ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
29 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/interview/418705

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการ “สืบทอดอำนาจ” กับข้อเสนอให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญสองขยัก จนเกิดข้อกังขาว่านี่เป็นข้ออ้างสำหรับรักษาการในตำแหน่ง กินกรอบ โรดแมปที่วางไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 ด้วยเหตุผลเรื่องการสานต่อภารกิจและเพื่อความมั่นคงป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
กษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ จากพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งเคยออกมาเรียกร้อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เห็นว่าหากจะเลือกทางเดินนี้จะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน
ประเด็นอยู่ที่หากอยู่ในอำนาจต่อไปแล้ว ประชาชนจะสามารถมีอำนาจในการควบคุมตรวจสอบ ถอดถอน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เพราะช่วงที่เป็นประชาธิปไตยมา 80 กว่าปี ก็มีความคืบหน้า ประชาชนตื่นตัวเรื่องสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ ความรับผิดชอบ กว้างขวาง และการจะอยู่ต่อไปจะทำอะไรบ้าง
กษิต กล่าวว่า ต้องย้อนถามกลับไปว่าหลังจากวันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นมา สิ่งที่ประชาชนเคยเรียกร้องนั้นวันนี้ทำเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง และทำไปถึงไหน ทั้งเรื่องปรองดอง การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีความเร่งด่วน ต้องบรรเทาความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ให้สังคมได้เริ่มต้นกันใหม่เมื่อมีการเลือกตั้ง หรือการกระจายอำนาจ ปฏิรูปตำรวจที่ทุกคนเรียกร้องไปถึงไหนแล้ว
“การตัดสินใจเด็ดขาดอยู่ที่ คสช. ไม่จำเป็นต้องรอ ครม. สนช. สปท. กรธ. ที่เป็นตัวช่วยเป็นสิ่งประดิษฐ์ของ คสช. เพราะ คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยเฉพาะมาตรา 44 ที่จะแก้ปัญหา นำพาประเทศ วางรากฐานประเทศไปสู่อนาคตในระบอบประชาธิปไตย สอง คสช.อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย จากความยุ่งเหยิงล้มเหลวในรอบ 10ปีที่ผ่านมา คสช.ต้องใช้อำนาจที่มีอยู่แก้ปัญหาปูประชาธิปไตยใหม่”
สิ่งที่ คสช.จะต้องทำมีอะไรบ้าง คงต้องย้อนกลับไปดูข้อเรียกร้องใน 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการต่อต้านการทุจริต การใช้อำนาจมิชอบ คอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นด้วยนโยบาย การกระทำที่ละเมิดวินัยการเงินการคลัง หรือเรื่องของระบบการเมืองที่อยู่ใต้ทุนนิยมสามานย์ ระบบอุปถัมภ์ และการแทรกแซงอำนาจการเมืองเข้าไปทุกวงการของสังคมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ตั้งแต่พันธมิตรฯ มา กปปส. ซึ่ง คสช.จะต้องตอบ เพราะอาสามาจัดการแก้ปัญหาบ้านเมือง
“หากจะอยู่ต่อก็ต้องถามว่าแล้วสองปีที่ผ่านมาได้เตรียมอะไรไว้บ้างนอกจากตั้งแม่น้ำสี่สาย กรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดที่หนึ่งของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ชุดที่สองของคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ หรือตั้ง สปท.เข้ามาแทนที่ สปช. ตามโรดแมปที่กล่าวไว้แต่ต้น คสช.จะอยู่ไปถึงสิ้นปีหน้า ดังนั้นเวลาที่เหลืออีก 24 เดือนจะทำอะไร และหากจะอยู่ต่ออีก 48 เดือนจะทำอะไร”
กษิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ในสายตาต่างชาติเขาไม่ชอบปฏิวัติอยู่แล้ว แต่เมื่อเขาเห็นโรดแมปเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค.ปีหน้า มีรัฐธรรมนูญปลายเดือน มี.ค. ตรงนี้เป็นแรงผลักดัน และทำให้แรงกดดันเบาลง แต่พอบอกจะอยู่ต่อต่างชาติก็งงเหมือนพวกเรา
“หากบอกจะอยู่ต่อเพราะการเมืองไม่เข้มแข็ง เราก็บอกว่าทำไมไม่ทำให้การเมืองเข้มแข็ง ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุดเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบ ต้องทำให้ประชาชนเข้มแข็ง ไม่ให้นักการเมืองกล้าทำอะไร เมื่ออยู่ต่อเป็นรัฐบาลซ้อนโลกก็บอกเราไม่ได้เป็นประชาธิปไตย เป็นคอนโทรล เดโมเครซี หรือไกเดด เดโมเครซี ดังนั้นต้องรับสภาพนี้ซะก่อน ว่าต้องถูกด่า ประชาชนคนไทยต้องรู้ซะก่อน”
นอกจากจะต้องบอกว่าจะทำอะไรแล้ว ยังต้องบอกด้วยว่าการจะอยู่ต่อไปนั้น มีปัญหาอะไร ทำไมคนไทยเจ้าของประเทศถึงดูแลตัวเองไม่ได้ ทำไมต้องพึ่งกองทัพ พึ่งพาอาวุธ พึ่งพาองค์กรพิเศษ ที่สำคัญหลายเรื่องสามารถทำให้เสร็จก่อนได้ในช่วงเวลาอีกเกือบ 2 ปีที่เหลือ หากทำเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ก็จะกลายเป็นวีรบุรุษ หากไม่มีคำอธิบายก็จะกลายเป็นอยู่ต่อเพราะอยากอยู่ในอำนาจต่อ และต้องถามว่า อะไรอยากทำในวันพรุ่งนี้ ทำไมวันนี้ไม่ทำ
กษิต กล่าวว่า หากจะชี้แจงว่าที่ผ่านมาอยู่แล้วทำตั้งหลายเรื่อง ทั้งเลนจักรยาน ถนนเลียบแม่น้ำ รถไฟความเร็วสูง ที่ตกลงกับทางจีนไปเรียบร้อยแล้วนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้หากบอกว่าเป็นผลงานก็จะมีประชาชนเชื่อเห็นด้วย แต่พวกตนอาจบอกว่าไม่ใช่ผลงานแท้จริง เพราะไม่ใช่สิ่งที่คนออกมาบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาในอดีต
อย่างเรื่องรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลไหนมาก็ทำได้ ไม่เกี่ยวกับการปฏิรูป ไม่ได้ทำให้ประเทศมีมาตรฐาน คสช.ต้องทำในสิ่งที่จะสร้างมาตรฐาน สร้างประโยชน์กับคนในประเทศ ไม่ใช่ไปสร้างประโยชน์กับคนลาว เมียนมา คนจีน ต้องย้อนกลับไปดูว่าอะไรเป็นบ่อเหตุที่ประชาชนต้องออกมาขับไล่รัฐบาลในอดีต ตรงนี้คือหัวใจ เมื่อมีอำนาจต้องใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
สำหรับประเด็นเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญเวลานี้นั้น ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าจะต้องเขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนต้องการ ต้องปรับปรุงรัฐธรรมนูญจากฉบับก่อนๆ ทั้งรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ต้องเปิดช่องให้มีส่วนร่วมจากประชาชนกว้างขวางจากเดิม มีการจัดตั้งองค์กรอิสระ หรือมีการคาน และถ่วงดุลอำนาจ ต้องแก้ไขไม่ให้รัฐมนตรีต้องมาเซ็นจัดซื้อจัดจ้าง
ต้องทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน สมาชิกจะต้องจ่ายเงินบำรุงพรรค สมาชิกพรรคต้องสามารถเลือกกรรมการบริหารพรรค ไม่ใช่เสี่ยหรือเจ้าของพรรคเป็นคนเลือก ประชาชนต้องมีส่วนร่วม องค์กรอิสระต้องมีหน้าที่คานอำนาจ ต้องไม่ทำงานบริหาร
ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องดูจัดการข้อขัดแย้งทางกฎหมาย มติ ครม.ที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญต้องไม่ยุ่งกับการถอดถอน เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นกึ่งศาลการเมืองกึ่งศาลยุติธรรม ดังนั้นการถอดถอนหรือการลงโทษให้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาพิจารณาแทน รวมทั้งอีกเรื่องคือสิทธิชุมชนถือเป็นเรื่องสำคัญ
ทั้งนี้ ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้ประชาชนสบายใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญแห่งสังคมประชาธิปไตยเสรี ไม่ใช่ไกด์หรือชี้นำ หรือให้อำนาจองค์กรเหนือรัฐบาล รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องติดตามดูต่อไป โดยต้องมีความเชื่อขีดความสามารถสติปัญญาประเทศไทยให้ปกครองตัวเองได้มากที่สุด