ถอดรหัสพรบ.ชุมนุม คำสั่งและกฎหมายขัดแย้งกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/418515

ถอดรหัสพรบ.ชุมนุม คำสั่งและกฎหมายขัดแย้งกัน

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เกิดเป็นข้อถกเถียงว่าการชุมนุมสาธารณะของกลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เรียกร้องไปยังรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ยุติการยกเว้นบังคับใช้กฎหมายว่าการผังเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ประเด็นข้อเรียกร้องถูกกลบด้วยประเด็นการขอชุมนุม เมื่อการร้องขอชุมนุมด้วยความสงบถูกส่งต่อไปยัง สน.นางเลิ้ง ในฐานะเจ้าของพื้นที่ กลับถูกได้รับการปฏิเสธ เนื่องจาก พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.นางเลิ้ง ไม่สามารถอนุญาตได้ ด้วยเพราะเหตุผลว่าการชุมนุมนั้น ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องสิทธิหากแต่มีการวิเคราะห์จนได้คำตอบออกมาแล้วว่า การชุมนุมของเครือข่าย คือ การชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากต้องการให้ คสช.ยกเลิกคำสั่ง

ผลที่ว่าจึงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พศ. … ตามรัฐธรรมนฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แต่ไปเข้าข้อห้ามตามคำสั่งของ คสช. ที่ห้ามเด็ดขาดเรื่องการชุมนุมทางการเมือง

จึงเกิดการร้องอุทธรณ์ของเครือข่ายประชาชนฯ เพราะยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง แต่เรียกร้องเพื่อสิทธิของประชาชน คำถาม คือ ตำรวจ ในฐานะที่มีหน้าที่ตัดสินอนุญาตให้ชุมนุม เอาสิ่งใดเป็นมาตรฐานว่าเป็นการชุมนุม

พ.ต.อ.สมโภช ให้เหตุผลว่า การพิจารณาสรุปสาระสำคัญ ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่าการชุมนุมไม่ผิดต่อ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ แต่ขัดต่อคำสั่ง คสช. ตำรวจจึงไม่สามารถอนุญาตให้มีการชุมนุมตามข้อเรียกร้องได้ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ชุมนุมทำหนังสือไปยัง คสช.แทนเพื่อให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว

“เพราะการชุมนุมของเครือข่ายประชาชนฯ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งตามอำนาจในมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นกฎหมายของบ้านเมืองในขณะนี้ดังนั้น เมื่อมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายของบ้านเมือง แน่นอนว่าการชุมนุมนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องกับทางการเมือง ซึ่งคงให้อนุญาตไม่ได้”

แต่ยังมีอีกปมที่ว่า หากเป็นการห้ามตามคำสั่งของ คสช. คนที่เข้ามาดูแลน่าจะไม่ใช่ตำรวจ แต่ต้องเป็นทหารที่เข้ามาจัดการกับผู้ชุมนุมแทน ตำรวจไม่อาจมีสิทธิในจุดนี้ได้ จึงเกิดข้อถกเถียงแห่งความไม่เข้าใจในสาธารณะ

ในแง่มุมของตัวคำสั่ง คสช. และ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ  ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน อธิบายถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า แต่เดิม คสช.ได้ออกคำสั่งห้ามชุมนุมทุกอย่างเอาไว้หลังจากยึดอำนาจได้ไม่นาน หลังจากนั้นจึงออก พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า คสช.ก็ไม่ได้ไปยกเลิกคำสั่งของตัวเอง จึงเกิดการตีความขึ้นมา เนื่องด้วยว่า พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ไม่ได้ระบุประเภทของการชุมนุม อันที่จริงแล้วทั้งสองฝ่าย คือ กลุ่มผู้ชุมนุมก็ทำถูกต้อง เพราะอาศัยสิทธิตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่ตำรวจก็อ้างคำสั่ง คสช.ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากลงลึกในรายละเอียดการอนุญาตให้ชุมนุมหรือไม่นั้น ตำรวจไม่มีสิทธิในข้อนี้ เพราะ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จะมีข้อห้ามอยู่เพียงแค่ 2 มาตรา คือ ข้อ 7 และ 8 ครอบคลุมเรื่องการห้ามชุมนุมในสถานที่เฉพาะและห้ามปิดกั้นทางเข้า-ออกของสถานที่ ซึ่งหากผู้ชุมนุมฝ่าฝืนตำรวจจะมีสิทธิเข้าไปควบคุมได้ทันที

“ถ้ามีการประสงค์จะชุมนุมจะต้องแจ้งตำรวจในพื้นที่ให้รับทราบ เมื่อตำรวจรับแจ้งแล้วต้องสรุปกฎหมาย แจ้งไปยังผู้ชุมนุมว่าทำแบบนี้ได้หรือทำแบบนี้ไม่ได้ และถ้าการชุมนุมนั้นไม่ขัดต่อมาตรา 7 หรือมาตรา 8 ก็สั่งห้ามไม่ได้”

ส.รัตนมณี บอกอีกว่า สิ่งที่เครือข่ายประชาชนฯ พยายามโต้แย้งว่าไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง เพื่อไม่ให้เข้าองค์ประกอบคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามการชุมนุมเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ถูกตีความจากฝ่ายปกครอง เพราะว่าสิ่งที่เรียกร้องคือต้องการให้ยกเลิกคำสั่งของ คสช. ซึ่งคำสั่งของ คสช.นี้เองเปรียบได้คือกฎหมายในขณะนี้ เมื่อเป็นการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย จึงถูกสรุปว่าคือการเรียกร้องทางการเมือง

“แต่เขาไม่ได้ดูเนื้อหาของข้อเรียกร้องเลย เมื่อตีความเสร็จก็ได้ผลสรุปว่าต้องห้ามทันที อีกทั้งอย่าลืมว่า คำสั่งของ คสช. คือกฎหมายที่ใช้ปกครองบ้านเมืองในขณะนี้ รับได้หรือไม่มันอีกเรื่องหนึ่ง เว้นเสียแต่ว่าคำสั่งของ คสช.จะถูกยกเลิกแต่จากที่ได้ศึกษา พบว่าคำสั่งของ คสช.เป็นกฎหมาย และมีผลบังคับใช้ตลอดไป”

ส.รัตนมณี วิเคราะห์ถึงการชุมนุมครั้งนี้ ว่า ในลักษณะของการเรียกร้องนั้นเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นการแสดงออกตามสิทธิของประชาชนในการออกความเห็น หรือเรียกร้องให้ตรวจสอบ ยกเลิกในบางเรื่อง แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามตีความว่าเป็นการล้มล้างกฎหมาย หรืออีกนัยเคสนี้ที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นบรรทัดฐานหากว่ามีการนำเรื่องฟ้องต่อศาลเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน เพราะในเมื่อการอุทธรณ์ขอชุมนุมไม่เป็นผลและถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้ว

“ที่บอกว่าจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งไปแล้วก็ตาม เพราะหากศาลเห็นว่าการชุมนุมนี้เป็นเรื่องของการเมือง รัฐบาลก็จะตีปีกได้ทันที และต่อไปการเรียกร้องใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ เรื่องปากท้อง หรือเรื่องทรัพยากรจะถูกตีความเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด แม้แต่การยื่นหนังสือก็อาจจะถูกตีความได้ว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่คิดว่าคงไม่ถูกตีความถึงขั้นนั้น เพราะไม่เช่นนั้น ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้เลย” ส.รัตมนี ย้ำ

 

Leave a comment