ถอดบทเรียนดับเพลิงด้วยสารเคมี ใช้ได้แต่ต้องรู้จัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2559 เวลา 15:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/422275

ถอดบทเรียนดับเพลิงด้วยสารเคมี ใช้ได้แต่ต้องรู้จัก

โดย…กันติพิชญ์ ใจบุญ

ในวงเสวนาภายใต้หัวข้อ “ถอดบทเรียนกรณีไพโรเจน…แอโรซอล ที่อาคารเอสซีบีปาร์ค” จัดขึ้นโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ (วสท.) ถือเป็นการค้นหาคำตอบของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากเครื่องดับเพลิงอัตโนมัติที่ใช้สารเคมี จนคร่าชีวิตคนงานที่เข้าไปเปลี่ยนระบบดับเพลิง 8 ศพ

เหตุใหญ่ระดับโลกทำให้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โต้โผที่จัดเสวนาขึ้น ยอมรับว่า “เป็นความอับอาย”

ความอับอายที่ว่าสุชัชวีร์ ขยายความเป็นเพราะวิศวกรของเมืองไทยถือว่าไม่เป็นรองใคร และด้านกฎหมายที่ใช้บังคับก็เช่นเดียวกัน แต่เหตุใดจึงเกิดเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นได้ หากมีการประเมินถึงสถานการ์ความเสี่ยงก่อนเข้าไปปฏิบัติงาน และรู้ถึงกลไกลของเครื่องดับเพลิงอัตโนมัติที่เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่คร่าชีวิต ลมหายใจของคนงานก็คงไม่หมดไปถึง 8 ศพ

วงเสวนาเผยผลการทำงานของเครื่องดับเพลิงที่ว่าอย่างละเอียด คือเป็นการใช้สารเคมีชื่อ แอโรซอล (Aerosol) เป็นตัวดับเพลิง ภายใต้ยี่ห้อ ไพโรเจน ที่ใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งลักษณะการทำงานจะเป็นผงฝุ่นละเอียดมีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ซึ่งผงฝุ่นที่เป็นสารเคมีชนิดนี้เอง ที่น่าจะเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตคนงาน เนื่องว่าหากสูดสารแอโรซอลเข้าไปในร่างกายเกินที่จะรับไหว จะส่งผลให้มีการปิดกั้นทางระบบหายใจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ออกซิเจนในสมองจึงลดลงทำให้เสียชีวิต

“เราไปดูรายละเอียดของสินค้าชนิดนี้ พบว่าหากเครื่องทำงานจะลดออกซินเจนภายในห้องเหลือราว 15% ซึ่งยังพอทำให้คนที่อยู่ภายในหายใจได้ แต่การเสียชีวิตน่าจะมาจากการสูดดมสารนี้เข้าไป ทำให้เกิดปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ เหตุนี้น่าจะเป็นสาเหตุที่ชัดของการเสียชีวิต” สุชัชวีร์ ย้ำ

สุชัชวีร์ อธิบายต่อว่า ภายในถังดับเพลิงระบบอัตโนมัติแอโรซอล (Aerosol Fire Suppression System) ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ 1.ตัวกระตุ้นการทำงาน มีหน้าที่กระตุ้นการทำงานให้เกิดการระเบิดภายในถังเพื่อกระจายสารแอโรซอลที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดฉีดทั่วทั้งห้องที่ต้องการป้องกันใน โดยสามารถทำได้ 2 วิธี คือ ใช้กระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำและได้รับความร้อนถึงอุณหภูมิที่กำหนดไว้ 2.สารแอโรซอล มีสถานะเป็นของแข็งที่ถูกควบแน่น 3. ตัวลดความร้อน (Coolant) เป็นตัวช่วยลดความร้อนของสารแอโรซอลก่อนพ่นออกมาจากถัง 4.แผ่นกรอง (Filter) ช่วยจัดเรียงโมเลกุลของแอโรซอลให้เป็นระเบียบก่อนออกไปจากถัง และ 5.สารแอโรซอล ที่ถูกปล่อยออกมาจะมีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดสูง

กลไกการทำงานของระบบดับเพลิงแอโรซอล  จะทำงานร่วมกับระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โดยจะมีวงจรตรวจจับควัน (Smoke Detector) อย่างน้อย 2 วงจร เรียกว่า Cross Zone  อุปกรณ์ตรวจจับควันทำงานเพียง 1 วงจรจะไม่สั่งการให้ระบบฉีดพ่นสารดับเพลิง จะต้องมีการตรวจจับได้ทั้ง 2 วงจร ในการทำงานของระบบจะมีการแจ้งเตือนก่อนการฉีดพ่นสารดับเพลิง โดยเมื่ออุปกรณ์ตรวจจับควันวงจรแรกตรวจจับควันได้ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นที่ตู้ควบคุมและพื้นที่ติดตั้งระบบดับเพลิง เพื่อให้คนอพยพและเจ้าหน้าที่รีบทำการดับเพลิงด้วยอุปกรณ์ถังดับเพลิงก่อนไฟจะลุกลาม กรณีนี้จะยังไม่มีการพ่นสารดับเพลิงอัตโนมัติ

กรณีที่อุปกรณ์ตรวจจับควันวงจรที่ 2 ทำงาน จะมีเสียงแจ้งเตือนภัยดังขึ้น ตู้ควบคุมระบบจะเริ่มนับเวลาถอยหลัง ปกติตั้งค่าไว้ไม่เกิน 60 วินาที เมื่อนับถึงศูนย์ ระบบดับเพลิงจะพ่นสารดับเพลิงทั้งหมดท่วมห้องนั้นๆทันที หรือที่เรียกว่า Total Flooding แบบเดียวกับการสั่งทำงานของระบบสารสะอาด ในระหว่างการนับเวลาถอยหลัง หากต้องการขยายเวลาสามารถกดปุ่มหน่วงการฉีดพ่นสาร (Abort Switch) ได้เพื่อหยุดเวลา เมื่อเอามือออกก็จะเริ่มนับใหม่ได้  ปุ่มหน่วงจะถูกติดตั้งในทางออกหนีไฟ เพื่อให้สามารถกดปุ่มและออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

แต่คำถามคือว่า ระบบที่ว่าอยู่พร้อมสมบูรณ์ที่จะใช้งาน หรือเกิดกรณีฉุกเฉินแล้ว คนงาน หรือผู้ที่ควบคุมงาน รู้หลักวิธีปฏิบัติในการเอาตัวรอดออกมาหรือไม่

เรื่องนี้ บุษบา แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วสท. ที่ลงพื้นที่ ณ จุดเกิดเหตุตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง บอกว่า อุปกรณ์สำหรับการติดตั้ง และตัวหน่วงเวลาหากเกิดเหตุเครื่องดับเพลิงนี้ทำงานถือว่ามีความสมบูรณ์ ได้มาตรฐานอย่างถูกต้อง แต่คำถามที่ต้องย้อนกลับไปคือ องค์ความรู้ของตัวบุคคลที่เข้าไปปฏิบัติหน้าท่ี ทั้งเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมาติดตั้ง และคนงาน มีความรู้เกี่ยวกับความอันตรายหากเกิดเหตุขึ้นหรือไม่ ที่สำคัญที่สุดคือมีการประเมินความเสี่ยง หรือการวิเคราะห์ความปลอดภัยไว้ก่อนจะเข้าปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า เหตุสลดที่ว่าจึงได้อุบัติขึ้น

แอโรซอล ถือเป็นระบบดับเพลิงที่เป็นสารพิเศษ หรือสารสะอาด ถึงแม้จะไม่ได้ติดตั้งในพื้นที่ทั่วไปของอาคาร เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง และบางชนิดมีผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ จึงเลือกใช้เป็นพิเศษสำหรับห้องที่มีความสำคัญ เช่น ห้องระบบสื่อสาร ห้องระบบไฟฟ้า หรือห้องวัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่จากการเกิดเหตุครั้งนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่จะต้องทบทวนถึงข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบต่อสุขภาพ และอันตรายต่อชีวิต จำเป็นต้องกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างจริงจัง กำหนดมาตรการความปลอดภัยในการใช้งาน มาตรการควบคุมในการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ ต้องมีการตรวจสอบ การบำรุงรักษาตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่บุษบาถือว่าเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับอนาคต สำหรับพื้นที่ที่ติดตั้งระบบดับเพลิงด้วยสารสะอาด หรือสารพิเศษ จะต้องมีการทบทวนในเรื่องความปลอดภัย คือ 1.สารดับเพลิงที่ใช้หลักการลดออกซิเจน ต้องติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่ประจำ 2.การออกแบบ ติดตั้ง การตรวจสอบ การบำรุงรักษา จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และดำเนินการโดยวิศวกรและทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ 3.ระบบสั่งการฉีดสารดับเพลิง จะต้องมีทั้งระบบสั่งการอัตโนมัติ และสั่งการด้วยคน 4.ติดตั้งปุ่มหน่วงฉีดสารใกล้ทางออก 5.อุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยด้วยแสง และเสียงต้องติดตั้งภายในพื้นที่ติดตั้งระบบดับเพลิง เพื่อให้ทราบหรือได้ยินทุกพื้นที่

6.ต้องมีความปลอดภัยในการอพยพ ทางออกหนีไฟต้องสะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวาง มีสองทางออกสองทางหากระยะทางจากจุดไกลสุดถึงประตูเกิน 30 เมตร 7.ประตูห้องที่ควบคุมด้วยระบบล็อคต้องปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และมีปุ่มกดปลดล็อคอัตโนมัติติดตั้งใกล้ประตู 8.มีป้ายแสดงที่อุปกรณ์ปุ่มหน่วง ปุ่มกดฉีดสารด้วยมือให้เห็นชัดเจน 9. มีมาตรการควบคุมในการเข้าปฏิบัติงานในห้องที่ติดตั้งระบบดับเพลิง มีการประเมินความเสี่ยงอันตราย มีอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานสำหรับการสวมใส่ในการปฏิบัติหากจำเป็น 10. มีป้ายเตือนอันตราย และมาตรการควบคุมติดแสดงที่หน้าประตูทางเข้าให้เห็นชัดเจน มีชื่อผู้รับผิดชอบพื้นที่ มีเบอร์ติดต่อฉุกเฉินติดแสดงทั้งในห้องและนอกห้อง

 

Leave a comment