นพ.วัฒนา พารีศรี ยกระดับรพ.ชุมชนบริการเทียบเท่าเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มีนาคม 2559 เวลา 10:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/422382

นพ.วัฒนา พารีศรี ยกระดับรพ.ชุมชนบริการเทียบเท่าเอกชน

โดย…พิเชษฐ์ ชูรักษ์ กัญติพิชญ์ ใจบุญ

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้รับการประเมินเป็นโรงพยาบาลตามมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลของสหรัฐที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

นพ.วัฒนา พารีศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จกล่าวว่าในฐานะโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ หรือโรงพยาบาลท่าบ่อ เป็นโรงพยาบาลระดับชุมชน การได้รางวัล JCI ถือเป็นโรงพยาบาลชุมชนแห่งแรกของประเทศ เพราะโรงพยาบาลรัฐที่ผ่าน JCI อีกแห่ง คือโรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขณะที่โรงพยาบาลของไทยอีก 53 แห่ง ที่ได้มาตรฐานนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชน

คุณหมอเล่าว่า จุดเด่นของโรงพยาบาลท่าบ่อคือการให้บริการเทียบเท่าหรือใกล้เคียงโรงพยาบาลเอกชน แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ นพ.วัฒนา บอกว่าได้มุ่งมั่นการให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ เพื่อให้คนบ้านนอกไม่ต้องเดินทางไปรักษาตัวไกลๆ

อีกอย่างที่นำไปสู่การพัฒนาคือ การนำแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นมารักษาที่ท่าบ่อ ทั้งจากอุดรธานี ขอนแก่น เป็นต้น โดยการรวบรวมเคสเฉพาะกลุ่มไว้แล้วเชิญแพทย์มาให้บริการนอกเวลา แทนที่จะส่งคนไข้ 30-40คนไปรักษาจังหวัดอื่น ค่ารักษาก็ไม่ได้แพงกว่าปกติ

นพ.วัฒนา ระบุว่า การยกระดับการบริการอีกด้านที่สำคัญที่สุดก็คือการบริการคนไข้หรือลูกค้าต้องมีความพอใจ มีความสุขมากที่สุด นอกจากโรคหายแล้วต้องมีความสุขด้วย

เมื่อไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามราชการกระทำเหมือนเอกชน จึงได้พัฒนาโครงสร้างภายในโรงพยาบาลทั้งสิ่งแวดล้อม อาคารสถานที่ให้ใกล้เคียงกับ โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงพฤติกรรมการให้บริการของเจ้าหน้าที่ก็ต้องปรับให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย

“เมื่อคนไข้มาใช้บริการมากขึ้น การจ้างบุคลากรก็ต้องมากขึ้นตาม จากเมื่อปี 2535 มีเจ้าหน้าที่ 200 คน แต่ปัจจุบันมีมากกว่า 600 คนแล้ว

 

“การนำหมอมาจากที่อื่นมารักษาเราเริ่มมานานแล้ว เพราะที่ท่าบ่อมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ ขนาดของโรงพยาบาลก็อำนวย ไม่ใช่ว่าเราเอาหมอเข้ามาบริการเพิ่ม แต่เครื่องมือไม่มีให้เขา หากในกรุงเทพฯ มีเครื่องมือที่ทันสมัยและเหมาะสม ท่าบ่อก็มีเช่นกัน เราจะไม่ใช้เครื่องมือที่ล้าสมัย

“ผมถือหลักว่าอยู่บ้านนอกแค่ไหนก็ตามการบริการต้องเหมือนในเมือง ยกตัวอย่างการผ่าตัดแผลเล็กด้วยกล้อง เราก็ทำได้ เพื่อให้อนาคตคนไม่ต้องไปหาหมอในเมือง หรือต้องเข้ากรุงเทพฯ”

คุณหมอบอกว่า ในภาคอีสานส่วนใหญ่ประชาชนจะเป็นโรคนิ่วอันดับหนึ่ง โรงพยาบาลจึงให้บริการผ่าตัดโรคนิ่วจนเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียง โดยเฉพาะนิ่วในถุงน้ำดี นอกจากนี้ยังมีบริการผ่าตัดคลอด ไส้เลื่อน ต้อกระจก กระดูกสันหลัง ผ่าตัดข้อสะโพกด้วย รวมถึงโรคมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม บางโรคเอกชนอาจเชี่ยวชาญสู้ไม่ได้ หรือทำไม่ได้ บางแห่งก็เชิญแพทย์ของท่าบ่อไปรักษา หรือเขาส่งตัวคนไข้มาให้ช่วยรักษา กับโรงพยาบาลเอกชนจึงไม่ได้เป็นศัตรูกัน แต่เป็นพันธมิตรกัน

“ผมเป็นหมอผ่าตัดคนแรกของ โรงพยาบาล จากนั้นก็พัฒนาทีมขึ้นมาเรื่อยๆ จนชาวบ้านพูดกันปากต่อปาก ขณะนี้มีแพทย์ประจำถึง 24 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 คนภายในปีนี้ เรียกง่ายๆ ว่าราคาค่ารักษาแบบราชการ แต่การบริการใกล้เคียงเอกชน

“ผมฟังเสียงคนที่มาใช้บริการ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนกับโรงพยาบาลเอกชนบรรยากาศไม่เหมือนโรงพยาบาลรัฐผมตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม มาแล้วมีความสุข ที่พักรักษาต้องมีบรรยากาศของโรงแรม รีสอร์ท เพื่อให้คนไข้สบายใจขึ้น

“แน่นอนโรงพยาบาลรัฐแออัด บริการไม่ทั่วถึง หมอมีเวลาน้อย พยาบาลหน้างอ ตรงนี้เราก็หนีไม่พ้น ซึ่งเราก็แก้ไขโดยทำให้เกิดความผ่อนคลาย เช่น คนไข้นอกของท่าบ่อมีมาก แต่พื้นที่เราคับแคบ ก็ติดแอร์ให้เย็นสบาย

“หากอากาศร้อนคนไข้ก็หงุดหงิด รวมถึงหมอพยาบาลด้วย ต้องตกแต่งให้สวยงามให้คนไข้ลบภาพเดิมออกไป ให้ดูเหมือนสถานที่พักผ่อน เมื่อสถานที่ดีก็นำไปสู่พฤติกรรมการบริการของเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเขาเองก็เกรงใจสถานที่

“พยาบาลเองผมอนุญาตให้แต่งหน้ามาทำงานได้ ไม่ให้ซีดเซียว เพราะถ้าคนไข้มาเจอหน้าพยาบาลซีดเซียวก็ต้องหดหู่ แค่ป่วยก็แย่อยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ก็ยิ่งแย่ไปอีก ชุดพนักงานช่วยเหลือคนไข้ก็ต้องออกแบบพิเศษ ผมซื้อผ้ามาให้ตัดกันเลยเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่เอาแบบราชการเลย

“เมื่อใบหน้าสวย ชุดดี บรรยากาศดี ก็มีผลทางด้านจิตวิทยาที่อยากจะบริการคนไข้มากขึ้น คำว่าหน้างอรอนานมันมาจากตรงนี้ เราก็ปรับเปลี่ยนให้เหลือแค่ว่า เอาแค่รอนาน แต่หน้าไม่งอก่อนดีไหม” นพ.วัฒนา อธิบาย

นอกจากคนไทยแล้ว โรงพยาบาลท่าบ่อยังให้บริการคนไข้จาก สปป.ลาว ด้วย โดยในปี 2558 มีผู้ป่วยนอก 10,759 ราย ผู้ป่วยใน 1,062 ราย สร้างรายได้ประมาณ 40-50ล้านบาท ขณะที่ผู้ป่วยในอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ในปี 2558 มีผู้ป่วยนอก 266,237 ราย เฉลี่ย 743 ราย/วัน และผู้ป่วยใน 18,530 ราย เฉลี่ย 195 ราย/วัน

นพ.วัฒนา กล่าวว่า การบริหารจัดการให้ได้มาซึ่งความพร้อมจะต้องลงทุน หากไม่ลงทุนการบริการให้ดีคนไข้ก็หนีไปที่อื่นหมด

“เมื่่อ 20 ปีก่อนโรงพยาบาลเรามีห้องพิเศษน้อย คนไข้ข้าราชการก็หนีไปที่อื่น ผมจึงสร้างห้องพิเศษเพิ่ม โดยนำเงินมาจากมูลนิธิของโรงพยาบาล เมื่อผลงานดีคนบริจาคให้มูลนิธิมากเรื่อยๆ ร่วม 40 ล้าน แต่ละปีจัดระดมทุนได้ 3-4 ล้าน

“หากต้องซื้ออุปกรณ์เครื่องมือเพิ่มก็ต้องระดมทุน เพราะหลวงให้แต่ตึก ไม่ได้ให้เครื่องมือมาด้วย หากปล่อยให้คนไข้ไปที่อื่นหมด เราก็แย่ มันก็เหมือนเครื่องบินที่มีทั้งชั้นหนึ่ง ชั้นธุรกิจ และชั้นประหยัด แต่ความปลอดภัยเหมือนกันหมด ถึงที่หมายเหมือนกัน มาตรฐานก็เหมือนโรงพยาบาล ถ้าคุณอยากสบายเพิ่มก็ต้องจ่ายเงินมากขึ้น”

นพ.วัฒนา บอกอีกว่า ปัจจุบันชุมชนท่าบ่อมีประชากรอยู่ราว 8.6 หมื่นคน แต่คนในท่าบ่อมาใช้บริการเพียง 10% ที่เหลือมาจากที่อื่นทั้งหมด บางคนบินมาจากหาดใหญ่ก็มี รวมทั้ง สปป.ลาว

“การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คิวผ่าโรงพยาบาลใหญ่ที่อื่นอาจรอถึง 2 ปี แต่ที่นี่แค่หนึ่งเดือนก็ได้ผ่าแล้ว จากเดิมอาจมีคนด่า 10 คน ทุกวันนี้อาจเหลือเพียงคนเดียว หรือไม่เหลือแล้ว เพราะเราทำให้เห็นเป็นรูปธรรม”

ปัญหาสมองไหลไปอยู่เอกชน นพ.วัฒนา บอกว่า ที่โรงพยาบาลท่าบ่อไม่ได้รับผลกระทบมาก อาจเพราะ อ.ท่าบ่อเดินทางสะดวก ห่างจากสนามบินไม่ไกลมาก มีสภาพเศรษฐกิจและสังคมเอื้ออำนวย เนื่องจากประชากรท่าบ่อมีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดของ จ.หนองคาย อีกทั้งได้สนับสนุนให้แพทย์มีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อยต้องหลักแสนขึ้นไป

คุณหมอวัฒนา มองว่าค่าตอบแทนอาจไม่ใช่เรื่องหลักในการดึงคนไว้ การทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความรู้สึกว่าได้ทำประโยชน์จริงๆ เดินไปไหนก็มีความสุขเพราะมีคนชม ซึ่งมีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน

“แต่เรื่องรายได้ก็มีความจำเป็น ผมจึงจ่ายค่าล่วงเวลาเต็มๆ ไม่มีค้างหรือลดลง เแต่ต้องเอาแรงมาแลกกัน วันหยุดผมก็ให้ผ่าตัดได้ โรงพยาบาลไม่ขาดทุนแน่ เพียงแต่ลดกำไรลงมานิดหน่อยเท่านั้น”

ในอนาคตข้างหน้า นพ.วัฒนา ต้องการพัฒนาและต่อยอดให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นสถาบันแพทย์ควบคู่การรักษาคนไข้ โดยเฉพาะการเป็นสถานที่เรียนรู้พัฒนาบุคลากร หรือเป็นที่ฝึกงานของแพทย์ โดยยึดมั่นในคำขวัญโรงพยาบาล นั่นคือ พัฒนาทุกด้าน บริการทุกคน มาตรฐานสากล สู่ชุมชนสุขภาพดี

 

Leave a comment