เจาะสนามชี้ชะตา ‘อาญาสิทธิ์’ ทัพ ‘บิ๊กป้อม’ ตีชะอวด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460134

เจาะสนามชี้ชะตา ‘อาญาสิทธิ์’ ทัพ ‘บิ๊กป้อม’ ตีชะอวด

 เจาะสนามชี้ชะตา 'อาญาสิทธิ์' ทัพ 'บิ๊กป้อม' ตีชะอวด4 มีนาคม 2564 – 16:47 น.

ทัพหลวง พปชร. ลุยเมืองคอน หวังอุ้ม “อาญาสิทธิ์” โชว์บารมี “บิ๊กป้อม”

++
    นับถอยหลังเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 การต่อสู้ระหว่าง 2 พรรคร่วมรัฐบาล เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ต่างยกทัพใหญ่ไปเปิดปราศรัยใหญ่ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 
    วันที่ 5 มี.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแกนนำพรรคจะลงพื้นที่ช่วย “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ผู้สมัครของพรรค โดยมีแผนจะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร

 เจาะสนามชี้ชะตา 'อาญาสิทธิ์' ทัพ 'บิ๊กป้อม' ตีชะอวด

พรรค พปชร.โปรโมตบิ๊กป้อมลงพื้นที่เมืองคอน

    สองปีมานี้ มีการเลือกตั้งซ่อมหลายจังหวัด พล.อ.ประวิตร ไม่เคยเดินทางไปช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่จังหวัดใดเลย และการเดินทางไปเขต 3 นครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นครั้งแรก 
    สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 151,290 คน แยกเป็น อ.ชะอวด 67,340 คน, อ.จุฬาภรณ์ 24,563 คน ,อ.เฉลิมพระเกียรติ 24,695 คน และ อ.พระพรหม 34,692 คน 
    จะเห็นได้ว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงที่ อ.ชะอวด มีมากเกือบ 7 หมื่นเสียง หากผู้สมัครรายใด เก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำที่อำเภอแห่งนี้ ย่อมมีโอกาสเข้าป้ายสูง
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เทพไท เสนพงศ์ ได้ 33,310 คะแนน ส่วนอาญาสิทธิ์ ได้28,742 ห่างกัน 4,568 คะแนน ซึ่งอาญาสิทธิ์ทำคะแนนหล่นหายที่ อ.ชะอวด เยอะไปหน่อย จึงพ่ายแพ้

++
ประชานิยมลุงตู่
++
    ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 8 เขต ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เบียดแทรกเข้ามาได้ 3 เขต
    เขต 1 รงค์ บุญสวยขวัญ, เขต 2 สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และเขต 7 สายัณห์ ยุติธรรม นี่คือต้นทุนการเมืองของพลังประชารัฐ

 เจาะสนามชี้ชะตา 'อาญาสิทธิ์' ทัพ 'บิ๊กป้อม' ตีชะอวด

อาญาสิทธิ์ พร้อมกับ 3 ส.ส.พลังประชารัฐ 

    ในรอบ 20 ปีผ่านมา สนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีพรรคไหน มาเบียดแย่งเก้าอี้ ส.ส.ไปจากพรรค ปชป.ได้ แต่หนที่แล้ว กระแสลุงตู่ ช่วยให้พลังประชารัฐ เจาะ ปชป.ได้ถึง 3 เขต 
    ด้าน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จัดว่าเป็น “คนพื้นที่” เพราะมีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.จุฬาภรณ์  เคยรับราชการอยู่ในละแวกนี้มานาน ทั้งปลัด อ.ชะอวด ,ปลัด อ.จุฬาภรณ์ และปลัด อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในเขต 3   เป็นอย่างดี ตรงข้ามกับตระกูล “เสนพงศ์” ที่มีบ้านเกิดอยู่ใน อ.เชียรใหญ่ 

 เจาะสนามชี้ชะตา 'อาญาสิทธิ์' ทัพ 'บิ๊กป้อม' ตีชะอวด

อาญาสิทธิ์ คน อ.จุฬาภรณ์ รับราชการเกือบทุกอำเภอในเขต 3

 เจาะสนามชี้ชะตา 'อาญาสิทธิ์' ทัพ 'บิ๊กป้อม' ตีชะอวด

    จุดแข็งของอาญาสิทธิ์นั้น น่าจะอยู่ที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาลประยุทธ์ ประกอบกับช่วงนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างนิยมชมชอบโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” จึงทำให้อาญาสิทธิ์หาเสียงง่ายขึ้น 
    อนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และผู้อำนวยการดูแลการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช นำทีม ส.ส.พลังประชารัฐ มาช่วยอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หาเสียง 2 รอบแล้ว
    ฉะนั้น ทัพหลวงพลังประชารัฐ จะเดินทางไปมาถึงเมืองคอนวันศุกร์นี้ นำโดย “บิ๊กป้อม” คงทำให้ทีมงานอาญาสิทธิ์ มีความมั่นใจมากขึ้น 

โผล่มายังไง ‘ชัยวุฒิ’ สายเมืองสิงห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460123

โผล่มายังไง’ชัยวุฒิ’ สายเมืองสิงห์

 โผล่มายังไง'ชัยวุฒิ' สายเมืองสิงห์4 มีนาคม 2564 – 15:21 น.

โผปรับ ครม.วุ่น ชื่อ “ชัยวุฒิ” โผล่โควตา กทม. งงกันทั้งพรรค เพราะลูกหลานแม่กิมลี้มาจากเมืองสิงห์

++
    ถึงนาทีนี้ โผปรับ ครม. ก็ยังไม่นิ่ง แม้จะมี 2 รายชื่อ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” และ “ตรีนุช เทียนทอง” หลุดออกมาจากสื่อเกือบทุกสำนัก
    ประเด็นที่ค้างคาใจของ ส.ส.พลังประชารัฐ จำนวนไม่น้อย ก็คือ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้ข่าวว่า จะเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ แทน ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โควตา กทม. 

ชัยวุฒิ

ชัยวุฒิ ว่าที่รัฐมนตรี? 

    จริงๆแล้ว “ชัยวุฒิ” มีฐานการเมืองอยู่ที่สิงห์บุรี และมีน้องชาย-โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นส.ส.สิงห์บุรี เพียงแต่มีภรรยา-กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. เขต 1 พลังประชารัฐ เท่านั้นเอง
    เหตุใด ชัยวุฒิจึงดำน้ำจากสิงห์บุรี มาโผล่ที่เมืองกรุง ยังเป็นคำถามคาใจคนพลังประชารัฐ?
    แม้ปี 2561 ชัยวุฒิ จะพา สกลธี ภัททิยกุล ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณอดีต เข้าพบสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ภาค คสช. แต่ปี 2563 ชัยวุฒิ ก็เป็นคนออกโรงขับไล “สมคิด” และทีม 4 กุมาร 
    นัยว่า ช่วงหลังชัยวุฒิ ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “สกลธี-พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล” หากแต่เขากลับไปสนิทสนมกับ วิรัช รัตนเศรษฐ และกลุ่มอื่นๆ ในพรรคมากกว่า 

++
ลูกหลานแม่กิมลี้
++
    คนเมืองสิงห์รู้จัก “แม่กิมลี้” เป็นอย่างดี เพราะตระกูล “ธนาคมานุสรณ์” ทำมาค้าขายในเมืองสิงห์มายาวนาน มีทั้งร้านทองแม่กิมลี้ ,เคเบิ้ลสิงห์บุรี และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า
    “ภรณี ธนาคมานุสรณ์” ทายาทแม่กิมลี้เป็นผู้บริหารธุรกิจในตระกูล และมีบทบาทสนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งระดับเทศบาล และ อบจ.สิงห์บุรี

ภรณี ธนาคมานุสรณ์

แม่ภรณี ลูกสาวแม่กิมลี้ แห่งเมืองสิงห์ ถ่ายภาพกับลูกชาย 2 คน และลูกสะใภ้ 

    แม่ภรณีเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคชาติไทยมาแต่ยุคของประเทือง วิจารณ์ปรีชา อดีต ส.ส.สิงห์บุรี หลายสมัย แต่มาถึงรุ่นลูก เริ่มต้นที่พรรคประชาธิปัตย์
    ชัยวุฒิ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกปี 2544 ตอนนั้น สิงห์บุรี มี 2 เขต ชัยวุฒิ ส.ส.เขต 1 พรรค ปชป. ส่วน พายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.เขต 2 พรรคไทยรักไทย
    ปี 2548 ส.ส.สิงห์บุรี เหลือเขตเดียว พายัพมากับประชานิยม เอาชนะชัยวุฒิไปได้ 
    ปี 2550 ชัยวุฒิตัดสินใจย้ายจาก ปชป.ไปพรรคชาติไทย ตามฐานการเมืองเดิมของตระกูลแม่กิมลี้ เอาชนะพายัพ พรรคพลังประชาชนไปได้
    เมื่อพรรคชาติไทยถูกยุบ ชัยวุฒิถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ปลายปี 2552 เมื่อมีเลือกตั้งซ่อม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ น้องชายกลับมาสวมเสื้อ ปชป. เอาชนะพายัพ ปั้นเกตุ ไปได้

 โผล่มายังไง'ชัยวุฒิ' สายเมืองสิงห์

โชนวุฒิ ส.ส.สิงห์บุรี

   ปี 2554 สุรสาล ผาสุข พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดงสิงห์บุรี ขี่กระแสยิ่งลักษณ์เอาชนะโชนวุฒิ ค่าย ปชป. ไปได้ 
    เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ชัยวุฒิย้ายจาก ปชป.ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ตัตเขาลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และช่วยหาเสียงให้โชนวุฒิ ที่สนามเมืองสิงห์ คว่ำสุรสาล ผาสุข ทำให้ลูกหลานแม่กิมลี้ กลับสู่สภาฯอีกรอบ
    ว่ากันว่า ชัยวุฒิ วาดหวังจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ตั้งแต่ปรับ ครม.ปีที่แล้ว หลังจากไล่ “สมคิด” กับ 4 กุมารพ้นพรรค พ้น ครม. แต่ไม่มีโควตา เลยต้องรอมาจนถึงรอบนี้

ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460102

ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก

ข่าวลือเรื่อง "ล้มร่างรัฐธรรมนูญ" มาแรงมาก 4 มีนาคม 2564 – 13:13 น.

“ศาลรัฐธรรมนูญ”เตรียมวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีการเปิดทางให้ยกร่างใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้หรือไม่ ส่งผลให้กระบวนการตั้ง ส.ส.ร.แท้งก่อนที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตวาระ 3 ท่ามกลางข่าวลือ ล้มร่างรัฐธรรมนูญ มาแรงมาก โดย .. ปกรณ์ พึ่งเนตร

กราบเรียนท่านศาล รธน.
ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก 

ข่าวแจ้งว่าศาลรัฐธรรมนูญเตรียมจะวินิจฉัยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีการเปิดทางให้ยกร่างใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้กระบวนการตั้ง ส.ส.ร.แท้ง เป็นการแท้งก่อนที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่นัดหมายกันไว้ราวๆ วันที่ 17 มี.ค. หรือช่วงกลางเดือน

ผมมองว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นนี้เป็นเรื่อง “ไร้สาระ” และเป็นการเล่นคำเหมือนพวกศรีธนญชัย ทำนองว่า มาตรา 256 ซึ่งมีถึง 9 อนุมาตรา เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เปิดช่องให้ยกร่างใหม่ จึงอ้างว่าการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่สามารถทำได้ บางคนใช้คำแรงว่าเป็นการแก้แบบ “ลูกฆ่าแม่” เลยด้วยซ้ำ 
ถ้าใช้การเล่นคำแบบไม่ต้องสนตรรกะแบบนี้ ก็ต้องไปฟัง คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขาบ้าง ที่บอกว่านี่ไม่ได้เป็นการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 (ฮา) 
แต่จริงๆ แล้วถ้าเราหลับตานึกถึงรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายทั่วๆ ไป คงไม่มีใครบ้าเขียนหลักเกณฑ์และวิธีการในการยกเลิกกฎหมายเอาไว้ในตัวบทของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆ เลย ด้วยเหตุนี้การจะยกเลิกกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของสภา ในฐานะตัวแทนประชาชน และรับผิดชอบต่อประชาชน 
วิธีการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันก็คือ แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไข ซึ่งก็คือมาตรา 256 เพื่อให้สามารถตั้ง ส.ส.ร.เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
คำถามคือการแก้ไขแบบนี้มันขัดรัฐธรรมนูญตรงไหน และในอนุ 8 ของมาตรา 256 ก็เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าจะแก้ไขมาตรานี้ คือแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องนำไปทำประชามติก่อน ซึ่งก็หมายถึงนำไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยว่าจะยอมให้แก้หรือไม่ 
ถามแบบกวนๆ ก็คือ “แล้วศาลเกี่ยวอะไรไม่ทราบ?” 
การแก้ไขมาตรา 256 ย่อมสามารถกระทำได้ เพราะหากทำไม่ได้ ก็ต้องเขียนไว้ในมาตรา 255 แล้ว 
ย้อนไปดูมาตรา 255 บัญญ้ติว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้” 

ฉะนั้นการแก้ไขมาตรา 256 จึงทำได้ แต่จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ ต้องผ่านประชามติจากประชาชนก่อน ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผล ตรงตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่ “เสียงของประชาชน” ใหญ่ที่สุด 
ต้องไม่ลืมว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบให้มี ส.ส.ร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้น ผ่านการรับหลักการวาระ 1 จากรัฐสภามาแล้ว วันนี้ใครที่พูดว่าถ้าร่างใหม่ทั้งฉบับไม่ได้ ก็ให้ไปแก้รายมาตรา ก็ต้องถามกลับว่าทำไมวันที่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา 6-7 ร่าง เป็นร่างที่เสนอแก้รายมาตราถึง 4-5 ร่าง เหตุใดจึงไม่รับร่างแก้ไขรายมาตรา แต่มารับร่างแก้ไขแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำไม 
บอกตรงๆ คนในรัฐบาลพูดอะไรตอนนี้ก็มีแต่ลักลั่น สับปลับ กลับไปกลับมา ไม่ต่างอะไรกับไม้หลักปักเลน หาสาระอะไรให้ยึดเหนี่ยวไม่ได้เลย 
สุดท้ายหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะของการยกร่างใหม่ทำไม่ได้ ก็คงต้องหมายความว่าถ้าอยากจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่สามารถใช้กระบวนการทางรัฐสภาได้ ต้องไหว้วานให้ทหารปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญอย่างเดียวหรืออย่างไร 
ตรรกะเหตุผลแบบนี้มันไปได้จริงๆ หรือ ฝากศาลท่านช่วยพิจารณา…


ที่มา : คอลัมน์โหมโรง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 

รู้จัก “ตรีนุช” “เทียนทอง” ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460098

รู้จัก “ตรีนุช” “เทียนทอง” ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง

รู้จัก "ตรีนุช" "เทียนทอง" ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง4 มีนาคม 2564 – 12:59 น.

พลิกโผปรับ ครม. สัมผัสตัวเต็งเสนาบดีคนใหม่ “ตรีนุช” ลูกสาวกำนันกี-ขวัญเรือน เทียนทอง คนดีของลุงป้อม

++
กลางดึกคืนวันที่ 3 มี.ค.2564 สำนักข่าวใหญ่ระดับประเทศหลายแห่ง พร้อมอกพร้อมใจกันเสนอข่าวโผ ปรับ ครม. ชนิดไม่มีแตกแถว โดยอ้างว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสนอชื่อบุคคลที่เข้าข่ายจะเป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชารัฐ ไปให้นายกรัฐมนตรี 2 ชื่อ คือ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ “ตรีนุช เทียนทอง” ส.ส.สระแก้ว 5 สมัย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน

รู้จัก "ตรีนุช" "เทียนทอง" ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง

สองพี่น้อง ฐานิสร์-ตรีนุช ไปด้วยกัน ไปได้ไกล

เฉพาะ ส.ส.เหน่ง-ตรีนุช มีการระบุว่า จะได้นั่งกระทรวงวัฒนธรรม และอิทธิพล คุณปลื้ม ขยับลุกจากเก้าอี้ตัวเดิมไปนั่งกระทรวงดีอีเอส     

ชื่อนี้ หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าหลานสาว “ป๋าเหนาะ” จะได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งตามรายงานข่าวก็อธิบายถึงคุณสมบัติของตรีนุช เป็นเด็กดีของลุงๆ ไม่ดื้อ ไม่วิ่ง ไม่วอแว ก้มหน้าก้มตาทำงานในพื้นที่ จึงได้รับรางวัลตอบแทน    

การที่ “ลุงป้อม” หยิบชื่อ “ส.ส.เหน่ง” มาเป็นรัฐมนตรี สะท้อนภาวะผู้นำแบบลุงป้อม ที่รักใครรักจริง ไม่ทิ้งกัน     

การที่ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง หัก “เสนาะ เทียนทอง” พาลูกชายลูกสาวย้ายออกจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ ตามคำของลุงป้อมนั้น เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของตระกูลเทียนทอง     

เวลานั้น สองพี่น้อง “ฐานิสร์-ตรีนุช” จึงยึดคติที่ว่า “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” และใช้เป็นชื่อแฟนเพจเฟซบุ๊กของพวกเขา ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

รู้จัก "ตรีนุช" "เทียนทอง" ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง

กำนันกี ขวัญเรือน เทียนทอง

++
‘เทียนทอง’รุ่น 2
++
วันที่เสนาะ เทียนทอง ยังเบ่งบารมีอยู่ในพรรคไทยรักไทย ในฐานะนักปั้นนายกรัฐมนตรี จึงวางตัวหลาน 2 คนคือ “ฐานิสร์-ตรีนุช” เป็น ส.ส.สระแก้ว บวกกับ “สรวงศ์” ลูกชายคนโตของป๋าเหนาะ ส.ส.สระแก้ว 3 คนก็เป็นของตระกูลเทียนทอง มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ,พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย     

กระทั่งการเลือกตั้ง 2562 ที่ตระกูลเทียนทอง ต้องแข่งขันกันเอง เมื่อ “ป๋าเหนาะ” นำทีมเพื่อไทย ลงสนามชนกับทีมพลังประชารัฐ ที่มีน้องสะใภ้ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง เป็นแม่ทัพ ผลเลือกตั้งก็ตามที่รู้กัน ป๋าเหนาะพ่ายยับ    

“พิเชษฐ์-ขวัญเรือน” มีบุตรชายหญิง 4 คน ได้แก่ หนึ่ง-ฐานิสร์,เหน่ง-ตรีนุช, หนุ่ย-อนุรักษ์ และบดี     

20 กว่าปีมานี้ ตระกูลเทียนทอง แบ่งพื้นที่ธุรกิจการเมืองกันชัดเจน โดย “เสนาะ” มอบหมายให้น้องชาย “พิเชษฐ์ เทียนทอง” ดูแลธุรกิจและการเมือง โดยใช้ อ.วัฒนานคร เป็นฐานบัญชาการ    

หลังพิเชษฐ์เสียชีวิต ภรรยา-ขวัญเรือนได้เข้ามาดูแลกิจการต่อ โดยมอบให้ลูกชายคนเล็ก “หนุ่ย-อนุรักษ์” กับบดี บริหารธุรกิจแทนบิดา ส่วนฐานิสร์กับตรีนุช เล่นการเมือง    

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “หนึ่ง-เหน่ง” สองพี่น้องตระกูลเทียนทองยุคใหม่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล”  

รู้จัก "ตรีนุช" "เทียนทอง" ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง

ตรีนุช และคุณนายแม่ แห่งสระแก้ว

++
คุณนายแม่
++
ขวัญเรือน เทียนทอง ได้แนะนำตัวเองผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กขวัญเรือน เมื่อ 12 พ.ย.2563 ว่า “คุณแม่ลูกสี่ เกิดและโตที่วัฒนานคร เข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในบทบาทกำนันที่ตำบลบ้านเกิด “กำนันกี” คือชื่อเล่นและชื่อเรียกที่พี่น้องชาวสระแก้วเรียกขานอย่างติดปาก”    

กำนันกี ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สระแก้ว พร้อมชูแคมเปญหาเสียงว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม”     

เนื่องจาก อบจ.สระแก้ว มีนายก อบจ.ชื่อ “ทรงยศ เทียนทอง” มายาวนานถึง 4 สมัย ซึ่งทรงยศเป็นลูกชายของวิทยา เทียนทอง น้องชายป๋าเหนาะ ดังนั้น กำนันกีจึงบอกคนสระแก้วให้รู้ว่า เธอลงสนามมาแล้ว หากได้รับเลือกตั้ง ก็รับประกันว่าไม่เหมือนเดิมแน่  

พ.ศ.นี้ อบจ.สระแก้ว มีนายก อบจ.ชื่อ ขวัญเรือน ที่คนสระแก้วเรียกขานเธอว่า “กำนันกี” หรือ “คุณนายแม่” นับหนึ่ง อบจ.สระแก้ว ยุคเทียนทองโฉมใหม่    

ขวัญเรือนเป็นกำนัน ต.วัฒนานคร มาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น มีผู้อพยพชาวเขมรนับแสนคนอาศัยอยู่ในศูนย์แถวตาพระยา-อรัญประเทศ สระแก้วจึงเป็นเมืองทหาร     

ด้วยเหตุนี้ กำนันกี จึงรู้จักมักคุ้นกับลุงป้อม ตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ร.12 รอ. ค่ายไพรีระย่อเดช อ.เมืองสระแก้ว     

สรุปว่า การเมืองสระแก้ว ทั้งระดับชาติและท้องถิ่นในชั่วโมงนี้ เป็นยุค “เทียนทอง” เวอร์ชั่นบูรพาพยัคฆ์ภาคการเมือง นำโดยกำนันกี เรียบร้อยแล้ว

“อนุทิน” ส่งมอบทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ “ไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460171

“อนุทิน” ส่งมอบทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ “ไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล”

"อนุทิน" ส่งมอบทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ "ไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล"4 มีนาคม 2564 – 20:30 น.

“อนุทิน” ส่งมอบทุนติดตั้งพลังงานสะอาด ในโครงการ “ไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล” ให้กับ 8 โรงพยาบาลแรก

วันนี้ 4 มีนาคม 2564 ที่โรงพยาบาลไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการส่งมอบทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในโครงการ “ไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล” ให้กับ 8 โรงพยาบาลแรก ในกิจกรรม “101 วัน จากแสงแรกสู่โรงพยาบาลไฟจากฟ้า”

อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์

โดยมี ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี , นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน , นายวัชรพงษ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ , นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารร่วมพิธี

นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการไฟจากฟ้า เพื่อ 77 โรงพยาบาล เป็นโครงการร่วมระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิแพทย์ชนบท และหน่วยงานเอกชนด้านสื่อสารมวลชน มุ่งหวังที่จะสร้างกระแสพลังงานสะอาดและระดมเงินบริจาคเพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ในโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดละ 1 โรงพยาบาล รวม 77 แห่ง แห่งละ 100 กิโลวัตต์ โดยพลังงานแสงอาทิตย์คือพลังงานสะอาด เป็นพลังงานแห่งอนาคตที่จะดูแลโลก ดูแลสิ่งแวดล้อม และดูแลสุขภาพด้วย และยังช่วยให้ประหยัดไฟฟ้าได้สูงถึงปีละ 720,000 บาท

ซึ่งหลายโรงพยาบาลที่ได้มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ไปแล้ว พบว่าระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้ามีความเสถียรมาก การดูแลบำรุงรักษาไม่ยุ่งยาก มีต้นทุน ในการลงทุนต่ำ คุ้มค่าในการติดตั้ง คืนทุนในเวลาไม่เกิน 4-5 ปี เช่น โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 72 กิโลวัตต์ งบประมาณ 2.5 ล้านบาท สามารถผลิตไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละประมาณ32,000 บาท หรือประมาณปีละ 400,000 บาท

อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์

นอกจากนี้ยังส่งผลดีกับสังคมและชุมชนอย่างน้อย 2 ประการคือ นำเงินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ หรือบริหารจัดการโรงพยาบาลให้ดูแลผู้รับบริการให้ดีขึ้น และช่วยลดการสร้างมลพิษได้อย่างมากในระยะยาว โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อน แสดงถึงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขให้กับสังคมไทย ในเรื่องของการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมลดภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลก เป็นตัวอย่างขององค์กรสุขภาพที่ร่วมสร้างสังคมใหม่ หนุนเสริมการใช้พลังงานสะอาดให้มากที่สุด

อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์

สำหรับการติดตั้งระบบใช้งบประมาณแห่งละ 3 ล้านบาท รวม 231 ล้านบาท โดยระดมทุนจากประชาชนและเอกชนในระยะ 1 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564 ยอดเงินบริจาค ณ วันที่ 2 มีนาคม 2564 จำนวน 11,495,115.66 บาท จะติดตั้งใน 8 โรงพยาบาลแรก คือ โรงพยาบาลไทรน้อย จ.นนทบุรี , โรงพยาบาลอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี , โรงพยาบาลบ้านบึง จ.ชลบุรี , โรงพยาบาลขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ , โรงพยาบาลย่านตาขาว จ.ตรัง , โรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร , โรงพยาบาลปลวกแดง จ.ระยอง และโรงพยาบาลบางบ่อ จ.สมุทรปราการ

อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์

“เงินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ สามารถนำไปพัฒนาโรงพยาบาลได้ต่อเนื่อง ถึง 25 ปี ที่สำคัญโครงการไฟจากฟ้า เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสร้างต้นแบบโรงพยาบาลพลังงานสะอาดทั่วประเทศไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาค “โครงการไฟจากฟ้าเพื่อ 77 โรงพยาบาล” ได้ที่บัญชี “มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อไฟจากฟ้า” ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 142-0-28997-7″ นายอนุทิน กล่าว

อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์
อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, โซลาร์เซลล์

“ชัยวุฒิ” พร้อมนั่งรมต.หากผู้ใหญ่มอบหมายให้ทำงาน ยอมรับเพิ่งทราบจากสื่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460158

“ชัยวุฒิ”พร้อมนั่งรมต.หากผู้ใหญ่มอบหมายให้ทำงาน ยอมรับเพิ่งทราบจากสื่อ

"ชัยวุฒิ"พร้อมนั่งรมต.หากผู้ใหญ่มอบหมายให้ทำงาน ยอมรับเพิ่งทราบจากสื่อ 4 มีนาคม 2564 – 19:07 น.

รองเลขาธิการพลังประชารัฐ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ยอมรับเพิ่งทราบจากสื่อ หลังมีรายงานข่าวถูกเสนอชื่อให้นั่งรัฐมนตรี ยันปรับครม.เป็นอำนาจ “นายกฯ-ประวิตร” ย้ำพร้อมทำงานหากผู้ใหญ่มอบหมาย

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่อง หลังมีกระแสข่าวถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ หรือ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รอบนี้ พร้อมยอมรับเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โผล่มายังไง’ชัยวุฒิ’ สายเมืองสิงห์

อย่างไรก็ตาม การปรับ ครม. เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่สมาชิกให้อำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาเสนอชื่อบุคคลของพรรค เพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนที่ว่าง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาส่วนตัวได้ทำงานอย่างเต็มที่ตลอด ไม่ว่าจะในบทบาทไหน เพราะตั้งใจมาทำงานเพื่อบ้านเมือง และพร้อมทำงานทุกอย่างตามที่ผู้ใหญ่มอบหมายอย่างเต็มที่

“ประมวล” หวด ประชาชนยี้รัฐบาล เอาแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460148

“ประมวล” หวด ประชาชนยี้รัฐบาล เอาแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน

"ประมวล" หวด ประชาชนยี้รัฐบาล เอาแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน4 มีนาคม 2564 – 18:09 น.

“ประมวล” หวด ประชาชนยี้รัฐบาล เอาแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน ของแพง ค่าครองชีพสูง ชาวบ้านบ่น แถมน้ำมันขึ้นเดือนละ2-3ครั้ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจหนักเข้าไปอีก

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 นายประมวล เอมเปีย อดีตสส.ชลบุรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตนเข้าใจดีว่าคนเป็นสส. เป็นนักการเมืองก็อยากเป็นรัฐมนตรี แต่การที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ มีภาพของการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี มันเป็นภาพที่ดูไม่สวยงาม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ประมวล” ชี้ ปรับครม. ต้องเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของพรรคพวก

“อยากถามว่าไม่เกรงใจประชาชนบ้างเลยหรือ เพราะประชาชนเลือกมาให้มาบริหารประเทศแก้ปัญหาปากท้อง แต่ที่ทำอยู่ ไม่ได้เห็นหัวประชาชน ชาวบ้านเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ชักหน้าไม่ถึงหลัง ค่าครองชีพสูง รายไม่มี แทนที่จะช่วยกันกลับปล่อยให้ขึ้นราคาน้ำมันซ้ำเติมประชาชนอีก เดือนนึงขึ่นรัวๆ2-3 ครั้ง” นายประมวลกล่าว

นายประมวลกล่าวว่า การที่นายกฯบอกว่า ปรับครม. จะพิจารณาจากคนในพรรคนั้น ขอถามว่า หากคนในพรรคไม่มีคุณสมบัติ ขาดความรู้ความสามารถ ยังดันทุรังตั้งมาเป็นรัฐมนตรี จะแก้ปัญหาได้หรือ ตนไม่อยากให้สื่อมวลชนพาดหัวว่าครม. นี้หรือรัฐมนตรียี้เหมือนในอดีต

“อนุชา” ปฏิเสธข่าวโยกตำแหน่งนั่ง รมว.ศึกษาฯ(คลิป) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460144

“อนุชา” ปฏิเสธข่าวโยกตำแหน่งนั่ง รมว.ศึกษาฯ(คลิป)

"อนุชา" ปฏิเสธข่าวโยกตำแหน่งนั่ง รมว.ศึกษาฯ(คลิป)

4 มีนาคม 2564 – 17:57 น.

เลขาธิการ พปชร.”อนุชา นาคาศัย ” ปฏิเสธข่าวโยกตำแหน่งไปนั่ง รมว.ศึกษาฯ ย้ำสัดส่วนของ พปชร. ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 นายอนุชา  นาคาศัย  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวถึงการปรับครม.ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้ลงตัวแล้วหรือไม่  ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับ พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรค

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“อนุชา” ย้ำชัด การปรับ ครม. เป็นดุลยพินิจของนายก พร้อมทำงานในทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนกรณีมีกระแสว่าจะถูกปรับย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น นายอนุชากล่าวว่า  ไม่เคยได้ยินข่าวดังกล่าว  แต่หากเป็นจริงก็จะบอก 

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะปรับ ครม.ครั้งนี้ เพียงไม่กี่ตำแหน่งและกำลังประสานพรรคร่วมรัฐบาลนั้น  นายอนุชา  กล่าวว่ายังไม่ทราบ และไม่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี  เพราะตนเอฃไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

กอ.รมน. แจง การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร-แก้ไขปัญหาตรงความต้องการของประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460147

กอ.รมน. แจง การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร-แก้ไขปัญหาตรงความต้องการของประชาชน

กอ.รมน. แจง การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร-แก้ไขปัญหาตรงความต้องการของประชาชน4 มีนาคม 2564 – 17:45 น.

กอ.รมน. แจง การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร-แก้ไขปัญหาตรงความต้องการของประชาชน ส่วนที่ปิดบัญชีไปเป็นส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวองค์กร

4 มี.ค.64 พลตรี ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)   ชี้แจงกรณีมีสั่งปิดเฟซบุ๊ก (Facebook) และปิดบัญชีรวมทั้งเพจเฟซบุ๊ก (Page Facebook) โดยได้ลบ 185 บัญชี และกลุ่มที่ตรวจจับได้ว่าสมัครเข้ามาเพื่อปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO มีส่วนเชื่อมโยงกับกองทัพไทย และ กอ.รมน. ที่โพสต์เนื้อหาสนับสนุนกองทัพ สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรียกร้องความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โจมตีกลุ่มแบ่งแยกดินแดน โดยไม่ได้เปิดเผยว่าบัญชีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ว่า กอ.รมน.ไม่ทราบถึงการถูกถอดบัญชีเฟซบุ๊ก เพราะการใช้งานของเฟซบุ๊ก เป็นบัญชีส่วนบุคคล ไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กร (กอ.รมน.) การลบบัญชีจากเฟซบุ๊ก ถือเป็นการลบบัญชีส่วนบุคคล ปัจจุบันเฟซบุ๊กของ กอ.รมน. ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ กอ.รมน. ไม่มีนโยบายให้หน่วยดำเนินงานตามที่เป็นข่าว เพราะนโยบายของ กอ.รมน. มีหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลางขับเคลื่อนประสานงาน ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน อีกทั้งการใช้งานโซเชียลมีเดียของ กอ.รมน. ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ผลงาน ของ กอ.รมน. สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับทราบความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ตรงตามความต้องการ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล ซี่งปัจจุบัน กอ.รมน. มี Call Center 1374 รับแจ้งเหตุความมั่นคง เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ศาล รธน. นัดวินิจฉัย ปมตั้ง ส.ส.ร. แก้ไข รธน.ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ 11 มี.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/460130

ศาล รธน. นัดวินิจฉัย ปมตั้ง ส.ส.ร. แก้ไข รธน.ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ 11 มี.ค.นี้

ศาล รธน. นัดวินิจฉัย ปมตั้ง ส.ส.ร. แก้ไข รธน.ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ 11 มี.ค.นี้4 มีนาคม 2564 – 16:33 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัย ปมรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยกระบวนการ ส.ส.ร. ได้หรือไม่ หรือ ต้องแก้ไขเป็นรายมาตรา นัดแถลงด้วยวาจาลงมติวันที่ 11 มีนาคม เวลา 9.30น.

4 มี.ค.64  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(1) และศาลรัฐธรรมนูญได้รับหนังสือความเห็นจากพยานผู้เชียวชาญ 4 คน คือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต รวมทั้งหนังสือความเห็นของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง และคณะที่ยื่นคำร้องขอส่งบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็นแล้ว

ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าแม้คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง( 2) ซึ่งที่ประชุมของรัฐสภามีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยและประธานรัฐสภาส่งเรื่องต่อศาล มิใช่การกระทำของสมาชิกรัฐสภาเป็นรายบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาของศาลจึงสั่งรับไว้เพื่อประกอบการพิจารณาและศาลได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่งและกำหนดนัดด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 11 มี.ค. 09.30 น.

ทั้งนี้ ประเด็นที่ทำให้ประธานรัฐสภา ต้องส่งเรื่องมาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นกรณีสมาชิกรัฐสภามีความเห็นต่างกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่ากรณีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่าง หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นสามารถทำได้ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง เห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2562 ไม่ได้กำหนดให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติเพียงให้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็คือการแก้ไขเป็นรายมาตราเท่านั้น