ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/417671

โดย…กองทรัพย์
นอกจากซีรี่ส์และศิลปินเค-ป๊อปจะเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่สำคัญแล้ว เกาหลีใต้ยังเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพภาคอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จภายในช่วงเวลาอันรวดเร็วด้วยนโยบาย Creative Economy รวมทั้งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ลำดับต้นๆ ของโลก และเมื่อไทยกล่าวถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่กำลังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล ที่วาดหวังว่าจะพลิกไทยให้เป็นประเทศล้ำสมัยแข็งแกร่งด้วยกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ หรือ สตาร์ทอัพ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ จึงเป็นเหตุให้กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย นำโดย อรรชกา
สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติมุ่งหน้าสู่เกาหลี เพื่อศึกษาต้นแบบการเพิ่มผลผลิตที่สำเร็จอย่างงดงามของเกาหลีเพื่อนำมาใช้ในไทย
ปูทางต้อนรับนักลงทุน
หลังจากเดินทางเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และเยี่ยมชมศูนย์แสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Sumsung Innovation Museum) ที่รวบรวมเทคโนโลยีของซัมซุงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้บริษัทกลายเป็นแบรนด์ท็อปเทนระดับโลก
โดย อรรชกา กล่าวว่า เกาหลีใต้เป็นแบบอย่างของการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จ และมีรูปแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในลักษณะภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนคล้ายกับของไทยในปัจจุบัน ที่สามารถสร้างจุดแข็งให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้ก้าวเป็นผู้นำของโลกได้ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และไอซีที ซึ่งการศึกษาดูงานการเพิ่มผลผลิตแบบทวีคูณ ต้นแบบการเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จของ Korea Productivity Center-KPC ซึ่งเป็นหน่วยงานให้คำปรึกษาแนะนำและฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย

“เกาหลีใต้มีนวัตกรรมมากมายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เป็นผู้นำในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม และเป็นหนึ่งในเป้าหมายตามนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ มีนักลงทุนรายใหญ่ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมและชี้แจงล่วงหน้าก่อนที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดนำคณะชุดใหญ่มาเยือนและพบปะนักลงทุนเกาหลีใต้ เพื่อชักจูงการลงทุนในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2559 เพื่อต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย จากเดิมให้มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
เพิ่มผลผลิตไทยในโมเดลเกาหลี
ขณะที่ สันติ กนกธนาพร ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กล่าวว่า บทบาทของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติต้องการเพิ่มความสนใจให้ผู้ประกอบการหันมาปรับปรุงผลิตภาพและการทำนวัตกรรมคู่ขนานกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเติบโตขึ้นและเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ พัฒนาเทคโนโลยี ปัจจุบันสถาบันมีรายได้ 200 ล้านบาท/ปี ทำให้การขับเคลื่อนงานบางอย่างไม่คล่องตัว
“หากไทยนำโมเดลของเกาหลีใต้มาศึกษา โดยศูนย์เพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพภาคธุรกิจอุตสาหกรรมรัฐช่วยสนับสนุนเงินเพียงการสร้างอาคาร 40% ที่เหลือเอกชนลงทุน 60% มีรายได้ 1,600 ล้านบาท/ปี บทบาทของสถาบันจะเร่งผลักดันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของทั้งประเทศและ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้มีการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ลดการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อน โดยกระจายบทบาทไปให้หน่วยงาน สถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ฝึกอบรมและช่วยเหลือผู้ประกอบการแทน”

ดันเศรษฐกิจไทยเปิดเวทีให้สตาร์ทอัพ
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า “หลังจากพูดคุยกับผู้บริหารของ KPC ที่ถือว่าเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ ซึ่งมีทั้งหมด 18 แห่งทั่วเกาหลี เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ดีมาก ในการเร่งสร้างผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งไทยเรามีคณะทำงานในเรื่องเอสเอ็มอี จึงน่าสนใจในการให้มีนวัตกรรมใหม่โดยใช้ชุดอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมไอดีอี โดยดูว่าเอกชนจะเข้ามามีบทบาทได้อย่างไร ซึ่งกลับไปจะได้เล่าว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก หรืออย่างที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เคยเสนอในเรื่องวิทยาศาสตร์พาร์ก หรือกระทรวงไอซีทีเคยเสนอในเรื่องซอฟต์แวร์พาร์กที่มีอยู่แล้ว ซึ่งต้องดูในส่วนเพิ่มว่าเอกชนจะเข้ามาช่วยได้อย่างไร หลังจากที่ผ่านมาภาครัฐทำอยู่เพียงฝ่ายเดียว
“สิ่งที่ไทยขาดไปและต้องดูตัวอย่างจากเกาหลีนั้น คือบทบาทจากภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนช่วย ไม่ว่าความรู้ ประสบการณ์ ก็น่าจะทำให้พัฒนาไปได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่มองว่าสามารถต่อยอดได้คือทุกๆ อุตสาหกรรม ไม่เลือกว่าอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ไทยเราต้องเร่งปรับบทบาทในเรื่องนี้ภายในเร็วๆ นี้แล้ว ต้องปรับบทบาท แต่ก็ต้องอยู่ที่งบประมาณที่เราได้รับด้วย และต้องมีโครงการที่จะสนับสนุนให้แก่สถาบันเพิ่มผลผลิตฯ ด้วย ขณะเดียวกันจะเห็นว่า KPC ของเกาหลีเขาไม่ได้พึ่งพางบของรัฐเลย อาศัยจากการสนับสนุนของเอกชนและรายได้ที่หาเอง ซึ่งเป็นอิสระในการใช้จ่าย แต่ถ้ามีโครงการของรัฐเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนเขาก็ทำให้ขึ้นอยู่กับว่ารัฐมีโปรเจกต์อะไรให้ทำหรือไม่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ทำกับภาคเอกชนทั้งบริษัทใหญ่-เล็กในเรื่องการฝึกอบรมการศึกษาและคำแนะนำต่างๆ
ขณะเดียวกัน จะนำนักวิชาการที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในการคิดค้นนวัตกรรมทั่วประเทศมาเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำด้านนวัตกรรมกับกลุ่มสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะธุรกิจที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมใหม่ ตามนโยบายของรัฐบาลทั้ง 10 กลุ่ม ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ยา ไบโอเทค อุปกรณ์การแพทย์ หุ่นยนต์ และอวกาศ ทั้งนี้ การจัดงานเอ็กซ์โปครั้งนี้ถือเป็นการสร้างเวทีให้สตาร์ทอัพของไทยมีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น และหากมีการเจรจา มีการร่วมทุนกันเกิดขึ้น จะทำให้ต่างชาติได้เห็นโอกาสในเมืองไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ที่สำคัญยังทำให้บรรดานักวิชาการเก่งๆ กลับเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้นหรือสมองไหลกลับเข้าไทย”

3 กุญแจสู่ความสำเร็จของสตาร์ทอัพเกาหลี
ซูนจิกฮง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KPC กล่าวว่า ทางศูนย์มีความสนใจที่จะหาพาร์ตเนอร์ไทยรายใหญ่ร่วมลงทุนในลักษณะเช่นเดียวกับ KPC ที่เกาหลี โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนา แนะนำแนวทางการลงทุน บริหารจัดการอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีไทย-เกาหลี ซึ่งในอนาคตจะเกิดการลงทุนจากเอสเอ็มอีเกาหลีในไทยมากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้พัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นตัวอย่างของประเทศที่มีการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมจนประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว ใช้รูปแบบการเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพ รวมทั้งมีการบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ ก่อนจะกระจายไปยังเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับแนวทางที่ไทยกำลังดำเนินการ นับว่าไทยวางนโยบายและเดินหน้ามาถูกทางแม้จะมีอุปสรรคบ้าง
เดวิด เซฮยอน เบค หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมด้านไอที จังหวัดคย็องกี (Gyeonggi) ยอมรับว่า ศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ฯ ของเกาหลีใต้ที่จังหวัดคย็องกี ที่ตัวแทนประเทศไทยมาศึกษาครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information Communication Technology-ICT) ของเกาหลีใต้ ร่วมมือกับบริษัท KT ซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่ด้านไอซีทีของเกาหลีใต้จัดตั้งขึ้น นับเป็นศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งที่ 8 ในเกาหลีใต้ เพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ลงทุนในการเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ โดยศูนย์นี้จะเน้นในเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเติบโต เช่น เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เกม และเทคโนโลยีทางการเงิน

“สิ่งที่รัฐบาลเกาหลีส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเติบโต คือการจับคู่กับธุรกิจใหญ่ เช่น จังหวัดคย็องกีเป็นย่านธุรกิจที่มีบริษัทไอทีจำนวนมาก จึงรวมกันเป็นคลัสเตอร์โดยรัฐบาลเป็นผู้จัดการด้านอาคารสถานที่ พัฒนาให้เป็น Innovation Zone ข้อดีของการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นโซน คือเราสามารถจัดวางทุกอย่างไว้ในพื้นที่เดียว ดีต่อการค้นหา ง่ายสำหรับผู้บริโภค ดังนั้นความสำเร็จของสตาร์ทอัพในคย็องกี เริ่มจากนโยบายรัฐบาล-การตอบรับของเจ้าของพื้นที่ หรือหน่วยงานในท้องถิ่นที่รับผิดชอบ-บริษัทใหญ่”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการยกระดับเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในกลุ่มสตาร์ทอัพนอกเหนือจากเงินทุนก็คือสินค้าที่ไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ แม้ว่ารัฐจะหนุนเต็มที่แล้ว แต่การแข่งขันสินค้าไม่ว่าจะเป็นไทย เกาหลี หรือทั่วโลก ก็หนีไม่พ้นการย่ำอยู่กับที่ ดังนั้น การพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ด้วยอาศัยนวัตกรรม จึงเป็นสิ่งที่เกาหลีกำหนดบทบาทของตัวเองเอาไว้