ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
17 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/416575

โดย…ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
การรวมตัวของเครือข่ายพระสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท ซึ่งชุมนุมกันที่พุทธมณฑล เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา อาจเป็นการส่งสัญญาณครั้งแรกของเครือข่ายสงฆ์ต่อคดีสำคัญ 2 คดี ประกอบด้วยคดีการครอบครองรถหรูผิดกฎหมายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อาจตกเป็นผู้ต้องหาฐานความผิดฟอกเงิน หรือรับของ โจร ฐานรับเช็คเงินสดจากศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ
ในข้อเสนอ 5 ข้อ ที่เครือข่ายสงฆ์ยื่นให้กับรัฐบาลนั้นมี 3 ข้อที่เกี่ยวโยงกับ 2 คดีดังกล่าว ประกอบด้วย ห้ามหน่วยงานภาครัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ อีกข้อหนึ่งคือ ขอให้รัฐบาลยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามที่กระทำสืบกันมา คือการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ ทางรัฐบาลจะต้องปรึกษาและได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อน และอีกข้อเสนอคือ ขอให้นายกฯ ยึดถือดำเนินการตามมติ มส.ที่มีการเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า วงการสงฆ์ได้กล่าวถึงแผนการถ่วงรั้งการเสนอทูลเกล้าฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยแก๊ง 3 พ. โจมตีเรื่องรถหรูที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ เพื่อให้สมเด็จช่วงมัวหมอง เจตนาของกลุ่มนี้ต้องการล้มการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์ไทย โดยการเลิกสมณศักดิ์ เพื่อทำให้พระเท่ากันหมด ถ้ารัฐบาลไม่พยายามกระทำการใดๆ แล้ว ขอเตือนไว้ก่อนว่าเหตุการณ์ที่พุทธมณฑลยังไม่ใช่ของจริง ส่วนของจริงจะมหึมา
“การแสดงสังฆมติเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่พุทธมณฑล เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นตามหลักกฎหมายและความเป็นจริงนั้น อย่าคิดว่าจะหยุดอะไรได้ง่ายๆ อีก”
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 อาจมีการเมืองระดับประเทศอยู่เบื้องหลัง แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีโดยไม่หนักใจ
“ตำรวจมีมาตรการดูแลความปลอดภัย หากคณะสงฆ์กลุ่มนี้จะออกมาเคลื่อนไหวอีก ขณะเดียวกันก็มีมาตรการป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มคณะสงฆ์อื่นที่มีความเห็นต่างจะออกมาเคลื่อนไหวเผชิญหน้ากัน”ผบ.ตร.กล่าว
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยืนยันว่า ในวันที่ 18 ก.พ.นี้จะแถลงชี้แจงรายละเอียดของทั้งสองคดี
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ที่ประชุมร่วมคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอร่วมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ คดีการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เฉพาะในส่วน ที่ปรากฏหลักฐานการเซ็นเช็คบริจาคเงินของศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ให้กับวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และเครือข่ายพระสงฆ์วัดพระธรรมกายสาขาต่างๆ วงเงิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายเช็คให้โดยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ขั้นตอนต่อไปเป็นการทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหารับของโจร
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ก็ยืนยันหนักแน่นว่า การสอบสวนของดีเอสไอเป็นผลสืบเนื่องมาจากคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไม่ใช่การตรวจสอบวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่เรื่องของวัด แต่เป็นการตรวจสอบการทำผิดของบุคคลและกลุ่มบุคคล ไม่ใช่เรื่องศาสนจักรที่เอามาพูดกัน
“ดีเอสไอทำคดีตามหน้าที่ไม่ว่าสงฆ์หรือฆราวาส ล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ข้อเรียกร้องที่เสนอมาไม่มีอะไรที่จะมากดดันการทำงานของดีเอสไอได้ ใครที่ยื่นเงื่อนไขแบบนี้เข้ามาขอสังคมมาช่วยดูว่าใครเป็นฝ่ายกดดันใครกันแน่” รมว.ยุติธรรม กล่าว
ขณะที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ข้อเสนอที่ไม่ให้รัฐบาลยุ่งเกี่ยวกับกิจการของสงฆ์ รวมถึงการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช กฎหมายให้รัฐบาลเข้าไปเกี่ยว แต่ไม่ได้แทรกแซง หักล้าง ถึงจะทำก็ทำไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องเกี่ยวข้อง เพราะไม่ว่าจะตั้งพระครู เจ้าคุณ หรือสมเด็จพระสังฆราช รัฐบาลต้องนำเรื่องกราบบังคมทูล และนายกรัฐมนตรีต้องรับสนองพระราชโองการ
หลังจากนี้ไป ต้องจับตาท่าทีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายสงฆ์อย่างใกล้ชิด