ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
12 มิถุนายน 2559 เวลา 16:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/437021

โดย…โยธิน อยู่จงดี
เป็นเวลาเกือบ 7 ปีที่ผมขับรถผ่านเสถียรธรรมสถาน ปากซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา เกือบทุกวัน แต่ก็ได้แต่มองผ่านและเก็บความสงสัยอยู่ในใจว่าด้านหลังกำแพงสีเอิร์ธโทน อันมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมนั้นเป็นอย่างไร เรารู้แต่เพียงว่า นี่คือสถานปฏิบัติธรรมที่มีผู้คนสนใจเข้ามาปฏิบัติธรรมมากมาย แต่ไม่เคยรู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและความร่มรื่น
เสถียรธรรมสถานก่อตั้งเมื่อปี 2530 โดยกองทุนเสถียรธรรม ภายใต้การดูแลของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ด้วยวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่ศาสนา พัฒนาชุมชน และส่งเสริมคุณธรรมให้กับเด็ก และสตรี โดยใช้หลักพุทธธรรมนำสังคม จนพระธรรมโกศาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เคยกล่าวไว้ว่า สถานที่นี้ผู้จัดสร้างมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ และเผยแผ่ธรรมะ แก่คนที่ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือคนที่รู้ที่เข้าใจแล้ว แต่ยังไม่ก้าวหน้า ก็มาพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้น เพราะการมีธรรมะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิต ชีวิตที่มีธรรมะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ ชีวิตที่ขาดธรรมะเป็นชีวิตที่บกพร่อง”

แต่ก่อนที่เราจะเข้าสถานปฏิบัติธรรมอยากให้แวะเข้าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุกันก่อนครับ พระบรมสารีริกธาตุนี้ได้ประทานมาจาก สมเด็จพระมหานายะกะ ประธานสงฆ์ฝ่ายสยามวงศ์อรัญวาสี ประเทศศรีลังกา พร้อมกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นการสืบสานสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา ในวาระครบรอบ 250 ปี ที่พระอุบาลีมหาเถระได้เป็นพระธรรมทูตไปยังประเทศศรีลังกา ภายในห้ามถ่ายรูปแต่สามารถสวดมนต์นั่งปฏิบัติธรรมอย่างสงบได้ พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานบนพระธาตุเจดีย์ทรงระฆังคว่ำจำลองแบบมาจากองค์พระปฐมเจดีย์ที่ จ.นครปฐม อันมีฐานประดับด้วยกลีบอุบลสีทอง สักการะพระธาตุและนั่งสงบจิตสงบใจกันก่อนที่จะก้าวไปเที่ยวชมส่วนอื่นๆ
จุดแรกที่ทุกคนจะได้เห็นก็คือศาลาต้อนรับธรรมะสวัสดี เป็นศาลาที่มีแม่ชีคอยให้คำแนะนำแก่ผู้มาเยือนทุกคน ที่นี่จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับธรรมะและการปฏิบัติธรรมจัดแทบทุกสัปดาห์ รองรับตั้งแต่ปฏิบัติธรรมระยะสั้น ระยะยาว ธรรมะสำหรับเด็กๆ ธรรมะสำหรับพ่อแม่ หรือถ้าสนใจจะเดินเที่ยวชมภายในก็เพียงแค่ถอดรองเท้า ถุงเท้าไว้ด้านนอก แล้วก้าวเท้าเปล่าเข้าสู่เขตแห่งธรรมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสกปรกแต่อย่างใดเพราะที่นี่สะอาดมาก เหลือก็แค่ใจเราเท่านั้นละครับที่ต้องล้างให้สะอาด

เมื่อแรกย่างก้าวสู่เขตเสถียรธรรมสถาน ทำให้ผมนึกถึงวัดป่าปัญญานันทาราม ที่แบ่งเขตแดนต่างๆ เพียงแค่เส้นทางเดินและต้นไม้อันร่มรื่น นี่คือสวนธรรมะ (ชาติ) ที่ชวนให้เราอยากปล่อยวาง อาจจะไม่ต้องถึงกับปล่อยวางกิเลสก็ได้ ขอแค่ปล่อยวางสมาร์ทโฟนในมือแล้วเปิดตามองสิ่งรอบตัวอยู่กับความสงบนิ่ง แค่นี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้
ดูเหมือนจะกลมกลืนกับธรรมชาติไปทุกอย่าง ตั้งแต่สิ่งปลูกสร้างและงานศิลปะธรรม ที่ตั้งแสดงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ก็ดูเข้ากับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี หากถามว่าอะไรเด่นไปกว่ากันเราคงตอบไม่ได้ เพราะตามประวัติความเป็นมาการสร้างเสถียรธรรมสถานนั้น เริ่มมาจากการปลูกต้นไม้ก่อน ก่อนที่จะมีการสร้างอาคาร ดังนั้น การสร้างอาคารของที่นี่จึงสร้างด้วยหลักแห่งการไม่เบียดเบียนธรรมชาติ จึงสร้างให้ดูกลมกลืน เราอยู่ได้ต้นไม้อยู่ได้ผืนดินอยู่ได้ หลักการหนึ่งที่บันทึกไว้ในเสถียรธรรมสถานก็คือ “วิธีการคิดที่จะอยู่รวมกันให้ได้นั้นต้องอย่าไปคิดว่าจะต้องอยู่ตามที่เราอยากอยู่ แต่ถ้าเราจะอยู่อย่างรวมกันให้ได้ มันมีความสุขอยู่เหนือความอยาก มันไม่ปิดกั้นตัวเราที่จะเข้าไปบวกกับสิ่งอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ โดยเฉพาะกับธรรมชาติ ถ้าเมื่อใดที่เราเคารพธรรมชาติ ธรรมชาติจะเกื้อกูลเรา”

ที่นี่จึงมีแต่อาคารที่ดูเรียบง่ายในสวนธรรมมีประติมากรรมแฝงธรรมะที่น่าสนใจอยู่หลายชิ้น เช่น อนุสาวรีย์แห่งความงาม ความดีความจริง เป็นรูปทรงของผู้หญิงที่กางมือออกเพื่อโอบอ้อมช่วยเหลือผู้อื่นโดยมีชิ้นงานศิลปะ 72 ชิ้น เป็นตัวแทนผลแห่งกรรมดี ซึ่งประติมากรรมนี้สร้างขึ้นในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หรืออนุสาวรีย์พระอาทิตย์ที่ติดดินที่แสดงถึงพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเปรียบประดุจดังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปทั่วแผ่นดิน
ที่เด่นชัดอีกจุดหนึ่งก็คือ พระมหาเจดีย์พระอารยตารามหาโพธิสัตว์หมื่นพระองค์ เป็นพระมหาเจดีย์ที่คล้ายเจดีย์ แต่ถูกลดทอนผิวนอกจนดูเหมือนเป็นมหาเจดีย์ยุคใหม่ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น มหาเจดีย์นี้รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อยู่โดยรอบ เป็นที่ประดิษฐานของพระศรีอริยเมตไตรย และรายล้อมด้วยพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ ผู้ตั้งอธิษฐานจิตจะเป็นพระมารดาของพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป

แสงแดดร้อนแรงขึ้นตามเวลา ทว่าเรายังรู้สึกถึงความร่มเย็น จึงกลับย่างเท้าเข้าสู่ตัวอาคารสาวิกา-สิกขาลัย อาคารที่แลคล้ายกับยังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็ดูเรียบร้อยน่าอยู่จนเรานึกถึงศัพท์คำหนึ่งในวงการสถาปนิก คือคำว่า “สัจจะวัสดุ” แก่นแท้แห่งความเป็นโมเดิร์นดีไซน์ นั่นคือการกะเทาะเปลือกนอกของอาคารแล้วแสดงให้เห็นถึงวัสดุที่แท้จริงภายในไร้สิ่งปิดบังให้เห็นเนื้อแท้ของ อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก และกระจก คล้ายกับจะบอกกับเราทุกคนว่ารูปกายเป็นเพียงเปลือกภายนอก เป็นเพียงกิเลสที่ปิดบังดวงตาแห่งธรรม เมื่อไร้กิเลส ไร้รูปกายภายนอกแล้วเราทุกคนล้วนไม่แตกต่างกัน
ในอาคารแห่งนี้มีร้านอาหารคลีนฟู้ดรสชาติไม่เลวร้ายอย่างที่คิด มีห้องสมุดธรรมะ และห้องนิทานธรรมะสำหรับเด็กๆ และที่นั่งสำหรับพักผ่อนให้เห็นธรรมชาติและความร่มรื่นอยู่หลายจุด แต่สิ่งที่เราทุกคนควรปฏิบัติเมื่อเดินเข้ามาสู่สถานที่แห่งนี้ก็คือ ความสำรวม กาย วาจา และใจ ไม่ทำการใดที่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรมท่านอื่น แต่เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าคุณจะร้อนรุ่ม อีโก้สูงขนาดไหน เมื่อเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ทุกอย่างจะดับลง เพราะทุกคนดูแจ่มใสจากภายใน สำรวม สงบนิ่ง จนเราเองยังรู้สึกได้ว่าใจเรายังไม่สงบพอ และละลายที่จะทำสิ่งใดที่ไม่สำรวม ในสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ควรค่าแก่การมาเยือนแห่งนี้