ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
20 มกราคม 2559 เวลา 11:30 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/411197

โดย…วรธาร-ปอย
จิตอาสา คำนี้ดูทรงพลังและมีความงดงามซ่อนอยู่มากมาย เพราะความเป็นผู้มีจิตอาสา หรือการมีจิตสาธารณะ สามารถบันดาลให้โลกใบนี้งดงามพรั่งพร้อมไปด้วยความสุข มิตรภาพ ความรัก รอยยิ้ม สดใส ความอบอุ่น และความน่าอยู่เสมอ และไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจะเพศอะไรก็ตาม หากว่ามีจิตอาสาก็ล้วนแต่งดงามและมีคุณค่า แล้วหันมามองผู้หญิงสมัยนี้หลายต่อหลายคนนอกจากจะงามรูปกายแล้ว แต่ข้างในแสนจะงดงาม เพราะเธอมีจิตอาสา ทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
โลกนี้น่าอยู่ด้วยจิตอาสา
ส้ม นาฏญาภรณ์ จันทร์มูล วัย 23 ปี นางสาวพะเยาคนล่าสุด ในการจัดงานฤดูหนาวและสืบสานประเพณีของดี จ.พะเยา ปี 2558 ผู้มากด้วยความสามารถทั้งนาฏศิลป์ ดนตรีล้านนาทั้งการแสดงและสอน ปัจจุบันเป็นผู้จัดการโรงเรียนสืบศิลป์แผ่นดินล้านนา ที่ก่อตั้งโดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ณ ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ทำงานจิตอาสาตั้งแต่ชั้น ม.4 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 7 ปี จุดเริ่มมาจากครอบครัวและวัดที่ปลูกฝังในการช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ส้ม นาฏญาภรณ์ จันทร์มูล
“การเป็นจิตอาสาของส้มมาจากพื้นฐานของครอบครัว คือ พ่อแม่เป็นจิตอาสาทุกอย่างในหมู่บ้าน ทั้ง อปพร., ชรบ., อสม. และอื่นๆ ที่ทำให้เห็น พอเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนพินิตประสาธน์ วัดศรีอุโมงค์คำ จ.พะเยา ก็ยิ่งปลูกฝังการมีจิตสาธารณะมากขึ้น ทุกครั้งที่มีงานไม่ว่างานวัด หมู่บ้าน หรือโรงเรียนช่วยตลอด ขึ้นอยู่กับว่างานอะไร เช่น เป็นพิธีกร โชว์นาฏศิลป์ เล่นดนตรี หรือแม้แต่การสอนหนังสือ เช่น สอนธรรมศึกษา สอนดนตรีพื้นเมืองให้กับน้องๆ เป็นต้น”
หลังจากเรียนจบชั้น ม.6 และได้ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยพะเยา สาขาการท่องเที่ยว ความเป็นจิตอาสาก็ไม่เคยลดน้อยถอยลง เธอได้ใช้โอกาสสร้างเครือข่ายจิตอาสาขึ้นมาในรั้วมหาวิทยาลัยตั้งแต่เรียนชั้น ป.1 โดยมีเพื่อนๆ มาช่วยงานจิตอาสาจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ได้สมัครไปช่วยงานจิตอาสาที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันด้วย
“พอเรียนมหาวิทยาลัย ปีแรกก็ได้สร้างเครือข่ายจิตอาสาขึ้นมาเพราะส้มได้รับตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัย ปี 2554 ทำให้มีคนรู้จักเยอะเวลาทำกิจกรรมต่างๆ จะมีเพื่อนๆ มาช่วย แต่ส้มมองว่างานจิตอาสาสามารถทำนอกรั้วมหาวิทยาลัยได้ จึงแข่งขันมัคคุเทศก์อาสาชนะเลิศ แล้วอาจารย์ ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี สาขาการท่องเที่ยว จึงพามาช่วยงานมัคคุเทศก์อาสา ที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จากนั้นจึงเริ่มสร้างเครือข่ายจิตอาสาโดยที่ส้มเองไปเป็นจิตอาสาช่วยงานที่นั่นที่นี่รวมถึง อบจ.พะเยา ที่ที่เคยฝึกงาน ถึงวันนี้กว่า 7 ปี ในการที่เป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานต่างๆ”

สาวพะเยาจิตใจงาม บอกว่า ทุกวันนี้ได้รับความเมตตาจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ให้เข้ามาช่วยงานประจำของศูนย์ในตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนสืบศิลป์แผ่นดินล้านนา โดยทำงานเกี่ยวกับดนตรี กวี ศิลป์ ศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมีแม่ครูศันสนีย์ อินสาร เป็นผู้ฝึกสอนในโรงเรียนตลอดจนเครือข่ายทั้งหมดและปัจจุบันได้รับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์บันดาลไทยไร่เชิญตะวันจากกระทรวงวัฒนธรรม ขณะเดียวกันยังดูแลการจัดการทัวร์ การศึกษาดูงาน ในศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันด้วย
“ส้มคิดว่ารมณียสถานแห่งการตื่นรู้แห่งนี้ นอกจากเป็นสถานที่เผยแผ่ศาสนาสู่สังคมโลกแล้วยังเป็นศูนย์รวมของผู้ที่มีจิตอาสาในการพัฒนาสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การสร้างค่านิยมแห่งสันติภาพ ดังคำสอนของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ที่สอนทุกคนที่มาเป็นจิตอาสาว่า ขอให้เธอเบิกบาน กับการรับใช้เพื่อนมนุษย์“
ทุกวันนี้แม้ส้มจะทำงานแล้วแต่นอกจากการทำงานก็ยังเป็นจิตอาสาไปช่วยสอนดนตรีพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึง สอนฟ้อนรำ ของกลุ่มรักษ์บ้านเกิด ที่บ้านป่าแดง อ.แม่ลาว จ.เชียงราย และเป็นจิตอาสาช่วยงานในเครือข่ายเพื่อนคุณธรรม ชมรมกล้าแผ่นดิน จ.พะเยา และงานจิตอาสาอื่นๆ อีกมากมายตามแต่โอกาส เวลา สถานที่เหมาะสม ซึ่งเธอรู้สึกแฮปปี้มากๆ กับการทำงานตรงนี้

“ทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด แม้เพียงน้อยนิดหากเป็นสิ่งที่มีคุณธรรม ย่อมก่อให้เกิดสิ่งที่มีคุณภาพ ชีวิตจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเราได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น หากมนุษย์ไม่เห็นคุณค่ามนุษย์ด้วยกันแล้วโลกนี้จะน่าอยู่ได้อย่างไร สำหรับส้มแล้วงานจิตอาสาเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขและส้มไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ส่วนตัวจากการทำงานตรงนี้ค่ะ” นาฏญาภรณ์ ทิ้งทาย
ไม่ต้องใช้เงินแค่ใช้ใจนำก็สุขแล้ว
แพท-ณปภา ตันตระกูล ดาราและพิธีกรชื่อดัง สาวยุคใหม่อีกคนที่งดงามด้วยจิตอาสา ทว่าคนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยรู้ในสิ่งที่เธอทำ แพท บอกว่า สิ่งที่เธอทำเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้พิเศษอะไร ก็เหมือนกับที่ดาราคนอื่นๆ ทำ แต่เธอทำประจำนับไม่ถ้วนโดยเอาของที่จำเป็นไปบริจาคให้กับคนที่ยากจนที่และมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก เช่น ที่บ้านเด็กกำพร้า เป็นต้น ซึ่งนอกจากการนำสิ่งของไปบริจาคตามสถานที่ต่างๆ แล้วแพทยังชอบช่วยงานของหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนที่จัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์แก่สังคม ถ้าไม่ติดธุระก็พร้อมไปช่วยหากได้รับการติดต่อมา
หากยังจำได้เมื่อเร็วๆ มีคุณหมอคนหนึ่งออกมาเขียนในเว็บไซต์พันทิปเล่าเชิงชื่นชมความเป็นดารามีจิตอาสาของแพททำนองว่า โชคดีที่ได้แพทมาช่วยงาน เพราะโทรติดต่อหาดารา (ผ่านผู้จัดการ) หลายคน บ้างก็ไม่ว่าง บ้างก็ถามค่าตัว แต่แพทไม่ถามพร้อมมาช่วยอีกด้วย
แพท-ณปภา ตันตระกูล
“ก็ไม่เชิงจิตอาสาค่ะ งานนั้นแพทยสภาจัดเสวนาที่ จ.ระนอง ทางคุณหมออยากเชิญดาราไปร่วมเสวนาก็ถามแพทไปให้ได้ไหมโน่นนี่นั่นและบอกว่าค่าตัวน้อยมากไม่มีดาราคนไหนไปเลย ตอนนั้นแพทไม่คิดอะไรว่างอยู่แล้วก็อาสาไปช่วย และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ไปช่วยงานของกระทรวงกลาโหมโครงการสร้างห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ จ.พิษณุโลก แพทก็ไม่เอาเงิน”
ดาราสาว เปิดเผยว่า การได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นและสังคมอยู่เสมอรู้สึกมีความสุข และงานแบบนี้ถ้าหากว่าง ไม่ติดธุระอะไร ก็พร้อมที่จะไปเพื่อให้กำลังใจกับคนที่จัดงานและคนที่ไปร่วมงาน
“สัญญาจะทำเพื่อสังคมให้ต่อเนื่อง”
อีกคนหนึ่งนักธุรกิจไฮโซดัง แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ บอกบุญผ่านเฟซบุ๊กโปรเจกต์จะขุดบ่อบาดาลและทำปั๊มสูบน้ำให้กับน้องหมาและแมวพิการในมูลนิธิ PAC Pattaya เนื่องจากมูลนิธินี้อยู่บนเขา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ความที่พื้นที่อยู่สูงทำให้น้ำส่งไปไม่ถึง PAC เลี้ยงดูสัตว์ถูกทิ้งและพิการอยู่มากกว่า 400 ชีวิต ต้องใช้เงินประมาณ 7.5 หมื่นบาท เป็นค่าขุดเจาะและค่าปั๊มน้ำอีกประมาณ 3 หมื่น รวมเป็น 105,000 บาท
“…หากใครอยากร่วมกันทำบุญต่อชีวิตน้องสัตว์ยากไร้ ส่ง Private Message หาแพรได้เลยค่ะ อนุโมทนาบุญกับทุกคนนะคะ”

และยอดบริจาคส่งเข้ามาที่ แพรพรรณ ก็ได้ครบตามจำนวนในเวลารวดเร็ว เฟรนด์บางรายร่วมบริจาคทันที 5,000-1 หมื่นบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นในตัวหญิงสาวใจบุญรายนี้เป็นอย่างมาก
“เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ส่งข่าวเพื่อนๆ หยุดบริจาค ได้ค่าขุดบ่อบาดาลครบแล้วค่ะ แพรก็ใส่เงินเพิ่มเข้าไปให้ได้ 6 หลัก ซึ่งก่อนที่แพรจะตัดสินใจทำแคมเปญกับมูลนิธินี้ได้มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เจ้าของมูลนิธิป็นชาวออสเตรเลีย ได้ที่ดินบนเขาก็เริ่มเลี้ยงหมาพิการไม่กี่ตัว และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อาหารไม่พอและน้ำยิ่งขาดเพราะอยู่บนที่สูง แพรเซนซิทีฟกับสัตว์พิการค่ะ เห็นไม่ได้ ใจอ่อน ต้องให้ความช่วยเหลือเลย เริ่มจากส่งน้ำเป็นถังไปให้และส่งเงินไปจำนวนหนึ่งก่อน แล้วโครงการนี้ก็ได้เพื่อนๆ มาช่วยกันเยอะ คุยกับพี่บี-สุริยา พูลวรลักษณ์ ก็เข้ามาช่วยเรื่องการก่อสร้าง โดยส่งทีมงานไปดูถึงพื้นที่ว่าจะต้องขุดบ่อน้ำอย่างไร เพื่อนๆ ทำกรุ๊ปไลน์ปรึกษากันค่ะ ก็มีคนเสนอว่าทำไมไม่ย้ายน้องๆ ซึ่งหมามีถึง 400 ตัว เป็นเรื่องยุ่งยากมากเกินไปถ้าต้องขนย้ายสัตว์จำนวนมากขนาดนี้ การสร้างสาธารณูปโภคที่ดีให้เขาน่าจะดีกว่า” แพรพรรณ กล่าว
นักธุรกิจนำเข้าสินค้าของเล่นอินเทรนด์ ร้าน Play House เล่าว่า การเสียสละเพื่อสังคมได้นิสัยนี้มาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ซึ่งนักเรียนทุกคนต้องมีการทำงาน volunteer หรืออาสาสมัครทำงานเพื่อส่วนรวม เป็นวิชาบังคับ Extra Curriculum ซึ่งในวัย 12 ปี แพรพรรณ บอกว่าเป็นสิ่งต้องจำใจทำมากกว่าสมัครใจ
แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ
“มีกิจกรรมให้ทำ 2 อย่าง คือ เก็บขยะ ซึ่งใน 1 ปีนักเรียนต้องเก็บให้ได้ตามกำหนด อีกกิจกรรมคือมีหน้าที่ช่วยดูแลเลี้ยงน้องอนุบาล 3 ในฐานะเราเป็นพี่โตกว่า ตอนนั้นแพรว่าเสียเวลามาก (หัวเราะ) เราเป็นเด็กก็อยากเล่นสนุกช่วงพักกลางวัน แต่กลับต้องมาเสียสละทำเรื่องพวกนี้ แต่พอเรียนระดับมหาวิทยาลัยกลับอยากทำด้วยตัวเอง คุณแม่พาไปเลี้ยงอาหารบ้านเด็กพิการ ความที่เราเคยดูแลเด็กๆ มาก็ป้อนข้าวเขาได้ เล่นกับเขาได้สบาย แล้วรู้สึกดีมาก คือสิ่งที่น้องตอบแทนเรากลับมามันมากกว่าสิ่งที่เราให้เขานะคะ เขากอดเรา คุยกับเรา ร้องเพลง เต้นรำให้เราดู แพรคิดว่าสิ่งที่ให้เขาแค่อาหารกลางวันมื้อเดียว แต่สิ่งที่เขาให้เรากลับมานั้นมากมายเลยค่ะ แล้วเขาก็เฝ้ารอการกลับมาของเราอีกครั้ง
สิ่งที่แพรทำเพื่อสังคมจึงมี 2 เรื่องค่ะ คือ สัตว์ยากไร้และเด็กขาดแคลน สองเรื่องนี้สัญญากับตัวเองค่ะว่าจะทำแคมเปญต่างๆ ให้ต่อเนื่อง วันนี้ในด้านธุรกิจของแพรวางระบบแข็งแรงแล้ว เราสามารถสละเวลามาทำงานสังคมได้มากขึ้น ทุกวันเด็ก Play House จัดกิจกรรมพาเด็กพิการมูลนิธิต่างๆ เข้ามาชมนิทรรศการของเล่นในร้านที่เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพที่แพรประทับใจมากที่สุด คือ น้องคนหนึ่งใส่ขาเหล็ก ขาน้องลีบตัวก็เล็กๆ นะคะ แต่เขาก็ยังเข็นเพื่อนที่นั่งวีลแชร์ ภาพนี้ทำให้แพรเห็นว่ามูลนิธิบ้านนนทภูมิปลูกฝังอบรมเด็กๆ ได้ดี เด็กน่ารักมีน้ำใจมาก เขาไม่ได้รอการช่วยเหลืออย่างเดียว แต่ช่วยเหลือคนรอบข้างอีกด้วย ส่วนเราแข็งแรงทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ก็พอมีแล้ว แพรสัญญาว่าอนุเคราะห์เด็กๆ มูลนิธินี้ตลอดไปเลยค่ะ

การทำงานเพื่อสังคมเริ่มง่ายค่ะ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) แต่จะทำอย่างไรที่จะให้โครงการที่เราริเริ่มขึ้นนี้ สามารถอยู่ต่อได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือเรื่องที่ยากที่สุดเลยค่ะ ทุกวันนี้แพรก็ยังทำได้เป็นครั้งคราว เช่น กรณีน้องหมาเห็นโพสต์ในอินสตาแกรมเพื่อน ก็ได้ทำบุญกันไปนะคะ แต่สิ่งที่แพรฝันไว้คืออยากทำโครงการยั่งยืนโดยทำเป็นซูเปอร์มาเก็ตมีของอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ให้คนยากไร้เข้ามาช็อปปิ้งกันได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เขาจะได้รู้สึกว่ามีค่าขึ้น เมื่อไม่ต้องแบมือขอ หรือรอการรับบริจาคจากใครแต่เพียงฝ่ายเดียว” แพรพรรณ กล่าวทิ้งท้าย