ส่องโมเดลนปช. ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/433530

ส่องโมเดลนปช. ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศที่จะจัดตั้ง “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” โดยจะเปิดตัวในวันที่ 5 มิ.ย. 2559  ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวนั้น น่าสนใจยิ่งว่ารูปแบบการจัดการการโกงจะเป็นอย่างไร จะผิดกฎหมายประชามติหรือไม่

ที่สำคัญ คสช.จะยอมหรือไม่ เพราะดูประหนึ่งว่ากลยุทธ์ของ นปช.ครั้งนี้ เป็นแผนตรวจสอบไม่ให้ คสช.ใช้อำนาจมิชอบในการอุ้มประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

จตุพร พรหมพันธุ์ อธิบายลักษณะการดำเนินการของศูนย์ปราบโกงประชามติว่า ในส่วนกลางจะประกอบด้วยคณะทำงานหลักคือ แกนนำ นปช.ทั้งหมด อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  ธิดา ถาวรเศรษฐ์ เหวง โตจิราการ  ซึ่งแกนนำเหล่านี้จะเป็นทีมขับเคลื่อนการดำเนินการในด้านต่างๆ โดยมีการแบ่งภารกิจที่ชัดเจน เช่น ฝ่ายกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียน  ประสานงาน ยื่นเอกสารไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ การทำงานจะจัดทีมภายในศูนย์ ประกอบด้วย ทีมทนายความ ทีมกฎหมายของ นปช. และพนักงานด้านต่างๆ เช่นเดียวกันกับศูนย์ที่ต่างจังหวัดก็จะจัดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งศูนย์ต่างจังหวัดจะมีเครือข่ายและทีมทนายความ นปช.อยู่แล้ว โดยจะมอบให้แต่ละจังหวัดไปคิดกันว่าจะเสนอใครเป็นทีมกฎหมาย และหลังจากวันที่ 5 มิ.ย. ทุกจังหวัดจะส่งรายชื่อคณะทำงาน และทีมกฎหมายมาทั้งหมด

สำหรับข้อกังวลว่าการทำงานของ นปช.จะเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่ จตุพร ยืนยันว่า ไม่ต้องกังวล เพราะจะเปิดรับจิตอาสาเข้าร่วมด้วย เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม ครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องของคนสีใดสีหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นเรื่องระหว่างประชาธิปไตยและฝ่ายที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย เมื่อรัฐโดย คสช.ต้องการให้เกิดการทำประชามติ ที่ทุกคนต้องการให้เกิดความโปร่งใส เราจึงตอบสนองตามความต้องการนั้น ด้วยการเปิดประตูให้คนทุกฝ่ายที่มีความพร้อมว่าเราจะมาจับการทุจริต ไม่จำกัดว่าจะเป็นฝ่ายไหน ให้ทุกคนเข้ามาร่วมกันเป็นจิตอาสา และมีจิตใจเป็นประชาธิปไตย

ประธาน นปช. ฉายภาพการทำงานของศูนย์ดังกล่าวต่อไปอีกว่า ภารกิจของศูนย์ปราบโกงประชามติ จะเป็นศูนย์รับแจ้งข้อร้องเรียนต่างๆ ที่พบว่าทุจริตและพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย จากนั้นก็จะส่งเรื่องต่างๆ ไปยัง กกต. นอกจากนี้ศูนย์จะร่วมรณรงค์ให้คนร่วมกันในการจับโกง  และรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ

ขั้นตอนการดำเนินงานจะให้ประชาชนเข้ามาแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ก่อน หลังจากนั้นส่งเรื่องเข้าส่วนกลางที่ศูนย์กรุงเทพฯ จากนั้นทีมงานและทีมทนายความจะส่งเรื่องร้องไปยัง กกต.ต่อไป แต่หากที่ศูนย์ส่วนกลางได้รับเรื่องร้องเรียนว่าพบการทุจริตที่ต่างจังหวัด ก็จะประสานงานไปศูนย์นั้นๆ และส่งทีมงานตรวจสอบ หากพบข้อเท็จจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนเช่นเดียวกัน

หลายช่องทางการเปิดรับเรื่องร้องเรียนและข้อมูล คือ 1.เปิดสายด่วนเพื่อรับแจ้ง ซึ่งตอนนี้กำลังขอเลขหมายอยู่ 2.เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนสามารถแจ้งผ่านเว็บไซต์ได้ และ 3.แจ้ง ผ่านตู้ ปณ. เนื่องจากหลายคนอาจจะไม่สะดวกที่จะแสดงตัว

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนที่ กกต. เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ได้แจ้งเพื่อทราบไปในที่ประชุม ชี้แจงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการประชามติไปแล้ว  ทาง กกต.เองก็บอกว่าถ้ามีอะไรสามารถแจ้งมาได้ทันที เขามีช่องทางในการรับเรื่องเช่นกัน แต่หลังวันที่ 5 มิ.ย. ที่เปิดตัวศูนย์ดังกล่าวแล้ว ก็คงแจ้งไปยัง กกต.อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

“ผมมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อห้ามในกฎหมายอยู่แล้ว เพราะกฎหมายจะห้ามการกระทำที่หยาบคาย ก้าวร้าว หรือเพื่อการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือขัดขวางคนไม่ให้มาใช้สิทธิ แต่การทำงานของเราครั้งนี้คือตรงกันข้าม เพราะเราเชิญชวนคนมาใช้สิทธิ ถือว่าเราทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี ได้ช่วย กกต.อีกทางหนึ่งในฐานะภาคประชาชน” จตุพร ระบุ

นอกจากนี้ การที่ กกต.ประกาศตั้งเป้าไว้ว่าคนจะมาใช้สิทธิ 80%  ในความเป็นจริงเป็นตัวเลขที่สูงและมีความเป็นไปได้ยาก ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ เพราะขนาดการเลือกตั้งในเขตที่มีการแข่งขันสูง ต้องรณรงค์กันมากคนจึงไปใช้สิทธิมาก แต่ครั้งนี้หากให้ภาครัฐทำฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กกต. และกลไกหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ทั้ง รด. อสม. ยันลูกเสือชาวบ้าน ไปชี้แจงบอกแต่ข้อดีว่ามีอะไรอย่างไร แต่ข้อไม่ดีไม่มีพื้นที่จะชี้แจง

ฉะนั้น ถ้ามีข้อดีอย่างเดียว ในทางปฏิบัติจะไม่เกิดแรงกระเพื่อม คนในพื้นที่จะออกไปใช้สิทธิน้อย เหมือนลงสมัครคนเดียว ดังนั้นเราจะไปช่วยกระตุ้นให้คนออกมาใช้สิทธิ  อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง เราต้องการให้คนมาใช้สิทธิให้มาก และการทำประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใส ทุกฝ่ายจะได้รับกันได้

ด้าน ธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่สามารถระบุว่าทำได้หรือไม่ เพราะยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต้องนำเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณาในรายละเอียด หากระบุไปตอนนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

ธนิศร์ ยังได้กล่าวถึงการจัดงาน คิกออฟ 7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ว่าจะมีการเชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และภาคประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน และจะมีการเปิดตัวแมสคอตที่เป็นหนุมาน และเพลงที่ใช้ในการรณรงค์ประชามติด้วย โดยล็อตแรกจะจัดส่งสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ และคำอธิบายคำถามพ่วงประชามติ 1 แสนชุด ซึ่งขณะนี้จัดพิมพ์แล้วเสร็จ และพร้อมที่จะจัดส่งให้กับ กรธ. และ สนช. อย่างละ 5 หมื่นชุด

สำหรับส่วนที่เหลือและจะมีการจัดพิมพ์เพิ่มจนแล้วเสร็จในวันที่ 22 มิ.ย. อีก 9 แสนชุดและไปรษณีย์ก็จะจัดส่งไปยังส่วนราชการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยระดับตำบลของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 มิ.ย.ซึ่งยืนยันว่าประชาชนจะมีเวลาศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 เดือนเศษ

 

Leave a comment