กรุณาสัมผัส ความรู้สึกยิ่งใหญ่บนด้ายเส้นเล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 10:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/422569

กรุณาสัมผัส ความรู้สึกยิ่งใหญ่บนด้ายเส้นเล็ก

โดย…นกขุนทอง-วนิชชา ตาลสถิตย์  ภาพ… เสกสรร โรจนเมธากุล

การดูงานศิลปะในบ้านเรายังจำกัดเฉพาะกลุ่ม อย่างในวันเปิดงานนิทรรศการ โดยมากมีแต่เพื่อนพ้องคนในแวดวงมาชื่นชมยินดีกับศิลปิน วันอื่นๆ ก็แทบจะว่างเว้นผู้คน จะหวังขาจรนั้นก็ยากอยู่ หรือหากเป็นผลงานศิลปินมีชื่อก็ยังพอเรียกแขกได้บ้าง ทว่านิทรรศการ กรุณาสัมผัส (Please Touch) ที่กำลังจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ทำให้หัวใจเต้นแรง เมื่อเห็นภาพผู้คนแวะเวียนมาชมและสัมผัสงานอย่างเนืองแน่น ไม่เพียงวันเปิดนิทรรศการเท่านั้น

การชมงานศิลปะใช้แค่ตา ความรู้สึก และประสบการณ์ในการร่วมเสพ เพราะแทบทุกชิ้นงาน “ห้ามสัมผัส” แต่สำหรับภาพศิลปะในงานนี้ คุณต้องใช้มือ “สัมผัส” ร่วมไปกับการปลดปล่อยจินตนาการแล้วเปิดใจในการรับรู้ไปตามเส้นสายของด้ายที่ระโยงระยางร้อยพันกันบนกระดานเวลโคร (Easy Tape)

งานศิลปะนี้เป็นผลงานของน้องๆ ผู้พิการทางสายตา จำนวน 20 คน ลบข้อกังขาที่ว่า “คนตาบอดวาดรูปได้ด้วยหรอ” “แค่เขียนยังยากเลย” แต่นี่เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์แล้วว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่พวกเขาทำได้ ไม่เพียงเป็นการท้าทายก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้แก่ผู้ชมที่จะเข้าไปสัมผัสสิ่งที่อยู่ในจิตใจ ในความคิด ในโลกมืดที่พวกเขาสื่อสารออกมาโดยมีเส้นด้ายเป็นสื่อกลาง

ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล

คนสร้างเส้น เปิดโลกจินตนาการอันมืดมิด

นิทรรศการกรุณาสัมผัส เป็นการต่อยอดมาจากกิจกรรมสอนน้องวาดภาพด้วยอุปกรณ์ “เล่นเส้น”  โดยธนาคารยูโอบี ร่วมกับบริษัท กล่องดินสอ สร้างสรรค์อุปกรณ์เล่นเส้นสำหรับผู้พิการทางสายตา เล่นเส้นใช้หลักการของไหมพรมและแถบหนามเตยในการสร้างภาพนูน ทำให้เด็กสามารถสัมผัสเส้นสายได้ด้วยปลายนิ้วมือในทันทีที่วาด ทำให้เด็กๆ สามารถใช้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ ออกมาเป็นภาพ โดยมีพี่ๆ พนักงานธนาคารยูโอบีเป็นอาสาสมัครแบบตัวต่อตัว ภายใต้คำแนะนำของนักจิตวิทยาด้านศิลปะบำบัด เริ่มต้นตั้งแต่การพูดคุยกับน้องๆ ถึงเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อ ไปจนถึงการจรดปากกาเล่นเส้นลงบนบอร์ด เพื่อสร้างสรรค์จินตนาการออกมาเป็นภาพ ให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงโลกที่มองไม่เห็นของพวกเขา

ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล เจ้าของแนวคิดสิ่งประดิษฐ์อุปกรณ์เล่นเส้น เผยว่า

“โครงการนี้เราเริ่มมาได้ประมาณ 3-4 ปีแล้ว อุปกรณ์เล่นเส้นเราทำขึ้นมาเพื่อให้เด็กนำไปใช้ในการเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิชาศิลปะ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาอื่นๆ ที่มีการวาดรูป เราได้เห็นผลงานของน้องที่มันมหัศจรรย์มากๆ ทั้งๆ ที่เขามองไม่เห็น เพราะเราไม่เคยรู้ว่าโลกแห่งจินตนาการของน้องเป็นแบบไหน ก็เลยเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนตาบอดและคนตาดีเข้าชมได้เหมือนกัน”

ปีเตอร์ ฟู กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารตระหนักถึงบทบาทสำคัญของศิลปะในสังคม และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีช่องทางในการเข้าถึงศิลปะ จึงทำโครงการกรุณาสัมผัส โดยมีจุดมุ่งหมายเพิ่มโอกาสเข้าถึงศิลปะของเด็กพิการทางสายตา ตั้งเป้าหมายในการช่วยเด็กพิการทางสายตาที่มีอายุ 6-15 ปี กว่า 100 คน และยังให้โอกาสพนักงานได้เข้าร่วมกิจกรรมอาสาและตอบแทนสังคม ซึ่งตอนนี้มีพนักงานกว่า 100 คน ได้ลงชื่อเพื่อร่วมกิจกรรมอาสา ซึ่งมีการดำเนินงานในโรงเรียนสำหรับเด็กพิการทางสายตาที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นในภาคกลาง

นอกจากมีอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์งานของน้องๆ แล้ว ยังมีพี่จิตอาสาที่คอยช่วยน้องๆ คุยเพื่อให้น้องๆ รู้สึกผ่อนคลาย เปิดความมั่นใจที่จะลงมือวาดรูป เพราะแทบทุกคนล้วนเกิดความกังวล หวาดกลัวที่จะวาดรูป กลัวทำออกมาไม่สวย กลัวทำผิด ผม/หนูทำไม่ได้หรอก สิ่งเหล่านี้เป็นประโยคซ้ำๆ ที่พี่จิตอาสาได้ยิน งานนี้จึงต้องมีนักศิลปะบำบัดเข้ามาช่วย ครูทราย-พรไพลิน ตันเจริญ เป็นผู้ที่ค่อยๆ คลายปมปัญหาเหล่านี้ออกจากจิตใจน้องๆ ซึ่งมันเกาะแน่นมานาน

“ต้องบอกก่อนว่า ศิลปะกับศิลปะบำบัดไม่เหมือนกัน เราเน้นที่ตัวผู้วาดสำคัญ คือการใช้เส้นของผู้วาดมันสามารถบอกได้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน ศาสตร์นี้ถือว่าใหม่มากในเมืองไทย การเล่นเส้นคือการตระหนักรู้ ถ้าคนตาดีเขาจะรู้ว่าขอบเขตมันอยู่ตรงไหน แต่เด็กตาบอดเขาไม่รู้ว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน ความตระหนักรู้สำคัญมากเลยสำหรับเด็ก ทำให้เรารู้ว่าเขาควรเริ่มตรงไหนและลงตรงไหน และเด็กตาบอดเขาจะเป็นเด็กที่ประเมินตัวเองต่ำกว่าเด็กตาดี เราก็ต้องคอยให้กำลังใจเขาด้วยการชม มีเด็กที่เขาไม่ค่อยกล้า คือกระดานใหญ่มาก แต่เขาวาดเล็กๆ แค่มุมกระดาน เด็กลักษณะนี้เขาจะเกร็งแล้วเขาจะกลั้นหายใจ เราก็ให้เขาหายใจเข้าเต็มปอดเลย อกผายไหล่ผึ่ง เมื่อหายใจเข้าเต็มปอดเขาก็จะเกิดภาพขึ้นมาทันทีเลย หรือมีเด็กที่ไม่รู้ว่าจะวาดอะไร ทรายก็เข้าไปชวนคุย วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวกับอะไร เขาก็บอกว่าวันนี้กินโจ๊กไก่มาค่ะพี่ แล้วเขาก็วาดโจ๊กไก่ในลักษณะท็อปวิว คือมองจากด้านบนลงด้านล่าง แล้วมีน้องคนหนึ่งที่เขาอยากรู้ว่าชื่อเขาเขียนอย่างไร ทรายก็สอนเกี่ยวกับวิธีการวาดสระและอักษรต้องเขียนแบบไหน ลากเส้นไปยังไง เมื่อเขาเขียนชื่อได้มันสร้างบางอย่างในใจเขา เขารู้สึกว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งในโลกของคุณแล้วนะ

“การทำงานนี้ทรายประทับใจทุกอย่างมาก เพราะมันเป็นการก้าวข้ามผ่านอะไรบางอย่างทั้งตัวเขาและตัวเรา ตอนแรกทรายทำการบ้านหนักมาก เพราะเขามองไม่เห็น เขาจะวาดรูปได้อย่างไร พอไปเจอผลงานของเขาเราต้องคิดใหม่ทันที จากประสบการณ์วาดรูปกับเด็กมาหลายร้อยคน พูดได้ว่าเด็กวาดรูปเหมือนกันทั้งโลก แล้วเด็กที่มีปัญหาทางด้านสายตาสามารถวาดรูปได้เหมือนเด็กที่มองเห็นปกติเลย ปากกาไหมพรมสามารถทำให้เขาได้มีโอกาสวาดภาพในจิตใจของเขาออกมาให้คนอื่นได้เห็น”

เชื่อมโลกที่ ‘มองไม่เห็น’ กับ คนตาดี

ภายในนิทรรศการมีผลงานของน้อง 20 ภาพ และอีก 12 ภาพ ของศิลปินชั้นครูและนักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ ในส่วน “Grow in the Dark” ภาพที่สร้างสรรค์โดยศิลปินตัวน้อย น้องมิค-กิติพัทธ์ พิศวง น้องลูกปลา น้องวัฒน์-ชัยวัฒน์ ปันอ่วม น้องแก๊บ-นัทพงศ์ สุขสวัสดิ์  น้องฟ้า-สุภาวิดา ขำอิน น้องยา-ไชยา มะหะรัมย์ น้องชม สอนสำโรง น้องดรีม-สิรภพ เรียบสำเร็จ น้องบาส-นัทพล ทั้งโครต น้องกิล-ภารดี คำสุขุม น้องอบเชย-จิรวัฒน์ บุญเพิ่ม น้องนิ่ม-ณัฐฐาอัยย์ นพพิบูลย์ น้องพลอย-อภิสรา ขันทองดี น้องเอโซ น้องนุ๊ก-อดิศักดิ์ คำหวาน น้องแบงค์-เกรียงไกร ไร่รามัน น้องต้นตาล-รณยุทธ์ ลอนกลาง น้องบิ๊ก-
ธีระพงษ์ กันนิยม น้องตี๋-สันติภาพ อยู่รอด และน้องเตย-วาสนา เต็มมูล

นำเสนอในคอนเซ็ปต์ การเติบโตของพวกเขา เช่น “How you grow up?” บอกเล่าถึงชีวิตที่เติบโตในแบบของเขา “How you feel in the dark?” บรรยายความรู้สึกในโลกที่มองไม่เห็น ทั้งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตหรือความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่เคยเห็น และ “What make you feel happy?” ที่บอกเล่าเรื่องราวที่มีความสุขของเขา

ผลงานของ 12 ศิลปิน มี ศ.เกียรติคุณ อิทธิพล ตั้งโฉลก ศ.กัญญา เจริญศุภกุล ผศ.ไพโรจน์ วังบอน ผศ.วุฒิกร คงคา อาจารย์ธณฤษภ์ ทิพย์วารี อนุชิต คำน้อย (คิ้วต่ำ) สมชัย กตัญญุตานันท์ (ชัย ราชวัตร) ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิต มุนินทร์ สายประสาท ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล (ซันเต๋อ) และ แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ได้ทำการประมูลโดยรายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) เพื่อส่งเสริมศิลปะให้กับเยาวชนผู้ด้อยโอกาสต่อไป

ในการวาดรูปนอกจากน้องๆ จะวาดคนเดียวตามคอนเซ็ปต์ของตัวเองแล้ว ยังมีน้องที่วาดในคอนเซ็ปต์เดียวกันกับศิลปิน อย่างผลงานชื่อ ธรรมชาติเมืองไทยในความฝัน ของ “น้องนุ๊กกับพี่คิ้วต่ำ” ซึ่งนักวาดการ์ตูนถึงกับเก็บเป็นหนึ่งความทรงจำครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างงาน

 

“น้องเป็นคนคิดแคปชั่นเองครับ ว่าเขาอยากให้มีภูเขา ต้นไม้ ท้องฟ้า ก้อนหิน ก้อนเมฆ และฝนกำลังจะตก แล้วต่างคนต่างวาด ตอนผมวาดลองหลับตาครับ ปรากฏไม่สามารถจริงๆ น้องเก่งมากครับที่วาดออกมาได้ ยิ่งเราได้ฟังเขาพูดยิ่งรู้สึกดี ภาพที่ผมวาดก็ตามสไตล์เราเลย วาดเป็นต้นไม้และธรรมชาติ แต่ในนั้นมีคนหลับตาแล้วยิ้มด้วย คือถ้าแทนน้องที่มีปัญหาทางสายตาเมื่อเขาอยู่ตรงนั้นเขาก็สบายใจ แทนคนตาดีเรามองเห็นธรรมชาติเราก็สบายใจ มันสามารถแทนได้ทั้งน้องเขาและตัวเราครับ น้องก็ได้สัมผัสงานของผมเขาก็ทายได้ไม่ยากว่านี่คือต้นไม้ ก้อนหิน เพราะเราก็วางพระอาทิตย์ด้านบน ต้นไม้ด้านล่าง ตอนแรกมีคนติดต่อมาผมก็นึกว่าเป็นแคมเปญธรรมดา จนวันที่ได้อัดวิดีโอเราก็เข้าใจว่าเป็นงานที่ดี เป็นงานศิลปะที่สามารถสัมผัสรูปได้ การที่เราได้มาทำตรงนี้มีความสุขมากครับ สิ่งที่ได้คือมันเป็นมุมมองชีวิต ยิ่งทำให้ผมอยากตั้งใจวาดรูปให้ดีมากกว่านี้ เพราะน้องที่เขามองไม่เห็นเขายังสามารถวาดรูปออกมาได้ดีเลย”

ส่วนศิลปินคนนี้ ตั้ม วิศุทธิ์ เลือกหลับตาวาดภาพ

“หากเราลืมตาวาดรูป เราจะให้ความสนใจ และคาดหวังว่ารูปจะต้องเป็นแบบนี้ ต้องออกมาลักษณะนี้ แต่ถ้าเราหลับตาวาดรูปเราต้องลุ้นเองว่ารูปจะออกมาเป็นแบบไหน สิ่งที่เราจินตนาการกับภาพวาดที่ได้ออกมามันมาเหมือนกันหรอก แต่สิ่งที่เราจินตนาการอยู่นั้นมันสวยงามมาก”

น้องพลอย เล่าให้ฟังเกี่ยวกับรูปภาพ “วาดรูปความฝันค่ะ ฝันว่าอยากเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียน เพราะคุณครูที่โรงเรียนสอนสนุกและใจดี ในโรงเรียนก็จะมีสนามเด็กเล่น มีชิงช้า มีกระดานหกสูง มีพระอาทิตย์ มีนก และบนท้องฟ้าก็มีก้อนเมฆด้วยค่ะ ครูแมว (ปิยะพร ศรีพลาวงษ์) ก็จะสอนว่าสนามต้องใช้สีเขียว ครูก็จะเอาไหมพรมสีเขียวมาให้วาดค่ะ”

น้องเอโซ “หนูคิดว่าบนสวรรค์จะต้องเป็นแบบนี้ มีสวนดอกไม้ มีหัวใจดวงโตๆ ตรงกลางมีดวงดาวเล็กๆ ด้วยค่ะ แล้วก็มีลูกโป่งอยู่บนนั้นด้วย และก็จะมีคนเดินชมสวนดอกไม้ ได้วาดรูปด้วยอุปกรณ์เล่นเส้นสนุกดีค่ะ”

น้องอบ เจ้าของภาพวาดวงดนตรี “ผมชอบเล่นดนตรี ปกติผมก็เล่นได้ทุกชนิดครับ แต่ผมถนัดตีกลองมากกว่าครับ ที่โรงเรียนก็มีวงดนตรีที่เล่นกับพี่ๆ ชื่อวงกุหลาบ ความฝันของผมคืออยากเป็นนักดนตรีมืออาชีพครับ ผมก็ชอบงานศิลปะด้วยครับ เพราะมันได้ฝึกจินตนาการเราด้วย”

แชมป์ นักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ เผยความรู้สึกที่ได้ชมผลงานของน้องๆ ว่า “น้องที่มองไม่เห็นผมมองว่าเขาเหมือนนักบินอวกาศนะ เราไม่รู้หรอกว่าในอวกาศมันมีอะไร มันเป็นยังไง งานของเราที่วาดออกมาจะเห็นว่ามีการใช้เส้นไหมพรมวนหลายรอบ เพื่อให้เห็นถึงความหมายของสิ่งรอบๆ ตัว”

สำหรับการเข้าชมนิทรรศการสามารถเลือกชมได้ ทั้งเดินชมแบบปกติ และชมแบบ Blind Mode โดยปิดตาและชมผ่านการ “สัมผัส” ไม่ต้องกลัวสะดุด เพราะภายในพื้นที่มีแผ่นกันลื่นนำทางและมีจุดหยุดสำหรับชมแต่ละภาพ ซึ่งเหมาะกับผู้พิการทางสายตา ที่สำคัญยังมีคำบรรยายเป็นอักษรเบรลให้ได้สัมผัสอย่างเข้าใจ

ชมผลงานนิทรรศการกรุณาสัมผัส ที่เปิดโอกาสให้คนตาดีได้สัมผัสจินตนาการในโลกมืดของน้องๆ ผ่านภาพวาด กรุณาไปสัมผัสที่โถงชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันนี้ถึง 24 มี.ค.

 

Leave a comment