นายร้อยตร.หญิงรุ่น 1 สู่เจ้าของเพจดัง ‘หมวดคะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มิถุนายน 2559 เวลา 08:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/439474

นายร้อยตร.หญิงรุ่น 1 สู่เจ้าของเพจดัง ‘หมวดคะ’

โดย…กันติพิชญ์ ใจบุญ

นัยน์ตาหวานฉ่ำดวงโตสวยได้รูป บวกรับกับใบหน้าที่สวยหวาน ผมสั้นขนานกับใบหู เธอย่างกรายเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มที่น่าประทับใจ

แต่เมื่อเหลียวสายตาลงไปมองที่ข้างเอวของเธอ กลับเจอปืนพกยี่ห้อ Glock 26 เหน็บอยู่

สันหลังได้เย็นวาบขึ้นมาทันที

หญิงสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า เธอคือตำรวจหญิงเหล็กแห่งรั้วปทุมวัน “หมวดหญิง” ร.ต.ท.หญิง สิริรัตน์ เพียรแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ปฏิบัติราชการสำนักงาน พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มาในชุดเครื่องแบบข้าราชการตำรวจ และใบหน้าที่อ่อนโยน สวยหวาน ก็ลบภาพอาวุธคู่กายของตำรวจทิ้งไปได้ทันที

“หมวดหญิง” โดดเด่นขึ้นมาในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ด้วยเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กตำรวจชื่อว่า “หมวดคะ” พ่วงด้วยสโลแกนว่า “เดี๋ยวหมวดตอบให้ ไม่ต้องไปถึงโรงพัก” ที่อธิบายข้อกฎหมายต่างๆ ด้วยลูกเล่นและการเลือกใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย รวมถึงเตือนภัยสังคมในรูปแบบต่างๆ อีกยังไขข้อข้องใจของประชาชนที่แวะเวียนเข้ามาสอบถามเรื่องคดีความต่างๆ

 

เพียงระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน ยอดไลค์ของเพจหมวดคะ ก็ทะยานทะลุ 1 แสนไลค์อย่างรวดเร็วที่สำคัญเพจหมวดคะที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นการปูสร้างภาพลักษณ์ของตำรวจไทยให้มีแง่มุมบวกมากยิ่งขึ้น ในภาวะที่กระแสสังคมกำลังถาโถมภาพลักษณ์สีกากี

หมวดหญิง มาพูดคุยกับกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ @Weekly ถึงตัวตนในฐานะดอกไม้เหล็กแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงอธิบายที่มาที่ไปเพจ “หมวดคะ” ที่กำลังร้อนแรงในแวดวงออนไลน์และสังคมตำรวจ

แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ในวงการ ตอบปัญหากฎหมายช่วยเหลือประชาชน

เธอบอกกับเราว่า การทำเพจ “หมวดคะ” เริ่มต้นจากเป็นคนที่ชอบวาดการ์ตูนอยู่แล้ว และอยากเผยแพร่รูปการ์ตูนตำรวจออกไปให้คนอื่นเห็น แต่พอจะเผยแพร่แล้ว คิดว่าวาดรูปอย่างเดียวมันอาจไร้สาระจึงคิดว่าควรต้องใส่เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นเข้าไปด้วยจึงคิดว่าน่าจะทำเพจที่ให้ความรู้กับประชาชน เพราะการทำงานในหน้าที่ตำรวจ ประชาชนมักถามถึงปัญหากฎหมาย จึงคิดหาทางอธิบายผ่านเพจด้วยการเขียนที่เข้าใจง่ายและเข้าถึง รวมถึงใช้การ์ตูนที่เราชอบวาดเข้าไปด้วย

แรงบันดาลใจของ ร.ต.ท.หญิง สิริรัตน์  ได้มาจากพี่ๆ ในวงการตำรวจที่ทำเพจตามเฟซบุ๊ก ทั้งจาก ร.ต.อ.ประพันธ์ขันธิคุณ หรือ “พี่พัน” เจ้าของเพจนายร้อย และ ร.ต.อ.สี่ทิศ อ่ำถนอม หรือ “พี่เบ๊นซ์” เจ้าของเพจข้าราชการนอกกะลา โดยพี่ๆ ทั้งสองคือคนที่ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ทั้งความรู้ แนวคิด จนนำไปสู่การตัดสินใจทำเพจ “หมวดคะ”

ด้วยการที่ลงมือทำเอง ดูแลเพจเพียงคนเดียว ทั้งวาดรูป ลงสี ด้วยการทำง่ายๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือและจากความตั้งใจทำให้ยอดไลค์และการแชร์ออกไปของเพจ “หมวดคะ” เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทำให้หมวดหญิงบอกว่าตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่ายอดไลค์จะพุ่งถึง 1 แสนไลค์ ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 2 เดือน

หมวดหญิง เล่าถึงเพจหมวดคะ เนื้อหาจะมีมุขสนุกมากมาย วิธีการทำเพจก็ใส่ตัวเราเองเข้าไปในเพจ เป็นบุคลิกของเรา ต้องคิดก่อนว่าเราอยากให้ประชาชนเห็นตำรวจแบบไหน เข้าถึงง่ายหรือเข้าถึงยาก และคำตอบก็ง่ายนิดเดียวคือใส่ตัวตนเราลงไป เพราะเราก็เป็นคนสนุกสนาน ใครอยากถามอะไรตอบได้หมด ถ้าเรื่องยากเราก็ขอตัวไปหาข้อมูลมาตอบให้ แต่ใครกวนมาเราก็กวนกลับไป เป็นแนวสนุกๆ ร่วมกันมากกว่าเช่น เราลงเรื่องโพสต์ประจาน ลูกเพจก็จะมาถามตลอดว่าแบบนั้น แบบนี้ ทำผิดหรือไม่ แต่หากเป็นปัญหาส่วนตัวของลูกเพจ ก็จะใช้วิธีอินบ็อกซ์ส่งข้อความส่วนตัวอธิบายเพื่อให้เขาเข้าใจ

 

เธอเล่าว่า บางคนเข้ามาจีบบ้างแบบขำๆ เช่น “ถ้าผมจะขอเบอร์หมวดไว้เพื่อปรึกษาได้มั้ยครับ” ก็ตอบไปเลยว่า “โทรมาได้เลยค่ะที่ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ อย่าลืมโทรมานะ” เราก็กวนกลับไปคือใช้ความเป็นตัวเรา เหมือนเราคุยกับเพื่อน คุยกับคนทั่วไป เราคุยอย่างไร ก็จะคุยกับลูกเพจอย่างนั้น และที่สำคัญคือหมวดหญิงจะอ่านทุกข้อความ และพยายามตอบทุกข้อความเช่นกัน ส่วนการโพสต์อะไรต่างๆ จะเลือกโพสต์วันละไม่เกิน 2 ครั้ง และพยายามจะโพสต์ทุกวัน

ส่วนการเลือกโพสต์ประเด็นต่างๆ นั้น ก็จะเลือกจากกระแสสังคม หรือสิ่งที่ลูกเพจต้องการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ที่ถามบ่อยๆ ก็แบบว่า ตบกันแล้วปรับ 500 บาทใช่มั้ย เป็นข้อมูลที่เขาแชร์กันประมาณว่า ตบกันเลย ขึ้นโรงพักก็จ่าย 500 บาท เราก็อธิบายไปว่า ความจริงแล้วมันไม่ใช่นะคะแค่ปรับ500 บาทน่ะ ตำรวจปรับกันเป็นหมื่นๆ บาทเลยนะนี่คือกฎหมายใหม่ที่แก้ไขกันแล้ว เรื่องนี้คนไม่รู้ อีกอย่างหากคู่กรณีไม่ยอมให้ปรับ แต่จะเอาเรื่อง ตำรวจก็ปรับไม่ได้นะ ต้องดำเนินคดีส่งขึ้นศาลเลย

หมวดหญิง เสริมว่า พอโพสต์เรื่องนี้ไปก็มีหลายกระแสตามมา ชมบ้าง ด่าบ้าง บ้างก็ว่าทำไมกฎหมายเป็นแบบนี้ ไปปกป้องคนอื่นทำไม ก็หน้าที่เราอีกที่ต้องอธิบายให้เข้าใจ เพราะกฎหมายมีเจตนาให้คนสงบสุข ไม่ได้เปิดช่องให้คนมาทะเลาะกัน หากมาตบตีกันแล้วค่าปรับน้อย คนก็เลือกจะทะเลาะกันมากกว่า ก็จะไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงนำไปสู่การลงโทษที่หนักและรุนแรงขึ้น

หรือแม้แต่การประจานที่จะถามกันบ่อยมาก คือเรื่องกิ๊ก ชู้ เมียน้อย จริงๆ แล้วไม่มีสิทธิจะไปประจาน ซึ่งเราก็อธิบายว่ากฎหมายนั้นหมายถึงอะไร ปกป้องใครจากใคร แต่หลายคนก็ว่า กฎหมายปกป้องเมียน้อยนี่นาเราก็เลยโพสต์เนื้อหาอีกข้อสำทับเข้าไป คือ วิธีการจัดการเมียน้อย เป็นแบบไหนถึงถูกกฎหมาย

 

“แต่ทุกอย่างก็มีมุขให้ลูกเพจโดยตลอดค่ะ” หมวดหญิงเล่า และว่าถ้าไม่เชื่อ เข้าไปดูที่เพจหมวดคะได้

ด้วยการใส่ใจอ่านทุกคอมเมนต์ ถ้าชื่นชมก็กดไลค์ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่คิดว่าต้องตอบเพราะเป็นความรู้ หมวดหญิงก็จะตอบทันที

“เราตั้งใจจะทำเพจให้มีสีสัน แต่ก็ไม่วิชาการมากจนเกินไป คือ ถ้าเราเป็นประชาชนเป็นชาวบ้าน เลือกเข้าเพจข้อกฎหมายจะเห็นแต่เรื่องวิชาการมากเกินไปก็ทำให้ไม่อยากรู้หรืออยากติดตาม เพราะมีแต่ตัวหนังสือยาวเหยียด จึงเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่สวยงาม มุ้งมิ้งน่ารัก มีรูปวาดสวยๆ บวกกับเนื้อหา ก็จะทำให้คนชอบอ่านชอบดู”

ร.ต.ท.หญิง สิริรัตน์  บอกอีกว่า อย่างเราทำหน้าที่ตำรวจ ก็มีหน้าที่อธิบายประชาชนที่มาโรงพักเช่นกัน เพียงแต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่า ชาวบ้านทุกข์ร้อนมาขอคำปรึกษา เราก็จะอธิบายกับเขาให้เข้าใจได้แค่คนเดียว หรือกลุ่มเดียว แต่เมื่อมาทำเพจ การที่เราอธิบายไปเรื่องหนึ่ง คนที่รับรู้และเข้าใจก็จะมากกว่า การกระจายความรู้จึงมากกว่า

“อย่างเรื่องตบกัน ถ้าขึ้นโรงพักเขาก็เข้าใจคนเดียว แต่เมื่อเราแชร์ออกไป คนรับรู้ก็มากและอาจจะถึงหลักหมื่นคน ตรงนี้ก็สามารถลดภาระงานตำรวจไปได้ด้วย”

ที่สำคัญคือ มีตำรวจด้วยกันชื่นชอบเพจหมวดคะ อย่างเช่นพนักงานสอบสวน หลายครั้งก็เปิดเพจหมวดคะให้ประชาชนได้ดูเขาก็เข้าใจเลย ผู้บังคับบัญชาก็เห็นด้วยเพราะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประชาชนได้เช่นกัน อีกอย่างเราก็เอาเวลาว่างจากงานประจำมาทำเพจ ที่สำคัญคือสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ใกล้ชิดประชาชน ด้วยว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว คุณถามมาเราตอบให้ ไม่คิดค่าปรึกษาใดๆ ทั้งสิ้น

 

กระนั้น หมวดหญิงยอมรับว่า การทำเพจ“หมวดคะ” ขึ้นมา ทำให้คนรู้จักมากขึ้น มีเพื่อนใหม่เข้ามาทักทายกันบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะไม่ได้เปิดเผยตัวตนเป็นที่สาธารณะมากกว่าเป็นเจ้าของเพจ เลิกงานเสร็จก็กลับบ้าน ส่วนเพจหมวดคะ ตั้งใจว่าจะทำต่อไปเรื่อยๆ และไม่ได้คาดหวังว่ายอดไลค์จะต้องพุ่งกระฉูดมากมาย เป้าหมายคือการเข้าถึงประชาชนมากกว่า อีกอย่างการทำเพจก็ทำให้เราได้ฝึก และได้ความรู้ข้อกฎหมายด้วยเช่นกัน เพราะบางเรื่องเราก็ไม่รู้ ต้องไปหาข้อมูลมาชี้แจงลูกเพจ เป็นการพัฒนาตนเอง ที่สำคัญคือมีเพื่อนคุยที่เป็นลูกเพจ มีสังคมใหม่ขึ้นมา

ฝันวัยเยาว์อยากเป็นครู พลิกผันสู่รั้วสามพราน

เธอบอกว่า การทำเพจ “หมวดคะ” ได้ตอบโจทย์ความฝันในวัยเยาว์ของหมวดหญิง ที่อยากจะเป็นครู เพราะการทำเพจที่เป็นลักษณะให้ความรู้ ก็เหมือนครูไม่ต่างกัน

หมวดหญิงในวัย 25 ปี พ่วงดาวแปดแฉกประดับบ่าไว้สองดวง จากเด็กสาวฐานะครอบครัวปานกลางจาก จ.ปทุมธานี ที่ชื่นชอบในงานศิลปะตั้งแต่เด็ก ไม่คิดไม่ฝันจะได้มาเป็นข้าราชการ เพียงแต่จุดเปลี่ยนของชีวิตเริ่มต้นขึ้นขณะที่เธออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ห้วงเวลานั้นเองที่เธอเห็นอะไรบางอย่าง และตราตรึงมาจนถึงทุกวันนี้

ภาพของเครื่องแบบข้าราชการตำรวจคือสิ่งที่หมวดหญิงเห็น และความฝันถูกจุดประกายขึ้นมา

“อยากใส่เครื่องแบบค่ะ แค่นั้นเอง ไม่ได้รู้เลยว่าต้องเป็นอะไร แต่เห็นเครื่องแบบแล้วมันรู้สึกเท่ จึงพยายามหาข้อมูลหาทางเพื่อจะเป็นข้าราชการให้ได้ จังหวะพอดีที่ขณะนั้นโรงเรียนนายร้อยตำรวจเปิดรับสมัครนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงเป็นรุ่นแรก เราก็พุ่งเป้าไปที่สามพรานเลย” หมวดหญิง ย้อนประวัติราชการของตนเอง

กระนั้น ร.ต.ท.หญิง สิริรัตน์ มีเวลาเตรียมตัวก่อนถึงวันสอบเพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือนขณะเดียวกันเธอเองก็พยายามผลักดันตัวเองให้มีความพร้อมที่สุด

 

จากเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็น ก็ต้องหัดว่ายน้ำจากเด็กที่ไม่เคยวิ่ง ก็ต้องหันมาออกกำลังกายสายตาที่เคยสั้น ก็ผ่าตัดเพื่อให้พร้อมกับความหวังที่จะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ส่วนเรื่องวิชาการ เธอเล่าว่ามีความแน่วแน่พอสมควรกับการเตรียมตัว และท้ายสุดก็สมหวังด้วยสามารถเป็นหญิงสาว 1 ใน 70 คนที่ได้เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นที่ 1 ของรั้วสามพราน ก่อนร่ำเรียนทุกอย่างเหมือนนักเรียนนายร้อยตำรวจชายทั้งหมด ฝึกเหมือนกัน เรียนเหมือนกัน เพราะเป้าหมายคือรับใช้ประชาชนเหมือนกันทุกคนทุกนาย

“ฝึกเหมือนกันหมดทุกอย่าง อะไรที่ผู้ชายทำ เราก็ทำ ยิงปืน กระโดดร่ม เรียน ฝึกงาน มีอย่างเดียวที่ไม่ได้ทำด้วยกัน คือ ตอนอาบน้ำเท่านั้นค่ะ” หมวดหญิงหยอดมุข

สำเร็จการศึกษาด้วยวัย 22 ปี ก่อนเข้ารับหน้าที่ด้วยตำแหน่งแรกคือพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี และถูกเรียกตัวมาช่วยราชการ ปฏิบัติหน้าที่ยังสำนักงาน พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา

การเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสำหรับผู้หญิง หมวดหญิง เล่าวว่า มีความเหนื่อยมีแรงกดดัน มีอะไรหลายอย่างมากกว่าที่คิด แต่ก็ใช้ความพยายามผ่านมาได้ แม้ว่าจะไม่ใช่คนแข็งแรงมาก แต่ก็มีความฝันอย่างเต็มที่ที่อยากสำเร็จการศึกษา และออกมารับใช้สังคม

อีกทั้งเหตุผลอีกหนึ่งประการคือฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร การจะไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ก็เกรงว่าจะไปรบกวนทางบ้าน แต่มาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็จะเรียนด้วยทุนของประชาชน มีเงินเดือน มีข้าวกิน มีที่อยู่ฟรีมีคนดูแลตลอดเวลา แค่เหนื่อยและอดทนอย่างเดียว อีกทั้งยังมีเกียรติมีศักดิ์ศรีตรงนี้เลยเลือกมุ่งมาทางนี้

“ที่บ้านก็สนับสนุน อยากเรียนอะไร อยากทำอะไร พ่อแม่ไม่เคยบังคับหรือคาดหวังถ้าเราชอบศิลปะเราก็ทำเต็มที่ไปเลย พอมาเป็นตำรวจที่บ้านดีใจมาก คุยกับเพื่อนบ้านทุกหลังว่าลูกสาวไปเรียนตำรวจนะ ตรงนี้เราภูมิใจมาก”

จากเดิมที่เราไม่ชอบตำรวจเลย เกิดความสงสัยทำไมต้องมาตั้งด่าน หรือเรียกเก็บเงินค่าปรับจากประชาชน นั่นคือมุมมองของเด็กที่เราเห็น แต่เพราะตำรวจบางส่วนก็แย่จริงๆ แต่พอมาเป็นตำรวจแล้วภาพก็ชัดเลยว่า อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่น่าสงสาร เพราะเป็นความคาดหวังจากประชาชนที่ต้องการให้แก้ไขปัญหาอย่างทันที รวดเร็ว ขณะที่รายได้ตำรวจเองก็น้อยนิด อุปกรณ์ทุกอย่างก็ต้องซื้อหาเอาเอง

“ทุกคนที่ขึ้นมาโรงพัก รับรองเลยว่าไม่มีใครดีใจกันหรอก ทุกคนเขามีความทุกข์มีปัญหาทั้งนั้น อาชีพตำรวจคือต้องแก้ไข และรองรับปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่กระนั้นเมื่อเลือกมาทำหน้าที่แล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อประชาชน”

ในมุมมองของตำรวจหญิงนั้น สำหรับ ร.ต.ท.หญิง สิริรัตน์ มองเรื่องนี้ว่า ทุกวันนี้ตำรวจหญิงมีศักยภาพไม่ต่างจากตำรวจชายเพราะทำงานได้ทุกอย่างและหลากหลายเช่นกัน ทั้งงานสอบสวน งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน

“ตอนที่เรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็มีนักเรียนหญิงในรุ่นที่ยิงปืนได้ที่หนึ่งของรุ่นชนะนักเรียนชายได้ด้วย ศักยภาพหรือความสามารถของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เพราะเรียน ฝึก ทุกอย่างมาตรฐานเดียวกันหมด จบออกมาก็ทำงานได้เหมือนกัน”

ส่วนเป้าหมายของอาชีพการงาน “หมวดหญิง” อยากจะลองทำหน้าที่อื่นๆ ดูบ้าง นอกเหนือจากงานสอบสวนที่เธอปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 ปี ทั้งงานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม หรือแม้แต่จราจร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาวุธปืนคือของคู่กายตำรวจไทย แย้มไปดูอาวุธคู่ใจของหมวดหญิง ก็พบว่าเป็นปืนพกออโตเมติกยี่ห้อ Glock 26 ประจำการข้างกายเธอมาแล้วกว่า3 ปี ยามว่างหมวดหญิงมักจะไปซ้อมมืออยู่เป็นประจำ เผื่อว่าสถานการณ์ในอนาคต เธออาจจำเป็นต้องใช้ในเหตุซึ่งหน้า

“ยิงปืนแม่นมั้ยหรือคะ พอใช้ค่ะ” ยิ้มมุมปากเล็กๆ ของหมวดหญิง บ่งบอกได้ว่าเรื่องปืน เธอเองก็มีความมั่นใจอยู่พอตัว

มองกลับไปยังเพจหมวดคะ น่าสนใจที่ว่าหมวดหญิงไม่ลดละที่จะตอบคำถามลูกเพจทั้งคดีความ ให้ความรู้ด้านกฎหมาย แม้แต่การมาหยอดคำหวานจากชายหนุ่มที่แวะเวียนผ่านตัวอักษร หมวดก็ยินดีตอกกลับได้อย่างแสบสันไม่หยอก อย่างเช่น

“หมวดมีแฟนแล้วค่ะ #โหดด้วย พูดลอยๆ555555”

“อย่าทำพูดเล่นไปนะคะ…บอกว่าชอบหมวดกัน เดี๋ยวถ้าดังแล้วขายครีมมาซื้อด้วย 5555 (พูดเล่นๆ)”

หรืออีกหลากหลายอรรถรสในการนำเสนอข้อมูลของเพจ “หมวดคะ” ด้วยถ้อยคำที่บ่งบอกได้ถึงความเป็นคนอารมณ์ดีของเจ้าของเพจ กำลังใจจากลูกเพจจึงหลั่งไหลและมากล้นมาให้หมวดหญิง

ด้วยแรงขับที่ว่าจึงทำให้เธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะยึดอาชีพตำรวจ และขณะเดียวกันก็มอบความรู้ให้กับประชาชนในมุมที่ตัวเองเลือกต่อไป

 

Leave a comment