ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
14 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/416073

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
สาวโสด หลานสี่ ติดพ่อ เธอคือเชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ น้องสาวคนเล็กของบ้านที่ตอนนี้กลายเป็นคุณน้าและอาของหลานทั้งสี่คน รับหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊งนำเที่ยวแบบยกโขยง กิจกรรมสุดโปรดที่เธอยกให้เป็นเรื่องสำคัญในชีวิต
เชอร์รี่ลำดับให้ฟังว่า สมาชิกที่อยู่บ้านเดียวกันมีเชอร์รี่ คุณพ่อ และคุณย่า ส่วนพี่ชายและพี่สาวแยกย้ายไปมีครอบครัว พี่สาว ปูเป้-รามาวดี สิริสุขะ มีลูกสองคน คนโตอายุ 13 ปี คนเล็กอายุ 8 ปี ส่วนพี่ชายมีลูกแฝดสองคน เวลาไปเที่ยวจะยกโขยงกันไปทำให้ต้องวางแผนดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่เชอร์รี่จะเป็นคนวางแผนเอง
“เด็กๆ จะชอบเล่นน้ำ” เชอร์รี่กล่าวถึงปัจจัยในการวางแผนทริป “ถ้าเที่ยวในเมืองไทยจะต้องดูว่าที่พักพอกับครอบครัวเราไหม ความสะดวกสบายเป็นยังไง สำหรับเชอร์รี่หลักการไปเที่ยวกับครอบครัวสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีเวลาอยู่ด้วยกัน เพราะมันเป็นควอลิตี้ไทม์จริงๆ ได้เล่นสนุกด้วยกัน พูดคุยกัน กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา หรือแม้แต่อยู่เฉยๆ ก็คือช่วงเวลาที่เราได้ร่วมกันจริงๆ เพราะฉะนั้นที่พักจะเลือกที่อยู่ได้เป็นครอบครัวใหญ่และมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กๆ”

ทริปล่าสุดเมื่อปลายเดือน ต.ค.ต้น พ.ย.เชอร์รี่และสมาชิกยกครัวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไปกันครบพร้อมหน้ารวมทั้งหมด 11 คน “แค่ลำพังจองที่พักก็ยากแล้ว ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ร้านอาหาร แต่โชคดีที่ครอบครัวของเราง่ายๆ สบายๆ เลยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น” เธอกล่าว
โจทย์มี 3 ข้อ ได้แก่ พี่ชายอยากไปเห็นภูเขาไฟฟูจิ เพราะลูกๆ อยากทราบว่าฟูจิของจริงกับในการ์ตูนแตกต่างกันอย่างไร สอง ดิสนีย์แลนด์ และสาม ลูกสาวของปูเป้อยากเห็นหิมะ ซึ่งข้อสามต้องตัดไปเพราะภูมิภาคชุบุและคันโตที่ไปนั้นยังไม่มีหิมะในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อเหลือเพียง 2 ข้อ เชอร์รี่จึงต้องทำให้ดีที่สุด อย่างข้อแรกเธอสามารถหาที่พักริมทะเลสาบคาวากูจิโกะที่เห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง และเป็นแบบเรียวกังหรือบ้านดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นเพื่อให้หลานได้รับประสบการณ์ใหม่ เมื่อลุล่วงภารกิจที่หนึ่ง จากนั้นก็เดินทางเข้าโตเกียวเพื่อไป โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ งานนี้เด็กๆ สนุกสุดขีดได้ใกล้ชิดกับตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ และยังได้ของแถมเป็น โตเกียว ทาวเวอร์ สถานที่อีกแห่งที่ทุกคนในครอบครัวอยากไปหลังจากพลาดไปหลายรอบ
ทั้งนี้ ระหว่างทางก็เจอปัญหาเช่นกัน “พอดีเราไปช่วงพีกเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ ทำให้มีปัญหาเรื่องร้านอาหารมากที่สุด มีอยู่มื้อหนึ่งเป็นมื้อกลางวันเข้าออกอยู่สี่ห้าร้านไม่มีร้าน ไหนว่างเลย ทำให้ต้องเข้าร้านสะดวกซื้อหาอะไรทานง่ายๆ ซึ่งแม้ว่ามันจะมีปัญหาให้แก้อยู่ตลอดแต่สุดท้ายแล้วนี่คือทริปที่ดีมากๆ” ส่วนวิธีการเดินทางใช้การเหมารถมินิบัสเพื่อความสะดวกต่อการเดินทาง

นอกจากนี้ ทุกปีเธอและครอบครัวจะมีทริปส่งท้ายปี อย่างปีใหม่ที่ผ่านมาเชอร์รี่เลือกไป 1 อาทิตย์หลังปีใหม่ เพราะเข็ดกับการแย่งเที่ยว แย่งกินในช่วงเทศกาล จนรู้สึกว่าไม่ได้พักผ่อนและมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลง โดยเลือกเขาใหญ่เป็นจุดหมายปลายทาง มีพี่ชายเป็นแม่งานจัดหาที่พักแบบวิลล่า 2 ห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวเอาใจเด็กๆ
“เชอร์รี่ว่าการไปเที่ยวกับครอบครัวมันคือความสุข มากกว่าความสนุก ยกตัวอย่างบางกิจกรรมที่เราไม่ได้มีส่วนร่วม เช่น ตอนที่เด็กๆ เล่นน้ำ เราก็จะนั่งดู เด็กเขาจะมีมุมตลก คำพูดที่น่ารักๆ หมายความว่าเราไม่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา ไม่ต้องทำทุกอย่างเหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าเขาอยู่ตรงนี้ คอยสังเกต ก็มีความสุขมาก เวลาไปกับครอบครัวไม่เคยมีทะเลาะ ไม่เคยเถียงกัน หลายคนบอกว่าการเดินทางร่วมกันมันพิสูจน์อะไรหลายอย่างซึ่งนี่ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่าครอบครัวเรารักกันขนาดไหน”
ก่อนหน้านี้เชอร์รี่จะไปเที่ยวกับพ่อสองคน แต่พอพี่ชายมีลูก พี่สาวมีลูก ก็รู้สึกว่าอยากใช้เวลาร่วมกัน เธอย้อนความไปในช่วงที่คุณแม่ยังอยู่ “เชอร์รี่กับคุณแม่เราไปเที่ยวกันตอนโตแล้ว ตอนที่เราสามารถพาท่านไปเที่ยวได้ซึ่งใช้เวลาร่วมกันน้อยมาก เพราะเราต้องทำงาน ทำงานหนักมาก มันเลยกลายเป็นความรู้สึกผิดอยู่ในใจจนกระทั่งคุณแม่เสีย เชอร์รี่ก็พาคุณพ่อเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะทริปสั้นทริปยาวก็จะพาไปตลอด เหมือนตอนเด็กๆ ที่เชอร์รี่กับพี่ปูเป้ถูกกระเตงไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ทุกอาทิตย์ ไปตีกอล์ฟต่างจังหวัดกับคุณพ่อ”

เธอกล่าวว่า การใช้ชีวิตของเธอเองเปลี่ยนไปหลังจากเสียคุณแม่ “ตอนนั้นเชอร์รี่แทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตอะไรเลยนอกจากทำงาน เลยรู้สึกว่าชีวิตที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่แล้ว และยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งรู้ว่างานในวงการบันเทิงมันมีหลายมิติ และไม่ใช่ทุกแบบที่เราชอบ ดังนั้นอะไรที่เราชอบเราก็มุ่งไปทางนั้น อะไรที่ไม่ชอบก็ค่อยๆ ลดลง แล้วมาให้เวลากับคุณพ่อมากขึ้น พอยิ่งโตมันยิ่งชัดเจนว่าเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร เราทำงานเพื่อชื่อเสียงโด่งดังกว่านี้ไหม หรือต้องการเงินเยอะกว่านี้อีกหรือ มุมมองในชีวิตของเราเปลี่ยนไป และยิ่งเชอร์รี่ได้ไปปฏิบัติธรรมก็ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วแก่นของชีวิตคืออะไร” เธอเริ่มปฏิบัติธรรมเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว “เชอร์รี่ว่างานไม่ใช่แก่นของชีวิต จริงอยู่ว่าเราต้องทำงานเพื่อเลี้ยงดูชีวิตตัวเอง แต่ความต้องการของเรามันไม่ได้มากมายจนต้องหาเงินเยอะๆ เป้าหมายของเชอร์รี่คือทำงานหาเงินให้เลี้ยงดูครอบครัวได้ และมีเวลาในการดูแลสุขภาพ ดูแลจิตใจของตัวเองและคนรอบข้าง นี่แหละคือคุณภาพชีวิตของเชอร์รี่”
การเดินทางเป็นสิ่งที่เธอชอบ แต่การใช้เวลาร่วมกับครอบครัวต่างหากที่ทำให้เธอรัก ติดตามการเดินทางครั้งต่อไปของเชอร์รี่และเดอะบิ๊กแฟมิลี่ได้ทางอินสตาแกรม @cherrykhemupsorn