นักวิจัย คู่ขนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/415945

นักวิจัย คู่ขนาน

โดย…ดวงใจ จิตต์มงคล

2 คู่ดูโอนักวิชาการรุ่นใหม่ ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และ ผศ.ดร.ธีรศักดิ์ กัญจนพงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรมหาบัณฑิต สาขาธุรกิจอาเซียน ในฐานะอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่แม้ว่าจะอยู่กันต่างคณะ และมีไลฟ์สไตล์รวมถึงความคิดแบบต่างขั้ว แต่หากเมื่อต้องลงสนามทางวิชาการเพื่อทำวิจัยร่วมกันแล้ว กลับแปรผลลัพธ์ได้เป็นบทสรุปได้ลงตัวมากที่สุด

 

นักวิชาการผู้รอบคอบ

เกียรติอนันต์ เล่าว่า รู้จักกับอาจารย์ธีรศักดิ์ มาตั้งแต่เกือบ 10 ปีก่อน หรือราวปี 2548 แต่เริ่มมาสนิทและคุ้นเคยกันมากขึ้น หลังจากที่ตัวเองศึกษาปริญญาเอกจบกลับมาจากประเทศออสเตรเลียราวปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเข้ามาสานต่อผลงานทางวิชาการด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ต่อจากคณาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้

ด้วยในช่วงนั้นมหาวิทยาลัยหันมาลงน้ำหนักเกี่ยวกับงานวิจัยต่างๆ เพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะมากขึ้น ก็ยิ่งเริ่มมีการทำงาน พูดคุยกัน ทั้งความคิด ทางวิชาการ ไปจนถึงเรื่องต่างๆ กับอาจารย์ธีรศักดิ์มากขึ้น ซึ่งก็ยิ่งรู้ว่าเค้าจะเป็นนักวางแผนที่ดีมาก มีความรอบคอบ ทั้งในเวลาการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตทั่วไป

ส่วนจุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาร่วมงานกับอาจารย์ธีรศักดิ์นั้น มาจากตอนที่ต่างคนทำงานวิจัยเกี่ยวกับการประกันพืชผลให้กับ ธ.ก.ส. ซึ่งก็อยากจะได้คนที่มีมุมมองด้านธุรกิจ หรือการบริหารจัดการธุรกิจมาวิเคราะห์ เพราะอย่างตัวของผมเองนั้นจะมองเป็นมุมเชิงคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เห็นเป็นเทคนิคเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ แต่อาจารย์ธีรศักดิ์จะแปรค่าพวกนี้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ มองเห็นอะไรเชื่อมโยงกันได้หมด เป็นคนที่จับสาระสำคัญได้ในทุกมิติ แล้วบอกได้แบบมีลำดับขั้นตอน หนึ่ง สอง สาม เป็นอย่างไร

“ตัวผมเองนั้นจะอยู่ในพาร์ตเศรษฐศาสตร์ ส่วนอาจารย์ธีรศักดิ์จะเป็นนักวิชาการด้านการบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการ ที่เขาสามารถดึงองค์ความรู้เชิงทฤษฎีมาปรับใช้ได้จริงกับชีวิตประจำวันได้อย่างน่าทึ่งมากๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ยังรวมไปถึงการวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันด้านอื่นๆ ด้วย อย่างการไปหาร้านอาหารรับประทาน อาจารย์ธีรศักดิ์ก็จะมีการโทรไปจองก่อน สอบถามข้อมูลก่อน เรียกว่าคอยประคับประคองผมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง เพราะตัวผมเองนั้นออกจะเป็นคนห้าวๆ หน่อย ชอบลุยๆ อยากไปทานข้าวที่ไหนก็จะไปเลย ซึ่งบางทีก็จะไปเจอร้านที่นั่งเต็มแล้วบ่อยๆ”เกียรติอนันต์ เล่าอย่างอารมณ์ดี

สำหรับการทำงานวิจัยในหัวข้อต่างๆ ที่เจ้าตัวเลือกหยิบหัวข้อขึ้นมาทำนั้น จะมี 2 รูปแบบ คือ แบบแรกสิ่งที่ทำเป็นเรื่องประกอบการวิจัยในการเรียนการสอน หรือการนำงานวิจัยมาสนับสนุนการทำงานด้านวิชาการ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นไฟต์บังคับอยู่แล้ว และงานวิจัยแบบที่สอง คือ เลือกหัวข้อขึ้นมาทำเพราะความน่าสนใจ มีประโยชน์กับสาธารณะ ซึ่งเป็นการทำเพราะความชอบ ซึ่งงานทั้งสองแบบต่างก็ให้ผลลัพธ์ออกมาที่น่าพอใจเหมือนกัน

 

นักคิดนอกกรอบ

ฝั่ง ผศ.ดร.ธีรศักดิ์ เล่าถึงจุดคลิกร่วมกันระหว่างอาจารย์เกียรติอนันต์ ทั้งด้านวิชาการและไลฟ์สไตล์ ซึ่งมาจากการที่มีโอกาสพูดคุยกันในหลายๆ เรื่องที่นอกจากจะอยู่ในฐานะอาจารย์เหมือนกันแล้ว และเมื่อถึงช่วงนอกเวลางานก็ยังให้ความนับถือกันแบบเป็นพี่เป็นน้องด้วย

“อย่างตัวผมเองจะอยู่ในส่วนของการบริหาร การจัดการธุรกิจ และการตลาด เรียกได้ว่าเป็น ไมโคร อีโคโนมิกส์ ขณะที่อาจารย์เกียรติอนันต์จะเป็นนักวิชาการในฝั่งเศรษฐกิจมหภาคหรือเป็นแม็คโคร อีโคโนมิกส์ ซึ่งพอเอามารวมกันแล้วเลยทำให้ค่อนข้างลงตัวมากๆ” ธีรศักดิ์ เล่า

โดยเฉพาะเมื่อมีการทำงานวิจัยร่วมกัน ก็จะยิ่งคุยกันถูกคอมากขึ้น โดยเราทั้งคู่จะมองไปในสิ่งที่เป็นทิศทางเดียวกันอย่างในเชิงกลยุทธ์จะต้องจับต้องได้จริง ผลลัพธ์จะต้องนำออกมาใช้งานได้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งจะไม่เน้นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

ขณะที่ตัวอาจารย์เกียรติอนันต์จะเป็นนักวิชาการ นักวิจัยรุ่นใหม่ ที่มีความคิดแบบนอกกรอบ ด้วยมีมุมมองที่เชื่อว่าทุกอย่างมันเป็นไปได้ ทุกอย่างมีผลลัพธ์ใหม่ๆ หากใช้วิธีการหรือรูปแบบ ตัวแปรใหม่ๆ เข้ามาคิด วิเคราะห์ ซึ่งเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยเสริมกันมากในสิ่งที่เราทั้งคู่ถนัดกันคนละแบบซึ่งอาจารย์เกียรติอนันต์จะมีความเก่งในเรื่องของการมองภาพรวมเชิงนโยบายจากภาครัฐ ที่นำมาขยายผลหรือเชื่อมโยงต่อไปยังสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันได้อย่างมีหลักการ

อย่างเคยมีตัวอย่างในภาคธุรกิจอย่างหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งแล้ว อาจารย์เกียรติอนันต์ก็จะสามารถมองต่อไปอีกยังธุรกิจหนึ่งได้ว่าจะเติบโตขึ้นไปได้ในทิศทางใด โดยมีทฤษฎี เหตุและผลเข้ามารองรับได้อย่างน่าเชื่อถือ

ส่วนการใช้ชีวิตนอกกองตำราและงานวิจัยนั้น นักวิจัยคู่นี้ยังมีโอกาสมาแชร์เรื่องราวส่วนตัวด้านต่างๆ ด้วยกันบ่อยครั้ง เพราะมีความชอบในบางเรื่องเหมือนกันแบบสุดโต่งอย่างกิจกรรมแนวผจญภัย หรือดูหนัง ฟังเพลงที่มีแนวคล้ายๆ กัน ที่สร้างเป็นจุดตัดให้เกิดขึ้น

แม้ทั้งคู่จะมีความต่าง แต่ก็สามารถเดินคู่ขนานกันได้บนเส้นทางนักวิชาการได้อย่างลงตัวเป๊ะ

 

Leave a comment