ปรียานุช ปานประดับ ผู้ประดับถ้อยคำบนโลกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/416082

ปรียานุช ปานประดับ ผู้ประดับถ้อยคำบนโลกา

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ นุช-ปรียานุช ปานประดับ เจ้าของนามปากกาว่า สิริพิรี ที่มีผลงานนวนิยาย เรื่อง ดอกไม้ใต้เมฆ (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์) ในบ่ายวันพุธวันหนึ่ง ณ บ้านของเธอเอง ซึ่งเราสองคนพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ โดยเธอเริ่มต้นเล่าว่ากับนวนิยายเรื่องนี้ เธอตั้งใจให้เป็นนวนิยายโรแมนติกที่ภายใต้ความโรแมนติกนั้นเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย

“สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ที่ต้องวางโครงเรื่องให้เป็นเมืองสมมติ โดยมีตัวละครเอกเป็นเจ้าชาย เหตุเพราะถ้าเราสร้างเรื่องให้เกิดขึ้นในเมืองไทย เวลาระบุอาชีพใดอาชีพหนึ่งของตัวละครเอก มันล้วนมีแต่อาชีพที่แตะต้องไม่ได้ เราเลยพล็อตเรื่องให้เป็นเมืองสมมติ จะได้ทำอะไรได้มากกว่า”

แม้เธอจะพล็อตเรื่องให้เป็นเมืองสมมติ แต่การสมมติก็ต้องมีมูลความจริงมาผสมด้วยครึ่งหนึ่ง เพราะถ้ามีแต่การสมมติแบบเพ้อฝัน เดี๋ยวจะกลายเป็นเพ้อเจ้อไปกันใหญ่ “พอเราพล็อตเรื่องได้แล้ว ก็นำไปทำเป็นบทละคร ที่เอาไปเป็นทำละครที่เพิ่งลาจอไป จากนั้นก็นำบทละครมาเรียบเรียงใหม่เป็นนวนิยายเรื่องนี้”

กับนวนิยายเรื่องนี้ แก่นสารสำคัญของเรื่อง ปรียานุชต้องการนำเสนอว่า คนเราควรมองคนอื่นที่จิตใจ น้ำใจ และทัศนคติที่ดี “คนเราทุกวันนี้ มักมองกันที่ฐานะหรือหน้าที่การงานก่อน จนมองข้ามจิตใจ น้ำใจ หรือทัศนคติที่ดีของคนคนนั้น รวมทั้งเราทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ แม้จะยิ่งใหญ่หรือเล็กๆ แต่ทุกหน้าที่สำคัญเหมือนกันหมด และเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ซึ่งเราอยากให้แก่นสารสำคัญนี้มันคือรากฐานของคน แม้จะนำเสนอผ่านนวนิยายหรือละครที่มีพล็อตเรื่องมาจากเมืองสมมติ แต่มันก็คือแก่นสารสาระสำคัญที่เป็นจริง ที่เราควรต้องตระหนักถึง”

นอกจากนี้ ปรียานุช เผยว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวรุนแรงเลวร้าย จุดยืนของเธอคือ การลดความรุนแรงในหัวใจของมนุษย์ลงผ่านนวนิยายหรือละคร ไม่ว่าจะเรื่องนี้หรือเรื่องไหนก็ตาม

“สำหรับแรงบันดาล หรือการค้นหาพล็อตเรื่องเพื่อนำมาเขียนเป็นนวนิยายหรือบทละคร แน่นอนว่า เราสามารถหาได้จากสื่อต่างๆ แต่สื่อที่ดีที่สุดคือ การออกไปพบปะพูดคุยกับผู้คน ไปพบเจอคนที่เราไม่รู้จัก ไปอยู่กับคนที่เป็นคนละแบบกับเรา เพื่อได้เรียนอารมณ์ของผู้คนที่หลากหลาย และออกไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยไปบ้าง ซึ่งบางที่ถ้าไม่สามารถไปได้ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าสถานที่ไหนที่สามารถเดินทางไปได้ เดินทางไปแล้วไม่มีค่าใช้จ่ายที่แพงเกินตัว เราก็ควรจะออกไปยังที่แห่งนั้น”

สำหรับการเป็นนักเขียนของปรียานุช บทบาทหน้าที่นี้ทำให้เธอได้เห็นถึงความฝันของเธออย่างชัดเจน และทำให้เธอได้หยิบยื่นประเด็นที่เธออยากให้ผู้คนในสังคมได้ตระหนักถึง รวมทั้งทำให้เธอได้รดน้ำพรวนดินสองสิ่งให้เติบโตงอกงามมั่นคงแข็งแรงอีกด้วย “ทุกครั้งที่พล็อตเรื่องหรือลงมือเขียนนวนิยาย เราจะซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ จะไม่มีการประนีประนอมต่อสิ่งที่เราอยากให้ผู้คนในสังคมได้อ่าน และได้ข้อคิดอะไรบางอย่างกลับไปพัฒนาชีวิตของตัวเองค่ะ”

 

Leave a comment