ชญาน์พิมพ์ นักเขียนผู้รับผิดชอบต่อนักอ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/417468

ชญาน์พิมพ์ นักเขียนผู้รับผิดชอบต่อนักอ่าน

โดย…นกขุนทอง-ศศิธร จำปาเทศ  ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

หลายคนมีความฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็ก หากเมื่อเติบใหญ่ความฝันอาจแปรเปลี่ยนไป แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ ชญาน์พิมพ์ ภรจตุรพรชัย การปลูกฝังการอ่านหนังสือนิยายจากครอบครัวตั้งแต่เยาว์วัย เป็นแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่นตามฝันจนสามารถทำให้เป็นจริงขึ้นได้ จนถึงวันนี้กินเวลาเป็น 10 ปี มีผลงานนวนิยายหลายสิบเรื่อง สัญญารักนิรันดร์ ตราบสิ้นดินฟ้า บุหลันยาตรา ดวงใจสัมผัสรัก เป็นอาทิ ภายใต้นามปากกา “ชญาน์พิมพ์”

ชญาน์พิมพ์ เริ่มขีดๆ เขียนๆ แต่งเรื่องจนเป็นนวนิยายก่อนที่จะเข้าศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียอีก และความเสน่หาในสวนอักษรนี่เอง เธอตัดสินใจศึกษาต่อปริญญาโทด้านวรรณกรรมสมัยใหม่ ที่ประเทศฝรั่งเศส แม้เรียนจบมาได้ทำงานอื่น แต่แรงขับของการอยากเป็นนักเขียนก็เบนเส้นทางมาบรรจบกันจนได้

“เราสะสมคำศัพท์กับอะไรบางอย่างจนเต็มหัวไปหมดทำให้รู้สึกอยากเขียน ประกอบกับชอบเพ้อเจ้อมาก มันเป็นนิสัยที่ทำให้เราจินตนาการกับงานเขียนว่าจะสื่อความคิดของเราออกมาได้อย่างไร ตอนนั้นทำงานเป็นนักข่าวบันเทิงภาคสนาม ระหว่างรอลงเทปก็ลองเขียนนิยายแล้วอัพโหลดลงเว็บไซต์ เรื่องแรกเลย ข่าววุ่นลุ้นรัก มีคนอ่านจำนวนหนึ่ง เขียนลงไปประมาณ 3 ตอน สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ก็ติดต่อมา”

เพียงเริ่มต้นงานเขียนเป็นชิ้นเป็นอันเรื่องแรกก็ได้รับการตอบรับที่ดี ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ ประกายความฝันของชญาน์พิมพ์จึงแจ่มชัดมากขึ้น เธอจึงลาออกจากงานประจำมาใช้ชีวิตบนวิถีนักเขียนนวนิยายอย่างเต็มตัว

 

งานของชญาน์พิมพ์เป็นแนวโรแมนติกแอ็กชั่น ถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นนวนิยายประโลมโลก แต่เธอก็ไม่ละเลยที่จะใช้สาระความรู้สอดแทรกลงไปในความบันเทิง เพราะตระหนักเสมอว่า นอกจากความเพลิดเพลินผู้อ่านต้องได้อะไรจากเรื่องที่เธอเขียนไปบ้าง ซึ่งในผลงานทุกเรื่องของเธอ จะมีความน่าสนใจอยู่ที่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นข้อมูลความรู้จากสิ่งที่เธอสนใจแล้วค้นคว้ามาย่อยลงในนวนิยาย แม้จะมีอยู่ไม่กี่ฉาก แต่จัดเป็นความสำคัญที่จะขาดไปเสียมิได้

“เรื่อง โศลกรักใต้แสงดาว นั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับศรทั้ง 5 ของกามเทพ  อ่านเยอะมากเลยใช้แค่ฉากเดียว อ่านจนรู้สึกว่าเราเข้าใจ ถ้าเราเขียนข้อมูลอย่างไม่เข้าใจจะสื่อให้คนอ่านเข้าใจได้อย่างไร การหาข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเรามีข้อมูลมาแล้ว เราต้องเลือกว่าเราจะเล่าอะไร ไม่ใช่ใส่ทุกอย่างไปหมด ให้เขาได้มีความเพลิดเพลินและมีความรู้ด้วย บางครั้งใส่เพียงเพื่อให้คนอ่านไปค้นคว้าต่อก็ได้ อย่างเรื่อง ดวงใจสัมผัสรัก เขียนเกี่ยวกับหน้าสะกด คือลูกปัดโบราณ เป็นลูกปัดหน้าคน ในเรื่องลูกปัดหน้าคนพูดได้ มีพลังวิเศษ เราไม่ได้บอกรายละเอียดเยอะในเรื่อง แต่คนอ่านก็ไปค้นข้อมูลมาแล้วมาแลกเปลี่ยนกับเรา แสดงว่าเขารับรู้สิ่งที่เราอยากให้เขา เขาไปต่อยอดหลังจากการอ่าน ซึ่งจุดนี้เรารู้สึกดีมาก”

ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาเขียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมหรือเรื่องแปลกที่ชญาน์พิมพ์สนใจ เช่นนิยายเรื่อง พยัคฆบถ มีจุดเริ่มต้นมาจากคำว่า ฆบท ในพระไตรปิฎก แปลว่าทางเดินของเสือ เธอสนใจถึงขั้นเดินทางไปประเทศอินเดียซึ่งมีวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับเสือเพื่อนำมาเขียนเรื่องให้สมจริงและแตกต่างจากงานนิยายความเชื่อเรื่องเสือที่เคยมีมาก่อนหน้านี้

“บางครั้งเราดูรายการหรือสารคดีที่มันสะดุดใจ ก็จะจดคำนี้ไว้ เช่น ตั๊กแตนตำข้าว ก็เริ่มโยงว่าคำนี้หมายถึงอะไรบ้าง ผู้หญิงที่ฆ่าผู้ชายได้ ตัวเมียฆ่าตัวผู้ได้ตอนจับคู่ผสมพันธุ์ พอแตกเป็นเนื้อเรื่องมันสามารถเป็นอะไรได้ เป็นนิยายเหนือจริงดีไหม หรือจะเป็นแนวลึกลับสอบสวน ถ้ามันไปทิศทางไหนมากที่สุดก็จะเลือกทิศทางนั้น อย่างไปอินเดียเพราะเขียนเรื่องปริศนามันตรา ตั้งใจไปหาหุ่นกระบอกอินเดีย ไปสอบถามชาวบ้าน ถามหาชาสีชมพูของเขาทำที่ไหน ทำอย่างไร แม้จะแค่เล็กน้อยในงานเขียน แต่มันก็เปิดโลกให้เรา และเราได้ใส่ความรู้ลงไปในงาน”

ภาพรวมนวนิยายของนักเขียนนามปากกาชญาน์พิมพ์ นอกเหนือจากความบันเทิงของฉากบู๊ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสอดแทรกความรู้และศีลธรรมให้กับผู้อ่านซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ที่คุณแม่ถูกลอบยิง

“เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วคุณแม่ถูกคนร้ายลอบยิง เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เราทุกข์ใจมาก ไม่รู้ว่าคุณแม่จะรอดไหม โชคดีกระสุนไม่โดนส่วนสำคัญ แต่ทำให้ตาซ้ายมองเห็นแค่ครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นช่วงนั้นงานเขียนเป็นเหมือนหลุมภัยสำหรับเราได้เข้าสู่โลกจินตนาการ สำคัญมากที่ทำให้ตัวเองไม่บ้า เหมือนเป็นการเขียนเพื่อบำบัดตัวเอง ตอนนั้นคือเขียนให้ตัวเองมีความสุข อยากให้คนอ่านมีความสุข เราต้องการให้งานเขียนเราเป็นที่หลบภัยให้คนอื่นเหมือนที่เราเคยเป็นมา ช่วงนี้เขียนพวกเหนือธรรมชาติ เช่น ปริศนามันตรา แค่ชั่วเสี้ยววินาทีที่ผู้อ่านมีความสุขจากการได้อ่านหนังสือเรานั่นแหละคือพื้นฐานงานของเรา”

สิ่งเดียวที่ทำให้เธอไม่ลุกขึ้นไปแก้แค้นคนร้ายนั่นก็คือ หลักธรรม เพราะฉะนั้นหนังสือนิยายทุกเล่มของเธอจึงสอดแทรกการให้อภัย สอนให้จิตใจคนอ่อนโยน เธอมองว่าปัจจุบันคนในสังคมอารมณ์ร้อนรุนแรงมากขึ้น ฆ่ากันตลอดเวลา ความรักของคนสมัยนี้ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย ทำอย่างไรทำให้คนผูกพันกันด้วยจิตใจมีเมตตาต่อกัน

“คุณทมยันตีเคยกล่าวไว้ว่า ต่อให้นิยายเป็นนิยายประโลมโลกย์มีหรือพล็อตเรื่องไม่ซับซ้อนมากมาย อย่างน้อยคนอ่านก็ควรจะได้อะไรติดหัวไปบ้าง ไม่ใช่อ่านแล้วได้ความสนุกอย่างเดียว อย่างน้อยใส่ศีลธรรมก็ได้ เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตัวร้ายต้องได้รับผลกรรม เหมือนเราเป็นสื่อเราก็ควรจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ถ้าเขียนปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไม่ได้รับผลกรรม ต่อไปคนก็จะคิดเป็นพื้นฐานว่างั้นฉันทำชั่วก็ได้”

หลายคนเติบโตมากับการอ่านนิยาย เนื้อหาที่สอดแทรกในบทนิยายจึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าความบันเทิงที่ได้จากการอ่าน เพราะการอ่านหนังสือที่ดีจะหล่อหลอมความคิดการกระทำของคนในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้แต่งนิยายเหล่านั้นว่าจะนำทางสังคมไปในทิศทางใด

 

Leave a comment