ไฟอำนาจ “ประวิตร” ติดบ่วงเกม 8 ปีที่รอคอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525652

09 ส.ค. 2565

ไฟอำนาจ “ประวิตร” ติดบ่วงเกม 8 ปีที่รอคอย

อนุรักษ์นิยมระแวง “ประวิตร” คิดการใหญ่ กรณีสถานะนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จับตาซูปเปอร์ดีลข้ามขั้วเพื่อไทย-พลังประชารัฐ

เงื่อนปมอำนาจ “ประวิตร” ตกอยู่กลางวงสงครามข่าว กรณีตีความสถานะนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปีกอนุรักษ์นิยมระแวง “ประวิตร” คิดการใหญ่ จะเป็นนายกฯ หากมีการวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นเก้าอี้  สัปดาห์นี้ สปอตไลท์การเมืองสาดจับที่ปมวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประเด็นนี้ ได้ถูกลากออกไปสู่ท้องถนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันที่ 9 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ตอบคำถามเรื่องปมสถานะนายกฯ 8 ปี ว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไม่ครบ 8 ปี ก็ไปต่อ เมื่อครบแล้วก็ว่ากันว่าจะเอาใคร ไม่ใช่ผม..”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รู้ตัวดีว่า ตัวเองตกเป็นเป้าการโจมตีจากบางฝ่าย จึงชิงออกตัวว่า “ไม่ใช่ผม” ถ้าการวินิจฉัยปม 8 ปีพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ครบวาระแล้ว 

ดังที่ทราบกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่างก็มีคนใกล้ชิด และกองหนุนคนละกลุ่ม กรณีตีความสถานะ 8 ปีนายกฯ จึงถูกโยงเข้ากับประเด็นกติกาเลือกตั้ง สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลิกจากหาร 500 เป็นหาร 100

กองหนุนลุงตู่บางกลุ่มฟันธงเลยว่า ลุงป้อมจับมือคนแดนไกล เล่นเกมสภาล่ม เพราะต้องการเปลี่ยนสูตรหาร 500 มาเป็นหาร 100 เข้าทางพรรคเพื่อไทย 

‘ไม่มีดีลลับ’

ในที่สุด “ประวิตร” ก็เปิดเผยเหตุผลที่แท้จริงว่า ต้องการกติกาบัตร 2 ใบ โดยไม่สนใจหาร 100 หรือหาร 500 เพราะต้องการ ส.ส.เขต เป็นหลัก ไม่เน้นส.ส.บัญชีรายชื่อ 

เนื่องจากนักเลือกตั้งอย่างวิรัช รัตนเศรษฐ และสมศักดิ์ เทพสุทิน คอยกระซิบลุงป้อมว่า เอาบัตร 2 ใบดีที่สุด ไม่บีบชาวบ้าน เลือก ส.ส.พรรคหนึ่ง เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ อีกพรรคหนึ่ง

เมื่อนักข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร เปิดดีลกับพรรคนั้นพรรคนี้ ลุงป้อมตอบสวนทันทีว่า “ผมจะดีล กับใคร ผมไปต่างจังหวัดทุกวันสื่อก็เห็น ผมจะดีลกับใคร ผมกลับบ้านก็นอน ตื่นเช้ามาก็ทำงาน ทำงานทั้งวัน..” 

 พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทุกสัปดาห์พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทุกสัปดาห์

สำหรับอนาคตพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “จะไปรู้ได้อย่างไร เรื่องของอนาคต อนาคตสื่อรู้หรือไม่”  “ผมไม่รู้จริงๆ ใครจะไปรู้อนาคต ให้ผลเลือกตั้งออกมาก่อน แล้วค่อยว่ากัน” ประโยคนี้ของลุงป้อม ทำเอาคอการเมืองหูผึ่ง

‘กองหนุนตู่ไม่ปลื้ม’

อาการหวาดระแวง “ประวิตร” ของปีกอนุรักษ์นิยมสายลุงตู่นั้น มาจากเหตุการณ์กบฏผู้กอง เมื่อปีที่แล้ว และมีความเชื่อว่า พี่จะโค่นน้อง ป้อมจะคว่ำตู่

ความเคลื่อนไหวแปลกๆของ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ ที่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ดีลลับโค่นตู่ชูป้อม โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังชื่อย่อว่า “พ.”   ประเด็นโค่นตู่ชูป้อม ส.ส.ศรัณย์วุฒิ ได้อภิปรายในสภาฯมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.หนวดงาม เล่นเกมของใคร

ต่างจาก นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่มีความใกล้ชิดกับฝั่งทำเนียบรัฐบาล มากกว่าบ้านป่ารอยต่อฯ  นพ.ระวี เชื่อว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญที่พลิกไปพลิกมา จากหาร 100 เป็นหาร 500 แล้วก็พลิกมาหาร 100 อีก มันน่าจะมีการเกี่ยวพันกับการตัดสินครบวาระ 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี

ถ้ามีการวินิจฉัยว่า สถานะนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ครบวาระแล้ว ก็ต้องสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ นพ.ระวี วิเคราะห์ว่า การเลือกนายกฯ ในสภาฯ จะไม่จบที่ก๊อกแรก  จากนั้น ก็ต้องไปเอานายกฯคนนอก เป็นก๊อก 2 น่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร แต่ก็มีเงื่อนไขว่า พล.อ.ประวิตร จะขึ้นเป็นนายกฯ ได้ จะต้องใช้เสียงโหวตของฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งด้วย

ด้วยข้อมูลข้างต้นนี้ นพ.ระวี จึงเชื่อเรื่องพลิกเกมสูตรคำนวณ ส.ส.จากหาร 500 เป็นหาร 100 ผูกโยงกับเรื่องปม 8 ปีสถานะนายกฯ อย่างแน่นอน

สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” ฟื้นวังน้ำยม-วังบัวบาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525617

09 ส.ค. 2565

สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” ฟื้นวังน้ำยม-วังบัวบาน

ศึกนี้มีเบื้องหลัง “สมศักดิ์” เดินเกมลึกพลิกเกมหาร 100 ฤาจะฟื้นสัมพันธ์วังน้ำยม-วังบัวบาน สะพานเชื่อมบ้านป่ารอยต่อฯ

สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” เดินเกมลึก ศึกนี้มีเบื้องหลัง วังน้ำยม-วังบัวบาน เชื่อมประสานบ้านป่ารอยต่อ

เกมซ่อนกล “สมศักดิ์” จอมยุทธ์การเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 40 ปี ย่อมประเมินผลการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ว่า พรรคไหนคือผู้กำชัย

วันที่ 10 ส.ค.2565 กลายเป็นวันที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะจะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ. … ที่มีการคาดการณ์กันว่าองค์ประชุมสภาจะล่ม เพราะหากการพิจารณาไม่ทันตามกรอบ 180 วัน ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะทำให้ร่างตกไปและต้องกลับไปใช้ร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดยรัฐบาล ที่ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100

ถ้าจำกันได้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นคนจุดพลุเรื่องสูตรคำนวณหาร 500 มีปัญหา จึงเป็นที่มาของการกลับลำเอาหาร 100 ของผู้ถืออำนาจฝั่งบ้านป่ารอยต่อฯ

ย้อนไปปลายปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน พูดบนเวทีการเปิดตัวเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา เราจึงต้องใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ทุกคะแนนมีความสำคัญ”

คำว่า ดีไซน์เพื่อพวกเรา หมายถึงกติกาเลือกตั้งบัตรใบเดียว และสูตรคำนวณ ส.ส.พึงมี ซึ่งสูตรที่ว่านี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ผ่านมาเกือบ 4 ปี สมศักดิ์ เทพสุทิน กลับอยากได้กติกาบัตร 2 ใบ และสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ทั้งใครก็มองออกว่า กติกาแบบนี้ พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์สูงสุด 

‘น้ำยม-น้ำปิง’

ชั่วโมงนี้ “สมศักดิ์” และกลุ่มสามมิตร ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากขึ้นกว่าสมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรค

จะว่าไปแล้ว ขุมกำลังของสมศักดิ์ ก็มีอยู่ 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน (สุโขทัย) ,จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย(ชัยนาท) และ นิติกาญจนา (ราชบุรี)  ส.ส.สายเหนือที่อยู่ในซุ้มวังน้ำยม ก็มี พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย ,ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย, ภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร และอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสมศักดิ์ ก็เป็นพันธมิตรกับซุ้มวังน้ำปิง ของวราเทพ รัตนากร ที่มี ส.ส. 4 คน คือ สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ,อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร และปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร

ระยะหลัง สมศักดิ์แตะมือกับหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ดูแล ส.ส.อยู่ 3 คน ได้แก่สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร, สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ และมนัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก 

‘ความหลังวังบัวบาน’

หลังจาก “สมศักดิ์” เดินออกจากพรรคกิจสังคม และเข้ามาอยู่พรรคไทยรักไทยในระยะแรก สมศักดิ์สังกัดกลุ่มวังบัวบาน ของเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

เยาวภา ถ่ายร่วมกับทักษิณ ยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ ปีนี้ เยาวภา ถ่ายร่วมกับทักษิณ ยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ ปีนี้

ปี 2547 สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ จึงร่วมกับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย ตั้งกลุ่มวังน้ำยม มี ส.ส.เข้ามาร่วมเกือบ 80 คน  เลือกตั้งปี 2550 สมศักดิ์แยกตัวออกไปตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเกิดกรณีพรรคถูกยุบ จึงเข้าไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน สมศักดิ์ได้ตั้งกลุ่มมัชฌิมา มี ส.ส. 7 คน อยู่ในพรรคเนวิน  ปลายปี 2555 สมศักดิ์ นำทีม ส.ส.ในซุ้มไปรับประทานอาหารกับเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพื่อขอเจรจาย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย


กระทั่ง ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจยุบสภา เดือน ธ.ค.2556 สมศักดิ์และพวกจึงยกทีมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมกับลงสมัคร ส.ส.ในนามเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งโมฆะ

ปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คืนสังเวียนตั้งกลุ่มสามมิตร เดินสายชักชวนอดีต ส.ส.ให้เข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ   สมศักดิ์ เป็น ส.ส.ครั้งแรกปี 2529 เชี่ยวชาญทางการเมือง ช่ำชองในกลยุทธ์เลือกตั้ง ย่อมประเมินได้ว่า ใครจะเป็นผู้นำในอนาคต พรรคไหนจะกวาดที่นั่งส.ส.ได้มากที่สุด    

มติ “ครม.” แต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง-หลายกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525636

09 ส.ค. 2565

มติ "ครม." แต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง-หลายกระทรวง

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการผลการประชุมคณะรัฐมนตรีครม. ว่า ครม.มติเห็นชอบเรื่องแต่งตั้ง วันที่ 9 สิงหาคม 2565 ดังนี้

ในส่วนที่มีผลตั้งแต่วันนี้  9 ส.ค. 65 เป็นต้นไป ได้แก่ 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” เสนอการแต่งตั้ง นายดนุช ตันเทอดทิตย์ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ “กระทรวงยุติธรรม” เสนอแต่งตั้ง

นางสาวประภาปูรณโชติ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการเงินการธนาคาร) ในคณะกรรมการคดีพิเศษ แทน นายสราวุธ เบญจกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 

โดยผู้ได้รับแต่งตั้งแทนนี้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ทั้งนี้ ในครั้งต่อ ๆ ไป ให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดด้วย ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 (เรื่อง การดำเนินการแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ “กระทรวงศึกษาธิการ” เสนอการแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ธีระเดช เจียรสุขสกุล เป็นผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2541 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ “สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี” เสนอแต่งตั้ง -นายมานิต นพอมรวดี เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง ทั้งนี้นายมานิตเคยเป็นรมช.สธ.ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
-นายประสาน หวังรัตนปราณี และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีอีกหนึ่งวาระ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2565

ในส่วนที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 

“สำนักงบประมาณ” เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน2 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้
-นายอนุชา ภาระนันท์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2564
-นางสาวเพ็ญแข จันทร์สว่าง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2564

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมาชิกฝ่ายไทยในศาลประจำอนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮกจำนวน 2 ราย เพื่อให้ดำรงตำแหน่งสืบต่อไปอีกวาระหนึ่ง และทดแทนตำแหน่งที่ว่างตามลำดับ โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ดังนี้
-นายธนะ ดวงรัตน์
-นายวีรพันธุ์ วัชราทิตย์

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการ “กระทรวงการต่างประเทศ” เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ดังนี้
-นายเชิดเกียรติ อัตถากร รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา
-นายณัฐพล ขันธหิรัญ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
-นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
-นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศ ตามข้อ 1 และ 4 ได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง

ไทยสร้างไทย ชี้ลประชุม สภาล่ม เป็นพฤติกรรม “ขี้ขลาด” น่าละอาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525635

09 ส.ค. 2565

ไทยสร้างไทย ชี้ลประชุม สภาล่ม  เป็นพฤติกรรม "ขี้ขลาด" น่าละอาย

ประธานพรรค ไทยสร้างไทย เรียกร้อง ส.ส. ทำหน้าที่ เข้าประชุมร่วมรัฐสภา ชี้ คนทำ สภาล่ม เป็นพวก “ขี้ขลาด” น่าละอาย

ประธานพรรคไทยสร้างไทย กระทุ้งผู้มีอำนาจในสภา เลิกเล่นเกมการเมืองเพื่อประโยชน์ของตัวเอง จี้แสดงความกล้าหาญโหวตเลือกจะเอาหารร้อย หรือ หารห้าร้อยให้ชัด ในการพิจารณากฎหมายลูก เลือกตั้งส.ส. ไม่ปล่อยให้ สภาล่ม

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ทวงถามสำนึกรับผิดชอบ ต่อการทำหน้าที่ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รักษาระบบรัฐสภา เพื่อให้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนในการแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาประชาชน ปัญหาการเมือง  กล่าวถึงสถานการณ์ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ จากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพสูง รายได้ลด ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกรายการ  จึงขอเรียกร้องให้ ส.ส.ทุกคนมีสำนึกรับผิดชอบ ให้สมกับที่เรียกตัวเองว่าผู้ทรงเกียรติ  มาประชุมร่วมรัฐสภา และแสดงตนต่อที่ประชุมสภาในวันพรุ่งนี้ และใครอยากได้สูตรคำนวณหาร 100 หรือหาร 500 ขอให้มีความกล้าหาญ โหวตอย่างตรงไปตรงมา ให้ประชาชนได้รับรู้อย่ามาเล่นเกมทำให้สภาล่มไปเพื่อให้การแก้กฎหมายลูกตกไป ซึ่งเป็นวิธีที่ขี้ขลาด และน่าละอายมาก

ไทยสร้างไทย ชี้ลประชุม สภาล่ม  เป็นพฤติกรรม "ขี้ขลาด" น่าละอาย

รัฐบาลและรัฐสภา ต้องหันกลับมาให้ความใส่ใจต่อปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้นทุนค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต ของประชาชน เป็นลำดับแรกไม่ใช่การเล่นเกมในสภาแบบที่ทำกันอยู่ในขณะนี้

นอกจากจะทำให้สภาเสื่อมเสีย แล้ว พี่น้องประชาชนก็จะสิ้นหวังต่อระบบรัฐสภา เพราะผู้มีอำนาจไม่มีสมาธิแก้ไขปัญหาให้ประชาชน มัวแต่คิดเล่นเกมส์รักษาอำนาจตนเอง โดยไม่รักษาหน้าที่ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อ ต้องไม่ พยายามเล่นเกมการเมือง ทำ สภาล่ม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

ขณะที่นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ส.ส.อาจไม่เข้าประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมือง ในวันที่ 10 สิงหาคม เนื่องจากติดร่วมงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ว่า ขอให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ก่อน เพราะเป็นวันประชุมสภา ส่วนจะไปเยี่ยมกำนันผู้ใหญ่บ้าน สามารถไปหาโอกาสอื่นได้

“นายกฯ” วอนอย่าปั่นขึ้น”ค่าไฟ” 4 บาท ให้มองว่า ตอนนี้ 3 บาทกว่าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525598

09 ส.ค. 2565

"นายกฯ" วอนอย่าปั่นขึ้น"ค่าไฟ" 4 บาท ให้มองว่า ตอนนี้ 3 บาทกว่าแล้ว

“นายกฯ” วอนอย่าปั่นขึ้น”ค่าไฟ” 4 บาท ให้มองว่า ตอนนี้ 3 บาทกว่าแล้ว พร้อมมองเหตุผลว่าทำไมต้องขึ้น ขณะที่ครม.มีมติ พัฒนาเกษตรกรรมในพื้นที่EEC และพัฒนาพื้นที่EECA ให้เป็นAirpot City

เมื่อวันที่  9 ส.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือครม. เสร้จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานช่วยกันเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ถนนชำรุด เตรียมเครื่องจักรกลและกำลังพล ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อแก้ปัญหาได้ทันที โดยให้สทนช. พิจารณาในภาพรวม เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ กักเก็บน้ำ ไว้ใช้ในฤดูอื่นด้วย 

ทั้งนี้ในที่ประชุมครม.เห็นชอบจัดทำแผนพัฒนาด้านการเกษตรในพื้นที่ โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ปี 2566-2570 แม้เราจะมีการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว ไม่เพียงแต่เรื่องการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม แต่เราต้องยกระดับภาคเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ คู่ขนานกันไป เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม คนไทยเก่ง อยู่ในสายเลือดต้องพัฒนาต่อยอดให้เป็น smart  farmer ให้ได้เพื่อเพิ่มมูลค่าราคาได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ 

โดยแบ่งพื้นที่พัฒนา eec 5 ส่วน
ผลไม้ พัฒนาสินค้า เช่น ทุเรียนมังคุดมะม่วง ที่จ.ระยองและฉะเชิงเทรา 
ประมง เช่น กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว ปลานิล
-อุตสาหกรรมชีวภาพ เช่น มันสัปหลัง 
พืช สมุนไพร เน้ขพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจรเช่นฟ้าทะลายโจรกระชายขาวกัญชากัญชง
-เกษตรมูลค่าสูง เนื้อโค ไข่ไก่ 

ซึ่งจะต้องสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆและโลจิสติกส์ที่มีความพร้อมสูง ทางบก ทางอากาศ ทางทะเล รัฐบาลมีแนวคิดที่จะส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษอีก 10 แห่ง รวมถึงมีความเป็นห่วงในเรื่องภาคเกษตร การใช้น้ำ ทำนา ซึ่งได้สั่งการให้ใช้ให้เหมาะกับการเพาะปลูกข้าว ใช้มากเกินไปก็ไม่เป็นผลดี ส่งผลกระทบช่วงท้ายเก็บเกี่ยว วันนี้ได้มีการทดลองไปแล้ว 800 กิโลกรัมต่อไร่ 

นอกจากนี้ครม.เห็นชอบพัฒนา เมืองการบินภาคตะวันออก หรือ EECA โดยกำหนดให้เป็นพื้นที่ Airpot City จำนวน 1032ไร่ ซึ่งเป็นเขตประกอบการเสรีในพื้นที่ จะมีกิจกรรมและสันทนาการต่างๆ เพื่อรองรับการใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เช่น โรงแรม 5 ดาว ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารระดับมิชลิน ศูนย์แสดงสินค้า โดยหวังว่าจะเป็นพื้นที่สำคัญสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ภายในเวลาไปเกิน 10 ปีนี้ 

ส่วนกระแสการ การขึ้นค่าไฟ เป็น 4 บาท ช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ค่าไฟก็ราคา 3 บาทกว่าแล้ว หากขึ้นก็เป็นจำนวนสตางค์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะขึ้นหรือไม่ ดังนั้นอย่าไปบิดเบือนว่าค่าไฟจะขึ้นเป็น4บาท หากจำเป็นจะต้องขึ้นต้องหาสาเหตุว่าขึ้นเพราะอะไร ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลก็ใช้เงินกองทุนอุดหนุนหลายโครงการ ทั้งไฟฟ้า พลังงาน แก๊ส ใช้เงินเป็นแสนล้านบาทแล้ว อะไรก็ตามที่ประชาชนเดือดร้อนตนก็ไม่อยากเพิ่มแต่ก็ต้องรับฟังถึงเหตุผลและความจำเป็นกันบ้าง

สกัด “กัญชาเสรี” เพื่อไทย เสวนา นโยบายผิดทิศ หลงทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525600

09 ส.ค. 2565

สกัด "กัญชาเสรี" เพื่อไทย เสวนา นโยบายผิดทิศ หลงทาง

เพื่อไทยจัดเสวนา “กัญชาเสรี” ผิดทิศ หลงทาง หวังให้ทบทวน เตรียมมาตราการรองรับให้รัดกุมก่อน หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย

พรรคเพื่อไทย จัดเสวนา กัญชาเสรี ผิดทิศ หลงทาง   นำโดยสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายแพทย์สุวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข,  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิษภัยและปัญหาของกัญชาเสรีในขณะนี้ 

สกัด "กัญชาเสรี" เพื่อไทย เสวนา นโยบายผิดทิศ หลงทาง

สุทิน ระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาปัญหากัญชาเสรีไร้กรอบนั้นภาครัฐพยายามพูดอยู่แค่ 2 ประเด็นคือ กัญชาเสรีเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ และ กัญชาเสรีดีต่อเศรษฐกิจ แต่ประเด็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์นั้นแพทย์ใช้ในการรักษากันมาก่อนหน้านี้แล้วและหากคิดว่าอยากส่งเสริมประโยชน์การแพทย์จริง ก็ควรส่งเสริมโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เอางบประมาณมาอุดหนุนบัญชียาแห่งชาติ เพิ่มงบโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์น่าจะเป็นประโยชน์และชัดเจนกว่า

ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้นวันนี้ยังไม่เห็นตัวเลขส่งออกที่ชัดเจนเลยว่าประโยชน์จากเรื่องนี้คำนวณออกมาได้เท่าไรและส่งออกได้จริงหรือไม่ เพราะทั่วโลกยังบอกว่ากัญชาคือยาเสพติด ถ้าส่งออกไม่ได้ ก็จะกลายเป็นกัญชาวนเวียนกันอยู่ในประเทศ งบประมาณที่ต้องรักษาผู้เสพ รวมไปถึงภาพลักษณ์ประเทศ ถ้าหักลบกลบหนี้กันกับความเสื่อมโทรมของสังคมแล้ว จึงไม่แน่ใจว่า ได้คุ้มเสียหรือไม่

 “วันนี้ถึงขนาดเอาต้นกัญชามาเดินแจกกันในหมู่บ้าน บอกว่า 6 เดือนตัดขายได้ เดี๋ยวพอถึงเวลาขายไม่ได้จริงโดนเขาต้ม กัญชาที่ปลูกไว้ ก็จะวนกลับมาเสพกันเองในครอบครัว คราวนี้กัญชาจะได้วนอยู่ในบ้านในชุมชนเป็นนโยบายที่จะสร้างบาปมโหฬาร และสุดท้าย สังคมก็จะเรียกร้องให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเหมือนเดิม” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

สกัด "กัญชาเสรี" เพื่อไทย เสวนา นโยบายผิดทิศ หลงทาง

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชี้ว่า ตั้งแต่เริ่มปลดล็อกกัญชา ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้สถิติผู้ป่วยจากการเสพกัญชา เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมากขึ้น มีตั้งแต่หลอน เมากัญชา จนถึงขั้นรุนแรง ต้องรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล ต้องใช้แพทย์บุคลากรสาธารณสุขและงบประมาณจำนวนมากในการรักษา ขอเรียกร้องให้ภาครัฐเปิดเวทีรับฟังความเห็นของบุคลากรด้านการแพทย์โดยตรง เพื่อจะได้รู้ถึงปัญหาแท้จริงมากกว่าการฟังหมอการเมือง โดยไม่ฟังเสียงจากหมอมืออาชีพ

กิตติ์ธัญญาเล่าว่าปัญหาจริงที่พบในพื้นที่คือ ครอบครัวและชุมชนได้รับผลกระทบรุนแรงตั้งแต่เปิดกัญชาเสรี เช่นหมู่บ้านหนึ่ง ในจังหวัดอุบลราชธานี มีเด็กและวัยรุ่นรวมตัวเสพกัญชาโดยที่พ่อแม่ออกไปทำงานไม่ทราบเรื่อง เมื่ออาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. ตรวจพบ ก็ห้ามไม่ได้ กำนันผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าไม่รู้จะห้ามอย่างไร พอแจ้งเตือนไปยังพ่อแม่ ก็กลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัว ลามออกมาถึงหมู่บ้านชุมชน เป็นตัวอย่างจริงที่เห็นชัด ดังนั้นจึงไม่ควรเอาอนาคตของเยาวชนไทยไปแลกกับผลประโยชน์และคะแนนเสียงทางการเมืองของพรรคการเมืองเช่นนี้  

จิรายุ เห็นว่า นโยบายกัญชาเสรีขณะนี้ คือนโยบายตายเอาดาบหน้า เพราะไม่มีมาตรการรองรับ ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นขอคนไทยไปต่างประเทศเสียหาย วันนี้ คนไทยถือพาสปอร์ตไทยไปต่างประเทศ ถูกจับตรวจกระเป๋าเดินทาง โดนจับตรวจสารเสพติดในร่างกาย ประเด็นอ่อนไหวสะท้อนถึงการยอมรับนโยบายกัญชาเสรีของไทยมากน้อยเพียงไร รัฐบาลเคยคิดหรือไม่ จึงมีคำถามว่าควรยกเลิกหรือไม่ ถ้ายังไม่ยกเลิก ควรจะแขวนนโยบายกัญชาเสรีไว้ชั่วคราว รอให้มาตรการพร้อม ทุกคนเข้าใจ วันไหนพร้อมค่อยประกาศเสรีอีกครั้ง 

ขณะที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่าน  พรรคภูมิใจไทย ซึ่งลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และลพบุรี ได้นำนโยบายกัญชาเสรี ไปหาเสียงปับประชาชน ได้รับความสนใจอย่างมาก   พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาทางการเมือง โดยพรรคเพื่อไทย เคยจัดกิจกรรมไล่หนู ตีงูเห่า ที่จังหวัดศรีสะเกษมาแล้ว หลังจากมีข่าวว่า ส.ส.อีสานของพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า หลายราย 

ฝ่ายค้าน ได้ฤกษ์ 17 ส.ค. เดินหน้า ตรวจสอบ “วาระนายก”ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525582

09 ส.ค. 2565

ฝ่ายค้าน ได้ฤกษ์ 17 ส.ค. เดินหน้า ตรวจสอบ "วาระนายก"ฯ

ยื่นรายชื่อส.ส.ต่อประธานสภา 17 สิงหาคมนี้ ฝ่ายค้าน หวังให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบ วาระนายก ฯ เริ่มนับจากวันไหน

ฝ่ายค้านได้ฤกษ์เสียที นัดหมายรวบรวมรายชื่อ ส.ส. ยื่นต่อประธานสภา 17 สิงหาคมนี้ หลังเงื้อง่า มานาน  เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 158

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกัน ที่จะใช้ช่องทางของรัฐสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ในการตรวจสอบคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี โดยจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส. ในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเบื้องต้น ได้ให้เลขาธิการพรรคเพื่อไทยไปประสานกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

ฝ่ายค้าน ได้ฤกษ์ 17 ส.ค. เดินหน้า ตรวจสอบ "วาระนายก"ฯ

นายแพทย์ชลน่าน ยังย้ำว่า แนวทางผ่านสภา ถือเป็นแนวทางตรงที่สามารถทำได้  ซึ่งหากวุฒิสภาจะยื่นในลักษณะเดียวกัน ก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนแนวทางยื่นผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็เป็นอีกช่องทางที่สามารถทำได้ แต่มติของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ยึดแนวทางนั้น แต่ก็ไม่ปิดทางหากจะมีสมาชิกคนใด เลือกแนวทางที่จะยื่นต่อ กกต.

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงถี่ในช่วงปลายอายุรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยทยอยลงพื้นที่เปิดนโยบาย เปิดตัวผู้สมัคร ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สวนทางกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แยกกันเดิน แยกกันขึ้นเวที แยกกันลงพื้นที่ เพื่อแก้ตัวกับประชาชน กลบความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพใน 8 ปี

ทั้งที่นิด้าโพลสะท้อนชัดประชาชน 64.25 เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ ควรประกาศอยู่ในตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ไม่เกิน 24 ส.ค.นี้ ขณะที่ 55.18% เชื่อหลังเลือกตั้งสมัยหน้า 3 ป. จะไม่มีบทบาทจัดตั้งรัฐบาล จะให้ประชาชนไว้วางใจ 3 ป.ได้อย่างไร ในเมื่ออยู่มา 8 ปี 3 ป.ยังไม่ไว้วางใจกันเองเลย พลเอกประยุทธ์ บอกให้ประชาชนอดทน เพื่อให้ตนเองได้ยืดเวลาบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้นานที่สุด

“ปรับขึ้นค่าแรง” ผ่านไตรภาคีแล้ว ลุ้น “ก.แรงงาน” เสนอ “ครม.” ต้นเดือนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525578

09 ส.ค. 2565

"ปรับขึ้นค่าแรง" ผ่านไตรภาคีแล้ว ลุ้น "ก.แรงงาน" เสนอ "ครม." ต้นเดือนหน้า

“กระทรวงแรงงาน” เตรียมเสนอ “ครม.” ต้นเดือนกันยายน ขออนุมัติปรับขึ้นค่าแรง 5-8% ตัวเลขแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน อยู่ที่ค่า GDP ของพื้นที่

จากกรณีกลุ่มแกนนำผู้ใช้แรงงานยื่นหนังสือถึง นาย สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 492 บาท เท่ากันทั่วประเทศ โดยกระทรวงแรงงานเตรียมเคาะขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 5-8% เดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะต้องผ่านคณะกรรมการไตรภาคี และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ต่อไป

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้การปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำมีความคืบหน้า มีการประชุมไตรภาคีแล้วทุกจังหวัด ได้ตัวเลขมา ซึ่งจะต้องพิจารณาให้เหมาะสม เพราะแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันประมาณ 1-2 บาท จะทำประมาณ 12 ช่วง ตัวเลขจะไม่เท่ากัน เพราะค่าครองชีพแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน GDP ต่างกัน 

สำหรับตัวเลขที่กำหนดประมาณ 5-8% มาจากพื้นฐานการตั้งตัวเลขมาจาก GDP ภาวะเงินเฟ้อของประเทศเป็นตัวตั้ง และนำ GDP จังหวัดมาคำนวณ โดยสถานการณ์ค่าครองชีพหรือเม็ดเงินล้อจากฐานเดิม ในช่วงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตหรือจังหวัดพื้นที่ EEC กทม. ต้องขึ้นสูงขึ้น เพราะค่าครองชีพ GDP จังหวัดเติบโตตามเศรษฐกิจ 

รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรงเลย เพราะอยู่ในช่วงสถานการณ์แก้ปัญหา การเยียวยา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่รัฐบาลได้อุดหนุนและเยียวยา SME ประคับประครองการจ้างงานประมาณ 10 ล้านคน รัฐบาลเองได้ช่วยประคับประครองไม่ให้มีการเลิกจ้าง ยอมรับการขึ้นค่าแรงสวนทางกับสถานการณ์ทั่วโลก เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำ วันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราและนายจ้างก็เห็นดีเห็นงามด้วยเพื่อให้ลูกจ้างมีขวัญกำลังใจ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะเร่งรัดและนำเข้าครม.ในเดือนกันยายนให้ได้ ซึ่งมอบให้นายบุญชอบ  สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ทำให้จบภายในสิงหาคมนี้ และนำเข้าครม.ต้นเดือนกันยายน เพื่อมีผลบังคับใช้จะเป็นช่วงต้นปี ทันงบดุลของแต่ละบริษัท
 

ส่วนตัวนาย สุชาติ อยากให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม เพราะคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหารือกับสภานายจ้างว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับให้ขึ้นเร็วกว่าต้นปี เพราะขณะนี้สินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับตัวไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ 

ส่วนการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว รัฐบาลใช้เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ขอร้องอย่าเอาเรื่องค่าแรงเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศชาติ  หากคิดว่าการขึ้นค่าเเรงเป็นเรื่องการเมือง คงขึ้นค่าแรง 492 บาทตามข้อเรียกร้องของผู้นำแรงงานไปแล้ว ปรับตามเวลาที่เหมาะสม

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร “บิ๊กป้อม” ยัน ไม่ได้ชักใย สภาล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525577

09 ส.ค. 2565

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร "บิ๊กป้อม" ยัน ไม่ได้ชักใย สภาล่ม

สภาล่ม ได้อย่างไร ไม่รู้เรื่อง “บิ๊กป้อม” ยืนยัน สั่งใครไม่ได้ ไม่มีส.ว.สายใคร ในรัฐสภา เพราะมาจากการคัดเลือก

บิ๊กป้อม ยืนยัน ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เข้าไปจัดการทำให้สภาล่ม โวย ข่าวดีลลับเพื่อไทย สื่อตีความกันไปเอง  หลุด ไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จะอยู่อีกสองปี ก็ว่ากันไป

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร "บิ๊กป้อม" ยัน ไม่ได้ชักใย สภาล่ม

บิ๊กป้อม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีถูกพาดพิงว่าสั่งให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.บางส่วน ไม่ต้องเข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยย้ำว่า เป็นเรื่องของสมาชิกพรรค ส่วนเรื่อง ส.ว. เป็นเรื่องของเขา จะไปสั่งอะไรได้ เขามีความคิดอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่มี ส.ว.สายใคร ไม่มีสายลุงตู่ หรือ สายลุงป้อม เพราะ ส.ว. มาจากคัดเลือกเมื่อถามย้ำว่า มีข่าวว่าไปดีลกับพรรคเพื่อไทย พลเอก ประวิตร ร้องเสียงดังว่า  “โอ๊ย ไปเจอกับใครที่ไหน ไม่ได้เจอใครเลย ขอสื่ออย่าไปคิดเอาเอง ข่าวที่ออกมามาจากสื่อทั้งนั้น คิดเองเออเอง ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง แต่สื่อตัวดี”

พลเอก ประวิตร ยังกล่าวอีกว่า ไม่รู้อนาคตว่าจะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ขอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ เตรียมชูพลเอก ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น   พลเอก ประวิตร ยืนยันว่า ไม่ใช่ตน เรื่องนี้อยู่ที่นายกฯ ถ้ายังไม่ครบ 8 ปีก็ไปต่อ แต่เมื่อครบแล้วค่อยว่ากัน ว่าจะเอาใคร ซึ่งไม่ใช่ตน

ถามว่า พร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่  พลเอก ประวิตร กล่าวว่า “ผมจะพร้อมได้อย่างไร ยังไม่ได้คิดเลย นายกฯ จะอยู่ต่ออีก 2 ปีก็ว่ากันไป”

ส่วนการเลือกตั้งสมัยหน้า หาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เจอปมปัญหา 8 ปี จะเสนอ พลเอก ประยุทธ์ เป็นแคดิเดตอีกหรือไม่ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องเสนอชื่อ พลเอก ประยุทธ์ ต่อ แล้วถามกลับว่าเสนอไม่ได้หรือ

ส่วนจะเสนอตนในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคประชุมกัน เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน ไม่ใช่พรรคของตนคนเดียว พรรคก็คือพรรค ตนไม่ได้ตั้งพรรคนี้ขึ้นมา แต่ทุกคนร่วมกันตั้งขึ้นมา

เมื่อถามว่า ถ้าสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 จะได้เปรียบหรือไม่ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ อะไรก็ได้ ไม่คิดอะไร เน้น ส.ส.เขตเป็นหลัก  และไม่ได้มีการกำชับอะไรส.ส. เรื่องการร่วมเป็นองค์ประชุม เพราะไม่สามารถบังคับได้ เขาจะเข้าหรือไม่เข้าตนจะไปรู้ได้อย่างไร พร้อมกล่าวยิ้มอารมณ์ดี ว่า “ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ แต่ไม่แล้ง”

พลเอก ประวิตร ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่มี และไม่รู้เรื่องที่ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไปยื่นร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้ยุบ 7 พรรคเล็ก รับเงินสนับสนุนจากพรรคใหญ่ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร "บิ๊กป้อม" ยัน ไม่ได้ชักใย สภาล่ม

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มองว่า ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมสภาฯ และทำให้สภาล่ม ถือ เป็นเกมในทางสภาฯ ที่เคยใช้กันมาเสมอ เช่น วอล์คเอาท์หรือทำให้องค์ประชุมไม่ครบ แต่คิดว่ายังไม่ถึงขั้นจะบอกว่าผิดจริยธรรม เพราะถือเป็นอาวุธของสภาฯ ที่จะใช้ในการคัดค้านสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย เหมือนกับการเดินออกหรือนั่งอยู่แต่ไม่ยกมือ ดังนั้นเรื่ององค์ประชุมคงจะถือว่าเป็นเรื่องจริยธรรมยาก แม้จะน่าตำหนิก็ตาม

วิษณุ แนะยื่นตีความวาระ 8ปี นายกฯ ผ่าน “กกต.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/525571

09 ส.ค. 2565

วิษณุ แนะยื่นตีความวาระ 8ปี นายกฯ ผ่าน "กกต."

ยื่นตีความ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 8ปี ช่องทางไหน วิษณุ แนะ ผ่าน “กกต.” มีน้ำหนักมากที่สุด เพราะเข้าสู่กระบวนการ ไต่สวน ได้เร็ว

วาระดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 เริ่มนับจากวันไหน รองนายกฯวิษณุ แนะ ยื่นตีความผ่าน กกต. ตามมาตรา 170 จะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ดี และมีน้ำหนักมากที่สุด

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการยื่นตีความดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า การยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ถือเป็นช่องทาง เพราะสุดท้ายต้องยื่นต่อไปที่กกต. โดยช่องทางมีอยู่ 2 แบบเท่านั้น คือ ส.ส. เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 หรือ ส.ว.เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ตามมาตรา 82 กับอีกช่องทาง คือ กกต. ยื่นตามมาตรา 170 แต่ถ้ายื่นต่อ กกต. จะมีน้ำหนัก เพราะต้องมีการกลั่นกรองคล้ายกับการไต่สวนมูลฟ้อง

วิษณุ แนะยื่นตีความวาระ 8ปี นายกฯ ผ่าน "กกต."

ดังนั้นถ้าผ่าน กกต. ถือว่ามีน้ำหนักผ่านไปหนึ่งชั้น แต่จะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ ซึ่งก็ต้องยื่นกกต.อีกอยู่ดี เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญเองไม่ได้ และขอให้รีบทำ เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะได้รีบวินิจฉัยเหมือนที่ นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยบอกไว้ให้ทำให้ชัดเจน

“ปัญหาเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องที่ศาลรู้ได้เอง ชาวบ้านอาจไม่เข้าใจ แต่ไม่ต้องสืบพยาน ซึ่งอาจให้ผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง ไม่ต้องเรียกพยานมาเหมือนกับคดีฆ่ากัน เพราะอันนี้เป็นการตีความกฎหมายและดูเจตนารมณ์”

ส่วนที่มีนักการเมือง ระบุหากเลยวันที่ 3 ส.ค. แล้ว นายกฯยังทำงานต่อ จะไปแจ้งความนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า สามารถแจ้งได้ แล้วจะอย่างไรต่อ ทั้งนี้  ตราบใดที่ยังไม่มีการสั่งให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฎิบัติหน้าที่ นายกฯ สามารถทำได้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งการเซ็นต์เอกสาร ย้ายข้าราชการ หรือการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้

ส่วนเรื่องนายกฯ 8 ปี ของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่มีการบังคับ และท่านก็พูดเองว่า “ป๋าพอแล้วลูก” ส่วนที่สื่ออยากได้ยินแบบนี้จาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนไม่ทราบ ถามตนไม่ได้