ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
23 มีนาคม 2559 เวลา 11:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/422938

โดย…กองทรัพย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เพียงต้นปีข้อมูลรับแจ้งอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2559 จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน พบว่า ในช่วง 3 เดือนของปีแรกมีผู้เสียชีวิต 2,517 ราย บาดเจ็บ 1.66 แสนราย ขณะที่สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก ระบุว่า ในปี 2559 มีรถตู้โดยสารไม่เกิน 15 ที่นั่ง เกิดอุบัติเหตุแล้ว 178 ครั้ง และจากสถิติขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุของประเทศไทย ถูกจัดอันดับให้เป็นที่ 6 ของโลกเลยทีเดียว ทั้งนี้การเกิดอุบัติเหตุคนส่วนใหญ่มักมองเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่มักจะมองข้ามการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่โดยสารระบบขนส่งสาธารณะ ที่ล่าสุดตระหนกกับเหตุการณ์เรือโดยสารระเบิดมาแล้ว
เราจึงทำการรวบรวมเทคนิคที่มากกว่าการวัดดวงแต่ละหนมาแนะนำ สำหรับผู้ที่ต้องใช้บริการของขนส่งสาธารณะในรูปแบบต่างๆ อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
นั่งเรือโดยสารให้ปลอดภัย
ผู้โดยสารทางเรือจะต้องไม่กลัวเปียก ไม่กลัวแดด เพราะการขยับตัวเพื่อหลบฝอยน้ำหรือเปลี่ยนที่นั่งบ่อยๆ เพื่อหลบแดดจะทำให้เรือเสียการทรงตัว คำแนะนำจากกรมเจ้าท่าสำหรับผู้ใช้บริการเรือโดยสารสาธารณะ ดังนี้
การรอเรือให้อยู่บนฝั่งหรือท่า อย่ายืนคอยบนโป๊ะ เนื่องจากโป๊ะรับน้ำหนักได้จำกัด หากลงไปยืนคอยบนโป๊ะมากๆ อาจทำให้โป๊ะพลิกคว่ำเพราะรับน้ำหนักมากเกินไป ส่วนการขึ้นหรือลงเรือ ต้องรอให้จอดเทียบท่าเรียบร้อยเสียก่อน อย่าแย่งกันลงเรือ หากเห็นว่ามีผู้โดยสารในเรือเต็มแล้วให้คอยไปเรือลำถัดไป ส่วนการเลือกที่นั่งภายในเรือ ไม่เหมือนกับรถโดยสารทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึงการทรงตัวของเรือเป็นสำคัญ ให้กระจายกันนั่งเพื่อความสมดุล ส่วนการขึ้นจากเรือต้องรอให้เรือเทียบท่าสนิทแล้วทยอยขึ้น ไม่ลุกพร้อมกันเพราะจะทำให้เรือเสียสมดุล เรืออาจจะพลิกคว่ำได้
หากเรือล่มจะทำอย่างไร? กรณีที่ว่ายน้ำไม่เป็นขณะอยู่ในเรือต้องมองหาจุดของเสื้อชูชีพ เมื่อเกิดเหตุแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือตั้งสติ อย่าตกใจจนเกินไป เมื่อได้ชูชีพแล้วพยายามพาตัวเองให้ออกห่างจากเรือให้มากที่สุด และต้องระวังใบจักรเรือที่ยังทำงานอยู่ หากว่ายน้ำเป็นและไม่มีชูชีพให้หาสิ่งของที่ลอยน้ำได้เกาะเพื่อพยุงตัวในน้ำให้ได้นานที่สุดและรอการช่วยเหลือ

เทคนิคการเลือกที่นั่งบนรถตู้
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะนำให้เลือกโดยสารรถตู้ป้ายทะเบียนสีเหลือง ไม่ขึ้นรถที่ดัดแปลงเพิ่มเติมที่นั่ง หรือติดฟิล์มกรองแสงเข้มเกินไป ไม่ขึ้นหรือลงนอกป้ายและจุดจอดเพราะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอื่นหรืออันตรายจากมิจฉาชีพ ต้องลงจากรถทุกครั้งที่ที่รถเติมเชื้อเพลิงพร้อมทั้งwงดใช้โทรศัพท์เพราะอาจก่อให้เกิดประกายไฟและแรงดันก๊าซที่เสี่ยงระเบิดได้
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุการเลือกที่นั่งปลอดภัยในรถตู้ว่า ให้เลือกนั่งบริเวณตอนกลาง หรือด้านขวาของรถซึ่งเป็นฝั่งเดียวกับคนขับ หากเลี่ยงได้ให้นั่งห่างจากประตูรถเพราะเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุด หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงประตูอาจยุบตัวเข้ามาจนผู้โดยสารถูกอัดติดอยู่ในรถหรือเปิดออกจนคนเหวี่ยงออกนอกรถ แต่หากจำเป็นต้องนั่งเบาะริมติดประตูรถ ให้ล็อกประตูทุกครั้ง จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น
ทุกครั้งที่เดินทางต้องไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยที่จะช่วยยึดลำตัวไม่ให้กระแทกกับอุปกรณ์อื่นๆ ในรถ รวมถึงป้องกันตัวเองกระเด็นออกจากตัวรถเมื่อประสบอุบัติเหตุ หากมีเหตุฉุกเฉินให้โน้มศีรษะไปด้านหน้า เก็บศอกให้ชิดลำตัวมากที่สุด ป้องกันศีรษะและลำคอจากแรงกระแทก ช่วยลดอาการบาดเจ็บและอัตราการเสียชีวิตได้ สิ่งสำคัญต้องมีสติทุกครั้งและหมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนขับ อย่าทนนั่งรถตู้ที่ขับรถเร็วน่าหวาดเสียว คนขับหลับใน สภาพรถทรุดโทรม บริการไม่สุภาพ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1584 ตำรวจทางหลวง 1193 สายด่วนตำรวจ 191

เมื่อต้องนั่งแท็กซี่
นอกจากรถ ขสมก.ไม่เข้าป้ายแล้ว อีกหนึ่งการเดินทางที่ต้องวัดดวงไม่แพ้กัน นั่นคือการโดยสารรถแท็กซี่ที่เสี่ยงไม่แพ้กัน มาดูวิธีเอาตัวรอดบนรถแท็กซี่กันดีกว่า ก่อนขึ้นรถต้องตรวจเช็กว่าแท็กซี่มีการติดป้ายทะเบียนขนส่งถูกต้องหรือไม่ สังเกตยี่ห้อ สีรถ และเลขระบุข้างรถว่าตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่ เมื่อขึ้นรถแล้วต้องจดเลขสติ๊กเกอร์ป้ายทะเบียนรถที่ติดไว้ข้างประตู รวมถึงดูใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ติดไว้ด้านหน้ารถ แล้วถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถส่งให้กับคนใกล้ชิด หรืออาจโทรศัพท์บอกข้อมูลของรถและคนขับ และควรเลือกที่นั่งด้านหลังคนขับเพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวมาได้ง่าย
ข้อสำคัญ คืออย่าสนทนาเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ หากคนขับแท็กซี่ชวนคุย ควรคุยเฉพาะเรื่องเส้นทางเท่านั้น ไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัว เพราะจะเป็นการนำไปสู่การคุยเรื่องทะลึ่งลามกได้ ตั้งสติไว้ตลอดเวลา อย่าเผลอหลับระหว่างทาง แล้วขณะที่นั่งบนรถควรสังเกตอะไรบ้าง หนึ่งคือเส้นทางที่ผ่าน เช่น ป้ายบอกชื่อถนน ชื่อซอย สถานที่สำคัญ และพฤติกรรมคนขับ หากพบว่าคนขับปรับกระจกเพื่อมองระดับหน้าอกหรือหน้าขาของผู้โดยสารให้ระวังตัวไว้ทันที ควรหาที่ปลอดภัยที่มีแสงสว่างมีคนเยอะๆ ลงจากรถเพื่อขอความช่วยเหลือ

เหินฟ้าอย่างปลอดภัย
นิตยสารป๊อปปูลาร์ เมคานิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิเคราะห์ทางสถิติอย่างละเอียด โดยนำข้อมูลอุบัติเหตุของเครื่องบินในสหรัฐ จำนวน 20 ครั้ง ที่มีทั้งผู้รอดชีวิตและเสียชีวิต จากสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งสหรัฐ (NTSB) ตั้งแต่ปี 2514-2550 พร้อมทั้งข้อมูลแผนผังที่นั่งของผู้โดยสาร มาวิเคราะห์สรุปได้ว่า “ที่นั่งบนเครื่องบินด้านท้ายปลอดภัยที่สุด” เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนที่มีโอกาสได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าว กล่องดำที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการบิน มักนิยมติดตั้งไว้ที่ส่วนท้ายเครื่องบิน
เมื่อคำนวณตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว ผลวิเคราะห์แจกแจงออกมาว่า หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% ส่วนปีกโอกาสรอด 56% เท่ากับส่วนหน้าปีก และเคบินด้านหน้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ อัตราการรอดหากเกิดอุบัติเหตุมีเพียง 49% อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องบิน จะปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อรัดเข็มขัดนิรภัย ตั้งใจฟังคำแนะนำของลูกเรือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเอง มีสติ ช่างสังเกต และไม่ประมาท เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

เทคนิคการหาที่นั่งบนรถเมล์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ช่วงปี 2557-2558 ผู้ใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมากกว่า 3 แสนคน/วัน มากกว่าครึ่งเลือกใช้บริการเพราะราคาถูกและได้รับความสะดวกเป็นหลัก แต่ให้ความสนใจด้านความปลอดภัยน้อย เพราะคิดว่าไม่มีทางเลือกมากนัก ดังนั้นสิ่งที่ทีดีอาร์ไอแนะนำเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร คือตั้งระบบการประเมินคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ โดยมาตรการและการกำหนดบทลงโทษให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม ระบบประเมินเป็นเครื่องมือที่สามารถทำได้ทันที เพื่อจับตาดูผู้ประกอบการไม่ให้ทำผิดระเบียบ และนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพการบริการ
ในระหว่างทางที่รอกฎหมายที่เป็นรูปเป็นร่าง ผู้บริโภคอย่างเราก็ต้องเอาตัวรอดรอกันไปก่อน การจะได้ที่นั่งบนรถเมล์จำเป็นต้องใช้ศิลปะเล็กน้อย ซึ่งถ้าเราเชี่ยวชาญและรู้ธรรมชาติของรถเมล์สายที่เราจะขึ้นก็จะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การขึ้นรถเมล์ก่อนคนอื่นได้ เช่น ถ้าหากรอสาย ขสมก. ต้องรอป้าย Bus Stop พอดีเพราะรถจะจอดตรงป้าย แต่ถ้าเรารอรถร่วมบริการ ต้องรอที่ต้นป้ายก่อนถึง Bus Stop

เมื่อเราเบียดเสียดขึ้นรถได้แล้ว อันดับต่อไปคือการหาที่นั่ง เทคนิคหนึ่งในกรณีที่ออกไปทำงาน หรือไปเรียนหนังสือในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวัน จะทำให้คุณคุ้นหน้าเพื่อนร่วมทาง ไม่ว่าจะเป็นที่ป้ายรถเมล์ หรือบนรถเมล์ จึงควรสังเกตให้ดีว่าเขาลงรถที่ใด ถ้าเขาลงก่อนให้เข้าไปยืนใกล้เขาไว้ เมื่อเขาลงที่ป้ายประจำเราก็จะเพิ่มโอกาสการได้ที่นั่งสูง
สิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ คือ ความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้ใช้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะเดียวกันรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจริงใจในการแก้ปัญหา ใช้อำนาจที่มีในการตรวจสอบติดตามผล เมื่อการขนส่งสาธารณะปลอดภัย ก็จะ Win-Win ทุกฝ่าย ผู้ประกอบการมีรายได้ ประชาชนได้รับความสะดวก และส่งผลไปถึงการลดความสูญเสียได้อีกด้วย