เส้นทางค้าสัตว์ป่า เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2559 เวลา 10:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/439704

เส้นทางค้าสัตว์ป่า เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

โดย…พริบพันดาว ภาพ… คลังภาพโพสต์ทูเดย์

“เสือมีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง” เป็นคำขวัญของกรมป่าไม้ในหลายทศวรรษที่แล้ว ในการที่จะปลุกจิตสำนึกของประชาชนให้ตระหนักในความสำคัญของป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งมีเสือเป็นตัวแทนของยอดสูงสุดพีระมิดของวงจรอาหารและระบบนิเวศตามธรรมชาติเป็นสัญลักษณ์

ในยุคปัจจุบัน การรุกล้ำพื้นที่ของมนุษย์จากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและเมืองทำให้ป่าไม้และสัตว์ป่าทั่วโลกตกอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายนั้นเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งค้าขายอาวุธ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations) ได้ประมาณรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ทั่วโลกว่าสามารถทำเงินได้ถึง 6.65 แสนล้านบาทต่อปี

ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้กล่าวบนเวทีเสวนา “เสือโคร่ง จากกรงเลี้ยงสู่ตลาดมืด” ว่าปีที่แล้วทั้งปี องค์กรอนุรักษ์สายที่ทำเรื่องสัตว์ป่าได้ทำเรื่องนี้บ่อย เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งก็มีการร่วมกันระดมสมองแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

 

“สถานการณ์สัตว์ป่าก็มีความน่าสนใจไม่แพ้เรื่องป่าไม้ แล้วก็มีความสำคัญมาก ถ้าต่อไปกลุ่มองค์กรที่ทำงานอนุรักษ์เรื่องสัตว์ป่า ร่วมมือกับกรมอุทยานฯ ที่ทำงานในเรื่องเสือ ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

 

แน่นอน การค้าสัตว์ป่าเป็นอาชญากรรมที่มีความรุนแรงไม่น้อยไปกว่าการค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม  ซึ่งเป็นภัยคุกคามประเทศในแต่ละประเทศทั่วโลก ประเทศไทยค่อนข้างจะถูกโจมตีเรื่องนี้อย่างรุนแรงว่า เป็นประเทศศูนย์กลางการค้าสัตว์ป่าที่หนึ่ง ซึ่งใหญ่มากที่สุดในโลก

เพราะฉะนั้น หน้าที่ในการป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม จึงไม่ใช่ภาระของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นความร่วมมือร่วมใจทั้งภาครัฐในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องทำงานสอดประสานเกาะเกี่ยวไปด้วยกัน ภาคองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ และภาคประชาชน ที่ต้องช่วยกันอย่างสุดความสามารถ

เส้นทางการค้าสัตว์ป่า

ผลกระทบจากปัญหาการค้าสัตว์ป่า ได้แก่ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมากและไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่า หากเหตุการณ์เช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป สัตว์ป่าและพืชป่าในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 13-42% จะสูญพันธุ์ไปในศตวรรษนี้ และอัตราการสูญเสียอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากจำนวนดังกล่าวก็เท่ากับสัตว์เหล่านั้นจะสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้อย่างถาวร

การสูญเสียระบบนิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งอาหารและความแปรปรวนของสภาพอากาศ ทำให้สัตว์ป่าขาดแคลนอาหาร ซึ่งมีผลทำให้สัตว์ป่าล้มตายจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น ทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมไว้

 

ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าเพิ่มอัตราความเสี่ยงของการแพร่ระบาดไวรัสและเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน เช่น การระบาดของโรคซาร์สและโรคไข้หวัดนก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาดูแลและตระหนักถึงโรคที่ตามมาว่ามีอันตรายร้ายแรงเพียงใด

แก๊งอาชญากรรมลักลอบค้าสัตว์ป่าอยู่ได้ด้วยกำไรมหาศาล ซึ่งปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้ว่าอาชญากรรมด้านสัตว์ป่ามีส่วนเชื่อมโยงไปยังอาชญากรรมด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ ดังนั้นภาครัฐจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมากกับการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบกับด้านอื่นๆ ต่อไป

ผู้ที่คร่ำหวอดในการปราบปรามการค้าสัตว์ป่ามายาวนาน ให้ข้อมูลว่า สินค้าประเภทเสือโคร่งเป็นที่ต้องการในตลาดจีนและเวียดนามค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตลาดคนจีนโพ้นทะเลในอเมริกา ต้องการยาแคปซูลบดกระดูกเสือรวมกับหนังงู ซึ่งถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะและยาโป๊ว คิดเป็นเงินไทยแล้วแพงถึงแคปซูลละ 1 หมื่นบาท

ซากลูกเสือดองเหล้า ซึ่งเป็นที่นิยมในเวียดนาม โดยมีความเชื่อว่าดื่มแล้วแก้ปวดเมื่อยให้หายขาด รวมถึงแก้โรคหดหู่ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มีการขายเป็นเป๊กหรือแก้วช็อตแก้วละ 500 บาท โดยมีการซื้อขายเป็นโหล ประมาณโหลละ 4-5 หมื่นบาท

 

สำหรับคนจีนเสือโคร่งนิยมบริโภคเนื้อ โดยทั้งเนื้อสดและแช่แข็งจะถูกตัดแยกชิ้นส่วนและสไลซ์เนื้อเป็นแผ่นเพื่อประกอบอาหารที่เป็นยา และมีการนำกระดูกเสือมาเรียงตามลักษณะรูปของตัวเสือ เพราะชิ้นส่วนทั้งหมดของเสือ กระดูกแต่ละส่วนจะมีคุณสมบัติทำยาไม่เหมือนกัน ซึ่งทางเวียดนามนั้นหากมีการจับเสือได้ก็จะต้องเอากระดูกมาเรียงให้ครบเพื่อให้ลูกค้าเห็น เขาจะได้เลือกเอาไปปรุงยา ถ้าหากระดูกเสือไม่ได้ ต้องใช้กระดูกสิงโตแทน ก็มีความเชื่อกันว่าสรรพคุณจะลดไป 30% ซึ่งคนให้ข้อมูลเป็นนายตำรวจระดับพันตำรวจโท บอกว่า การค้าสัตว์ป่าเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีมูลค่าสูง ทำให้แก้ปัญหาได้ยาก

 

ปัญหาการค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจการลักลอบค้าสัตว์ป่าถือได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจตลาดมืดที่ให้กำไรต่ออาชญากรผู้ค้าสูง ผลกระทบจากการค้าผนวกกับการสูญเสียพื้นที่ป่า ส่งผลให้สัตว์ป่าหลายชนิดอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ การลักลอบฆ่าสัตว์ ตัดไม้และการลักลอบลำเลียงสัตว์ป่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกที่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และเนื่องจากอาชญากรมักทำงานกันเป็นขบวนการ จึงทำให้ธุรกิจการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายทั่วโลกนั้นสูงถึงหลายพันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

แม้ป่าไม้และสัตว์ป่าจะได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายของแต่ละประเทศและระดับนานาชาติ แต่สัตว์ป่าหลายชนิดก็ยังถูกลักลอบค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งเสือโคร่ง ตัวนิ่ม (หรือตัวลิ่น) สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ นก งาช้าง กระดูก หรือส่วนอื่นๆ เพื่อมาประกอบยารักษาโรค ตลาดสัตว์เลี้ยงและสวนสัตว์ นักสะสมและของตกแต่ง รวมทั้งเพื่อการบริโภคเนื้อเปิบพิสดาร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะผู้บริโภคทั้งหลายไม่มีความตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมาหากสัตว์ป่าเหล่านี้ต้องสูญพันธุ์ไป

ทั้งนี้ สัตว์ป่าทั้งหลายถูกลักลอบล่าออกจากป่าเร็วกว่าอัตราการเพิ่มประชากรของสัตว์ ซึ่งท้ายที่สุดส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้สัตว์ป่าอื่นๆ พลอยสูญพันธุ์ไปด้วยในที่สุด

เอ็ดวิน วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า (Wildlife Friends Foundation Thailand – WFFT) ขยายความถึงประเด็นที่สำคัญ ซึ่งชาวต่างชาติมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดมืดการค้าสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และอยู่ในลำดับที่ 2 หรือที่ 3 ของโลก

 

“ในการที่ไทยเป็นทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสัตว์ป่ากับประเทศอื่นๆ การแบ่งปันหรือแชร์ข้อมูลกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เวียดนาม หรือแม้แต่สัตว์ป่ามาจากสุมาตรา มาเลย์ ผ่านไทยขึ้นไปสู่ลาว เวียดนาม แล้วส่งจีน เราจะโทษประเทศไทยอย่างเดียวไม่ได้ การไม่เข้าใจกฎหมายทุกประเทศมีปัญหา จะทำอย่างไรที่จะเกิดการทำงานร่วมกัน มีการแชร์ข้อมูลอย่างจริงจัง ประเทศจีนไม่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของประเทศอื่น ประเทศลาวการบังคับใช้กฎหมายอ่อนมาก ซึ่งในเขตชายแดนไทยที่มีการเช่าที่ดินจากจีนจะเป็นเขตการค้าสัตว์ป่าที่รุนแรงมาก”

เอ็นวิน วีค มองว่าอุปสรรคคือความสำคัญของความไม่เข้าใจกฎหมาย เพราะจากปี 2546 ที่ตั้งอาเซียน เวน (เครือข่ายป้องกันและปราบปรามการค้าพืชป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน-ASEAN-WEN) มาถึงปัจจุบันนี้ไม่มีการทำอะไรคืบหน้าเลย

“รวมถึงเอ็นจีโอในแต่ละประเทศก็ไม่ร่วมมือกันมากเท่าที่ควร ผมคิดว่าสวนสัตว์เสือหรือฟาร์มเสือที่ประเทศลาว จะเป็นที่พักของเสือที่ออกมาจากประเทศไทย อยู่ตรงข้ามชายแดนไทย-ลาว ตอนนี้มีอยู่ 3 แห่ง จะเป็นสวนสัตว์ที่เลี้ยงเสือโคร่ง หมี และตัวนิ่ม เป็นจุดพักสัตว์ให้ฟื้นตัวเพื่อส่งไปที่ชายแดนจีน”

ปัญหาที่เรื้อรังในประเทศไทย

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ให้ความหมายของสัตว์ป่าเอาไว้ว่า หมายถึงสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลงหรือแมง ซึ่งสภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ และให้หมายความรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว และสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว ประเภทของสัตว์ป่า ประเภทของสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.สัตว์ป่าสงวน 2.สัตว์ป่าคุ้มครอง 3.สัตว์ป่านอกประเภท

 

การค้าสัตว์ป่ามีความสลับซับซ้อนเกินกว่าที่จะเป็นปัญหาในระดับประเทศ แต่เป็นปัญหาในระดับภูมิภาคอาเซียนและทวีปเอเชีย สุรพล ดวงแข กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร บอกว่า สิ่งที่ปรากฏต่อสาธารณะเป็นส่วนน้อย

“ประเทศไทยมีปัญหาที่หนักมาก เพราะจะเห็นว่าระบบการบังคับใช้กฎหมายแทบจะทำอะไรไม่ได้ ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีน้อย ประเด็นที่สำคัญคือมีการตีความข้อกฎหมายผิด คือพยายามตีความให้เข้าใจผิด แล้วเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เป็นข้อสังเกตว่าตั้งแต่มีการลักลอบนำสัตว์ป่าจากต่างประเทศเข้ามาหรือนำสัตว์ป่าเข้ามา ก็มีการตีความว่าไม่รู้ว่าใครเอาเข้ามา ไม่มีใครเห็นก็เลยไม่สามารถจับได้ ที่จริงแล้วใน พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มีบทลงโทษหลายประเด็นที่ไม่ค่อยมีการพูดถึง อย่างเรื่องคำว่า ‘ค้า’ ซึ่งหมายถึง ซื้อขายแลกเปลี่ยนจำหน่ายจ่ายแจก การครอบครอง เจอในบ้านแล้วบอกว่า ไม่รู้ ไม่ได้

“มีมาตรา 55 มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น มีโทษจำคุกด้วย ส่วนมากคดีไม่ถึงที่สิ้นสุด ไม่ได้ขึ้นสู่ศาล และจะยกฟ้อง ในช่วงอัยการส่งศาลสามารถเพิ่มเติมและอุทธรณ์ได้ ช่วยซ่อนเร้นก็สามารถดำเนินคดีได้ ครอบครองอยู่ในที่ไหนไม่สามารถแสดงใบอนุญาตได้ก็ถือว่า ครอบครองแล้ว นี่คือความไม่พร้อมที่เกิดขึ้น”

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นสมาชิกของอนุสัญญาไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ – The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) มาเกือบ 40 ปีแล้ว ซึ่งเคยถูกคว่ำบาตรทางการค้าในปี 2534 เพราะมีการค้าสัตว์ป่า แต่ไม่ได้รับการปราบปราม มีความเสียหายอย่างรุนแรง แล้วมีการไปแก้กฎหมายในรัฐบาลของอานันท์ ปันยารชุน แต่ก็ยังไม่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น

“ความไม่พร้อมในการบังคับใช้กฎหมายมีอยู่เยอะ เมื่อปี 2547 ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมอนุสัญญาไซเตส แต่การปฏิบัติของเราต้องแก้ตัวกับไซเตสตลอดเวลา เรื่องความไม่พร้อมในการบังคับใช้กฎหมายเรายังไม่พร้อมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เรื่องความไม่พร้อมของการสืบสวนสอบสวนและการติดตาม ไม่มีใครทำและแก้ไข ต่างหน่วยงานต่างทำ เป็นปัญหาเต็มไปหมด กฎหมายถูกบิดเบือนให้เข้าใจผิด การหยุดยั้งและลดการค้าสัตว์ป่าในระดับนานาชาติได้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ด้วยการสื่อสารกับสังคม แต่ก็ไม่มีการเผยแพร่ออกไป หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครรู้และไม่มีการประสานงานกัน”

สุรพล ชี้ว่า มูลค่าการค้าสัตว์ป่าที่มีเท่ากับการค้าอาวุธและยาเสพติด ซึ่งเสือมีมูลค่าที่สูงมากก็มีการนำมาแอบแฝงและทำภาพให้เลือนรางบิดไปว่าเลี้ยงด้วยความเมตตา เลี้ยงด้วยความรัก เป็นเรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ลึกไปกว่านั้น ตัวกำไรอยู่ที่การแปรรูปสัตว์ป่า

“ในวันนี้ต่างจากเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว โลกมีโซเชียลมีเดียทำให้การซื้อขายสัตว์ป่ารวดเร็วยิ่งขึ้น แต่การดำเนินการของผู้รับผิดชอบและเจ้าหน้าที่ไม่มีการพัฒนาขึ้นเลย ทุกหน่วยงานของราชการจะอยู่เฉยๆ รอว่ามีเรื่องหรือยัง ถ้ามีแล้วค่อยเข้าไปจัดการ เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่จบคาราคาซังอยู่อย่างนั้น ไม่มีการฟ้องร้อง มีเบื้องลึกเบื้องหลังทั้งนั้นเลย การประสานงาน การกำกับดูแลในการตรวจสอบและจับกุมไม่พัฒนา ความหวาดกลัวอิทธิพลมืดของผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือของประชาชนที่เป็นพยานก็ไม่มีการสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ก็มีจำกัด และทำงานในแบบเชิงรับ”

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าต้องนำมาใช้ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างเต็มที่ รวมถึงการทุ่มงบประมาณและนโยบายในเชิงรุก…ก่อนที่จะสายเกินไป (ทั้งที่สายมามากแล้ว และยากที่จะเกินเยียวยา)

 

Leave a comment