บทเรียนธุรกิจ ที่จะไม่ให้ผิดซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 กรกฎาคม 2559 เวลา 11:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/445840

บทเรียนธุรกิจ ที่จะไม่ให้ผิดซ้ำ

โดย…อนุสรา  ทองอุไร ภาพ : วีรวงศ์  วงศ์ปรีดี

โบราณสอนไว้ว่า โง่ต้องมาก่อนฉลาด นั้นเป็นเรื่องจริง คนเราส่วนใหญ่มักจะผ่านคำว่าผิดเป็นครู แต่ถ้าให้ดีก็ไม่ควรจะผิดพลาดซ้ำ เพราะควรจะได้บทเรียนอะไรจากความผิดพลาดนั้นๆ อย่าให้พลาดไปแบบไม่ได้ประสบการณ์หรือวัคซีนสอนใจใดๆ เลย เช่นเดียวกับชายหนุ่มผู้นี้ในวัย 29 ปี อาจจะมองว่าอายุไม่เยอะนัก แต่ประสบการณ์ของเขานั้นถือว่าข้นคลั่กเลยทีเดียว

บอย-นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลับวาไรตี้ เขาเล่าย้อนอดีตถึงประสบการณ์อันโชกโชนของเขาว่า หลังจบไฮสกูลจากประเทศนิวซีแลนด์แล้วที่บ้านเรียกให้กลับมาต่ออุดมศึกษาที่ประเทศไทย เขาจึงเลือกกลับมาต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) โดยเรียนบริหารธุรกิจ เพื่อจะได้ใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง ขณะเรียนปี 1 เทอมแรก เขาก็ได้ยินญาติคนหนึ่งพูดลับหลังเขาว่าลูกชายบ้านนี้ดีแต่ผลาญเงิน ด้วยวัย 19 ปี ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมากจนปฏิญาณกับตัวเองว่าเขาจะต้องรวยให้ได้ ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อลบคำสบประมาทของญาติคนนั้น โดยตั้งใจแรกไว้ว่าจะหาเงินเรียนเองจะไม่เอาเงินที่บ้านอีกแล้ว

เปิดท้ายขายของ

หลังจากนั้นเขาก็หารายได้พิเศษทุกอย่างที่จะทำควบคู่ไปกับการเรียน โดยมีคำพูดฝังหัวของญาติเป็นแรงผลักดัน ตอนเรียนปี 1 เทอม 1 เขาก็ขายของตามตลาดนัดของมหาวิทยาลัย เปิดท้ายขายของไปตามที่ต่างๆ โดยร่วมกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งไปรับของกิฟต์ช็อปจากสำเพ็งบ้างจตุจักรบ้างมาขาย ซึ่งมันก็สร้างรายได้ให้กับเขาพอสมควร แต่กำไรมันน้อย ทุนก็ยังน้อยด้วยก็มีรายได้พอตัว แต่มันไม่มากพอที่จะส่งเสียตัวเองได้ทั้งหมดแล้วต้องหารกับเพื่อนอีกคนมันจึงไม่พอ ทำไปสักพักเขาก็เปลี่ยนแนวไปขายกระเป๋าแฟชั่น กำไรดีขึ้นเพราะของต่อชิ้นราคาสูงขึ้น กำไรวันละเป็นหมื่น ทุกอย่างเริ่มดีกำไรเป็นกอบเป็นกำส่งตัวเองเรียนได้สบายๆ แต่ทำไปสักพักก็มีคนเลียนแบบแล้วขายตัดราคาบ้าง กลัวจะเจอปัญหาลิขสิทธิ์บ้าง ก็เลยเลิก

 

เปิดโรงเรียนติวเตอร์

หลังจากนั้นเขาก็ไปเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ โดยไปสอนให้โรงเรียนพิเศษแห่งหนึ่งสอนวันละไม่กี่ชั่วโมงได้ครั้งละ 1,000 กว่าบาท สอนมาได้สักพักเขาเห็นว่ามีรายได้ดีงานก็น่าสนใจ เขาก็เลยเปิดโรงเรียนติวเตอร์ขึ้นมาเองเลยโดยหุ้นกับเพื่อนคนหนึ่ง เปิดเองบริหารเอง สอนเอง สาขาแรกแถวรังสิต โดยสอนเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษอย่างเดียวในตอนแรก ต่อมาก็เปิดสอนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย เนื่องจากเขาเริ่มมีเพื่อนติวเตอร์เยอะขึ้นก็ชักชวนกันมา

ทุกอย่างเริ่มไปได้สวย เขากำลังเรียนปี 2 งานติวเตอร์เริ่มเยอะขึ้นเขาจึงตัดสินใจพักการเรียนไว้ก่อนมาทำงานอย่างเดียวเพราะชอบทำธุรกิจมากกว่าเรียน โดยเพิ่มวิชาวิทยาศาสตร์เข้ามาอีก 1 วิชา นักเรียนเพิ่มต้องขยายห้องเรียนและกำลังจะขยายแฟรนไชส์ ถือว่าเป็นติวเตอร์โรงเรียนแรกที่ขายแฟรนไชส์จับกลุ่มชั้นประถมจนถึงมัธยมต้น ซึ่งถือว่าคู่แข่งน้อยเพราะเจ้าอื่นเขาสอนมัธยมปลายกัน งานกำลังยุ่งเลยหยุดเรียนเอแบคไว้ก่อน มาลุยธุรกิจอย่างเดียว

ในที่สุดเขาก็ไปร่วมหุ้นกับติวเตอร์แห่งหนึ่งที่มีอยู่แล้ว 6 สาขา เพื่อเสริมธุรกิจกันเพื่อให้ทั้งคู่แข็งแรง โดยเขาสามารถขยายสาขาทั้งของตัวเองและแฟรนไชส์ได้มากถึง 19 สาขา ปรากฏว่าธุรกิจไปได้ดีอยู่ 2 ปี ก็เริ่มมีปัญหา เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรจริงจังยังเด็กด้วยแค่ 20 กว่าๆ มีเรื่องจุกจิกโน่นนี่เข้ามา ทั้งๆ ที่มีรายได้เดือนละ 3 ล้านบาท แต่มีเรื่องปวดหัวเยอะในที่สุดเขาก็เลยขายหุ้นได้เงินมาเกือบ 4 ล้านบาท

 

เริ่มธุรกิจขายตรง-สกินแคร์

ต่อมามีคนชวนไปทำขายตรงเขาก็ลองไปทำอยู่ 4-5 เดือน ก็ทำได้ดีมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ เขาทำได้ไม่ถึงปีอยู่ๆ บริษัทก็มีปัญหาก็งงว่าอ้าวมันก็ดูดีทำไมเลิกตอนนั้นเขาก็มีลูกทีมอยู่หลายคน ไหนๆ มาขายตรงแล้วท่าทางดีมีอนาคต เขาก็เลยมาเปิดบริษัทขายตรงของตัวเองชื่อนิวเวย์ ขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพราะเพื่อนสนิทพอมีพื้นฐานความรู้ด้านนี้ เขาเป็นบริษัทยุคแรกๆ ของขายตรงเมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ออกสินค้าครีมกันแดด เซรั่มบำรุงผิว เปิดมาเกือบปีขายดีมาก แล้วสินค้านี่ราคาเกือบ 2,000 บาท ไม่ได้ขายของถูกเพราะเน้นคุณภาพดีเลย ปีแรกไปได้ดีมากมีลูกทีมแม่ทีมหลายสิบคน

พอขายดีปัญหาเริ่มมาอีกล่ะ “ชีวิตผมมันจะเป็นแบบนี้ทุกทีพอทำอะไรเริ่มดีจะมีมารเข้ามาทดสอบเราอยู่เรื่อย ตอนทำติวเตอร์ก็ครั้งหนึ่งแล้วนะ คราวนี้หนที่สองแม่ทีมเริ่มแข็งข้อ รวมตัวกันเรียกร้องสิทธิประโยชน์เพิ่มจากที่เราให้ จะเอาบ้านจะเอารถเพิ่มขู่ว่า ถ้าไม่ให้จะย้ายไปอยู่กับบริษัทอื่น เรายังเด็กประสบการณ์ยังไม่เชี่ยวกรากพอเรายังใหม่กับตรงนี้ก็กลัว แต่ไม่ให้เพราะรู้สึกมันมากไป เขาก็ย้ายทีมออกจริงๆ เราก็พยายามสร้างทีมใหม่ แต่ก็ไม่เวิร์กเท่าทีมเดิมที่ออกไป เพราะทีมเก่าเขาแข็งมาก เราเลยโบ๋ยอดขายตกวูบวาบ ปัญหาของเราคือก็ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงด้วย ตอนนั้นรู้สึกแย่มากเพราะเป็นครั้งที่สองแล้วที่รู้สึกล้มเหลวทำอะไรพอจะดีๆ มันก็มีปัญหาทุกทีแล้วทุนเราก็ยังไม่หนาจริงๆ เขาก็เห็นเราเด็กด้วยเคี้ยวง่ายปั่นหัวซะ” เขาเล่าอย่างเซ็งๆ

 

โดนก๊อบสินค้าตัดราคา

แม้จะรู้สึกแย่อย่างไร เขาก็ลุกขึ้นสู้ต่อ สกินแคร์คนเริ่มทำเยอะ เขาจึงเปลี่ยนทิศทางมาขายอาหารเสริม ซึ่งถือว่าใหม่มากตอนนั้นและทำยากกว่าเครื่องสำอาง เขาเป็นรายแรกเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่ทำแอลคาร์นิทีน ช่วยเร่งการเผาผลาญขายดีมากเพราะคนชอบของใหม่วัยรุ่นชอบ แล้วก็มีคอลลาเจน เขาเป็นเจ้าแรกก็ว่าได้ที่โฆษณาขายในทีวีพูล สไปซี่ สตาร์นิวส์ อุ๊ปส์ คือหนังสือบันเทิงยุคนั้นเขาโฆษณาเกือบทุกฉบับ ขายดีทั้งขายปลีกขายส่งทำมา 2 ปีเวิร์กมากขายได้ 10 กว่าล้านบาท มีตัวแทนจำหน่าย 100 กว่าคน ตอนนั้นเขาอายุ 22-23 ปี มีเงินหมุนเวียน 10 กว่าล้านบาท ถือว่าไปได้สวย เริ่มมีคนเลียนแบบมีรายใหม่ๆ ทำตาม ก็ไม่เป็นไรยังทำได้ไม่กระทบ ตอนนั้นก็ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้านบริหารธุรกิจไว้ ไม่ได้กลับไปเรียนเอแบคแล้ว

โดนอีกแล้ว คราวนี้หนักเลยเพราะโรงงานที่ไปจ้างผลิตเห็นขายดี ก๊อบสินค้าเลยแล้วขายตัดราคา “แล้วผมจะไปสู้อะไรได้เขารู้สูตรเรา แถมต้นทุนเขาถูกกว่าอีกเพราะเขาทำเองขายเอง แถมยังไปซื้อตัวเซลส์ที่ขายให้เราไปด้วย โดยเปลี่ยนยี่ห้อใหม่แต่ดูใกล้เคียงกับของเราแล้วเติมสูตรใหม่เข้าไป ก็สู้กันเข้มข้น ตัดราคากันแหลก แต่แบรนด์เขายังไม่ติดก็เลยยังขายสู้เราไม่ได้ เราขายดีกว่า สุดท้ายเขาใช้ไม้เด็ดคือไม่ขายสินค้าให้เราแล้วดึงเซลส์และลูกค้าเราไปด้วยแล้วสายป่านเขายาวกว่าอีกต่างหาก เรารู้ข่าววงในว่าเขาจะไม่ขายให้ เราก็สั่งออร์เดอร์ไว้เยอะเลยเพื่อมาสต๊อกสินค้าเอาไว้ เขายิงหมัดสุดท้ายคือขายสินค้าต่ำกว่าทุนเพื่อเหยียบเราให้จมดินเขาลดเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ สมใจเขาเลยผมสู้ไม่ได้ลดขนาดนั้น ของมีแต่เราขายไม่ได้ขาดทุนอย่างเดียว เครียดมากนึกไม่ออกจะทำยังไงต่อไป เงิน 10 กว่าล้านก็เกือบหมด”

 

จิตตก-เครียด-คิดสั้น

โฆษณาก็จองล่วงหน้าไว้ต้องไปจ่ายเขา ของก็ขายไม่ได้ แล้วตอนนั้นยังไม่มีขายแบบออนไลน์ ยังไม่มีแฟนเพจ อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายเมื่อ 6-7 ปีก่อน เขาต้องขายผ่านตัวแทนกับขายทางไปรษณีย์เท่านั้น เขาก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการหาตัวแทนจำหน่ายใหม่โดยรับตัวแทนแบบวีไอพีภาคละ 1 คนเท่านั้นไม่รับซ้ำซ้อนมากมายอีกต่อไป ได้ตัวแทนมา 5 คน สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่เงินแทบไม่เหลือนะเพราะไปใช้หนี้ค่าโฆษณาที่จองล่วงหน้าไว้ พยายามระบายของจนหมดยอมขาดทุน รู้สึกเฟลอย่างรุนแรงว่าทำไมเป็นอย่างนี้ต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกแล้วล้มแบบแทบไม่เหลืออะไรเลย คือเวลาได้มาเหมือนง่ายนะ แต่เจ๊งก็ง่ายเหมือนกัน เป็นแบบนี้มา 2 ครั้งแล้วล้มรอบ 2 ในธุรกิจที่ 3

แถมขับรถไปเก็บเช็กต่างจังหวัดดันรถคว่ำอีกด้วย แบบเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเจอศึกหลายด้าน เบญจเพสพอดีด้วย แล้วรถดันหมดประกันวันนั้นพอดี รถพังยับทั้งคันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เขาเหลืออยู่ คิดอยู่ว่าจะเอารถไปขายเพื่อเอาเงินมาทำทุน หมดอีกพอออกมาจากรถได้เขานั่งร้องไห้อยู่ข้างรถ แบบโมโห เสียใจ จะอะไรหนักหนากันวะชีวิต คนขับผ่านไปเขาคิดว่ามีคนตายในรถ เพื่อนก็ขับรถมารับเพราะวันรุ่งขึ้นต้องพาตัวแทนจำหน่ายไปเที่ยวตามยอดที่เขาทำได้

“ผมรู้สึกแย่มากๆ เครียดคิดจะฆ่าตัวตาย แบบอารมณ์ชั่ววูบขึ้นมาจิตตกอย่างหนัก ตอนนั้นพาตัวแทนจำหน่ายไปเที่ยวพวกเขาเฮฮาสนุกสนานกันริมทะเล เราแอบมานั่งร้องไห้คิดจะกินยาตาย เผอิญเพื่อนเข้ามาเห็นเรานั่งร้องไห้เขาก็ปลอบใจให้กำลังใจเปิดใจคุยกันให้เราได้ระบายออกมา เขาก็เตือนว่า ถ้าเราฆ่าตัวตายพ่อแม่จะเสียใจและเสียชื่อ เราอายุยังไม่ถึง 25 เลย โอกาสเริ่มต้นยังมีล้มเพื่อลุกไปข้างหน้าได้อีก เขาก็ปลุกกำลังใจเราขึ้นมาได้ก็ฮึดสู้ขึ้นมา” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น

 

ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ

เขาไม่ยอมแพ้ ขอสู้อีกครั้งก็ไปยืมเงินแม่มา 2 ล้านบาท เริ่มต้นใหม่ทำแบรนด์อาหารเสริมใหม่ตอนอายุ 25 ปี ทำอาหารเสริมแอ็กทีฟบายนิวเวย์เป็นเจ้าแรกที่ทำคอลลาเจน 10,000 มิลลิกรัม เพื่อขาวใสชงดื่ม ยี่ห้ออื่นแค่ 6,000 มิลลิกรัม แล้วเราจ้างดารารีวิวทางออนไลน์ โชคดีตอนนั้นอินสตาแกรมเริ่มเข้ามาเขาก็รายแรกจ้างดารารีวิว ราคายังไม่แพงมากจ้างโฟร์(มด)มารีวิวขายดี เรามีสินค้าอยู่ 2-3 ตัว จ้างดารามารีวิว 2-3 คน เวิร์กมาก ตอนนั้นเขาขายผ่านออนไลน์อย่างเดียวไม่เอาตัวแทนจำหน่ายแล้วเข็ด ไม่เอาจมูกคนอื่นมาหายใจอีกต่อไป ขายผ่านเน็ตภายใน 1 ปี ทำยอดขายได้หลายสิบล้านฟื้นตัวได้เลย

แล้วก็ไปออกบูธตามงานแฟร์บ้าง 9 วัน ขายได้ 2 แสน กำลังใจมา ก็เลยเปิดร้านเป็นคีออสเล็กๆ ที่เมเจอร์รัชโยธินสาขาแรกใช้ชื่อบิวตี้คลับขายดี ก็เปิดช็อปเล็กๆ เป็นคีออสไปเรื่อยๆ มี 19 สาขา “ปรากฏว่าตัวแทนที่เคยขายให้และทิ้งเราไป มาขอเป็นตัวแทนจำหน่าย ผมปฏิเสธทันที เราจะยืนด้วยขาของตัวเองไม่เอาแล้วตัวแทนจำหน่ายพอกันที ปีที่แล้วผมมียอดขาย 300 ล้านบาท และเพิ่งเปิดช็อปใหญ่ที่เมเจอร์รัชโยธินและที่เมเจอร์รังสิต เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว และเดือนหน้าจะเปิดที่เมเจอร์ปิ่นเกล้าโดยจ้างอั้ม พัชราภา มาเปิดช็อป โดยมีแผนจะเปิดอีก 3 สาขาในปีหน้า

“โชคดีที่ผมไม่คิดสั้น จึงมีโอกาสเริ่มใหม่และประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง ส่วนความล้มเหลว 2 ครั้งที่ผ่านมาผมจำเอาไว้เป็นบทเรียนไม่ให้พลาดอีก ทำทุกอย่างให้รอบคอบไม่ประมาท ตั้งใจทำงานให้มากยิ่งขึ้น ต้องสู้จึงจะชนะ” เขากล่าวอย่างภูมิใจ

 

 

Leave a comment