ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 07:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/418282

โดย…ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ทำให้ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องเดินสายชี้แจง ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ทางกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 ร่วมกับ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จัดเสวนารับรู้ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความผาสุกที่ยั่งยืน ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
ทั้งนี้ “มีชัย” บอกว่า ตนเองเป็นคนเคราะห์ร้ายที่สุด ที่ต้องมาทำหน้าที่ท่ามกลางความขัดแย้ง ร่างอย่างไรก็มีคนไม่พอใจ แต่ต้องร่างกติกาให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน และแก้ไขปัญหาในระยะยาว ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งมี 4 เรื่อง คือ 1.ความไม่เป็นธรรมในสังคมอย่างรุนแรง ที่ส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยปละละเลยของรัฐ และรัฐมักจะบริหารประเทศโดยไม่สนใจประชาชน 2.เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกระดับ 3.คนไม่เคารพกฎหมาย รู้แต่สิทธิไม่รู้หน้าที่ และ 4.ไม่สามารถใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดได้
กรธ.จึงสร้างกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตที่จะทำให้ประเทศชาติล่มสลาย โดยเลือกที่จะกำหนดบทลงโทษให้รุนแรง ตัดสิทธิคนทุจริตห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมืองตลอดชีวิต เพราะที่ผ่านมาการตัดสิทธิเพียง 5 ปี ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยของคนได้ ทั้งนี้ต้องเร่งปฏิรูปเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและการศึกษา เพราะทั้งสองเรื่องเป็นหัวใจของทุกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ จะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนจะช่วยกันสอดส่องป้องกันการทุจริตให้ลดลงได้
มีชัย ยังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้อ 16 เรื่องการตั้งกลไกเปลี่ยนผ่านประเทศโดยให้เขียนรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก ว่า ไม่ได้จะทำให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างที่ถูกตีความ เพราะทั้ง คสช. ครม. ปัจจุบัน สปท. และ สนช. จะไปหมดเมื่อมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง เหลือแต่คนที่ทำหน้าที่กันอยู่ คือ พวกที่มาจากการเลือกตั้ง
สำหรับการหารือกับ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ.นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำแนะนำที่ว่า หากอะไรที่คนเสนอมา แล้วจะไปทำให้กฎเกณฑ์ที่ กรธ.วางไว้เสียหาย หรือไม่ควรแก้ตรงนั้น และคิดว่าควรจะออมชอม ก็ให้ไปทำในบทเฉพาะกาลได้ เท่านั้นเอง ซึ่งก็ทำอยู่แล้วไม่มีปัญหา
“คำว่า 2 ขยัก คือ มีบทถาวร และมีบทเฉพาะกาล ซึ่งก็มีอยู่แล้ว ทีนี้พอท่านใช้คำว่าขยักก็เลยเข้าใจผิด ความหมายคืออะไรที่ใช้ชั่วคราวก็อย่าทำให้หลักใหญ่มันเสีย ก็เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ซึ่งเราก็เขียนไว้แล้ว ทีนี้หากเผื่อมีใครเสนอมาแล้วทำให้เราคิดว่าควรจะทำแต่ทำให้หลักข้างในเราเสียก็อาจเขียนเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาลได้ เท่านั้นเอง”
ในส่วนความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่ต้องการมีช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น มีชัย บอกว่า ในบทเฉพาะกาลยังไม่ได้เขียนเรื่องการปฏิรูป กรธ.เขียนจุดๆ เอาไว้ แล้วยังไม่ได้บอกว่าจะต้องทำอย่างไรกับเรื่องการปฏิรูปที่จำเป็นต้องทำ
“เรายังไม่ได้เขียนกลไกเอาไว้ ซึ่งกลไกนั้นเราจะเริ่มคิดว่าเรื่องไหนจะบังคับให้ทำภายในกี่ปี เรื่องไหนบังคับให้ทำให้แล้วเสร็จ เช่น หากทำให้เสร็จภายใน 1 ปี คือรัฐบาลชุดปัจจุบันก็เป็นคนทำ แต่หากทำให้เสร็จภายใน 3 ปี คือให้รัฐบาลปัจจุบันทำไปส่วนหนึ่ง และให้รัฐบาลใหม่ก็ต้องทำ ตอนนี้เรากำลังคิดว่าวิธีที่ดีที่สุด คือจะบอกว่าปฏิรูปเรื่องอะไร เพื่ออะไร เพื่อให้บรรลุอะไร ตรงนั้นจะเป็นตัวบังคับ หากถามว่าจะมีหลักประกันอะไรว่ารัฐบาลใหม่จะทำ ตัวนี้จะบังคับ เช่น ให้ปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เด็กเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนภายใน 3 ปี แล้วปีแรกนั้นให้รัฐบาลทำ ส่วนสองปีหลังรัฐบาลใหม่มาก็ต้องทำ นั่นคือช่วงเปลี่ยนผ่านที่ว่า แล้วเราก็อาจเขียนบทกำหนดโทษเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์”
มีชัย ยังได้กล่าวถึงข้อกังวลของรัฐบาลต่อเรื่องสถานการณ์ขัดแย้งว่า ได้ถูกจัดสรรไว้แล้ว ทั้งนี้เรื่องความขัดแย้งหลายเรื่องถูกเขียนไว้ในตัวแม่บทแล้ว แต่คนยังอ่านไม่เจอเท่านั้น
“กลไกพิเศษถ้าจะมีไม่ใช่กลไกอย่างที่คุณเข้าใจ มันจะเป็นกลไกอย่างที่ผมว่า เช่น หากคุณไม่ทำเรื่องนี้จะเกิดอะไรขึ้น ตัวอย่างคือ เราบอกว่ารัฐบาลต้องมีกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ถามว่าหากรัฐบาลไม่ทำจะทำอย่างไร เราก็เคยคิดว่าถ้าอย่างนั้นรัฐบาลกู้เงินไม่ได้ นี่คือกลไกบังคับ ซึ่งเป็นกลไกตามกฎหมาย ที่เราคิดว่าจะเขียนเราก็ต้องไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล”
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ กรธ.ไล่ดูข้อเสนอของภาคส่วนต่างๆ หากแก้ได้จะแก้ไขให้ เมื่อไปถึงจุดหนึ่งจะเป็นปัญหาแล้วว่าแก้ไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ กรธ.ยืนยัน แต่ไม่แก้อะไรเลย ก็จะลำบาก ก็ต้องไปเริ่มคิดกันดู
“ยืนยันว่าข้อเสนอของ ครม.ในข้อ 16 นั้น ไม่มีอะไร แต่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านโดยไม่ ขัดแย้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเขียนอะไรในบทเฉพาะกาล โดยขณะนี้บทเฉพาะกาลเขียนไว้เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงกลไกการปฏิรูป และกลไกทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจริงๆ ทั้งสองเรื่อง ก็เขียนไว้ในบทถาวรแล้ว หากรัฐบาลเป็นห่วง ก็อาจไปเขียนในช่วงนี้ต้องรีบทำอย่างไร หากทำไม่เสร็จใครจะต้องทำต่อ ซึ่งหากไปเข้าใจข้อ 16 ผิด ก็เลยกังวลกันมากไป”
ด้านความคืบหน้าในการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ก็เกือบจบหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐแล้ว เพราะมันเยอะมาก ต้องค่อยๆ ไล่ว่าใครแก้อะไร อยากแก้อะไร พอเมื่อแก้ตรงนี้แล้วก็ไปกระทบตรงนั้น คืออยากให้ออกมาดูทุกวัน แต่เจอเข้าแล้วเมื่อแก้ไปแล้ว ไปถึงอีกมาตราหนึ่งก็ต้องปรับ ต้องย้อนมาแก้อีก จึงกลัวว่าจะสับสน แต่ก็พยายามให้ออกมาให้ดูว่า กรธ.แก้ไขให้เยอะมาก ใครอยากได้อะไรที่ไม่เสียหายก็แก้ไขให้ โดยการปรับแก้ไขเป็นไปตามความเห็นของภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะของ ครม.มี 10 กว่าข้อ ส่วนประชาชนมี 600-700 ข้อ
สำหรับกรณีที่ฝ่ายการเมืองออกมาโจมตี ร่างรัฐธรรมนูญว่าทำในเกาหลีเหนือ กังวลว่าจะกระทบต่อความเข้าใจในเนื้อหาและประชามติหรือไม่นั้น มีชัย ย้อนถามว่า ใครพูดว่าไปร่างที่เกาหลีเหนือ และเมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีชัย ไม่ได้ตอบในประเด็นนี้และเดินเลี่ยงออกจากการให้สัมภาษณ์ทันที