ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/417005

โดย…วิทยา เคหสุขเจริญ
เมื่อสัก 5 ปีก่อนในยุคที่กระแสจักรยานยังไม่ถาโถมเหมือนเช่นปัจจุบัน ถ้าพูดถึงการใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกกันว่า Bike to Work แล้ว ในทุกๆ เช้าเราจะเห็นแต่จักรยานแม่บ้านซ้อนลูกตัวน้อยไปส่งโรงเรียน ยามหรือ รปภ.ออกกะดึกปั่นกลับห้องพัก นานๆ ทีจะเห็นจักรยานสวยๆ ที่มีคนปั่นเป็นคนทำงานออฟฟิศปั่นจักรยานไปทำงาน
พอเมื่อเข้าสู่ยุคจักรยานบูม บนท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยพาหนะนานาชนิด ก็มักจะเห็นวัยรุ่นสะพายกระเป๋าใบโต ปั่นจักรยานเลาะซ้ายป่ายขวาหาช่องทางไปตามจังหวะการจราจร ซึ่งในหลายๆ สถานการณ์ก็ดูหวาดเสียวอยู่ไม่น้อย เป็นที่มาของเสียงเรียกร้องขอทางจักรยานขึ้นมา แต่เมื่อหันมามองสภาพความเป็นจริง ถนนในกรุงเทพฯ ยังมีไม่เพียงพอกับปริมาณของรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าจะต้องมาเจียดพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทางจักรยานมีหวังจราจรกลายเป็นจราจลเป็นแน่

หากเราลองมองไปรอบบ้านละแวกใกล้เคียง เราจะพบทั้งตรอกและซอยเล็กซอยน้อยที่แยกออกมาจากถนนสายหลัก ซอกซอยเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีการเชื่อมต่อกันซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่คนในพื้นที่เท่านั้น เมื่อลองวาดเส้นไปตามแผนที่จะพบว่าบางแห่งสามารถใช้เป็นถนนคู่ขนานกับถนนสายหลักได้เลย ซึ่งในความเป็นจริงก็มีรถยนต์ใช้เป็นทางลัดกันมานานแล้ว อย่างเช่น ซอยย่อยบนถนนสุขุมวิทจากคลองตัน (สุขุมวิท 71) สามารถทะลุมาถึงซอยนานา (สุขุมวิท 3) หรือในย่านลาดพร้าวจากลาดพร้าว 80 ก็มีซอยเล็กซอยน้อยทะลุจนมาออกถนนพระราม 9 ได้
บางแห่งที่จุดเชื่อมต่อแต่ละซอกซอยลดขนาดลงจนรถยนต์ไม่สามารถใช้งานได้สะดวก ก็แทบจะเป็นทางจักรยานไปโดยปริยาย ดังเช่น ย่านคลองสาน ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการเขตในสมัยนั้น ที่ทำให้ทางสำนักงานเขตคลองสานได้ตีเส้นช่องทางจักรยานไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว โดยใช้ความชำนาญในพื้นที่สำรวจเส้นทางเชื่อมโยงโครงข่ายตรอกและซอกซอยต่างๆ เข้าด้วยกัน

เริ่มจากท่าเรือคลองสานสามารถลัดเลาะผ่านลานจอดรถร้านยกยอไปวัดทองนพคุณ เลาะกำแพงวัดไปออกวัดทองธรรมชาติ ต่อไปยังตลาดท่าดินแดง ผ่านชุมชนเก่าไปยังสวนสมเด็จย่า หรืออุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วไปออกข้างสะพานพุทธฯ ซึ่งสามารถเลือกที่จะเชื่อมต่อทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงวัดกัลยาณมิตร หรือเข้าซอยวัดประยูรฯ โบสถ์ซางตาครู้ส ที่จริงยังตีเส้นต่อไปบนถนนอรุณอัมรินทร์ไปถึงสะพานพระราม 8 อีกด้วย
ทว่าเมื่อออกสู่ถนนใหญ่แล้วเส้นทางจักรยานที่ตีเส้นไว้ก็แทบจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ ข้ามฝั่งแม่น้ำมาก็เช่นกัน จากสะพานพุทธฯ สามารถลัดเลาะเข้าสู่ถนนทรงวาด ตลาดน้อย มาออกย่านบางรักได้ ยังไม่นับย่านเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีโครงข่ายตรอกและซอกซอยเชื่อมโยงกันอีกมากมาย

เส้นทางเหล่านี้นอกจากจะหลบหลีกการจราจรจราจลบนท้องถนนแล้ว ยังมีวิถีชีวิตที่สงบเงียบ สถาปัตยกรรมอันสวยงามซ่อนเร้นอยู่อีกมากมาย อย่างเช่น วัดทองนพคุณ ที่มีหน้าต่างอุโบสถที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนวัดอื่นใด โรงเกลือเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแน่นอนว่าจะต้องมีของกินอร่อยๆ ที่รอการค้นหาและเผยแพร่
โครงข่ายเส้นทางจักรยานผ่านตรอกและซอกซอยจะเป็นจริงได้ ต้องอาศัยความรู้และความร่วมมือจากคนในพื้นที่ที่จะสามารถวาดเส้นทางที่เหมาะสม ปลอดภัย และสามารถใช้ร่วมกันโดยไม่รบกวนวิถีชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องลงมาสนับสนุนในการทำเครื่องหมายบอกทาง จะเป็นการตีเส้นช่องทาง (เพื่อใช้บอกทางก็พอใจแล้ว ไม่หวังว่าจะต้องโล่งไม่มีรถจอดทับ) หรือป้ายบอกตามทางแยกเหมือนกับป้ายบอกทางลัดของรถยนต์ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้เป็นทางสัญจรก็ได้ ท่องเที่ยวก็ดี เมื่อมีชาวจักรยานมาใช้แล้วเห็นประโยชน์ก็จะเกิดการเผยแพร่ต่อๆ กันไป

จากเส้นทางในย่านหนึ่งสู่อีกย่านหนึ่ง สักวันหนึ่งอาจจะสามารถเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายที่ครอบคลุมการใช้งานทั่วทั้งกรุงเทพก็เป็นได้… ไม่ลองไม่รู้ครับ