เซเลบรุ่นใหม่รวมใจช่วยสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มีนาคม 2559 เวลา 16:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/421673

เซเลบรุ่นใหม่รวมใจช่วยสังคม

โดย…ภาดนุ

คนเรามีโอกาสดีๆ ในชีวิตไม่เท่ากัน คนที่เกิดมาต้นทุนชีวิตสูงย่อมได้เปรียบกว่า เพราะสามารถสร้างโอกาสที่ดีหลายอย่างในชีวิตได้ ยิ่งถ้าพวกเขานำโอกาสดีๆ เหล่านี้มามอบให้ผู้ที่ด้อยกว่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง เหมือนกับเซเลบนักบริหารรุ่นใหม่เหล่านี้ที่รวมตัวกันเพื่อมอบโอกาสดีๆ ในการช่วยเหลือผู้คนในสังคม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นที่สุด

กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่รวมตัวช่วยสังคม

นพพล เตชะพันธ์งาม ทายาทและผู้บริหาร บริษัท สมพลเบดดิ้ง แอนด์ แมทเทรส อินดัสตรี (SPB) ในฐานะผู้อำนวยการกลุ่มเน็กซ์ซัส ประเทศไทย (Nexus Thailand) เล่าว่า กลุ่มเน็กซ์ซัส (Nexus) ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาในปี 2011 โดยมีจุดมุ่งหมายในการให้ความรู้กับผู้ถือครองความมั่งคั่งรุ่นใหม่ (ทายาทธุรกิจต่างๆ ผู้รับมรดก หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ) ในการช่วยเหลือสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังมีด้านการลงทุนจัดตั้งหรือให้คำแนะนำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise หรือ SE) การลงทุนเพื่อสังคม (Impact Investing) และการบริจาคอย่างมีกลยุทธ์และตรวจวัดผลได้

“สำหรับกลุ่มเน็กซ์ซัส ประเทศไทย ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2013 ก็มีจุดมุ่งหมายที่เหมือนกัน นั่นคือ การให้ความรู้กับผู้ถือครองความมั่งคั่งที่เป็นทายาทหรือเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ ในเรื่องของการช่วยเหลือสังคมสมัยใหม่ที่มีกลยุทธ์และสามารถตรวจวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้ผมและเพื่อนๆ ได้มีการทำงานอาสาสมัครผ่าน ‘เครือข่ายจิตอาสารุ่นเยาว์แห่งประเทศไทย’ (Thai Young Philanthropist Network หรือ TYPN) เครือข่ายที่ก่อตั้งขึ้นโดย เอด้า จิรไพศาลกุล ในปี 2009 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา TYPN ได้ให้การสนับสนุนเรื่องธุรกิจเพื่อสังคม (SE) เรื่องการให้ความรู้ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งจัดกิจกรรมประกวดธุรกิจเพื่อสังคมเป็นครั้งแรกในเมืองไทยในปี 2010 ซึ่งตัวผมเองมีหน้าที่ช่วยดูแลการหาสมาชิกใหม่ๆ ให้กับ TYPN

ต่อมาเอด้าได้ไปเจอกับผู้ก่อตั้งเน็กซ์ซัสตอนไปฮ่องกง ทางเน็กซ์ซัสจึงถามว่าต้องการให้มีเน็กซ์ซัส ประเทศไทยมั้ย เอด้าเห็นว่าผมถนัดเรื่องนี้ จึงให้ผมรับหน้าที่ผู้อำนวยการเน็กซ์ซัส ประเทศไทย ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งเครือข่ายเน็กซ์ซัสจะมีอยู่ทุกทวีปทั่วโลก”

นพพล บอกว่า บทบาทหน้าที่ของเน็กซ์ซัสฯ ในช่วงที่ผ่านมาก็คือ จัดการประชุมสุดยอด เน็กซ์ซัส ประเทศไทย (Nexus Thailand Youth Summit) ปีละ 1 ครั้ง โดยรูปแบบจะเป็นการเชิญชวนผู้ถือครองความมั่งคั่งรุ่นใหม่ให้มาเข้าร่วมสัมมนาเรียนรู้การช่วยเหลือสังคมสมัยใหม่

นพพล เตชะพันธ์งาม

 

“อย่างครั้งแรกเลย เราจัดเป็นบูธแคมป์ 2 วัน 1 คืน ที่หัวหิน วันแรกเริ่มต้นด้วยการบรรยายเรื่องปัญหาสังคมต่างๆ ที่ประเทศไทยและทั่วโลกเผชิญ ตามด้วยการให้ความรู้ว่าคนอื่นเขาทำอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมนั้นๆ ไปแล้วบ้างผ่านวิธีการต่างๆ กัน วันที่สองเป็นการเชิญชวนให้ผู้ทำ SE มาเจอกับสมาชิกกลุ่มเน็กซ์ซัสฯ ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ ซึ่งสมาชิกจะระดมความคิดมาช่วยต่อยอดหรือแก้ปัญหาธุรกิจ SE ให้

ที่จริงแล้วการเชิญชวนให้ทายาทและนักธุรกิจรุ่นใหม่มาร่วมกลุ่มเน็กซ์ซัสฯ มีหลักเกณฑ์ในการเลือกพอสมควร คือ 1.ต้องมีความพร้อม ความรู้ ความสามารถ และความสนใจอย่างแท้จริงที่จะเข้าร่วมกลุ่ม 2.ต้องอายุไม่เกิน 40 ปี 3.มีระดับความมั่งคั่งส่วนบุคคลหรือของครอบครัวตามเกณฑ์ที่เน็กซ์ซัสฯ กำหนดไว้

ต้องบอกว่าเน็กซ์ซัสฯ ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือสังคมโดยตรง แต่มีหน้าที่ให้ความรู้ แรงบันดาลใจ และช่วยสร้างมิตรภาพในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ ทรัพยากร และความต้องการที่จะสร้างความต่างในเชิงบวกให้กับสังคม ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสมาชิกของเราแต่ละคนจะตั้งโครงการอะไรขึ้นมา โดยบางคนอาจจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล บางคนจัดงานวิ่งการกุศล บางคนก็นำเอาทรัพยากรที่ครอบครัวตนเองมีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม บางคนพร้อมที่จะลงทุนในกองทุน Impact Investing หรือบางคนก็มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ให้กับ SE”

ในฐานะที่เป็นทายาทและผู้บริหารบริษัทที่ธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับที่นอนและเครื่องนอน นพพลบอกว่า ที่ผ่านมาบริษัทของเขาได้บริจาคที่นอนและเครื่องนอนให้กับผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือผู้ด้อยโอกาสมาตลอด 20 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เช่น ผู้ประสบอุทกภัยในไทย ผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นที่ฟิลิปปินส์ และล่าสุดผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เนปาล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำแคมเปญธุรกิจร่วมกับการช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไปด้วย

“ผมคิดว่าการช่วยเหลือสังคมเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบที่ทุกคนต้องมี การที่ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นมาได้  เพราะสังคมได้ให้โอกาสเราจนเรามีวันนี้ ดังนั้นเมื่อเราได้โอกาสที่ดีจากสังคมแล้ว เมื่อถึงเวลาเราก็ควรจะคืนโอกาสดีๆ นั้นให้กับสังคมเพื่อเป็นการตอบแทนบ้างเช่นกัน”

ทุนการศึกษาคือรากฐานของชีวิต

ด้าน ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ ณ ระนอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพิร์ล ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และยานยนต์ใน จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันเธอก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเน็กซ์ซัสฯ เช่นกัน ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกของกลุ่ม เธอได้มอบทุนการศึกษาให้เด็กที่เรียนดีทั้งสายสามัญและสายอาชีพเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว แต่การได้เข้ามาในกลุ่มเน็กซ์ซัสฯ ก็ได้ช่วยเปิดมุมมองความคิดให้กว้างขึ้น และสามารถทำอะไรได้มากกว่าการให้แค่ทุนการศึกษาเท่านั้น

“การช่วยเหลือสังคมที่ดิฉันทำมาตลอดมี 3 ด้านหลักๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษา คือ ด้านแรก การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ซึ่งดิฉันจะเน้นช่วยคนที่ จ.ภูเก็ต เพราะเป็นบ้านเกิดที่ดิฉันเรียนตอนเด็กๆ และอีกที่หนึ่งก็คือประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดิฉันได้ไปศึกษาต่อ”

ดร.ศิริภัทรา เสริมว่า เด็กที่ได้รับทุนการศึกษานั้นมีช่วงอายุตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงระดับมหาวิทยาลัย โดยต้องมีคุณสมบัติคือเรียนดี ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และปัจจุบันเธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของมูลนิธิออกซฟอร์ดไทย ฟาวเดชั่น (Oxford Thai Foundation) เพื่อจัดหาทุนการศึกษามอบให้กับนักศึกษาไทยที่ต้องการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่เธอเรียนจบมาด้วย โดยเน้นให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท ซึ่งคุณสมบัติคือต้องเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีคุณสมบัติเหมาะสม และเมื่อเรียนจบมาแล้วจะสามารถกลับมาทำงานและช่วยเหลือสังคมไทยต่อไปได้

ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ

 

“ด้านที่สอง การให้ความรู้และการแนะนำอาชีพให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้พวกเขาขยันศึกษาหาความรู้เรื่องเรียน และค้นหาอาชีพของตัวเองในอนาคต อย่างนักเรียนที่ได้รับทุนจากดิฉันก็จะไม่ได้รับแค่ทุนการศึกษาอย่างเดียว นักเรียนบางคนที่พอจะรู้ว่าตัวเองอยากเรียนด้านไหนในระดับมหาวิทยาลัย ดิฉันจะพยายามช่วยให้เขาได้พูดคุยกับคนในสายอาชีพนั้นๆ เพื่อให้เขาเข้าใจในสายงานมากขึ้น และช่วยตัดสินใจในการเลือกวิชาเรียนต่อได้ อย่างธุรกิจที่ครอบครัวดิฉันทำมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานโรงแรมด้วย เราก็เปิดโอกาสให้เด็กที่สนใจงานด้านโรงแรมเข้ามาฝึกงาน เด็กที่มีความสามารถสูงและขยันจะได้รับค่าจ้างแบบฟูลไทม์เหมือนพนักงานประจำ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะได้เงินจากการทำงานเพื่อไปใช้ในการเรียนต่อไป

ด้านที่สาม การนำความรู้ที่ดิฉันมีไปช่วยเหลือสังคม เนื่องจากดิฉันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของโรงเรียนสตรีภูเก็ต โรงเรียนประจำจังหวัดที่ดิฉันเคยศึกษาเมื่อสมัยมัธยมต้น ดิฉันจึงให้ทั้งคำแนะนำและใช้ความสามารถทางด้านธุรกิจและคอนเนกชั่นส่วนตัวมาช่วยหาทุนหรือทำโครงการต่างๆ เพื่อหารายได้ให้กับโรงเรียนด้วย เช่น ช่วยจัดการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน เพื่อหาเงินสร้างอาคารกีฬาหลังใหม่ให้โรงเรียน หรือการให้คำแนะนำโรงเรียนประถมของดิฉันในการใช้พื้นที่โรงเรียนให้เป็นประโยชน์เพื่อหารายได้เสริมให้กับโรงเรียน เป็นต้น”

ดร.ศิริภัทรา ทิ้งท้ายว่า การที่เธอช่วยเหลือสังคมมาตลอดกว่า 10 ปี เป็นเพราะได้รับการปลูกฝังจากครอบครัวซึ่งเป็นนักธุรกิจ โดยให้คิดเสมอว่าการที่ธุรกิจเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะคนในสังคม ฉะนั้นหากสามารถมอบโอกาสที่ดีกลับคืนให้สังคมได้ ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

กีฬาสร้างเด็กๆ ให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพ

สำหรับ รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท พัฒนา สปอร์ต คลับ ซึ่งทำธุรกิจสนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล และโรงแรมใน จ.ชลบุรี ภายใต้ธุรกิจกลุ่มไทยซัมมิท เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่อีกคนที่ทำธุรกิจไปพร้อมกับการช่วยเหลือสังคมด้วย รุจิรพรรณ บอกว่า การได้ทำธุรกิจสนามฟุตบอลขนาด 7,000 ที่นั่ง ทำให้เธอปิ๊งไอเดียในการขยายขอบเขตในเรื่องกีฬาที่นอกเหนือจากกอล์ฟ นั่นก็คือฟุตบอล เพื่อให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพได้มากขึ้น

“ดิฉันเริ่มเข้าไปเป็นสมาชิกของเน็กซ์ซัสฯ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้น จึงรู้จักกับนพพล (ผู้อำนวยการกลุ่มเน็กซ์ซัสฯ) และสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งก่อนที่จะมาเข้ากลุ่ม ดิฉันยังไม่มีโครงการช่วยสังคมเป็นของตัวเอง แต่มักจะชอบไปช่วยทำโครงการของเพื่อนๆ ซะมากกว่า พอดีว่าช่วงนั้นดิฉันสนใจกิจกรรมที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ด้วยและช่วยสังคมได้ด้วยอยู่แล้ว การได้ไปเข้าร่วมสัมมนาและได้รับรู้ถึงรูปแบบการทำธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ไปด้วย ทำให้ดิฉันเริ่มสนใจศึกษาเพิ่มเติมและเรียนรู้ธุรกิจที่ได้ประโยชน์ทั้งสองทางนี้มากขึ้น

รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ

 

ประกอบกับช่วงนั้นบริษัทเราได้เริ่มทำโครงการ ‘ฟุตบอล อุตสาหกรรม คัพ’ มาได้พักใหญ่ ดิฉันจึงนำแนวคิดและวิธีการของธุรกิจเพื่อสังคมมาผสมผสานในโครงการนี้ด้วย ซึ่งสนามฟุตบอลของเราอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมทางด้านตะวันออกของ จ.ชลบุรี เราเลยจัดการแข่งขันเป็นทัวร์นาเมนต์ขึ้นมา แล้วจึงชักชวนนักเตะจากทีมอุตสาหกรรมต่างๆ มาร่วมแข่งขันฟุตบอลกัน ซึ่งตอนจัดปีแรกทาง จ.ชลบุรี ก็ชอบไอเดียและให้เงินสนับสนุนมาก้อนหนึ่ง จากเริ่มต้นมีทีมเข้าแข่งขัน 16 ทีม ตอนนี้กลายเป็น 32 ทีม ซึ่งปีนี้ก็จัดมาเป็นปีที่ 6 แล้ว”

รุจิรพรรณ เสริมว่า ปัจจุบันมีการปรับรูปแบบการแข่งขันทุกปี โดยเน้นความเป็นมืออาชีพมากขึ้นทั้งโค้ช กรรมการ และตัวนักเตะ จนตอนนี้มีการแบ่งการแข่งขันออกเป็นดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 และปีหน้าก็จะดีลกับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ อีก ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

“บริษัทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักจะสนับสนุนพนักงานให้เป็นนักเตะอยู่แล้ว เพราะช่วยในเรื่องความแข็งแรงของร่างกายและห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งหลายฝ่ายก็ได้ประโยชน์จากกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลนี้ร่วมกัน ปัจจุบันนี้เราจึงต่อยอดด้วยการนำเด็กมาฝึกเป็นนักกีฬาในทีมฟุตบอลคลับของเราเอง โดยก่อตั้งสโมสรพัฒนา เอฟซี ซึ่งมีเด็กที่มาฝึกเป็นนักเตะประมาณ 50 คน อายุ 13-17 ปี โดยร่วมกับโรงเรียนใน จ.ชลบุรี นำเด็กๆ มาฝึกฝน มีโค้ชสอน มีที่กินที่อยู่เสร็จสรรพ ผู้ปกครองก็แฮปปี้เพราะไม่ต้องห่วงว่าเด็กจะออกนอกลู่นอกทาง ทำไปทำมาปีที่แล้วเราชนะถึง 6 แชมป์ด้วยกัน ซึ่งมีแชมป์ระดับประเทศรุ่นอายุ 14 ด้วย”

รุจิรพรรณ ทิ้งท้ายว่า การทำเช่นนี้ก็เหมือนช่วยพัฒนาศักยภาพของฟุตบอลและนักเตะไทยไปในตัว ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นต้นแบบสโมสรฟุตบอลมืออาชีพของไทยได้ในอนาคต “ดิฉันมองว่าการช่วยเหลือสังคมของเราไม่ใช่แค่ว่าให้เงินไปแล้วก็จบ แต่เราอยากจะสร้างการพัฒนาให้พวกเขาก้าวไปสู่อาชีพไปพร้อมกันด้วย ดิฉันจึงอยากให้คนรุ่นใหม่หันมาเปลี่ยนแนวคิดในการทำธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสังคมกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นการให้ที่ยั่งยืนมากกว่าตัวเงินแน่นอนค่ะ”

 

Leave a comment