ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 เมษายน 2559 เวลา 09:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/424822

โดย…อธิปัตย์ ยศรุ่งเรือง ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ห้องไม้อัดเล็กๆ ชั้นบนที่ซ่อนตัวอยู่หลังคริสตจักรนิมิตใหม่ย่านพญาไท คือแหล่งผลิต “กีตาร์แฮนด์เมด” อันเลื่องชื่อ ซึ่งน้อยคนจะรู้จัก แต่ทว่าสำหรับในแวดวงการกีตาร์ โดยเฉพาะเหล่าบรรดานักดนตรีมืออาชีพ ต่างเป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งในไทยและชาวต่างชาติ ว่าที่นี่คือสำนักของ “ช่างทำกีตาร์ Acoustic” ระดับแถวหน้าในเมืองไทยอย่าง “วิรุฬห์ ทรงบรรดิษฐ์” หรือ “ช่างนิด” ในวัย 50 ปี
จากประสบการณ์กว่า 15 ปีที่ขลุกอยู่ในแวดวงกีตาร์แฮนด์เมดของเมืองไทยเขาไม่เพียงแต่ทำกีตาร์ขายเท่านั้น แต่ยังปลุกปั้นให้ใครหลายคนกลายเป็นช่างกีตาร์ฝีมือดี จนบางคนประสบความสำเร็จเป็นอาจารย์สอนดนตรีในมหาวิทยาลัย โดยกีตาร์แต่ละตัวที่ช่างนิดบรรจงสร้างสรรค์ออกมานั้น มีราคาขั้นต่ำ 7 หมื่นบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกีตาร์คุณภาพสูง ที่มีเสียงและความสวยงามไม่แพ้กีตาร์แบรนด์ดังในต่างประเทศ
@weekly นัดหมายเขาที่คริสตจักรนิมิตใหม่ บนชั้น 2 ถนนพญาไท ศูนย์บัญชาการทำกีตาร์แฮนด์เมดของช่างนิดทันทีที่เราลัดเลาะขึ้นไปตามขั้นบันไดเล็กๆ หลังโบสถ์ สิ่งแรกที่เห็นคือ ช่างนิดกำลังสอนทำกีตาร์ให้แก่ชายหนุ่ม 3 คนบนโต๊ะไม้ จากโคมไฟที่ส่องสว่างภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งมารู้ภายหลังว่า ทั้งสามเป็นลูกศิษย์ของช่างนิด คนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนดนตรีคลาสสิกที่สยามกลการ อีกคนเรียนกำลังต่อปริญญาโทด้านดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกรายเป็นฝรั่งชอบศึกษางานไม้
“ผมไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพทั้งกีตาร์และการสอนลูกศิษย์ เพราะความท้าทายของการทำกีตาร์แฮนด์เมดอยู่ที่ว่าทำอย่างไรให้เสียงของกีตาร์ออกมาดีที่สุด และเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์ออกมาให้ใช้งานได้จริง” วิรุฬห์พูดขึ้นพร้อมกับวางมือจากการหยิบจับอุปกรณ์งานช่าง ก่อนจะเข้ามานั่งสนทนา

จากจุดเริ่มต้น ลองผิดลองถูก สู่ลูกศิษย์ครูสเปนชั้นนำ
กีตาร์แฮนด์เมดที่วิรุฬห์ทำขึ้นมานั้น เป็นกีตาร์โปร่ง และกีตาร์คลาสสิก ที่ผลิตให้แก่เหล่าอาจารย์ นักเล่น นักสะสม และนักเรียนกีตาร์
เขาเล่าว่า ลูกชายคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตการเป็นช่างทำกีตาร์มืออาชีพ โดยก่อนหน้านี้เคยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ จึงดิ้นรนอยู่ระยะหนึ่ง จนเมื่อลูกชายอายุได้ 5 ขวบ มีความสนใจอยากเล่นกีตาร์ ทำให้ต้องจัดการหาเครื่องดนตรีและโรงเรียนสอนดนตรีให้กับลูกชาย เลยสร้างห้องไม้เล็กๆ ในพื้นที่โบสถ์ตรงนี้ซึ่งเป็นที่ของแม่ยายทำกีตาร์ตัวแรกให้ลูก
“เริ่มแรกคือผมรู้สึกว่าอยากทำให้ลูกชาย เพราะลูกชายไปเรียนแล้วไม่มีกีตาร์ ผมก็เลยลองทำดูจากการลองผิดลองถูก อาศัยพื้นฐานความรู้เก่าที่เราเป็นช่างไม้ ก็คิดว่ามันน่าจะทำเองได้ไม่ยาก แต่พอทำออกมาแล้ว มันเล่นไม่ได้ ผมเลยซื้อหนังสือคู่มือสอนทำกีตาร์มาทำตาม จนในที่สุดมันพอเล่นได้ ทีนี้พอผมทำตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ออกมา ก็มีคนมาเห็น เขาก็อยากให้ทำกีตาร์สำหรับลูกๆ ของพวกเขาบ้าง ผมก็เลยรับทำแต่กีตาร์ตัวเล็กเรื่อยมา ผมเลยรู้สึกว่าทำเป็นอาชีพก็คงดี”
หลังจากค้นพบว่าความสวยงามและเสียงที่ซ่อนตัวอยู่ในแผ่นไม้บางๆ มันคือความสุขที่ได้รับจากการทำกีตาร์ จึงอยากจะพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มไปเรียนทำกีตาร์จริงจังกับช่างเก่งๆ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับได้รู้จักช่างทำกีตาร์ชาวต่างประเทศหลายๆ คนที่แวะเวียนมายังเมืองไทย จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปเรียนกับ โฮเซ โรมานิรอส (Jose Romanillos) นักทำกีตาร์แฮนด์เมดระดับแถวหน้าของโลกชาวสเปน ซึ่งจะรับศิษย์จากทั่วโลกเพียงปีละ 20 คนเท่านั้น โดยหวังว่าจะนำเอาความรู้ที่ได้มาพัฒนาการทำกีตาร์ของเขา

“พอชั่วโมงบินสูงขึ้น เราก็เริ่มรู้จักคนในแวดวงกีตาร์มากขึ้น มีนักดนตรีเก่งๆ เข้ามารู้จักช่างทำกีตาร์มากขึ้น จนบางคนมาเที่ยวบ้านเราทุกปี พอมาเมืองไทยเค้าก็จะมาหาผมเลยผมก็จะเทกแคร์เขา ทั้งพาไปทานข้าวหรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อแลกกับการที่เค้าสอนกีตาร์ผมหนึ่งวัน จนเพื่อนรู้สึกว่าอยากให้ผมได้ออกไปดูงานที่ต่างประเทศบ้าง จึงออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ผมไปเรียนที่สเปน ผมกลับมาพร้อมกีตาร์หนึ่งตัวซึ่งเป็นกีตาร์ที่ผมทำเองในระหว่างที่เรียน พร้อมกับมอบกีตาร์ชิ้นนี้เพื่อแทนคำขอบคุณที่เค้าออกเงินให้ผมไปเรียน”
วิรุฬห์ เล่าว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้กีตาร์แฮนด์เมดแตกต่างจากกีตาร์ตามโรงงานทั่วไป คือความทุ่มเทและใส่ใจในรายละเอียดเนื่องจากต้องลงมือทำเองทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกไม้นำเข้าคุณภาพดีหลายชนิดเช่น มะฮอกกานี สน และอินเดียนโรสวูดเหตุที่ต้องมีไม้หลายชนิดนี้ก็เพราะกีตาร์แต่ละส่วนต้องการไม้ที่ต่างกัน อีกทั้งธรรมชาติของไม้แต่ละชนิดจะเป็นตัวคอนโทรลเสียงที่เกิดขึ้นว่าจะนุ่ม ทุ้ม หรือแหลมใสไปพร้อมๆ กับทักษะการเลื่อย การขัด การตัดการไส และการประกอบไม้อย่างเข้าอกเข้าใจของช่างทำกีตาร์เอง
“ท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นกีตาร์ที่ทำจากโรงงาน คือเอาหลายๆ คนมาช่วยกันทำ ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องดนตรี มาติดกาว หรือมาอะไรก็ตามแต่ วัตถุดิบส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องสนใจว่าดีอะไรมากมาย เป็นไม้อัด ดังนั้นกีตาร์โรงงานเวลาทำเสร็จแล้วเราจะได้ยินบ่อยๆ ว่าเวลาเราไปซื้อ ไปเลือกเอาตัวดีๆ เสียงถูกใจนะคือบางทีหน้าตาเหมือนกัน ยังเลยเลือกเลยว่าตัวไหนเสียงดีไม่ดี ทำในปริมาณเยอะๆ แต่กีตาร์แฮนด์เมดทุกตัวที่เราทำ ต้องใช้ได้หมดเลย คุณภาพดีทุกตัว เพราะเราใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบ ใส่ใจตั้งแต่การประกอบ ติดกาว หรือเรื่องเสียง เราจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะสวยแล้วคุณภาพเสียงต้องดี มันคือจุดขายของกีตาร์แฮนด์เมด”

หลังจากลองผิดลองถูก ร่ำเรียนจากวิชาจากยอดฝีมือมาหลากหลาย รวมทั้งฝึกฝนจนชำนาญ และกลายเป็นที่ยอมรับในแวดวงกีตาร์ ทำให้เขาตัดสินใจอยากจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจและหลงรักในกีตาร์ ได้เรียนรู้เฉกเช่นเดียวกับที่เขาได้รับโอกาส
“เรารับทำทุกอย่าง ทั้งผลิต ซ่อม หรือสอนทำกีตาร์ สั่งทำตามออร์เดอร์ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ไม่ซ้ำแบบใคร บางคนก็จะเขียนแบบมาให้ หรือบางคนเค้าจะบอกทรง กีตาร์มันจะมีทรงของมัน เหมือนกับโต๊ะเก้าอี้ คือมันมีทรงอยู่แค่นั้น แต่มันก็มีรายละเอียด อย่างบางคนอาจจะอยากได้ชื่อตัวเองไว้บนหัวกีตาร์ หรือบางมือเล็กอยากจะได้คอกีตาร์ที่เล่นง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงมาสั่งเราจะทำทรงกีตาร์ที่มันเหมาะกับทรงผู้หญิง แต่กีตาร์ก็จะมีมาตรฐานของมันอยู่ เราต้องปั้นกีตาร์ออกมาให้สวยงามภายใต้มาตรฐานที่มันต้องเป็น”
“กีตาร์ 1 ผมตัวใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หรืออาจจะ 2-3 เดือน แล้วแต่รายละเอียดของงาน ผมจะบอกลูกค้าเลยว่าห้ามเร่งงานรับทำเดือนละตัวเท่านั้นพอ เพราะไม่สามารถที่จะมาสั่งให้ผมทำครั้งละหลายๆ ตัวได้ ถ้าอยากได้ราคาถูกๆ เยอะๆ แนะนำให้ไปสั่งทำที่จีนดีกว่า”
อาชีพนี้ไม่มีหลักประกัน ต้องใจรักถึงอยู่ได้
ปัจจุบันมีคนสนใจงานกีต้าร์ แฮนด์เมดเพิ่มมากขึ้น ช่างนิดจึงตัดสินใจเปิดสอนโดยค่าสอนคอร์สละ 8.5 หมื่นบาท สอนแต่ตั้งแต่พื้นฐานเริ่มแรก ตั้งแต่ยังไม่มีความรู้ ไปจนถึงการลับสิ่ว ลับกบเลื่อยไม้ คัดเลือกไม้ การประกอบ หรือแม้กระทั่งการขาย
“ที่นี่ไม่จำกัดเวลาเรียน มีวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ทำกีตาร์ให้ลูกค้า โดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเล่นกีตาร์เก่งระดับเซียน ขอแค่มีพื้นฐานและมีใจรัก หลังจากเรียนจบได้กีตาร์ของตัวเองกลับไป 1 ตัว พร้อมความรู้ที่สามารถพัฒนาไปประกอบอาชีพได้ ไม่มีกำหนดระยะเวลาที่เรียนตายตัว เพราะขึ้นอยู่ที่การเรียนรู้ของแต่ละคนนักเรียนบางคนจบหลักสูตรแล้วทำกีตาร์ออกมามีคนมาซื้อถึงในนี้เลยก็มี”
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นอาชีพอิสระที่ดูเหมือนจะทำรายได้ดี แต่ช่างนิดก็ยอมรับว่าอาชีพนี้ไม่ได้มีหลักประกันความมั่นคง ผู้ที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้กับอาชีพนี้คือต้องมีใจรักและยึดมั่นในสิ่งที่ทำ
“10 กว่าปีสอนลูกศิษย์ให้ประกอบอาชีพได้ ผมสอนเป็น 100 แต่ประกอบอาชีพจริงๆประมาณ 10 กว่าคน บางคนก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมุ่งหวังเน้นทำแต่ในเรื่องปริมาณ คืออาชีพนี้มันต้องใจรักจริงๆ เพราะกว่ากีตาร์ของเราจะผ่านมือนักดนตรีเก่งๆ สักคนมันไม่ง่าย คืออาชีพนี้มันอาจจะไม่ถึงกับร่ำรวยมากมาย แต่ก็พออยู่ ดูแลครอบครัวได้”
ปัจจุบันอาชีพนี้เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในการสร้างรายได้ วิรุฬห์ กล่าวว่า อิทธิพลจากสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน ทำให้วงการกีตาร์แฮนด์เมดเป็นที่รู้จักทั้งไทยและต่างประเทศมากขึ้น มีกลุ่มเครือข่ายที่สามารถติดต่อสื่อสารกันง่ายกว่าที่ผ่านมา

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โลกวงการกีตาร์ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน คือการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนและทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดงานออกบูธตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งช่างทำกีตาร์ นักกีตาร์ ศิลปิน ได้มีพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งงานมหกรรมงานกีตาร์คลาสสิก ช่วยให้เขารู้จักแหล่งลูกค้ามากขึ้น เกิดเป็นกลุ่มเครือข่ายที่สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ในแวดวงกีตาร์
“อย่างที่ผมจัดก็เชิญนักดนตรีเก่งๆ จากต่างประเทศมา ถ้าเขาเป็นเจ้าภาพจัดก็เชิญเราให้ไปเข้าร่วม อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ผมไปทุกปี เป็นบูธงานกีตาร์ ซึ่งเมืองไทยเราก็จัดขึ้นทุกปี มีกลุ่มของเรา มีอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยมาร่วม กลางวันก็มีสอน ช่วงบ่ายมีการแข่งประกวดกีตาร์ ตอนเย็นก็ให้ศิลปินรับเชิญมาเล่น คืองานกีตาร์มีเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว หน้างานมีร้านขายสายกีตาร์ออกบูธ ผมเคยเอากีตาร์ตัวเองเป็นรางวัลชนะเลิศในการประกวด คือใครชนะก็ได้กีตาร์ของผมไป สิ่งที่เราได้คือเราไปเจอลูกค้าที่เค้าต้องการ”
ความภูมิใจในฐานะพ่อ ทำกีตาร์ให้ลูกเรียนจนจบมหิดล
ในฐานะช่างทำกีตาร์แถวหน้าของประเทศที่ไม่เพียงแต่สร้างการยอมรับในฝีมือของคนไทยให้เป็นที่จดจำจากนานาชาติแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาภาคภูมิใจก็คือ ลูกชายใช้กีตาร์ที่เขาทำมาตลอดช่วงชีวิตในวัยเรียน จนจบการศึกษาคณะดุริยางคศิลป์ เอกกีตาร์คลาสสิก มหาวิทยาลัยมหิดล
“สิ่งที่น่าภูมิใจอย่างหนึ่งคือลูกผมตั้งแต่เล็กจนโต ลูกใช้กีตาร์ผมเล่นในงานประกวด และใช้เรียนในมหาวิทยาลัยตลอด เค้าเล่นกีตาร์ผมตลอด ผมเคยคิดจะซื้อกีตาร์ของอาจารย์ผมที่ เป็นช่างทำกีตาร์ระดับโลกให้ลูกซึ่งราคาแพงมากๆ ถ้าผมจะซื้อผมสามารถเอามาได้ในราคาพิเศษ แต่เขาไม่เอา เพราะมั่นใจในกีตาร์ฝีมือพ่อ ลูกเคยพูดกับผมว่า กีตาร์ของพ่อไม่ได้น้อยหน้าใคร”
“ผมเชื่อว่าทุกวันนี้เด็กผู้ชายแทบทุกคนหรือแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงก็ยังเล่นกีตาร์กัน ฉะนั้นตราบใดที่มนุษย์มีเสียงเพลงอยู่ในหัวใจ ลวดลายและเสียงกีตาร์ Acoustic ก็ยังคงบรรเลงไปตามทุกช่วงจังหวะชีวิตของผมเช่นกัน ก่อนหน้านี้ผมถูกถามมาตลอด ทั้งจากคนในครอบครัวและคนรอบข้างว่า ทำแล้วจะไปขายให้ใคร ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แต่ว่าผมชอบ แต่ทุกวันนี้เราตอบได้แล้วว่าจะไปขายให้ใคร”