ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466094

ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า7 พฤษภาคม 2564 – 17:39 น.

จับตาแผนกะเหรี่ยงรบกะเหรี่ยง แม้นายพลทหาร BGF ประกาศจะไม่ช่วยพม่ารบทหาร KNU

แนวรบด้านตะวันตก ยังไม่น่าไว้วางใจ เมื่อทหารกะเหรี่ยง KNU/KNLA กองพลน้อยที่ 5 ยังทำการสู้กับทหารพม่า ในพื้นที่ จ.ผาปูน ตรงข้าม อ.แม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงในฝั่งพม่า ต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านไปอยู่ตามป่าเขา ตามแนวพรมแดนไทย-พม่า

วันที่ 2 พ.ค.2564 พล.อ.บอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ส่งสาส์นถึงผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ได้แก่กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา (DKBA), สภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA PC) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Force: BGF) ขอชาวกะเหรี่ยงทั้งมวลรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้กับกองทัพพม่า
    “เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราต้องรวมเลือดเนื้อกัน การโจมตีของข้าศึกเราในพื้นที่กองพลและเขตเมืองทางภาคเหนือของกอทูเล”
    ในจดหมายของพล.อ.บอจ่อแฮ ยังเปิดเผยถึงแผนการของกองทัพพม่า จะใช้กองกำลังกะเหรี่ยง BGF มาทำการรบกับทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 
    “การใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศของข้าศึก เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความอ่อนแอในปฏิบัติการภาคพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังเสริมเข้ามายังพื้นที่แนวหน้า ซึ่งถูกปิดล้อมโดยกำลังพลของเรา ตอนนี้พวกเขาจึงต้องการใช้กองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ในการปฏิบัติการช่วยเหลือกองทัพพม่า..”
    ด้วยเหตุนี้ พล.อ.บอจ่อแฮ จึงเรียกร้องว่า “แผนการของข้าศึกนี้ ไม่เป็นสิ่งดีต่อประชาชนกะเหรี่ยงเราเลย แผนการนี้ทำให้คนกะเหรี่ยงด้วยกันต้องรบกันเอง คนบาดเจ็บ ล้มตาย ล้วนเป็นพี่น้องชนชาวกะเหรี่ยง จึงขอร้องให้พวกท่านยืนหยัดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนกะเหรี่ยง ยืนอยู่เคียงข้างความถูกต้อง ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางสันติภาพที่แท้จริง”

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พล.อ.บอจ่อแฮ 

    วันที่ 6 พ.ค.2564 พ.อ.ซอว์ ชิต ตู เลขาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนในรัฐกะเหรี่ยง และผู้บังคับการกองบัญชาการควบคุมที่ 3 กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 แถลงว่า จะไม่ให้ความช่วยเหลือทหารพม่า โจมตีกองพลน้อยที่ 5 (KNU/KNLA) 
    นี่คือจุดยืนและท่าทีของผู้นำ BGF ที่แถลงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พ.อ.ซอว์ ชิตตู ผบ.กองกำลัง BGF

++
BGF คืออะไร?
++
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) จะเป็นกองกำลังทหารกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เคยลงนามหยุดยิงที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า ใช้ชุดฝึก อาวุธ และงบประมาณจากกองทัพพม่า และมีผู้บังคับการระดับกองพันมาจากกองทัพพม่า

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

กะเหรี่ยง BGF ใต้การบังคับบัญชาของทหารพม่า 

    สำหรับชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่เคยสังกัด KNU และแปรสภาพเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) มีกำลังประมาณ 9,000 นาย
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1011 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1012 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1013 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1014(มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1015 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1016 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1017 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี), 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1018 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1019 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1020 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1021 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1023 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก) 

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466073

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น7 พฤษภาคม 2564 – 15:07 น.

เพื่อไทยเมืองกรุงยุคไร้เจ้าแม่ “โทนี่” มือโฆษณาประสานทัพ “เฮียเพ้ง” มือทำงานพื้นที่  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่ชุมชนเมืองอย่างเช่นคลองเตย ห้วยขวาง ดินแดง ลาดพร้าว บางแค ฯลฯ กลายเป็นศึกหนักของรัฐบาลประยุทธ์ เพราะจำนวนประชากรที่หนาแน่น ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงต่อเนื่อง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “แรมโบ้” เรียกร้องให้ “ทักษิณ”ออกมาขอโทษคนไทยที่พูดเรื่องวัคซีนไฟเซอร์เข้าไทยแล้วเป็นเท็จ 

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

เฮียเพ้ง ลุยสนาม กทม.    

ด้านหนึ่ง พรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในเมืองหลวง ได้เริ่มขยับตัวหาทางช่วยเหลือประชาขนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด    

พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 พรรคพลังประชารัฐ (ศปฉ.พปชร.) เพื่อประสานการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ กทม. และปริมลฑล    

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคได้จัดตั้งศูนย์ ศปฉ. ปชป. เพื่อช่วยประสานงานหาเตียงให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาโควิด และใช้มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในการจัดสรรหน้ากากอนามัยจำนวน 2 ล้านชิ้น กระจายผ่านสมาชิกพรรคไปยังกลุ่มเสี่ยง     

วันอาทิตย์นี้ พรรค ปชป. ได้นัดประชุมอดีต ส.ส. และ อดีต ส.ก. ส.ข. ของพรรค เพื่อไปทำหน้าที่ประสานงานต่อในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย    

ส่วนพรรคน้องใหม่อย่างพรรคกล้า  กรณ์ จาติกวณิช ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. หลายเขตตั้งครัวชุมชนผลิตข้าวกล่อง ส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เพื่อไทยรุก
++
ปรากฏการณ์ “โทนี่” ในแวดวงการเมือง มีคนพูดถึงเยอะ หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมพูดคุยในช่อง CARE Clubhouse มา 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดว่าด้วยเรื่อง “พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome” มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี    

“ทักษิณ” จี้จุดอ่อนรัฐบาลประยุทธ์ เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่คลองเตย รวมถึงเรื่องวัคซีนที่ล่าช้า และการสร้างโรงพยาบาลสนามของรัฐบาลในหลายพื้นที่ 

การกลับมาของทักษิณ ในวันที่ประเทศไทย กำลังเผชิญการระบาดของโควิดระลอก 3 ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือจังหวะก้าวทางการเมืองของพรรคในเครือข่ายคนแดนไกล

ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.2564 พรรคเพื่อไทย ได้ทีมทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแบ่งออกเป็น 4 ทีมคือ ทีมกองหน้า ,ทีมกองกลาง ,ทีมประชาสัมพันธ์ และทีมนโยบาย    

ทีมกองหน้า ประกอบด้วย ส.ส. , ส.ก. และทีมคิดเพื่อไทย ที่จะเข้าไปช่วยเหลือกรณีป่วยติดเชื้อหรือมีผู้ป่วยโควิด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งทีมนี้น่าสนใจ ตรงที่มี “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” รวมอยู่ด้วย    

หากเข้าไปส่องดูแฟนเพจของพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นภาพกิจกรรมของ “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” เกือบทุกเขตใน กทม.
ย้อนไปดูคำสั่งของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่แบ่งเป็น 6 โซน มีแม่ทัพแต่ลโซนล้วนแต่เป็นมือทำงานเก๋าเกม อาทิ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ,พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ,วิชาญ มีนชัยนันท์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง     

สำหรับคนในพรรค คงทราบดีว่า แม่ทัพใหญ่ตัวจริงคือ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล คนสนิทของทักษิณ และคุณหญิงพจมาน 

เฮียเพ้งไม่ใช่นักสร้างภาพ ไม่ชอบออกสื่อ แต่มีทีมงานประชาสัมพันธ์ส่วนตัวที่เข้าถึงนักข่าวสนามทุกสำนัก 
นับแต่เล่นการเมืองครั้งแรก เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ในนามพรรคก้าวหน้า จนมาถึงพรรคไทยรักไทย เฮียเพ้งถนัดเล่นตำแหน่ง “กองกลางตัวรุก” มาโดยตลอด  

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น
ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เปิดตัว ส.ก.
++
“ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย พร้อมอาหารและอุปกรณ์จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง”    

นี่เป็นตัวอย่างการทำงานเชิงรุกของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.หน้าใหม่ เขตบางพลัด    

เช่นเดียวกับสมพร อิทธิภูวกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดพร้าว, เมธา ขำโสภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร ,วันชัย ชัยณรงค์โลกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่, ชาติชาย ปัตตะพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ และสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง    

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี อย่าง ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ อดีตศิลปินซินเดอเรลล่า เพิ่งลาออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล มาอยู่พรรคเพื่อไทย     

คนรุ่นใหม่ ปิยะวรรณ จระกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง ก็สนิทสนมกับเยาวเรศ ชินวัตร และชยิกา วงศ์นภาจันทร์    

ขณะที่ ส.ก. และอดีตผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค หลายคนก็เปิดตัวทำกิจกรรมเช่นกัน โดยเดินเข้าพื้นที่พร้อมกับ ส.ส. และอดีต ส.ส.    

ภาพรวมการเคลื่อนไหวการเมืองท้องถิ่นของเพื่อไทย บอกให้รู้ว่า “เจ้าแม่เมืองหลวง” ออกไปจากพรรคนั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพรรคเลย แถม “เฮียเพ้ง” ยังเปิดเกมพรมทะลวงทุกพื้นที่    

“โทนี่” ทำหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อ ส่วน “เฮียเพ้ง” มือปฏิบัติการก็ลุยเต็มที่ นี่คือเพื่อไทยยุคไร้เจ้าแม่

“หญิงหน่อย” จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466070

“หญิงหน่อย” จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง

 "หญิงหน่อย"  จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง7 พฤษภาคม 2564 – 14:49 น.

แกนนำกลุ่มไทยสร้างไทย “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ” จี้ รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง ฉะ บริหารงานล้มเหลว ไม่ฟังเสียงประชาชน

7 พ.ค.64  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความ เฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ sudarat keyuraphan” ระบุถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 ของกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ยังตกหล่นอยู่กว่า 2 ล้านคน ไม่ได้รับการเยียวยา และกำลังจะถูกทอดทิ้ง โดยระบุว่า ..

‘ผู้ประกันตนกว่า 2 ล้านคนที่ตกหล่น กำลังถูกทอดทิ้งจากมาตรการเยียวยาของรัฐ’
รัฐบาลประยุทธ์ เคาะมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจอีกรอบ 
หลังจากเจอวิกฤติโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ 

โควิด-19 นอกจากจะเป็นภัยคุกคามชีวิตในด้านสุขภาพแล้ว 
ยังเป็นภัยคุกคามในด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสไปพร้อมกันด้วย
โดยเฉพาะ #คนตัวเล็ก ที่เป็นกำลังแรงงานสำคัญ ในฐานะฟันเฟืองของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง ต้องตกงานกระทันหัน ถูกปรับลดเงินเดือน ขาดรายได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ต้องดูแลตัวเอง แต่ยังมีปากท้องของครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิตด้วย 
หนึ่งในมาตรการเยียวยา ที่ออกมารอบใหม่ คือการขยายเพิ่มวงเงินช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประกันตนใน #โครงการม33เรารักกัน มีจำนวนกลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 9.27 ล้านคน กรอบวงเงิน 18,500 ล้านบาท โดยจะเพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีระยะเวลาใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มารอบหนึ่งแล้วในการระบาดระลอกที่สอง เป็นจำนวนเงินคนละ 4,000 บาท มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 9 ล้านคนเช่นเดียวกัน
แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มีตัวเลขในระบบจริงอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน นั่นหมายความว่ามีคนอีกเกือบ 2 ล้านคนนะคะ ที่ตกหล่นจากมาตรการเยียวยาดังกล่าว ทั้งๆที่พวกเขาก็ส่งเงินเข้าระบบเช่นเดียวกัน 
มีข้ออ้างว่าที่ตกหล่นเพราะระบบสแกนหน้าไม่ตรง หรือระบบไม่ลิ้งกับบัตรประชาชนบ้าง
แต่ชัดเจนแล้วว่าเป็นเพราะระบบบริหารจัดการที่ล้มเหลวมากกว่าค่ะ
ทำให้มีการตกหล่นของคนที่เดือดร้อน
รอบเก่ายังไม่ได้รับการดูแล รอบใหม่ที่กำลังจะมาก็ยังไม่ครอบคลุม

ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิของตัวเอง อย่างกลุ่มขอคืน ไม่ใช่ขอทาน ที่ต้องการนำเอา #เงินชราภาพ ที่พวกเขาส่งไปแล้วคืน เพื่อมาประทังชีวิตในยามลำบาก
ถ้านับทั้งระบบจะมีผู้ประกันตนถึง 16 ล้านคน
ถ้าเฉลี่ยส่งเงินคนละ 1,000 บาท 
หมายความว่าจะมีเงินในระบบถึง 16,000 ล้านบาท �
วันนี้เจ้าของเงินคือ  #ประชาชน ได้รับความลำบากเขาลุกขึ้นมาทวงเงินเขา
เพราะเขาตกหล่น รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือ 
ขอคืน ก็ไม่ให้ ขอกู้ออกมาใช้ก่อนก็ไม่ยอม
ขอเลือกว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญก็ไม่รับฟัง
วันนี้เจ้าของเงินลำบากมาก แต่ที่ผ่านมาบอร์ดมีการนำเงินไปลงทุนในบางกิจการที่ขาดทุน
ถามว่ามีการรับผิดชอบหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ กระบวนการดังกล่าวประชาชนเจ้าของเงินไม่ได้ตัดสินใจร่วมด้วยเลย แต่พอลำบากต้องมาขอให้ดูแล แต่ก็ยังตกหล่นอยู่ดี
แถมเดือนหน้าดิฉันทราบว่า พี่น้องต้องกลับมาจ่ายประกันสังคมเต็มอัตราแล้ว
ทั้งๆที่สถานการณ์ยังหนักหน่วง การทำมาหากินลำบาก
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวที่สะท้อนการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ
รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
แต่พี่น้องผู้ประกันตนที่ตกหล่นการเยียวยาถูกทิ้งแล้วค่ะ
และกำลังจะถูกทิ้งอีกรอบ ต้องรีบเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วนและให้ทั่วถึงในทันทีค่ะ 

อย่าให้วิกฤติซ้ำเติมพวกเขาไปมากกว่านี้อีกเลย 
ขอรัฐบาลดูแล #คนตัวเล็กด้วยนะคะ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
#พรรคไทยสร้างไทย
#สู้เพื่อคนตัวเล็ก
#ม33เรารักกัน
#ประกันสังคม
#มาตรการเยียวยา
#ขอคืนไม่ใช่ขอทาน
#ขอคืนไม่ได้ขอทาน

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ. สนาม “หมอเหรียญทอง” ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466056

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ.สนาม “หมอเหรียญทอง”ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด

"ชาวบ้านหลักสี่" ร้อง "สิระ" สอบ รพ.สนาม "หมอเหรียญทอง"ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด7 พฤษภาคม 2564 – 13:18 น.

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ.สนาม “หมอเหรียญทอง”ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด ด้าน”สิระ”วอน รบ.ดูแลเรื่องค่าขนศพ หลัง ปชช.ร้องเรียนถูกไถ่กว่า 8,000

7 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรรับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้าน ที่สำนักงานเขตหลักสี่ โดยชาวบ้านขอคัดค้านและขอให้ตรวจสอบการสร้าง รพ.สนาม ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่ เพราะมีการเปิดขอรับบริจาคเงินจากพี่น้องประชาชน จึงต้องการตรวจสอบว่าโปร่งใสหรือไม่

โดยตัวแทนชาวบ้านเขตหลักสี่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการสร้างโรงพบาบาลสนามขึ้น จึงต้องบอกว่า ความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุขทราบหรือไม่ หากจะสร้างก็ต้องแจ้งให้ชาวบ้านทราบ จะวางท่อระบายอากาศอย่างไร เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ชุมชน มีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้า ที่อยู่อาศัย

ด้านนายสิระ ในฐานะส.ส.เขตหลักสี่ และ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ว่า เบื้องต้นเรื่องดังกล่าวอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกมธ.วันนี้จะลงพื้นที่จริงไปดูสถานที่ที่ทราบว่าตอนนี้มีการนำเต้นท์มากาง และเอาผ้าเต้นท์ปิดและติดแอร์ ในส่วนท่อน้ำทิ้งมีการบำบัดหรือไม่ และการดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสนามทั้งหมดถูกกฎหมายเป็นไปตามแนวทางการสร้างโรงพยาบาลสนามหรือไม่ ต้องให้สำนักงานเขต และกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคติดต่อเข้าไปตรวจสอบ ส่วนเงินบริจาค ทางผู้รับบริจาคจะต้องชี้แจงว่าจะนำเงินบริจาคไปทำอะไรบ้าง และมองว่าขณะนี้ โรงพยาบาลสนามในส่วนนี้จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เพราะขณะนี้โรงพยาบาลสนามของภาครัฐที่มีอยู่ก็ยังเพียงพอ

ทั้งนี้ ตนจะเอาเรื่องนี้เข้าหารือในกรรมาธิการกฎหมายฯเพื่อตรวจสอบตามที่ประชาชยได้ร้องเรียนมา โดยจะมีการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น กระทรวงสาธารณสุข,พล.ต.นพ.เหรียญทอง,สำนักงานเขต โดยวันนี้ตนจะไปดูพื้นที่จริงว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ทราบมาจะเป็นการใช้เต้นท์มากาง และมีเรื่องของสุขอนามัยที่ระบายของเสียของผู้ป่วย

นายสิระ กล่าวต่อว่า ส่วนการขอรับบริจาค ต้องให้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง มาชี้แจง เงิน 2 ล้านกว่า จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง เพื่อความโปร่งใส ร่วมถึงกระแสข่าวว่า หากรับผู้ป่วยเข้ามาดูแลใน รพ.สนามจะได้ค่าหัว ๆ ละ 1500 บาท ต่อวัน ที่สามารถเบิกจาก สปสช.จริงหรือไม่ ทังนี้มีคำถามว่าในพื้นที่หลักสี่ รพ.สนามแห่งนี้มีความจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ เพราะทางรัฐบาลก็กำลังตั้ง รพ.สนาม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีมอบพื้นที่ให้ ซึ่งสามารถจัดตั้งได้กว่า 5,000 เตียง ตนขอถามไปถึง สปสช.ว่า การจะเบิกเงินแบบนี้ รพ.สนามทำได้ทุกที่ใช่หรือไม่ ถ้าใครจะลุกขึ้นมาทำ รพ.สนาม เพื่อมาเก็บเงินตรงก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ สปสช.ต้องชี้แจง เพราะเงินที่จ่ายคือเงินภาษีประชาชน

“วันนี้ผมไม่ได้มาขัดขวางใคร แต่ทุกอย่างต้องตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว และที่สำคัญต้องยึดความถูกต้องตามกฎหมายด้วย อย่างเมื่อเช้าที่ผ่านมา มีชาวบ้านร้องเรียนว่า ญาติเขาเสียชีวิตที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดน รพ.คิดค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนศพมาที่วัดหลักสี่ ระยะทางไม่ถึง 2 กม. เป็นจำนวนเงิน 8,600 บาท วันนี้ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า การทำศพในเวลานี้ต้องไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งการเคลื่อนและเผาศพ ไม่ใช้เวลามาทำธุรกิจ คนที่เสียชีวิตเพราะโรคระบาด ญาติพี่น้องมีความทุกข์อยู่แล้ว แถมยังต้องหาเงินมาจ่ายค่าทำศพอีก โรงพยาบาลทุกแห่งอย่ามาหากินกับศพในเวลานี้” นายสิระ กล่าว

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ รพ.สนามดังกล่าว พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้โทรศัพท์มาทางเจ้าหน้าที่ดู รพ.สนาม โดย นายสิระ ถาม พล.ต.นพ.เหรียญทอง ว่า ที่ทำ รพ.สนามได้ขออนุญาตฝ่ายใดหรือไม่ และที่บอกว่ารักษาฟรี ได้มีการไปขอเบิกเงินจาก สปสช.ตรงไหนที่เรียกว่าทำฟรีเพื่อประชาชน ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง ต่อว่านายสิระด้วยถ้อยคำหยาบคาย และระบุว่า ไม่ต้องขออนุญาตใคร จะทำเพื่อประชาชน และท้าทายว่า เอาเลย ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ตั้งของ รพ.สนาม อยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งชุมชน มีทั้งตลาด คอนโดที่อยู่ติดกับ รพ.สนาม และบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งประชาชนในพื้นที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่สบายใจ หากมาตั้งตรงนี้ คนแถวนี้คงอยู่กันไม่ได้ ปกติก็วิตกกังวลกลัวจะติดเชื้อโควิดอยู่แล้ว แต่วันนี้จะมีผู้ป่วยจำนวนมากมาอยู่ร่วมกันตรงนี้ ตอนนี้เช่าบ้านเขาอยู่ลักษณะเป็นชุมชนแออัด ถ้าติดมาคนหนึ่งก็คงติดกันทั้งชุมชน ตอนนี้กำลังจะหาที่เช่าใหม่

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466048

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล”

"แรมโบ้" ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี "พรรคก้าวไกล"7 พฤษภาคม 2564 – 11:54 น.

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล”วันนี้เวลาบ่ายสองโมง ที่ สน.นางเลิ้ง กรณีโพสต์ภาพนายกฯ คู่  ร.อ.ธรรมนัส  พร้อมโพสต์ข้อความใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย ขอให้พรรคก้าวอย่าเล่นวิชามารสกปรกใส่ร้ายคนอื่น 

7 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคก้าวไกลโพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพรรควิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีร.อ.ธรรมนัส และมีภาพของนายกฯและร.อ.ธรรมนัส ขึ้นในเฟซบุ๊กโดยนายเสกสกล ระบุว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตัดสินให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น เป็นการพิจารณาของศาล ที่ทุกคนต้องยอมรับ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ทางพรรคก้าวไกลไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับนายกฯและกล่าวใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเช่นนั้น

นายเสกสกลกล่าวต่อว่า ตนได้ปรึกษาหัวหน้าทีม กฏหมายของนายกฯ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯได้ตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับพรรคก้าวไกล ซึ่งในวันนี้(7พค.)เวลา14.00 น. นายอภิวัฒน์และทีมทนายจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อพรรคก้าวไกลที่สน.นางเลิ้ง ในกรณีนำภาพนายกฯมาโพสต์คู่กับ ร.อ.ธรรมนัสแล้วเขียนใส่ร้ายนายกฯนำไปโพสต์ในโชเซียล ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จะปล่อยให้พรรคก้าวไกลมาดูหมิ่นดูแคลนใส่ร้ายป้ายสีหรือกระทำต่อนายกฯเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้  

“ตนเองมองว่าพรรคก้าวไกลควรจะหัดยอมรับคำตัดสินของศาลและยอมรับกติกาของบ้านเมืองบ้าง ไม่ใช่พอมีเรื่องอะไรที่ทำให้พรรคตนเองไม่สมหวังดั่งใจ ไม่พอใจ ก็จะออกมาตำหนิ กล่าวโจมตีโทษนายกฯ เป็นถึงพรรคการเมืองตัวแทนของประชาชนเหตุใดถึงไม่ทำเรื่องดีๆให้เป็นตัวอย่างกับประชาชนบ้าง มีแต่คิดเรื่องลบตลอดเวลา ไม่เคยคิดบวกเลยสักเรื่อง 

การพาดพิงมากล่าวหานายกฯและใช้ภาพเขียนและโพสต์ใส่ร้ายป้ายสีข้อความให้นายกฯเสียหายนั้น ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง พรรคก้าวไกลต้องมีจิตสำนึกทางการเมืองบ้าง ไม่ควรเอานายกฯมาเกี่ยวข้องด้วย วันๆ เล่นแต่ทิ่มแทงเพื่อให้นายกฯเสียสมาธิ ที่จะต้องทุ่มเททำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาวะวิกฤตโควิดเช่นนี้ แต่พรรคการเมืองและนักการเมืองประเภทนี้เกิดขึ้นมาไม่ได้มีประโยชน์และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้เลยสักนิด จ้องแต่จะใส่ร้ายโจมตี สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติประชาชน น่าเบื่อหน่ายที่สุด”

“ไทยสร้างไทย” รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466032

“ไทยสร้างไทย” รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน7 พฤษภาคม 2564 – 10:14 น.

“ไทยสร้งไทย”  รุดเข้าช่วยเหลือ ชุมชนบ้านขิง บางบอน 3  เจอโควิด-19 เล่นงานรวดเดียว 65 คน  เบื่องต้น นำหน้ากากอนามัย และไข่สดแจกผู้ที่กักตัวและชาวบ้าน 250 ครัวเรือน 

7 พ.ค.2564  นายภัชริ นิจสิริภัช ทีมนโยบายพรรค​ไทยสร้าง​ไทย​ นำทีมงานเข้าช่วยเหลือชุมชนบ้านขิง ซอยบางบอน3 เขตบางแค หลังได้ทราบข่าวว่า เจอโควิด-19 ไปรวดเดียว 65 คน  ทางทีมงานนำความช่วยเหลือ​เบื้องต้น เป็นหน้ากากอนามัย และ ไข่สด 100 แผง ไปมอบกับประธานชุมชน นายวิชิต เพื่อช่วยเหลือผู้กักตัวและชาวบ้านทั้ง 250 ครัวเรือน

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

นายภัชริกล่าวว่า “ประธานวิชิต แจ้งเรามาถึงความเดือดร้อนของการแพร่ระบาด ทางชุมชนทำงานอย่างหนักในการป้องกัน แต่ก็ทำให้มีคนติดเชื้อรวดเดียวถึง 65 คน”

นายวิชิต  ประธานชุมชน  กล่าวว่า “ตอนนี้ผู้ติดเชื้อทยอยส่งเข้ารับการรักษาเกือบหมด เหลือแต่ชาวบ้านที่ยังอยู่ บางส่วนต้องกักตัวอยู่ในชุมชน มีความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะต้องเข้มงวดเรื่องเข้าออกชุมชน แกนนำทำงานหนักในการป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดไปมากกว่านี้ เพราะอาจจะลามไปถึงชุมชนอื่นข้างเคียงได้… ต้องขอบคุณ​ทุกความช่วยเหลือที่ส่งมาให้พวกเราในชุมชนบ้านขิง

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

วันนี้การระบาดเริ่มขยายวงกว้างไปหลายพื้นที่ และระบาดทีหลายสิบคน โดยเฉพาะ​ชุมชนแออัด รัฐต้องเร่งปูพรมตรวจและจัดหาวัคซีนมาป้องกัน โดยเฉพาะ​ชุมชนอย่างบ้านขิงที่มีอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน ติดแล้ว 65 คน อาจจะมีมากกว่านี้ เพราะอยู่กันเป็นพันคนในพื้นที่เดียวกัน

“หญิงหน่อย” พร้อมทีมสร้างไทย ลุย “ชุมชนคลองเตย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466012

“หญิงหน่อย” พร้อมทีมสร้างไทย ลุย “ชุมชนคลองเตย”

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"6 พฤษภาคม 2564 – 22:18 น.

“คุณหญิงสุดารัตน์” พร้อมทีมสร้างไทย ลุย “ชุมชนคลองเตย”เห็นสภาพจริงแล้วยิ่งห่วงว่าการระบาดจะยืดเยื้อยาวนาน ทำลายชีวิต และเศรษฐกิจจนสาหัส  แนะเร่งเพิ่มจุดตรวจ และเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจให้จบภายใน 2 สัปดาห์ เตือนคนกรุงให้ระวังตัว เพราะมีการระบาดเกือบทุกชุมชน

วันนี้ (6พ.ค.2564) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และทีม พรรคไทยสร้างไทย ได้ไปลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ให้พี่น้อง พร้อมรับฟังปัญหา พูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อหาแนวทางควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุด ชุมชนคลองเตยที่มีถึง 39 ชุมชน ประชากรร่วมแสนคน ไปทำงานทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งประชาชนได้ระบายความทุกข์ให้ฟังทั้งน้ำตา ว่าทุกวันนี้กลัว 3 อย่าง กลัวติดโรค กลัวอดตาย กลัวอนาคตที่มืดมน

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"
"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

คุณหญิงสุดารัตน์ได้นั่งคุยแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหาที่แท้จริงของชุมชน และข้อเสนอแนะจากผู้นำ11 ชุมชน เช่น คุณแดง ภูกองทุ่ง ประธานชุมชุนแฟลต 1-10 คุณปริศนา ไกรทอง ตัวแทนชุมชนลอค 1 2 3 คุณบุญชิด เพรชจูด ตัวเเทนชุมชน แฟลต11-18 คุณพรชัย ประธานชุมชนริมคลองพระโขนง และคุณสุวรรณา นิ่มมา ตัวเเทนชุมชลลอค 4 5 6  จากการหารือ ขณะนี้สิ่งที่คนในชุมชนต้องการมากที่สุดคือการ”ตรวจหาเชื้อ”ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ตรวจจบเป็นชุมชนๆ ไป

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

ปัญหาในขณะนี้คือมีจุดตรวจเพียง 3 แห่ง ดำเนินการตรวจโดยการแจกโคต้าให้แต่ละชุมชนนำประชาชนมาตรวจ ชุมชนละหลักสิบ หลักร้อยต่อวัน ขณะที่แต่ละชุมชนมีคนหลายพันคน เมื่อตรวจแล้วต้องกลับเข้ามาอยู่ปะปนกับคนในชุมชนก็อาจจะเป็นผู้ติดเชื้อได้ภายหลัง ประชาชนอยากให้มีการตรวจทั้งชุมชนโดยเร็วที่สุดเพราะกลัว การติดเชื้อ และขณะนี้ก็ขาดรายได้ เพราะที่ทำงานจะให้หยุดงานถ้าบอกว่ามาจากชุมชนคลองเตย

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

ข้อสรุปจากการหารือร่วมกับตัวแทนชุมชน 11 ชุมชนมีดังนี้

1) ขอให้เร่งระดมตรวจเชื้อ โดยระดมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากจังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อน้อยมาช่วย รับผิดชอบตรวจเชื้อเป็นรายชุมชน เพื่อให้ตรวจจบเป็นชุมชนๆไป เร่งตรวจให้จบภายใน 2 สัปดาห์

2) ต้องควบคุมพื้นที่ โดยให้คนหยุดอยู่แต่ในบ้านอย่างน้อย 15 วัน เพื่อระงับการแพร่ระบาดในชุมชน และที่สำคัญยิ่งคือหยุดการแพร่ระบาดออกนอกชุมชน
เสนอให้ช่วยค่าใช้จ่ายคนละ 5,000 บาท เพื่อให้หยุดงาน ตรวจเชื้อ และกักตัวที่บ้าน

3) เร่งฉีดวัคซีนให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “ขอย้ำว่า ขณะนี้เกือบทุกชุมชนในกรุงเทพฯมีสภาพ ไม่ต่างจากคลองเตย ต้องเร่ง “ตรวจเชิงรุก” ทุกชุมชน โดยใช้มาตราการเดียวกันกับคลองเตย คือ เร่งจ่ายเงินชดเชยเยียวยาเพื่อให้คนหยุดอยู่กับบ้านแล้วเร่งตรวจให้จบโดยเร็ว

ที่สำคัญเร่งตั้ง “ศูนย์คัดกรอง” ทุกเขต ทั้ง 50 เขตโดยด่วน.

ไม่เช่นนั้น การระบาดจะยืดเยื้อเกินสิ้นเดือนนี้ จะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและสุขภาพของประชาชนแบบไม่ควรจะเสีย รวมทั้ง ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ที่ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากจนทุกข์เข็ญ

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

นายสมเกียรติ อดีตประธานสภาเขตคลองเตย แสดงความกังวลกรณีข่าวเผยแพร่สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ในชุมชนคลองเตย  อย่างเข้มข้น จนบางประเด็น เกินเลยจากข้อเท็จจริง ทำให้พี่น้องประชาชนชาวชุมชนคลองเตย ที่ไม่ได้ติดเชื้อ และไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งมีชาวชุมชน ถูกกดดันจากการออกไปประกอบอาชีพ จากนายจ้าง บางส่วนถูกบังคับให้กักตัว ขณะที่บางส่วน ต้องได้รับใบรับรอง ผ่านการตรวจ โควิด จึงจะอนุญาตให้กลับเข้าทำงาน 

และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องกักตัวในระยะยาวซึ่งมีผลต่อการทำงานจนอาจถูกเลิกจ้างการช่วยเหลือเยียวยา จากภาครัฐก็ไม่เพียงพอ ที่จะช่วยคนเหล่านี้ให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวในสถานการณ์วิกฤตได้

"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"
"หญิงหน่อย" พร้อมทีมสร้างไทย ลุย "ชุมชนคลองเตย"

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465987

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด6 พฤษภาคม 2564 – 19:18 น.

โควิดระบาดเกือบทั้งประเทศ ลาวตะลุมบอนฉีดวัคซีนโควิด เปิดห้างฉีดทุกวัน

++
 ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมแตะหลักพัน ทางการลาวสั่ง “ตะลุมบอนฉีดวัคซีน” ทั่วประเทศ เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ เปิด 3 ห้างใหญ่ให้คนทั่วไปเขารับการฉีดวัคซีนทุกวัน

วันที่ 6 พ.ค.2564 คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 ของลาวแถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 105 คน เฉพาะแขวงบ่อแก้ว 72 คน รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,177 คน 

นับจากต้นเดือน เม.ย. จนถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อโควิดรวม 900 กว่า ซึ่งเป็นอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้นเร็วมาก กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงปรับแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด จากเดิมที่ฉีดให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยง เปลี่ยนมาฉีดให้บุคคลทั่วไป อายุ 18 ปี ถึง 60 ปี

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และผู้สูงอายุ รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ใน สปป.ลาว

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด
บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

ดร.ปานอม ฟองมะนี รองหัวหน้ากรมอนามัย และส่งเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว ทางการลาวได้ปรึกษากับตัวแทนองค์การอนามัยโลกว่า ภายในปี 2564  วางเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยง และประชาชนให้ได้ 1.6 ล้านคน ร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรลาวทั้งประเทศ (7 ล้านคน) ปี 2565 จะฉีดให้ได้ร้อยละ 50

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มีการระบาดของโควิดในขอบเขตทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงปรับแผน “ตะลุมบอน” ฉีดวัคซีนโควิดให้แก่คนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ในลาว มีการเพิ่มบุคลากรสำหรับฉีดวัคซีนอีก 1,750 คน และกำหนดจุดฉีดวัคซีน 342 แห่ง ทั่วทั้ง 17 แขวง 1 นครหลวง

เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ นอกจากโรงพยาบาลของรัฐ ยังได้เปิดจุดบริการฉีดวัคซีน ที่ห้างสรรพสินค้าเวียงจันทน์เซ็นเตอร์, ห้างสรรพสินค้าลาวไอเต็ก และห้างซังเจียง โดยบริการฉีดตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด
บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

                     ชาวลาว รอคิวฉีดวัคซีนที่ห้างลาวไอเต็ก

สำหรับวัคซีนป้องกันโควิด ที่มีการฉีดในเวลานี้มี 2 ยี่ห้อคือ ซิโนฟาร์ม ของจีน และแอสตราเซเนกา ผลิตในอินเดีย

จากเดือน มี.ค. จนถึงวันที่ 4 พ.ค.2564  ทางการลาวได้ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 ไปแล้ว 3,30,900 คน และเข็มที่ 2 จำนวน 78,931 คน

อนึ่ง ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขลาว ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากประเทศจีน, รัสเซีย และ COVAX รวมทั้งสิ้น 1,538,000 โดส แยกเป็น วัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 1,400,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ), วัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส (โครงการ Covax) และ วัคซีนสปุตนิก วี จำนวน 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

                               ในเมืองเล็กๆ ก็เร่งฉีดวัคซีน

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465956

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง  ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง6 พฤษภาคม 2564 – 16:23 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวง  วิกฤติ  วิเคราะห์  ขุนพลเอก  นายกฯ  รอดศาล  ชี้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  ส.ส. เพราะดวงปีเสริมราศีดวงสมพงษ์ดาวพุธเกื้อหนุน  ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงดวงและโชคชะตา   อีกทั้งมีดวงหนุนนายกฯ  และสองรองฯ  ได้คู่มิตรเสริมบารมีให้มั่นคงมากขึ้น  จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น เลขาธิการ  และมีโอกาสขยับขึ้น  รมต.ว่าการ เพราะดาวฤกษ์ส่งผลให้ผ่านพ้น ราศีจับเสริมกำลังทัพ  แต่อาจต้องระวัง  เรื่องไร้สาระกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  เพราะดาวอุตริจะเข้ามาวุ่นวายกับปัญหาจุกจิกที่ต้องปล่อยวาง 

“ซินแสเข่ง” อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย จับยาม   ผ่าดวง  วิกฤติ วิเคราะห์ดวงชะตา  รมช.กระทรวงเกษตร  และสหกรณ์  อยู่ในช่วงขาขึ้น  มีดวงแห่งการเป็นผู้นำสูงสุดในอนาคต  เพราะดาวพุธ  สร้างอำนาจ และบารมี  ให้มีโอกาสอยู่แถวแนวหน้า  แต่ต้องระวังตนเอง  หากทำสิ่งใดแล้วไม่เบียดเบียนตนเอง  โอกาสที่จะก้าวสู่จุดสุดยอดสูงสุดมีแน่นอน  จังหวะปีนี้ดวงเสริม  ดาวฤกษ์จับส่งผลให้ดวงชะตาเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งขึ้นแท่น  เลขาธิการ  และมีโอกาสที่จะขยับตำแหน่ง  รัฐมนตรีว่าการ   หลังจากการผ่านวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  ชี้ให้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  สส.  ด้วยเหตุไร้ข้อผูกพัน  กฏหมายไทย  เพราะดวงชะตาในปี  2564 เป็นช่วงจังหวะ  และโอกาสที่ดีมากกว่า  ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ  แต่ด้วยดาวอุตริที่ยังผูกพัน  และคุกคาม   จึงให้มีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้หงุดหวิด  อึดอัดใจไร้สาระไม่เป็นเรื่อง ไม่เป็นราว  ที่เข้ามาแทรกก่อความเดือดเนื้อร้อนใจให้เกิดขึ้น  แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมากลบเส้นทางเดินชีวิต  หากตกดวงปีหน้า 65  อาจจะไม่แน่เพราะเจอปีชง

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง  ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  ดวง  รมช. ธรรมนัส  โชคดีเข้าขา ว่ามีดวงเสริม  ทั้งดวงนายกรัฐมนตรี  หากได้กำลัง  รมช.ธรรมนัส  มาเสริมทัพแล้ว  ถือว่าได้กำลังสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารงาน  เหมือนได้ทัพสู้ศึกทั้งกองทัพ  ตลอดจนดวงคู่มิตรประกบ  รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  และบิ๊กป๊อก  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ทำให้ราศีของขุนทัพคู่ใจชัดเจนกลายเป็นได้นั่งเก้าอี้สี่ขาที่มีความมั่นคงมากขึ้น

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465942

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง”

ไผเป็นไผ สแกนค่าย "ผู้กอง"6 พฤษภาคม 2564 – 15:08 น.

เปิดโฉม “กลุ่มลูกข้าวนึ่ง” สังกัด “ผู้กองธรรมนัส” สมกับนิยาม “เส้นเลือดใหญ่” รัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปฏิกิริยาหลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ไปต่อ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และ ส.ส. ในโซเชียลก็ไปขุดวาทะ “เส้นเลือดใหญ่” ของรัฐบาลประยุทธ์ มาอธิบายปรากฏการณ์ “รอด” ของรัฐมนตรีผู้โด่งดัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ธรรมนัส” รอด ศาล รธน. ชี้ ไม่พ้น ส.ส. – รมต.

ไผเป็นไผ สแกนค่าย "ผู้กอง"
ธรรมนัส หัวหน้ากลุ่มลูกข้าวนึ่ง    

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงเปิดใจว่า ตัวเองไม่ใช่มาเฟีย ไม่ได้ขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย มีใครบางคนพยายามที่จะล้มเขาให้ได้ เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้     

“หากล้มผมได้รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะในหลายๆ พรรค ในหลายๆ ส่วนที่ผมประสานไว้ ถือเป็นความลับที่ตัวเองรู้เพียงคนเดียว เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม”    

จะว่าไปแล้ว ความเป็น “มุ้ง” ในพรรคพลังประชารัฐของกลุ่มผู้กองธรรมนัส มีไพร่พลไม่ได้มากไปกว่ากลุ่มสามมิตร แต่สิ่งที่เขาเหนือกว่า “หัวหน้ามุ้ง” คนอื่นคือ การเป็น “มือประสานสิบทิศ” เหมือนที่เขาพูดไว้ข้างต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว    

ส.ส.ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ มีประมาณ 25 คน แต่ก็แยกสังกัด 3 มุ้งคือ มุ้งผู้กอง, มุ้งสามมิตร และมุ้งมะขามหวาน เฉพาะมุ้งผู้กองก็แค่ 6-7 คน     

ฉะนั้น เครือข่ายของผู้กองธรรมนัส จึงอยู่ที่นอกพรรคพลังประชารัฐ มิใช่แค่พรรคร่วมรัฐบาล หากยังข้ามไปถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย

ไผเป็นไผ สแกนค่าย "ผู้กอง"

++
ขุมกำลังนอกพรรค
++
ตัวอย่างแห่งขุมกำลังของผู้กองธรรมนัส ต้องย้อนไปดูวันลงมติศึกซักฟอก เมื่อเดือน ก.พ.2564 บันทึกการลงคะแนนในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 199 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ปรากฏมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ลงมติสวนมติวิปจำนวนมาก     

ส.ส.ฝ่ายค้านที่ลงมติไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ,พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 3 คน    

สำหรับพรรคเพื่อชาตินั้น มี ส.ส. 5 คน ปรากฏว่า ไว้วางใจ 3 คน และงดออกเสียง 2 คน ซึ่งใครก็รู้ว่า พรรคนี้มีกองเชียร์ตัวจริงชื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช แถม 1 ใน 2 ที่งดออกเสียงคือ “โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ลูกสาวของยงยุทธ    

ดังที่ทราบกัน ร.อ.ธรรมนัส ทำงานการเมืองหลังม่านมานาน ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู ย้ายมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ผู้กองคนดังรู้จักแกนนำมุ้งต่างๆ ในพรรคการเมืองเครือข่ายของ “คนแดนไกล” เป็นอย่างดี    

สมัยที่ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ ผู้กองธรรมนัสก็เข้าไปขอการสนับสนุนในการทำงานการเมืองที่บ้านเกิด-พะเยา     

ปัจจุบัน สังเกตจากการไปตรวจราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ในภาคอีสาน และภาคเหนือ มักจะเห็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาให้การต้อนรับ รมช.เกษตรฯ คนนี้อยู่บ่อยๆ     

การมีเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงการเมืองมากมาย จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็น “มือประสาน 10 พรรคเล็ก” จัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ เพราะนักการเมืองอาวุโส สัมพันธ์ เลิศนุวัตร หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย และพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ก็รู้จักกับผู้กองมานาน 

++
กลุ่มลูกข้าวนึ่ง
++
ขานชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ สายเหนือ ที่สังกัดค่ายผู้กอง ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก , ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ดูเหมือนขุมกำลังไม่เยอะ    

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ยังมี ส.ส.พลังประชารัฐ สายอีสานอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึง ส.ส.ใต้ 13 คน ล้วนอยู่ในการดูแลของผู้กอง    

ถ้ายังจำกันได้ เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทน อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ เมื่อปีที่แล้ว ผู้กองธรรมนัสบุกบ้านดอยเงิน ทำเอาพินิจ จันทรสุรินทร์ เปลี่ยนใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และสนับสนุน “หมอรวย” วัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ    

วันหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ไปปราศรัยหาเสียงที่ อ.แม่พริก ว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีลูกข้าวนึ่งคนเดียวในสภาขณะนี้ จึงอยากขอโอกาสให้โอกาสเพิ่ม ส.ส.ลูกข้าวนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ มาช่วยพัฒนาบ้านเมืองเพิ่มอีกคนหนึ่ง”    

พอลงจากเวทีหาเสียง ร.อ.ธรรมนัส ยังมาเล่าให้นักข่าวฟังว่า กลุ่มลูกข้าวนึ่งหรือ ส.ส.คนเมือง(ภาคเหนือ) มีประมาณ 70 คน มีทั้ง ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เพื่อไทย นับรวม ส.ส.สอบตกพรรคพลังประชารัฐในภาคเหนือด้วย    

คอนเนกชั่นลูกข้าวนึ่ง ก็คือความสัมพันธ์ส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส กับเพื่อน ส.ส.ค่ายเพื่อไทย ที่รู้จักกันมานานนับสิบปี