ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 07:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/417048

โดย…ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
กรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงผลสอบรถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กทม. ที่อยู่ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หลังปรากฏชัดแล้วว่าเป็นรถจดประกอบผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า รถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 กทม. เป็นรุ่น 300 บี แบบ 4 ประตู ผลิตในประเทศเยอรมนี ปัจจุบันจอดอยู่ชั้นล่างของพระมหาเจดีย์ภายในวัดปากน้ำ ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ระบุชัดว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2554 มีชื่อสมเด็จช่วงเป็นผู้ครอบครองรถ
สำหรับรถยนต์คันดังกล่าวประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรถเก่า มีการเสียภาษีสรรพสามิตที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพฯ 1 เลขที่ C10010054/0003562 ลงวันที่ 1 ก.ค. 2554 โดยใช้ก๊าซแอลพีจี ต่อมาวันที่ 1 ส.ค. 2556 ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้สลับหมายเลขทะเบียน ขม 99 เป็น งค 1560 กรุงเทพฯ และได้แจ้งหยุดการใช้รถตลอดไปในวันเดียวกัน
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการ สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำหรับรถเบนซ์คันนี้ในหมู่วงการรถมีเรียกว่า รุ่นเอคลาส มีการผลิตน้อย พบว่า 1.การนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จากประเทศสหรัฐเข้ามายังประเทศไทย ขนส่งทางเรือ โดย หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส เป็นผู้จัดนำเข้า จากนั้น หจก. อ๊อด 89 ได้ให้ตัวแทนดำเนินการรับสิ่งของนำเข้า เช่น ฝากระโปรงหน้า ไฟหน้า-หลัง ไฟเลี้ยว เบาะ ประตู และกันชนหน้า-ท้าย ไม่พบหลักฐานการนำเข้า แต่พบหลักฐานว่าซื้อจาก หจก.สายชลมอเตอร์
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบ้านเลขที่ไม่ปรากฏในสารบบ สถานที่ประกอบการไม่มีจริง และ หจก.ดังกล่าวก็ไม่มีในสารบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่มีในสารบบของกรมสรรพากร จึงเป็นการทำเอกสารปลอมเพื่อให้เข้าใจว่าอุปกรณ์ส่วนควบมีที่มาจากการซื้อภายในประเทศ อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร เรื่องพยายามเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร
2.การประกอบชิ้นส่วนขึ้นเป็นรถสมบูรณ์ พบว่า หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ได้ร่วมกับอู่วิชาญ เป็น ผู้ประกอบรถยนต์จากเครื่องยนต์ การประกอบรถคันนี้เป็นไปตามการสั่งซื้อของ พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ในราคา 4 ล้านบาท ซึ่ง หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ได้เงินไป 2.5 ล้านบาท ส่วนอู่วิชาญได้เงินค่าประกอบ 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ อู่วิชาญไม่มีใบอนุญาตประกอบอุตสาหกรรม แต่มีการใช้ชื่ออู่ N.P.การาจ เป็นโรงประกอบรถยนต์ที่จดทะเบียนถูกต้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3.ดีเอสไอ พบว่า ชลัส นิติฐิติวงษ์ เป็นผู้ดำเนินการนำเอกสารปลอม โดยปลอมลายมือ กาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ N.P.การาจ ในแบบฟอร์มขอยื่นชำระภาษี รวมถึงหนังสือมอบอำนาจ และขอชำระภาษีอันเป็นเท็จในนามของอู่ N.P.การาจ ทั้งที่ไม่ได้ทำการประกอบรถยนต์จริง ถือเป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญาฐานแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงาน
ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีฯ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการจดทะเบียนนั้น ชลัสว่าจ้างให้ สมนึก บุญประไพ นำรถยนต์ไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก พบว่ามีการปลอมและใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อกาญจนา ในแบบคำขอโอนและรับโอนของกรมการขนส่งฯ เป็นการโอนลอยจากกาญจนาไปยังหลวงพี่แป๊ะ เพื่อแสดงว่า N.P.การาจ เป็นผู้ขายรถยนต์ต่อให้กับหลวงพี่แป๊ะ โดยปลอมลายมือชื่อกาญจนาในหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ปลอมและใช้ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ค่าแรงประกอบ ของ หจก.เอส ที วาย ออโต พาร์ท เพื่อให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่า หจก.เอส ที วายฯ เป็นผู้รับจ้าง N.P.การาจ ในการประกอบรถยนต์
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอได้สอบปากคำหลวงพี่แป๊ะไปแล้ว รับว่าเป็นคนถวายจริง แต่ต้องสอบสวนต่อว่ามีเจตนาอย่างไรในการถวาย แต่ในเบื้องต้น เชื่อว่ารถคันนี้น่าจะผิดหลายข้อหาโดยเฉพาะผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.สรรพสามิต ประมวลกฎหมายอาญาเรื่องแจ้งความเท็จและปลอดเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีหลายข้อกล่าวหา ส่วนผู้ครอบครองนั้น ดีเอสไอต้องสอบสวนก่อน
“เป็นการกระทำความผิดในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่ซับซ้อน มีการทำเป็นขบวนการ และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีอีกหลายคน จำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษสอบสวนรวบรวมหลักฐาน จึงรับไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อพิสูจน์ความผิดและหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ”
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีลายมือชื่อของสมเด็จช่วงตั้งแต่แรกในกระบวนการเอกสารนั้น ทาง ดีเอสไอต้องไปตรวจสอบเอกสารว่าจริงหรือไม่ หลังจากสมนึกแจ้งว่าในการกรอกเอกสารมีลายเซ็นของสมเด็จช่วง ทั้งนี้ สมนึกนั้นเป็นผู้รับจ้างจดทะเบียน โดยรับเอกสารจากชลัสเพื่อไปจดทะเบียนรถคันดังกล่าว รถเบนซ์คันดังกล่าวเสียภาษี 9.5 หมื่นบาท และเสียสรรพสามิต 2 แสนกว่าบาท
สำหรับ พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจสุภาโว (ศรีอุ่นเรือน) ปัจจุบันดำรง ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และเป็นเลขานุการ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูพิทักษ์ วรานุรักษ์ ในเดือน ธ.ค. 2554 ภายหลังรถเบนซ์คันดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อเดือน ก.ค. 2554