe levels of chemical residue.

Dr Supakit urged people to buy labelled vegetarian products and examine vegetables and fruit carefully before consumption. The vegetarian festival runs until Sunday (October 25.)

‘สิงห์อาสา’ ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446730

‘สิงห์อาสา’ ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย

'สิงห์อาสา' ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย21 ตุลาคม 2563 – 17:10 น.

‘สิงห์อาสา’ ลุยน้ำท่วม ส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย จ.นครราชสีมา กว่า 450 ครัวเรือน  ได้รับความเดือดร้อน

นับตั้งแต่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สภาพอากาศ พร้อมทั้งออกประกาศเตือนประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ให้ระวังภัยธรรมชาติในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งพัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทย ทั้ง 3 ลูก ประกอบด้วย พายุหลิ่นฟา พายุนังกา และพายุโซเดล

ส่งผลให้ทั่วประเทศเกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 450 ครัวเรือนในพื้นที่อย่างยิ่ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ ร่วมกับมูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา (ฮุก31) และเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่หมู่บ้านบ่อปลา ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 2.5 เมตร จากปริมาณน้ำในเขื่อนลำพระเพลิง เกินความจุกักเก็บ ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนฯ

ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลเอ่อท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน สิงห์อาสา พร้อมเครือข่ายจึงนำน้ำดื่มสิงห์ พร้อมข้าวสารพันดีแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ สิงห์อาสาและเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา จะเฝ้าระวังติดตามมวลน้ำที่อาจไหลมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ที่อ.ปักธงชัย และพื้นที่รอบนอกจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

พร้อมกันนี้เตรียมประเมินสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องในภูมิภาคต่างๆ และทันทีที่ทราบว่าประชาชนพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อน สิงห์อาสาและเครือข่าย พร้อมเข้าพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยทันที

'สิงห์อาสา' ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย
'สิงห์อาสา' ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย
'สิงห์อาสา' ลุยน้ำท่วมส่งน้ำดื่ม-ข้าวสาร ช่วยคลายทุกข์ชาวปักธงชัย

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446689

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน21 ตุลาคม 2563 – 12:54 น.

Medlab Asia and Asia Health 2020 งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเริ่มแล้ววันนี้

20 ตุลาคม 63 – อิมแพ็ค ร่วมกับ อินฟอร์ม่า มาร์เก็ตส์ จัดงาน Medlab Asia and Asia Health 2020 – The Virtual Edition งานแสดงเครื่องมือแพทย์และการประชุมวิชาการทางการแพทย์นานาชาติบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม เริ่มแล้ววันนี้ 

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน


ภายในสามวันที่จะเกิดขึ้นได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากทั่วโลกและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทางการแพทย์มาพบปะ สร้างคอนเนคชั่นและเจรจาธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้เข้าร่วมสามารถดูสินค้าเครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์จากบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ Abbott, Euroimmunn, LG, Randox, N Health และ Snibe โดยท่านสามารถทำนัดหมายผ่านระบบเพื่อเจรจาถึงโอกาสทางธุรกิจไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน


เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ความรู้เชิงลึกล่าสุดในวงการแพทย์ ภายในงานได้จัดประชุมวิชาการออนไลน์ในหลากหลายสาขาทางการแพทย์ทั้ง ด้านรังสีวิทยา ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ด้านงานปราศจากเชื้อ และการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือแพทย์กว่า 50 หัวข้อ พร้อมคะแนนศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ CME 21 คะแนน CMTE 15 คะแนน และ CNEU 7 คะแนน และวิทยาการมากกว่า 100 ท่าน  ได้แก่ นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ศาสตราจารย์ฮุงซัพ ซอง ประธานและคณะกรรมการการจัดการตรวจวินิจฉัยโควิท-19 ศูนย์ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรค ประเทศเกาหลีใต้ ดร. บายู เทจา มูเลวัน หัวหน้าฝ่ายการวางแผนอินโดเนเซีย กระทรวงสาธารณสุข ประเทศอินโดนีเซีย และ คุณโจเซฟ คาเลียวานาร์ ซีอีโอ บริษัท ก็อตมายโค้ช ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

งานแสดงเครื่องมือแพทย์ และประชุมนานาชาติออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน


มิสเตอร์ทอม คอลแมน ผู้อำนวยการจัดงาน “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัว Medlab Asia and Asia Health – The Virtual Edition บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในปีนี้ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถพูดคุยและเจรจาธุรกิจกับผู้ร่วมแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้ผ่านประชุมวิชาการออนไลน์ โดยไม่ว่าจะอยู่ไหนเวลาใดก็สามารถเข้าร่วมได้” 

ผจว.ลำปาง นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446674

ผจว.ลำปาง นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ผจว.ลำปาง นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์21 ตุลาคม 2563 – 11:45 น.

ผจว.ลำปาง นำข้าราชการ ประชาชน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ร่วมร้องสรรเสริญพระบารมี แสดงออกถึงความจงรักภักดี และปกป้องในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยใช้เวลาในการจัดกิจกรรมดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ณ ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำเหล่าบรรดาข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ประชาชน ชาวจังหวัดลำปาง พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ร่วมร้องสรรเสริญพระบารมี แสดงออกถึงความจงรักภักดี และปกป้องในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กว่า 500 คน โดยมีพ.ต.อ.จักร์ อ่อนนิ่ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง มาดูแลความสงบเรียบร้อย

สำหรับบริเวณห้าแยกหอนาฬิกา ข่วงนครลำปาง กลุ่มประชาชนคนลำปางรักในหลวง ได้จัดกิจกรรมร่วมร้องเพลงชาติไทย ซึ่งมีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที เพื่อกล่าวปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมอ่านแถลงการณ์ของ ประชาชนคนลำปางรักในหลวง

แสดงเจตนารมณ์ ในการช่วยกันปกป้องสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ของประชาชนคนไทยทั้งชาติ แม้สังคมไทยจะคิดต่างได้ แต่ต้องไม่ก้าวล่วงสถาบัน ต่อจากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ โดยใช้เวลาในการจัดกิจกรรมดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง

ผจว.ลำปาง นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง